ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เกาะติดประเด็นร้อน "การตอบโต้ระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐฯ และพันธมิตร” (2)

สรุปสถานการณ์: (อัพเดท 5 เม.ษ. 14.50 น.) นับจากที่เกาหลีเหนือเริ่มตอบโต้สหรัฐฯ มาตรการคว่ำบาตรจากคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติที่ 2094 (7 มีนาคม 2013) สถานการณ์ตึงเครียดและเป็นเรื่องจริงจังมากขึ้น ถึงจุดนี้ถือว่าสถานการณ์ใกล้จุดแตกหักแล้ว เมื่อทางการเกาหลีเหนือประกาศว่า อาจเกิดสงคราม “ไม่วันนี้ก็พรุ่งนี้”
            หากมองย้อนทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากมุมของเกาหลีเหนือ ตลอดสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมารัฐบาลเกาหลีเหนือได้ประกาศย้ำแล้วย้ำเล่าว่าประเทศกำลังจะถูกจักรวรรดินิยมอเมริการุกราน ขอให้ทหารและประชาชนทุกคนพร้อมใจปกป้องอธิปไตย
            การเตรียมพร้อมรับมือสงครามดำเนินทีละขั้น ตั้งแต่ประกาศอ้างว่าสหรัฐกับเกาหลีเหนือทำการซ้อมรบ (เป็นการซ้อมรบประจำปี) เพื่อระดมกำลังเตรียมทำสงคราม เกาหลีเหนืออาจจะตอบโต้ด้วยการชิงโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ก่อน
            ต่อมาสื่อเกาหลีเหนือนำเสนอภาพของผู้นำคิม จ็อง-อึน ตรวจเยี่ยมหน่วยรบต่างๆ อย่างต่อเนื่องติดต่อหลายวัน ในขณะที่สหรัฐฯ ตอบโต้การยั่วยุรายวันเช่นกัน ด้วยการส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ B-52, B-2 บินเหนือน่านฟ้าเกาหลีใต้ ต่อมาคือเครื่องบิน F-22 ประกาศส่งเรือรบไปคาบสมุทรเกาหลี
            สถานการณ์ตึงเครียดเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เกาหลีเหนือประกาศตัดโทรศัพท์สายด่วนกับเกาหลีใต้ และประกาศว่าประเทศอยู่ในภาวะสงคราม ในเวลาไล่เลี่ยกันประธานาธิบดีเกาหลีใต้ประกาศว่าขอให้ทหารเตรียมพร้อมเต็มอัตราศึก ให้ตอบโต้ได้โดยทันทีโดยไม่ต้องลังเล
            ด้านทางการเกาหลีเหนือประกาศว่า อาจเกิดสงคราม “ไม่วันนี้ก็พรุ่งนี้” (แหล่งข่าว AFP, http://uk.news.yahoo.com/north-korea-poses-real-clear-danger-us-184425168.html) พร้อมกับข่าวประกอบสถานการณ์อื่นๆ เช่น แหล่งข่าวทางทหารที่ไม่เปิดเผยของเกาหลีใต้ให้ข้อมูลว่า เกาหลีเหนือเคลื่อนขีปนาวุธพิสัยกลางมูซูดาน (Musudan) พิสัย 3-4 พันกิโลเมตร มายังชายฝั่งด้านตะวันออก ทำให้เกาะกวมตกเป็นเป้าโจมตี (แหล่งข่าว The Korea Herald, http://www.koreaherald.com/view.php?ud=20130404000788)
            ดังนั้น จากลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้ข้อสรุปว่าสถานการณ์คาบสมุทรเกาหลีตึงเครียดมากขึ้น ทางการเกาหลีเหนือปลุกเร้าให้กองทัพ ประชาชนทั่วประเทศเตรียมทำสงคราม จนวันนี้มาถึงจุดว่าอาจเกิดสงครามไม่วันนี้ก็พรุ่งนี้
คืบหน้าล่าสุด: (อัพเดท เม.ษ. 14.50 น.)
            ข่าวด่วน สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานจากแหล่งข่าวทางทหารของเกาหลีใต้ว่า เกาหลีเหนือได้บรรจุขีปนาวุธพิสัยกลางมูซูดานสองลูกบนแท่นยิง ขีปนาวุธดังกล่าวตั้งอยู่ใกล้ชายฝั่งตะวันออกของประเทศ เชื่อว่ามีพิสัยยิงไกลถึงเกาะกวม เกาหลีใต้ได้ส่งเรือพิฆาตเอจิสไปเฝ้าระวังตรวจเพื่อจับทิศทางของขีปนาวุธหากถูกยิงออกไป (แหล่งข่าว Yonhap, http://english.yonhapnews.co.kr/national/2013/04/05/59/0301000000AEN20130405004351315F.HTML)
            สถานการณ์วันนี้ืยังมึเหตุสร้างความตึงเครียดเช่นเดิม

