ทฤษฎีสมคบคิด โควิด-19 ไวรัสของใคร

ถ้าเชื่อหลักวิทยาศาสตร์การแพทย์จะสรุปว่าเกิดจากธรรมชาติ ถ้าเชื่อว่าเป็นฝีมือมนุษย์ต้องคิดต่อว่าจะเชื่อฝั่งใด เป็นเชื้อโรคหรือแผนของประเทศใด สหรัฐ จีน ฯลฯ ด้วยหลักฐานเหตุผลใด

            นับตั้งแต่ไวรัสโคโรนาโควิด-19 เริ่มแพร่ระบาดในจีน ประเด็นหนึ่งที่พูดกันมากคือเป็นไวรัสของใคร มาจากไหน บ้างว่าคือ CIA บ้างว่าเป็นความร่วมมือระหว่างสหรัฐกับอิสราเอล บ้างว่าเป็นของบิล เกตส์ (Bill Gates) บ้างว่ามาจากอินเดีย บ้างว่าเป็นแผนของบริษัทยา-วัคซีน บ้างว่าหลุดจากห้องทดลองจีน

            ข้อมูลอีกด้านคือโควิด-19 เกิดเองตามธรรมชาติ ไม่ต่างจากเชื้อโรคหลายตัวที่เดิมอยู่กับสัตว์แล้วกลายพันธุ์แพร่มาที่มนุษย์ เหมือนกรณีไข้หวัดนก ไข้หวัดหมู SARs มุมมองนี้ปฏิเสธทฤษฎีสมคบคิด (conspiracy theory)

สิ่งที่เรียกว่า “ทฤษฎีสมคบคิด” มีลักษณะเป็นการรวมหัวของ 2 คนขึ้นไป สร้างเรื่อง โฆษณาชวนเชื่อ (propaganda) หรือประโคมข่าวปลอมต่อเนื่อง ปะติดปะต่อเหตุการณ์จริงกับเท็จเข้าด้วยกัน ทำให้มีความต่อเนื่องเสมือนจริง (บางเรื่องย้อนหลังนับร้อยปี) แล้วตีความตามที่ต้องการ (เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง)

ดังนั้น ทุกครั้งที่พูดว่าเป็น ทฤษฎีสมคบคิดจึงหมายถึงกำลังพูดเรื่องที่ถูกสร้างขึ้นหรือตีความบิดเบือนข้อเท็จจริง ใส่ร้ายป้ายสี

ทฤษฎีสมคบคิด ไว้รัสเป็นของสหรัฐ :

            แม้มีข้อมูลที่แตกต่างกัน จะมีคนกลุ่มหนึ่งชี้นิ้วไปยังฝ่ายสหรัฐเสมอ เริ่มจากแสดงหลักฐานเอกสารบอกว่าเป็นผลงานของ CIA ต่อมาชี้ว่าเป็นความร่วมมือระหว่างสหรัฐกับอิสราเอล แล้วเปลี่ยนอีกครั้งว่าเป็นผลงานของบริษัทยา-วัคซีนที่ฝ่ายสหรัฐคุม

            พฤติกรรมที่เด่นชัดของคนกลุ่มนี้คือ ไม่ว่าจะอ้างข้อกล่าวหาใด สุดท้ายจะชี้ว่าคือฝ่ายสหรัฐ (อาจหมายถึง CIA ความร่วมมือรัฐบาลสหรัฐ-อิสราเอล บริษัทยา) เป้าหมายของพวกเขาชัดเจนต้องการโทษสหรัฐนั่นเอง

            จากพฤติกรรมที่อ้างเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปเรื่อยๆ กลายเป็นว่า พวกเขามีหลาย “ข้ออ้าง” ที่แม้กระทั่งพวกเขายังหาข้อสรุปไม่ได้และขัดแย้งกันเอง

บางคนอ้างเอกสาร CIA จดสิทธิบัตรไวรัสโคโรนาซึ่งหากเป็นจริงนานาชาติคงลงโทษ CIA ไปแล้ว บางคนแสดงรูปรถไฟบรรทุก COVID-19 เต็มตู้รถไฟ (ตู้ขนส่งน้ำมันทางรถไฟ-ใหญ่ขนาดนั้น) แล้วสรุปว่าคือฝีมือสหรัฐ เพราะภาพที่แสดงมีคำว่า COVID-19 ปรากฏเด่นชัดกลางวันแสกๆ แต่ไม่ตั้งคำถามว่าชื่อ COVID-19 เพิ่งออกมาทีหลังแพร่ระบาดทั่วโลกแล้ว และหากจะปล่อยเชื้อทำไมต้องเปิดเผยชัดขนาดนั้น

บิล เกตส์ (Bill Gates) แห่งไมโครซอฟเป็นอีกข้ออ้างที่พูดถึง อ้างหลักฐานว่าเมื่อหลายปีก่อนบิล เกตส์พูดเองว่าจะเกิดไวรัสโคโรนาระบาด จึงสรุปว่าคือฝีมือบิล เกตส์ แต่ที่ทฤษฎีสมคบคิดไม่พูดคือเนื้อหาสาระที่พูดจริงๆ ใจความหลักที่บิล เกตส์เอ่ยคือการทำงานของมูลนิธิของเขาที่หวังจะมีส่วนช่วยเหลือเรื่องโรคระบาด เอ่ยถึงโรคอีโบล่า โปลิโอ ไข้หวัดระบาด (ไวรัสโคโรนา) เรียกร้ององค์การอนามัยโลก นานาชาติให้ความสนใจเตรียมตัวรับมือ เพราะโรคระบาดเหล่านี้เป็นเรื่องจริงใกล้ตัว คร่าชีวิตคนจำนวนมาก

            ควรเข้าใจเพิ่มเติมว่าโรคที่บิล เกตส์เอ่ยถึงเป็นโรคระบาดที่เกิดขึ้นแทบทุกปี เฉพาะไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลคร่าชีวิตผู้คนปีละหลายแสน

จะสังเกตว่า แม้ข้อกล่าวหาถูกหักล้างแต่พวกที่ใช้ทฤษฎีสมคบคิดยังคงหาข้ออ้างใหม่ๆ พยายามปะติดปะต่อเรื่องแล้วชี้นิ้วไปที่สหรัฐ นี่คือลักษณะประการหนึ่งของทฤษฎีสมคบคิด

            คำถามสำคัญคือทำไมคนกลุ่มนี้ต้องพุ่งเป้าไปยังสหรัฐ คำตอบนั้นชัดเจน คนเหล่านี้มีเป้าหมายต้องการโจมตีเล่นงานสหรัฐเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พูดให้ชัดคือเป็นศัตรูกับรัฐบาลสหรัฐ มีหลักฐานความขัดแย้งระหว่างพวกเขากับรัฐบาลสหรัฐเรื่อยมา นานเป็นสิบปีร้อยปี

เชื้อโควิด-19 เป็นเพียงเครื่องมือล่าสุดที่พวกเขาใช้

ทฤษฎีสมคบคิด ไวรัสเป็นของจีน :

            ในขณะที่ทฤษฎีสมคบคิดชุดหนึ่งชี้ว่าเป็นไวรัสของรัฐบาลสหรัฐ ทฤษฎีสมคบคิดอีกชุดชี้ว่าเป็นฝีมือรัฐบาลจีน คนที่เชื่อแนวทางหลังอ้างเหตุผลว่าเนื่องจากจีนมีห้องทดลองเชื้อโรคที่เมืองอู่ฮั่น (Wuhan Institute of Virology)เป็นศูนย์วิจัยเชื้อโรคของจีน จุดแพร่ระบาดแต่แรก จึงสรุปว่าเชื้อต้องมาจากห้องทดลองดังกล่าว

แถลงการณ์กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐชี้ว่าจีนละเมิดข้อตกลงทดลองนิวเคลียร์ ตั้งข้อสงสัยต่อโครงการอาวุธชีวภาพ (BWC) ประเด็นหลังสุดเกี่ยวข้องกับที่รัฐบาลสหรัฐกำลังเล่นงานจีนว่าเชื้อโควิด-19 มาจากจีน

            แถลงการณ์ไม่ได้ฟันธงแต่ “ตั้งข้อสงสัย”

ไม่กี่วันถัดมาประธานาธิบดีทรัมป์พูดเป็นนัยเห็นคล้อยตามแนวคิดที่ว่าต้นกำเนิดไวรัสโควิด-19 มาจากห้องทดลองในจีน ตามที่สื่อบางสำนักกับข้อมูลจากหน่วยงานรัฐบางแห่งพยายามชี้ว่าโควิด-19 เป็นของจีน เชื้อไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

            พร้อมกันนี้หน่วยข่าวกรองสหรัฐกำลังเดินหน้าสวบสวนอย่างจริงจัง

ไม่ว่าจะจริงหรือเท็จ ผลโพลของสำนักวิจัยพิว (Pew Research Center) ที่นำเสนอช่วงวันที่ 10 เมษายนพบว่าคนอเมริกันเกือบร้อยละ 30 คิดว่าเชื้อโควิด-19 มาจากห้องทดลอง ทั้งๆ ที่ผู้เชี่ยวชาญสาธารณสุขสหรัฐกับนานาชาติยืนยันแล้วว่าเป็นเชื้อที่เกิดจากธรรมชาติ

ด้านกระทรวงการต่างประเทศจีนโต้ทันควันว่าองค์การอนามัยโลกประกาศซ้ำหลายรอบแล้วว่าไม่มีหลักฐานใดที่ชี้ว่าโควิด-19 เป็นผลผลิตจากห้องทดลอง พวกที่อ้างว่ามาจากห้องทดลองพูดโดยปราศจากหลักฐานที่เชื่อถือได้

ในขณะที่สหรัฐกล่าวหาจีน มีข้อมูลอีกด้านบอกว่าแม้มาจากห้องทดลองในจีน โดยนักวิจัยชาวจีน แต่เป็นงานภายใต้กำกับของรัฐบาลสหรัฐ โดยมีข้อมูลว่าเมื่อปี 2014 US National Institutes of Health (NIH) ให้เงิน 3.7 ล้านดอลลาร์แก่งานวิจัยใน Wuhan Institute of Virology เพื่อพัฒนาเชื้อไวรัสโคโรนาในธรรมชาติให้เป็นเชื้อโรคที่ร้ายกาจกว่าเดิม ไม่ว่าจะจริงหรือเท็จเป็นอีกข้อมูลว่าเชื้อหลุดออกจากห้องทดลองจีน ทั้งยังแสดงข้อมูลว่าในอดีตเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่หลุดจากห้องทดลองสหรัฐเป็นต้นเหตุไข้หวัดใหญ่ระบาด

เช่นเดียวกับสื่ออิหร่านอ้างคำพูดของ Eugene Michael Jones ที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อ Tasnim เมื่อมีนาคม เป็นแนวคิดว่ารัฐบาลสหรัฐจ้างจีนทดลองอาวุธชีวภาพ โควิด-19

            ทำให้ทฤษฎีสมคบคิดซับซ้อนกว่าเดิม (ไวรัสมาจากห้องทดลองจีน โดยนักวิจัยจีน ภายใต้การกำกับของรัฐบาลสหรัฐ)

ท่ามกลางข้อกล่าวหาบ้างว่าเป็นของสหรัฐ บ้างว่าเป็นของจีน ฯลฯ  Anthony Fauci ผู้มีบทบาทสูงต่อการควบคุมโรคระบาดของสหรัฐกล่าวว่า หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่ทั้งหมดให้ข้อสรุปตรงกันและชัดว่าเป็นไวรัสจากสัตว์ที่แพร่ระบาดสู่คน เป็นข้อสรุปเดียวกับองค์การอนามัยโลก

บทความนี้ไม่ต้องการสรุปว่าเชื้อโควิด-19 เกิดจากธรรมชาติหรือมนุษย์สร้างขึ้นมา ข้อสรุปบทความนี้คือถ้าเชื่อหลักวิทยาศาสตร์จะสรุปว่าเกิดจากธรรมชาติ เป็นแนวคำตอบของนักวิชาการสายวิทยาศาสตร์การแพทย์ องค์การอนามัยโลก ถ้าเชื่อว่าเป็นฝีมือมนุษย์ต้องคิดต่อว่าจะเชื่อฝั่งใด เป็นเชื้อโรคหรือแผนของประเทศใด สหรัฐ จีน ฯลฯ ด้วยหลักฐานเหตุผลใด