วิเคราะห์: (อัพเดท 5 เม.ษ. 14.50 น.)
            การวิเคราะห์ยังคงแนวทางเดิมว่า เชื่อว่าไม่เกิดสงครามเต็มรูปแบบ แต่มีโอกาสปะทะกันในขอบเขตจำกัด (อาจจะเกิดหรือไม่เกิด) เป็นเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต สอดคล้องกับคำถามว่า เหตุการณ์ที่น่าจะเกิดขึ้นต่อจากนี้คืออะไร เมื่อทางการเกาหลีเหนือได้ปลุกเร้าความรู้สึกทั้งประเทศมาจึงจุดนี้แล้ว
            การติดตั้งขีปนาวุธมูซูดาน ยังไม่มีข้อพิสูจน์ว่าเกาหลีเหนือต้องการยิงเกาะกวมหรือประเทศดใดประเทศหนึ่ง อาจเป็นเพียงการยิงเพื่อแสดงแสนยานุภาพเท่านั้น
            ที่สำคัญกว่าการติดตามเหตุการณ์รายวัน คือการไตร่ตรองว่า แม้สถานการณ์ตึงเครียดยังดำเนินต่อไป แต่การปลุกเร้า การข่มขู่คุกคามย่อมต้องมีจุดสิ้นสุด เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้จึงสำคัญ และนำสู่คำถามต่อไปว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นจะจบลงอย่างไร
            สถานการณ์โลกมีเหตุการณ์หลายอย่างที่ไม่ปรากฏต่อสื่อ เชื่อว่าที่สุดแล้วเรื่องนี้จะมีทางออกอันเป็นที่พอใจของทุกฝ่าย
5 เมษายน 2013
ชาญชัย คุ้มปัญญา
-----------------

บทวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้อง:

เกาะติดประเด็นร้อน “การตอบโต้ระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐฯ และพันธมิตร”


ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

สงครามการค้าสหรัฐกับจีน ความจริงกับภาพลวงตา

รัฐบาลทรัมป์ชี้ว่าต้องแก้ปัญหาขาดดุลด้วยการขึ้นภาษีสินค้าจีนและกำลังไปด้วยดี แต่นักวิชาการ องค์การระหว่างประเทศหลายแห่งให้มุมมองตรงข้าม ท่ามกลางผู้คนจำนวนไม่น้อยยังอยู่ในวังวนภาพลวงตา

ความขัดแย้งทางการค้าหรือที่บางคนเรียกว่าสงครามการค้าระหว่างประเทศมีอยู่จริง โดยเฉพาะในกรณีสหรัฐกับจีน อย่างไรก็ตามการนำเสนอให้เป็นเรื่องใหญ่โต เบี่ยงเบนลดทอนความสำคัญของประเด็นอื่นๆ ที่สำคัญไม่แพ้การขาดดุลการค้า
เหตุผลทำไมเป็นการเบี่ยงเบนประเด็น : ประการแรก ไม่แก้ขาดดุลได้จริง จุดเริ่มต้นสงครามการค้าที่พูดกันคือเมื่อรัฐบาลทรัมป์ขึ้นภาษีร้อยละ 10-25 ต่อกลุ่มสินค้าจีน 34,000 ล้านดอลลาร์ ฝ่ายจีนตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีในมูลค่าสินค้าเท่ากัน จากนั้นมีการขึ้นภาษีสินค้าเพิ่มเติม รวมความแล้ว ณ ขณะนี้สหรัฐขึ้นภาษีสินค้าจีนทั้งหมดมูลค่า 200,000 ล้านดอลลาร์ จากการวิเคราะห์พบว่าการขึ้นภาษีสินค้าจีนอาจลดการซื้อสินค้าบางรายการ แต่ไม่น่าจะหยุดการซื้อสินค้าทั้งหมด โดยเฉพาะสินค้าที่ภาษีเพิ่มเพียงร้อยละ 10 ราคาที่สูงขึ้นผู้ขายน่าจะผลักภาระให้กับผู้บริโภค การที่ผู้บริโภคอเมริกันต้องเป็นผู้แบกรับภาระภาษีที่เพิ่มขึ้น เป็นประเด็นที…

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเป็นแง่ลบคือ หมายถึง ความหย่อนยานในทางศีลธรรมจรรยา การไม่คำนึงถึงระเบียบวินัยทางเพศและศาสนา (เช่นพวกฮิปปี้ในอเมริกา) หลักสำค…

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…