และไม่ว่าใครจะคิดเห็นอย่างไร ทฤษฎีสมคบคิดจะดำเนินต่อไปเหมือนเช่นที่ผ่านมา อยู่ในจิตวิทยาสังคมของหลายประเทศ เพราะมันคือทฤษฎีสมคบคิด

26 เมษายน 2020

ชาญชัย คุ้มปัญญา

(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ สถานการณ์โลกไทยโพสต์ ปีที่ 24 ฉบับที่ 8568 วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2563)

-----------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง : 

การเมืองระหว่างประเทศระหว่างจีนกับสหรัฐว่าด้วยโควิด-19
โควิด-19 กลายเป็นอีกสนามของการต่อสู้ระหว่างชาติมหาอำนาจ น่าคิดว่าหากร่วมมือกันจะช่วยรักษาชีวิตได้กี่คน ลดความสูญเสียมากเพียงไร แม้กระทั่งต่อพลเมือง เศรษฐกิจสังคมของตนเอง

บรรณานุกรม :

1. บิล เกตส์. (2015). การระบาดครั้งถัดไปน่ะหรือ เรายังไม่พร้อม. Retrieved from https://www.ted.com/talks/bill_gates_the_next_disaster_we_re_not_ready/transcript?embed=true&language=th#t-250612

2. China rejects news report about Covid-19 origin, says WHO found ‘no evidence’ virus was made in lab. (2020, April 16). RT. Retrieved from https://www.rt.com/news/485993-china-who-coronavirus-news/

3. China says U.S. accusations in arms control report "not worth refuting". (2020, April 16). Xinhua. Retrieved from http://www.xinhuanet.com/english/2020-04/16/c_138982922.htm

4. Cole, Robert. (Ed.). (1998). Conspiracy theory. In The Encyclopaedia of Propaganda ( Vol 1, p.150). New York: M.E. sharpe, Inc.

5. Dr. Fauci throws cold water on conspiracy theory that coronavirus escaped a Chinese lab. (2020, April 17). Business Insider. Retrieved from https://www.businessinsider.com/fauci-throws-cold-water-conspiracy-theory-coronavirus-escaped-chinese-lab-2020-4

6. Nearly 30% in the US believe a coronavirus theory that's almost certainly not true. (2020, April 13). CNN. Retrieved from https://edition.cnn.com/2020/04/13/us/coronavirus-made-in-lab-poll-trnd/index.html

7. Newton, Michael. (Ed.). (2006). The encyclopedia of conspiracies and conspiracy theories. (NY: Facts On File, Inc.).

8. Theories on origins of COVID-19 disease. (2020, April 15). Tehran Times. Retrieved from https://www.tehrantimes.com/news/446831/Theories-on-origins-of-COVID-19-disease

9. Trump confirms U.S. investigating reports virus came from Chinese lab. (2020, April 17). The Washington Times. Retrieved from https://www.washingtontimes.com/news/2020/apr/17/trump-confirms-us-investigating-reports-virus-came/

10. Trump fans flames of Chinese lab coronavirus theory during daily briefing. (2020, April 16). The Guardian. Retrieved from https://www.theguardian.com/world/2020/apr/15/trump-us-coronavirus-theory-china

11. Why US outsourced bat virus research to Wuhan. (2020, April 22). Asia Times. Retrieved from https://asiatimes.com/2020/04/why-us-outsourced-bat-virus-research-to-wuhan/

-----------------------------

ที่มาภาพ : https://www.who.int/images/default-source/thailand-images/covid2019/graphicinfo/23-goods-manufactured-th-square.png


โควิด-19 โอกาสและ Disruptor แห่งปี 2020

ไวรัสโควิด-19 กำลังเป็น Disruptor เขย่าโลกทุกมิติ ความสูญเสียร้ายแรงที่สุดคือการเสียชีวิต คือความสูญเสียของนับแสนนับล้านครอบครัว และเป็นโอกาสหากเรียนรู้พัฒนาฟันฝ่าความท้าทายครั้งนี้

 3-4 ปีที่ผ่านมาผู้เชี่ยวชาญเอ่ยถึง Disruptor ผู้ที่จะเขย่าโลก บ้างว่าคือการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 (Fourth Industrial Revolution: 4IR) เช่น เทคโนโลยีหุ่นยนต์ นาโนเทคโนโลยี เทคโนโลยีสารสนเทศ การพิมพ์สามมิติ (3D-printing) ไบโอเทคโนโลยี เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ พันธุวิศวกรรม ฯลฯ

            ปรากฏการณ์โรคระบาดจากไวรัสโคโรนา โควิด-19 (Covid-19) ที่เริ่มต้นปีกำลังเป็น Disruptor เขย่าโลกทุกมิติและเป็นโอกาสในตัวเอง บทความนี้นำเสนอตัวอย่างบ้างด้านเพื่อให้เห็นภาพ

โอกาสและDisrupt อะไรบ้าง :

กลางสัปดาห์ที่ผ่านมาองค์การค้าโลกประเมินว่าการค้าโลกปีนี้จะหดตัวร้อยละ 13-32 แย่กว่าวิกฤต 2008 แต่เชื่อว่าการค้าโลกจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็วเมื่อวิกฤตผ่านพ้นซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นปีหน้า ในภาคบริการอุตสาหกรรมเดินทางและท่องเที่ยวได้รับผลมากที่สุด ตราบใดที่ยังไม่มีวัคซีนการเดินทางไปต่างประเทศจะเป็นเรื่องยุ่งยาก ค่าใช้จ่ายสูง เช่น ต้องตรวจสุขภาพทั้งขาไปขากลับ เมื่อนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง อุตสาหกรรมการบิน การท่องเที่ยว โรงแรมที่พัก ร้านค้า ธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะหดตัวตาม

Dave Calhoun หัวหน้าผู้บริหาร Boeing ขอให้พนักงานลูกจ้างบริษัทลาออกโดยสมัครใจ คาดการณ์ว่าต้องใช้เวลาหลายปีกว่าอุตสาหกรรมการบินจะฟื้นตัว ปัจจุบันมีคนทำงานกับบริษัท 150,000 คนทั่วโลก Lufthansa สายการบินเยอรมนีเป็นอีกบริษัทที่แถลงชัดว่าต้องใช้เวลาหลายปีกว่าอุตสาหกรรมการบินโลกจะฟื้นตัวดังเดิม บริษัทได้ปลดระวางเครื่องบินขนาดใหญ่หลายลำแล้วเพราะประเมินว่าผู้โดยสารจะลดลง

ขณะที่การระบาดยังไม่สิ้นสุด บางคนบางบริษัทอาจรู้อนาคตตนเองแล้ว

            หลายปีที่ผ่านมาการเรียนออนไลน์เป็นที่นิยมมากขึ้น เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาในชั้นเรียน ในอนาคตการเรียนการสอนออนไลน์ทวีความสำคัญกว่าเดิม การศึกษาในชั้นเรียนยังมีความจำเป็นและจะเป็น “ของแพง” มีไว้สำหรับคนที่จ่ายได้ จินตนาการว่านักเรียนในชั้นต้องนั่งห่างกัน 2 เมตร มีระบบดูแลป้องกันติดเชื้อตลอดเวลา มหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกจะรับนักศึกษาได้มากขึ้น มหาวิทยาลัยเกรดต่ำจะหายไป

ภาพที่สดใสหลังพ้นวิกฤตโควิด-19 คือแรงงานทั้งหมดกลับไปทำงานตามเดิม แต่ที่หลายคนกังวลคือจะเป็นเช่นนั้นจริงหรือ จะต้องใช้เวลากี่เดือนหรือกี่ปี แรงงานที่ยังไม่กลับเข้าทำงานจะรอได้แค่ไหน ทางออกที่พอเห็นคือหางานใหม่ โอกาสมีสำหรับผู้ใฝ่เรียนรู้ ปรับปรุงเปลี่ยนแปลง องค์การอนามัยโลกชี้ว่าโลกกำลังขาดแคลนพยาบาลต้องการเพิ่ม 6 ล้านคน เมื่อกลางเดือนเมษาบริษัท Amazon รับลูกจ้างเพิ่มแล้ว 100,000 คนและยังต้องการเพิ่มอีก 75,000 คน ในวิกฤตมีโอกาส บริษัทซื้อขายออนไลน์กำลังทำกำไรมหาศาล

ในช่วงเวลาที่อยู่กับบ้านต้องไม่นิ่งนอนใจ ต้องขวนขวายฝึกทักษะใหม่ หาช่องทางอาชีพใหม่ หารายได้หลายทาง ไม่ควรคาดหวังว่ารัฐบาลจะเลี้ยงดูคนตกงานตลอดไป

การเมืองจะรุ่งหรือรุ่งริ่ง :

ท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 คะแนนนิยมของรัฐบาลแมร์เคิลพุ่งพรวด คนเยอรมันร้อยละ 72 เห็นว่ารัฐบาลบริหารประเทศถูกทาง สนับสนุนการนำที่เข้มงวด ให้ทุกคนพยายามอยู่แต่ในบ้าน

ล่าสุดเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้สมัคร ส.ส. จากพรรคร่วมรัฐบาลเกาหลีใต้ชนะเลือกตั้งทั่วประเทศอย่างถล่มทลาย ประชาชนชื่นชมการแก้ปัญหาโรคระบาดซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในขณะนี้ ที่น่าสนใจคือแม้เสี่ยงติดเชื้อแต่กว่า 29 ล้านคนออกไปเลือกตั้ง (66.2 เปอร์เซ็นต์ของผู้มีสิทธิทั้งหมด) เป็นสถิติสูงสุดในรอบ 28 ปี นักวิเคราะห์ชี้ว่าคนตั้งใจออกไปเลือกเพราะต้องการแสดงท่าทีสนับสนุนรัฐบาล สนับสนุนประธานาธิบดี มุน แจ-อิน (Moon Jae-in)

เชื้อโควิด-19 อาจทำให้บางรัฐบาลได้ดิบได้ดีหรือต้องม้วนเสื่อกลับบ้านเพราะเรื่องนี้เพียงเรื่องเดียว

โอกาสและความท้าทายของประเทศ :

IMF ประเมินล่าสุดว่าเศรษฐกิจปีนี้จะย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่ Great Depression เป็นต้นมา (ย่ำแย่ที่สุดในรอบ 90 ปี) เศรษฐกิจโลกปีนี้จะหดตัว 3 เปอร์เซ็นต์ จากที่เคยคาดว่าจะโต 3.3 เปอร์เซ็นต์ คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะหดตัว 5.9 เปอร์เซ็นต์ ยูโรโซนหดตัว 7.5 เปอร์เซ็นต์ ส่วนจีนโต 1.2 เปอร์เซ็นต์ คนยากจนขึ้น ความเหลื่อมล้ำอาจมากขึ้น น่าจะเริ่มฟื้นตัวปีหน้า

            จะเห็นว่ามีทั้งประเทศที่ติดลบมาก ติดลบน้อย หรือยังมีบวกนิดหน่อย

โควิด-19 ทำให้การแข่งขันการค้าขายระหว่างประเทศเปลี่ยนไป ซึ่งหมายถึงรายได้เข้าประเทศ การจ้างงาน อุตสาหกรรมเดินเครื่อง รัฐไม่ต้องสูญเสียงบประมาณมหาศาลเพื่ออุ้มชูดูแลประชาชน ระบบเศรษฐกิจ เป็นโอกาสของประเทศที่ฟื้นตัวได้ก่อน เกิดความได้เปรียบเป็นผู้ส่งออกสินค้าทุกชนิดที่ตลาดโลกต้องการ

            การฟื้นตัวไม่อาจเกิดขึ้นหากคนในชาติไม่ร่วมมือ 1 คนที่ติดเชื้ออาจทำให้อีกหลายคนติดเชื้อ เป็นปัญหาไม่รู้จบ สิ่งที่รัฐบาลพยายามพัฒนาหลายสิบปี ธุรกิจที่สร้างตัวหลายชั่วอายุคนอาจรุ่งหรือดับในคราวนี้

            อีกประเด็นที่น่าคิดคือ หลายประเทศจำต้องให้ประชาชนนับล้านคนอยู่ในบ้าน รัฐบาลทุ่มงบประมาณมหาศาลอัดฉีดเลี้ยงดูทั้งระบบ น่าคิดว่าเงินกู้เหล่านี้บวกกับหนี้สินเดิมจะส่งผลอย่างไรต่อภาวะเศรษฐกิจการเงินการคลังในอนาคต หวังว่าเมื่อพ้นวิกฤตไวรัสโคโรนาแล้วจะไม่พบวิกฤตหนี้สาธารณะหรือวิกฤตอื่นๆ  กลายเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤต หากประเทศใดผิดพลาดในการแก้ปัญหารอบนี้ มีการทุจริตคอร์รัปชันมากมาย อาจต้องถอยหลังอีกหลายปีหรือนานกว่านั้นซึ่งหมายถึงความทุกข์ยาก ความเจ็บปวดของประชากรในประเทศ

ผลต่อระบบโลก :

            การ disrupt ครั้งนี้กระเทือนระบบเศรษฐกิจการเมืองโลก น่าติดตามว่าประเทศใดจะเป็นฝ่ายได้ประโยชน์ ประเทศใดจะถดถอย

            บทเรียนจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สอนว่าเยอรมนีผู้พ่ายแพ้สงครามสูญเสียฐานะความเป็นมหาอำนาจ สูญเสียอาณานิคม ประเทศถูกแยกเป็น 2 ส่วน (ก่อนรวมได้อีกครั้ง) ส่วนสหราชอาณาจักรกับฝรั่งเศสแม้เป็นฝ่ายชนะสงคราม แต่อุตสาหกรรมย่อยยับ บ้านเรือนพังพินาศ ไม่อาจรักษาอิทธิพลดังเดิม สูญสิ้นความเป็นมหาอำนาจที่ดำรงมานานนับร้อยปีเช่นกัน สหรัฐกลายเป็นประเทศที่ก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจโลกอย่างเต็มภาคภูมิและต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

            ในรอบนี้ความเป็นมหาอำนาจโลกจะเปลี่ยนแปลงหรือไม่ อย่างไร

            โควิด-19 ทำร้ายโลกาภิวัตน์หลายทาง โดยเฉพาะห่วงโซ่การผลิต การเดินทางไปมาหาสู่ระหว่างประเทศ ในขณะเดียวกันส่งเสริมการใช้อินเตอร์เน็ทให้แพร่หลายกว่าเดิม ผู้คนเชื่อมต่อกันด้วยอินเตอร์เน็ทไม่ว่าจะเพื่อการศึกษา ค้าขาย บริโภค สังคมออนไลน์

            อย่างไรก็ตาม ในที่สุดโลกจะมีวัคซีนมียารักษา เมื่อถึงเวลานั้นความกังวลต่อโควิด-19 จะค่อยๆ หายไป เป็นประเด็นที่น่าติดตาม

ระดับปัจเจกและครอบครัว :

ผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวนหนึ่งจะไม่แสดงอาการใดๆ ออกมา และจะแสดงเมื่อป่วยหนักแล้ว ถ้าสมาชิกคนหนึ่งในบ้านติดเชื้อและไม่แสดงอาการ คนในบ้านที่เหลือย่อมเสี่ยงติดเชื้อมาก หากเชื้อเข้าไปถึงปอดและทำลายเนื้อเยื่อปอด สุขภาพของผู้ป่วยจะไม่เหมือนเดิม ไม่สามารถทำงานตามปกติ อย่าพยายามเสี่ยงเพราะคิดว่าไม่ตาย โอกาสตายน้อยแต่อาจไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติอีกต่อไป

            ความสูญเสียร้ายแรงที่สุดคือการเสียชีวิต คือความสูญเสียของนับแสนนับล้านครอบครัว ชีวิตของหลายล้านคนจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ส่วนคนที่รอดจากการ disrupt ครั้งนี้และพัฒนาเปลี่ยนแปลงตนเอง เปิดใจหาโอกาสใหม่ๆ อาจเป็นผู้เก็บเกี่ยวสิ่งดีมากมายที่รออยู่

            โควิด-19 เป็นทั้งโอกาสและ disruptor

19 เมษายน 2020

ชาญชัย คุ้มปัญญา

(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ สถานการณ์โลกไทยโพสต์ ปีที่ 24 ฉบับที่ 8561 วันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2563)

-------------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง : 

ยุทธศาสตร์ชนะโควิด-19 ด้วยการให้

ถ้าทุกคนแบ่งปันแก่กันและกัน ทุกคนจะได้และมีเพียงพอ การกักตุนหายไป รวมถึงความวิตกจริต จมอยู่ในความทุกข์โศก เพราะการ ให้เปลี่ยนโลกจากความวิตกกังวลสู่โลกที่ปรารถนาดีต่อกัน 

บรรณานุกรม :

1. วรากรณ์ สามโกเศศ. (2016, มีนาคม 9). การปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่4. ไทยพับลิก้า. Retrieved from https://thaipublica.org/2016/03/varakorn-153/

2. Amazon fills 100,000 jobs, will add 75,000 more. (2020, April 14). The Jakarta Post. Retrieved from https://www.thejakartapost.com/news/2020/04/14/amazon-fills-100000-jobs-will-add-75000-more.html

3. Boeing unveils voluntary layoffs and early retirement packages. (2020, April 2). New York Post. Retrieved from https://nypost.com/2020/04/02/boeing-unveils-voluntary-layoffs-and-early-retirement-packages/

4. Coronavirus: Angela Merkel's approval ratings up amid health crisis. (2020, April 3). Al Jazeera. Retrieved from https://www.dw.com/en/coronavirus-angela-merkels-approval-ratings-up-amid-health-crisis/a-53001405

5. IMF says the world will ‘very likely’ experience worst recession since the 1930s. (2020, April 14). CNBC. Retrieved from https://www.cnbc.com/2020/04/14/imf-global-economy-to-contract-by-3percent-due-to-coronavirus.html

6. Lufthansa retires big jets, says rebound could take years. (2020, April 7). AP. Retrieved from https://apnews.com/f5367407517cc4b3a06a5048820665b4

7. Ruling party's landslide election win to give boost to President Moon's reform drive. (2020, April 16). Yonhap. Retrieved from https://en.yna.co.kr/view/AEN20200416001751315?section=national/politics

8. WTO sees 'ugly' trade plunge, likely worse than financial crisis. (2020, April 8). Reuters. Retrieved from https://www.reuters.com/article/us-trade-wto/wto-sees-ugly-trade-plunge-likely-worse-than-financial-crisis-idUSKBN21Q1VM?il=0

-----------------------------

ที่มาภาพ : Yonhap News

การเมืองระหว่างประเทศระหว่างจีนกับสหรัฐว่าด้วยโควิด-19

โควิด-19 กลายเป็นอีกสนามของการต่อสู้ระหว่างชาติมหาอำนาจ น่าคิดว่าหากร่วมมือกันจะช่วยรักษาชีวิตได้กี่คน ลดความสูญเสียมากเพียงไร แม้กระทั่งต่อพลเมือง เศรษฐกิจสังคมของตนเอง

             ในขณะที่นานาชาติกำลังสู้กับเชื้อไวรัสโคโรนา โควิด-19 หลายประเทศกำลังปล้ำสู้ทั้งด้านสาธารณสุข เศรษฐกิจสังคม ในอีกด้านหนึ่งรัฐบาลสหรัฐกับจีนกำลังขับเคี่ยวทางการเมืองระหว่างประเทศ

จีนเป็นเป้าการเล่นงานของสหรัฐ :

กลางสัปดาห์ที่ผ่านมาหน่วยข่าวกรองสหรัฐเผยว่าแท้จริงแล้วยอดผู้ยืนยันติดเชื้อของจีนยังสูงกว่าสหรัฐ (ตามข้อมูล Reuters ยอดสะสมของสหรัฐเมื่อ 1 เมษายนอยู่ที่กว่า 187,000 คน ส่วนจีนราว 81,500 คน) ผู้ให้ข้อมูลไม่ยอมเปิดเผยตัวข่าวกรองให้เหตุผลว่าเป็นความลับ

Ben Sasse วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกัน แถลงว่าเป็นเรื่องโกหกที่ยอดเสียชีวิตของสหรัฐสูงกว่าจีน (ตามข้อมูล Reuters ยอดผู้เสียชีวิตของสหรัฐเมื่อ 1 เมษายน อยู่ที่กว่า 3,800 คน ส่วนจีนราว 3,300 คน) รัฐบาลคอมมิวนิสต์จีนยังคงพูดเท็จเหมือนเคย เพื่อปกป้องระบอบของตน

ประเด็นนี้มองได้ 2 แง่ ด้านแรกคือรัฐบาลจีนปกปิดข้อมูลตามข้อกล่าวหา ระบบของจีนสามารถสร้างข้อมูลเท็จ รายงานเท็จได้ตลอดเวลา ไม่อาจปฏิเสธความเป็นไปได้ อีกแง่มุมคือฝ่ายสหรัฐพยายามสร้างเรื่องเท็จเพื่อให้สังคมอเมริกันเกิดความสับสน สุดท้ายกลายเป็นว่าไม่มีอะไรที่เชื่อถือได้ ไม่มีใครรู้จริงว่าจีนหรือสหรัฐที่เสียชีวิตมากกว่า ใครบางคนในสหรัฐจะพูดไปเรื่อยๆ ว่าจีนเสียชีวิตมากกว่า (ฝ่ายที่ใช้แนวทางนี้จะยืนกระต่ายขาเดียวใช้แต่ข้อมูลลับของตน ไม่ใช้ข้อมูลนานาชาติ และจะไม่เปิดเผยรายละเอียดข้อมูลของตน อ้างว่าเป็นความลับ) เป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่ง

            เดือนที่แล้ว (มีนาคม) รัฐบาลทรัมป์แสดงท่าทีอย่างชัดเจนว่า จีนต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายและคนอเมริกันที่เสียชีวิต ไมค์ ปอมเปโอ (Mike Pompeo) รมต.ต่างประเทศสหรัฐชี้ว่าเหตุที่แพร่ระบาดหนักเพราะรัฐบาลจีนไม่ให้ความร่วมมือกับสหรัฐต้านการแพร่ระบาดแต่แรก

            เป็นตัวอย่างชี้ว่าจีนเป็นเป้าหมายเล่นงานของสหรัฐในเหตุวิกฤตโควิด-19

(ภาพ : ยอดผู้ยืนยันติดเชื้อ ผู้เสียชีวิตและหายป่วยแล้ว เมื่อ 3 เมษา)

ความน่ากลัวของจีนจากมุมมองสหรัฐ :

            ในขณะที่มาตรการของจีนเห็นผลสามารถควบคุมโรคระบาด ส่งความช่วยเหลือแก่นานาชาติ แต่รัฐบาลสหรัฐกับบางประเทศมองเป็นลบ ชี้ว่าจีนกำลังแผ่อิทธิพลครอบงำโลก

            แนวคิดนี้ยึดหลักว่าจีนหวังมีอิทธิพลต่อโลกดังเช่นอดีตกาล อาณาจักรบริวารจะต้องเคารพนบนอบ ส่งส่วยแก่จักรพรรดิจีน บางข้อมูลถึงกับกล่าวหาจีนตั้งใจแพร่เชื้อไวรัสโคโรนาแก่ประเทศต่างๆ เพื่อจะได้ส่งออกสินค้า รัฐบาลจีนไม่สนใจว่าจะต้องใช้วิธีการใด ขอเพียงให้เศรษฐกิจเติบโต ดังจะเห็นว่าตอนนี้หลายประเทศซื้อเวชภัณฑ์จีน

            อีกทั้งการแพร่เชื้อเป็นแผนบ่อนทำลายคะแนนนิยมของประธานาธิบดีทรัมป์ รัฐบาลจีนจะดีอกดีใจหากสามารถล้มทรัมป์ ทำลายเศรษฐกิจอเมริกา

Josep Borrell ผู้มีบทบาทสูงด้านการต่างประเทศสหภาพยุโรปกล่าวว่า จีนตั้งใจใช้ความช่วยเหลือเป็นเครื่องมือการทูต บ่อนทำลายยุโรปไปในตัว เป็นแนวทางเดิมๆ ที่รัฐบาลคอมมิวนิสต์จีนใช้

            นักวิชาการบางคนตั้งคำถามว่าความช่วยเหลือจากจีนจะทำให้ยุโรปแยกเป็น 2 ขั้วหรือไม่ เกิดฝ่ายสนับสนุนจีนกับฝ่ายที่ต้านจีน ตามยุทธศาสตร์แบ่งแยกแล้วปกครอง ทุกวันนี้ชาติยุโรปหลายประเทศหันเหเทใจให้จีน ประเทศที่รับผลประโยชน์จากจีนจะแสดงท่าทีชื่นชมจีน เรื่องน่ากลัวว่านั้นคือหากยุโรปกู้ยืมเงินจีน เปิดทางให้ทุนจีนเข้าประเทศ

            จีนฉวยโอกาสเอาประโยชน์ในยามที่ยุโรปวิกฤติ ยามที่สหรัฐกำลังวุ่นวายแก้ปัญหา Rush Doshi จาก Brookings Institution อธิบายว่าจีนหวังแทนที่ภาวะผู้นำโลกของสหรัฐเรื่อยมา วิกฤตครั้งนี้กลายเป็นโอกาสครั้งสำคัญของจีน ยิ่งแพร่ระบาดมากเพียงไร ความช่วยเหลือจากจีนยิ่งจำเป็นและเป็นที่ต้องการ จะเห็นว่าตอนนี้หลายประเทศขาดแคลนหน้ากากอนามัย ชุดป้องกัน ฯลฯ จีนส่งความช่วยเหลือแก่หลายสิบประเทศ มีความต้องการต่อเนื่อง ผู้คนมากมายทั่วโลกชื่นชมสรรเสริญ

            อิทธิพลของจีนกำลังแผ่ครอบงำโลกจริงๆ

ตลกร้ายของเรื่องคือต้นเดือนเมษาที่ผ่านมา รัสเซียส่งเวชภัณฑ์บรรทุกด้วยเครื่องบินเต็มลำแก่สหรัฐหลังทรัมป์รับความช่วยเหลือ ทรัมป์พูดชมว่า “very nice” ประธานาธิบดีปูตินกล่าวว่า “ทรัมป์รับความช่วยเหลือด้วยความขอบคุณ” อันที่จริงมีข่าวรัสเซีย “ของขาด” เหมือนกัน ยอดผู้ยืนยันติดเชื้อกำลังพุ่งพรวดแต่สามารถไปรับเวชภัณฑ์ที่จีนได้ไม่จำกัด ดังนั้นของที่ผลิตในรัสเซียส่งไปช่วยสหรัฐแล้วของที่ผลิตจากจีนไปช่วยรัสเซีย

            รัฐบาลสหรัฐมองความช่วยเหลือจากจีนเป็นแง่ลบ แต่ไม่เป็นเช่นนั้นเมื่อมาจากรัสเซีย

จีนเล่นงานสหรัฐ :

            ย้อนหลังเมื่อรัฐบาลจีนสามารถลดการแพร่ระบาด ประธานาธิบดีทรัมป์ทวิตข้อความชื่นชมว่าสี จิ้นผิง เป็นผู้นำที่ “เข้มแข็ง หลักแหลม มุ่งมั่นนำ (ประเทศ) สู้ไวรัสโคโรนา ...จีนมีวินัยเป็นเลิศ ประธานาธิบดีสีนำอย่างเข้มแข็งจึงประสบความสำเร็จ”

            แต่เมื่อยอดผู้ยืนยันติดเชื้อในสหรัฐเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คำพูดของทรัมป์เปลี่ยนไป เกิดคำว่า “Chinese Virus” วิกฤติโควิด-19 ในสหรัฐกลายเป็นความผิดของจีน

Global Times สื่อจีนโต้ว่าเหตุที่สหรัฐระบาดหนักเพราะผู้นำประเทศไม่ยอมใช้มาตรการสกัดโรคเข้มข้นตั้งแต่ต้น พยายามเสนอภาพแง่บวกแก่สังคม ทำให้คนอเมริกันไม่ป้องกันระวังตัวเท่าที่ควร ถึงกระนั้นก็ตามรัฐบาลทรัมป์ยังไม่ยอมรับผิด ถึงกับพูดว่าหากมีคนตายแค่ 1 แสนนับว่ารัฐบาลทำงานได้ดีมากแล้ว (“a very good job”)

นักวิเคราะห์บางคนชี้ว่าเหตุที่รัฐบาลทรัมป์พยายามเสนอภาพแง่บวก เช่น บอกว่าอาจจะยกเลิกมาตรการให้อยู่แต่ในบ้านภายในวันที่ 12 เมษา ให้กิจการต่างๆ กลับมาเปิดตามปกติเพราะห่วงคะแนนเสียง ห่วงว่าจะไม่ชนะเลือกตั้งปลายปีนี้มากว่าชีวิตคนอเมริกัน การวิเคราะห์เช่นนี้มาจากหลักฐานที่ว่ารัฐบาลทรัมป์พยายามสกัดข้อมูลแง่ลบต่อเศรษฐกิจสังคมเรื่อยมา พูดเรื่องดีปกปิดเรื่อยร้าย แนนซี เพโลซี (Nancy Pelosi) แกนนำพรรคเดโมแครทกล่าวว่าการที่ประธานาธิบดีพยายามมองโลกแง่ดี ตีความการแพร่ระบาดช่วงต้นๆ ว่าไม่เป็นภัยร้ายแรงกลายเป็นเรื่องร้ายแรงถึงตาย

ฮิลลารี คลินตัน (Hillary Clinton) กล่าวว่า “ประธานาธิบดี (ทรัมป์) ใช้ถ้อยคำเหยียดผิว (Chinese virus) เพื่อปกปิดความล้มเหลวที่ไม่ได้จัดการไวรัสโคโรนาอย่างจริงจังตั้งแต่ต้น” ขอให้ใครอย่าหลงกล

ผู้เชี่ยวชาญบางคนเสนอให้ปิดทั้งประเทศทันทีแต่จนบัดนี้รัฐบาลยังลังเลใจ ค่อยๆ ขยับทีละนิด ตรวจสอบคะแนนเสียงของตนไปเรื่อยๆ ว่าอะไรได้คะแนนอะไรเสียคะแนน ผลคือการแพร่ระบาดอย่างรุนแรงในขณะนี้

เป็นความท้าทายของมนุษยชาติ :

นายทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส (Tedros Adhanom Ghebreyesus) ผอ.ใหญ่องค์การอนามัยโลกกล่าวว่าทางเดียวที่จะเอาชนะการแพร่ระบาดคือทุกประเทศต้องเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ร่วมมือกัน

ลีเซียนลุง (Lee Hsien Loong) นายกฯ สิงคโปร์เห็นว่าการกล่าวโทษซึ่งกันและกันระหว่างสหรัฐกับจีนไม่ช่วยแก้ปัญหา เป็นเวลาที่นานาชาติต้องร่วมมือกันโดยเฉพาะจีนกับสหรัฐ

ภัยโควิด-19 เป็นความท้าทายของมนุษยชาติ ไม่ใช่ของประเทศใดประเทศหนึ่ง บางประเทศอาจดูแลตัวเองได้แต่มีอีกหลายประเทศที่จำต้องได้รับความช่วยเหลือ ความร่วมมือจากประเทศอื่นๆ

            แม้การแพร่ระบาดกำลังวิกฤตแต่การเมืองโลกยังต้องสู้ต่อ โควิด-19 กลายเป็นอีกสนามของการขับเคี่ยวระหว่างชาติมหาอำนาจ แน่นอนว่าจีนหวังได้คะแนนจากนานาชาติ ลดการปิดล้อม ทั้งยังหวังผลประโยชน์จากเวทีระหว่างประเทศ ส่วนชนชั้นปกครองสหรัฐจำต้องสู้ไม่ถอย เกี่ยวข้องกับอำนาจผลประโยชน์มหาศาล น่าคิดว่าหากร่วมมือกันจะช่วยรักษาชีวิตได้กี่คน ลดความสูญเสียมากเพียงไร แม้กระทั่งต่อพลเมือง เศรษฐกิจสังคมของตนเอง หรือต้องสังเวยให้กับความมั่นคงแห่งชาติตามแนวทางของตน

5 เมษายน 2020

ชาญชัย คุ้มปัญญา

(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ สถานการณ์โลกไทยโพสต์ ปีที่ 24 ฉบับที่ 8547 วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2563)

------------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง 

โควิด-19 สงครามโลกในยุคโลกาภิวัตน์

การแพร่ระบาดครั้งนี้อาจมองว่าเป็นสงครามโลก เป็นสงครามที่นานาชาติ คนเกือบทั้งโลกต้องสู้กับเชื้อชนิดใหม่ สงครามที่สร้างความเสียมหาศาล อาจต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะฟื้นตัวกลับมา 

บรรณานุกรม :

1. Anti-China chorus can't mask country's contributions to virus fight: Global Times editorial. (2020, March 30). Global Times. Retrieved from https://www.globaltimes.cn/content/1184227.shtml

2. China Concealed Extent of Virus Outbreak, U.S. Intelligence Says. (2020, April 1). Bloomberg. Retrieved from https://www.bloomberg.com/news/articles/2020-04-01/china-concealed-extent-of-virus-outbreak-u-s-intelligence-says

3. Cooperation possible if US politicians end paranoia. (2020, March 26). Global Times. Retrieved from https://www.globaltimes.cn/content/1183975.shtml

4. Coronavirus: Russia sends plane full of medical supplies to US. (2020, April 1). The Guardian. Retrieved from https://www.theguardian.com/world/2020/apr/01/coronavirus-russia-sends-plane-full-of-medical-supplies-to-us

5. Don’t fall for it! Trump is using “Chinese Virus” label to cover up his mishandling of coronavirus. (2020, March 19). People's Daily Online. Retrieved from http://en.people.cn/n3/2020/0319/c90000-9670125.html

6. EU split over China’s ‘face mask’ diplomacy. (2020, March 28). Asia Times. Retrieved from https://asiatimes.com/2020/03/eu-split-over-chinas-face-mask-diplomacy/

7. G7 leaders vow to do whatever necessary to overcome coronavirus shock. (2020, March 17). Japan Times. Retrieved from https://www.japantimes.co.jp/news/2020/03/17/business/g7-coronavirus-shock/#.XnBEBnIzbZ5

8. Japan’s imports from China plummet as virus shuts factories. (2020, March 18). The Asahi Shimbun. Retrieved from http://www.asahi.com/ajw/articles/13224889

9. Not Just China: U.S. Reliance On Foreign Medical Supplies Is Staggering. (2020, March 27). The American Conservative. Retrieved from https://www.theamericanconservative.com/articles/just-how-dependent-is-america-on-foreign-medical-supplies/

10. The Problem With China’s Victory Lap. (2020, March 28). The Atlantic. Retrieved from https://asiatimes.com/2020/03/eu-split-over-chinas-face-mask-diplomacy/

11. Trump says keeping US Covid-19 deaths to 100,000 would be a ‘very good job’. (2020, March 30). The Guardian. Retrieved from https://www.theguardian.com/world/2020/mar/30/trump-says-keeping-us-covid-19-deaths-to-100000-would-be-a-very-good-job

12. US and China swapping insults, blaming each other for COVID-19 won’t help solve the problem: PM Lee. (2020, March 30). Channel News Asia. Retrieved from https://www.channelnewsasia.com/news/singapore/us-and-china-swapping-insults-blaming-each-other-for-covid-19-12588302

13. US political elites attempt to save economy before people’s lives. (2020, March 28). Global Times. Retrieved from https://www.globaltimes.cn/content/1184026.shtml

14. Virus unleashes racism in Western societies. (2020, February 2). Global Times. Retrieved from https://www.globaltimes.cn/content/1178267.shtml

15. Wake Up America -- China is the Pandemic. (2020, March 26). American Thinker. Retrieved from https://www.americanthinker.com/articles/2020/03/wake_up_america_emchinaem_is_the_pandemic.html

-----------------------------

ที่มาภาพ : https://www.worldometers.info/coronavirus/