ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เกาะติดประเด็นร้อน “การตอบโต้ระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐฯ และพันธมิตร”

4 เมษายน 2013
ชาญชัย
สรุปสถานการณ์: (อัพเดท 4 เม.ษ. 8:00 น.)
            การยั่วยุและการตอบโต้ระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐฯ และพันธมิตรยังไม่สิ้นสุดและเป็นจริงเป็นจังเพิ่มมากขึ้น ทำให้สถานการณ์โดยรวมตึงเครียดกว่าเดิม โดยเฉพาะการแสดงออกจากสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้ 
            นับจากที่เกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธพิสัยไกลเมื่อปลายปีที่ผ่านมา จนถึงการทดสอบนิวเคลียร์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ นำสู่ข้อมติความมั่นคงสหประชาชาติที่  2094 (7 มีนาคม 2013) เพิ่มมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ สถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีเหนือยังคงอ่อนไหว เกาหลีเหนือดำเนินการเตรียมพร้อมทางการทหาร ตัดโทรศัพท์สายตรงกับเกาหลีใต้ ประกาศว่าประเทศอยู่ในภาวะสงคราม อาจชิงโจมตีสหรัฐฯ ด้วยอาวุธนิวเคลียร์ก่อน และประกาศพร้อมรับมือสงครามนิวเคลียร์
            ตลอดสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมาสื่อเกาหลีเหนือกับสำนักข่าวระหว่างประเทศหลายแห่งเสนอข่าวการเตรียมพร้อมรบของเกาหลีเหนือ ผู้นำคิม จอง-อึนเดินสายตรวจเยี่ยมหน่วยทหารต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้สหรัฐฯ ทนไม่ได้ ส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ B-52, B-2 มาบินเหนือน่านฟ้าเกาหลีใต้ และส่งเครื่องบินรบรุ่นใหม่ล่าสุด F-22 ไปประจำการที่ฐานทัพในเกาหลีใต้ โดยถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการซ้อมรบ Foal Eagle และทำหน้าที่ปกป้องเกาหลีใต้ตามพันธะสัญญาที่มีต่อกัน 
          เกาหลีเหนือประกาศว่ากำลังพิจารณาเดินเครื่องเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ทั้งหมดอีกครั้ง เป็นการแสดงการยั่วยุครั้งใหม่ล่าสุด ผู้เชี่ยวชาญเห็นว่าหากเกาหลีเหนือเดินเครื่องเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่มีอายุกว่า 2 ทศวรรษจะสามารถผลิตพลูโตเนียมได้ปีละ 7 กิโลกรัมหรือเท่ากับสามารถผลิตระเบิดนิวเคลียร์ได้ปีละลูก

            แม้ว่าทางการจีนขอให้ทุกฝ่ายอยู่ในความสงบ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามมาพิสูจน์ว่า คำขอของจีนไม่ได้ผล

คืบหน้าล่าสุด: (อัพเดท 4 เม.ษ. 8:00 น.)
            สื่อเกาหลีเหนือเสนอข่าวว่า ณ วันนี้เป็นวันที่คาบสมุทรเกาหลีกำลังเผชิญกับภัยจาสงครามนิวเคลียร์มากที่สุด ทหารและประชาชนเกาหลีเหนือ “ทุกคนจะออกไป” ปกป้องอธิปไตย ร่วมต่อสู้ป้องกันใน “สงครามด้วยอาวุธนิวเคลียร์จากสหรัฐฯ” (แหล่งข่าว Xinhua, http://news.xinhuanet.com/english/world/2013-04/04/c_132283336.htm)
            ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ชัค เฮเกล พบปะกับรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ ยืนยันว่าสหรัฐฯ ยึดมั่นในพันธะสัญญาพันธมิตรกับเกาหลีใต้ และเห็นชอบการเสนอขายเครื่องบินรบรุ่นใหม่ล่าสุด F-35 หรือ F-15 แก่เกาหลีใต้ตามแผนซื้อเครื่องบินรบใหม่ 60 จำนวนลำ “เพื่อต้านความก้าวร้าวในภูมิภาค” (แหล่งข่าว Reuters, http://uk.news.yahoo.com/pentagon-approves-sale-lockheed-boeing-fighters-south-korea-190210553--finance.html)
            ในส่วนของสหรัฐฯ ทางการสหรัฐฯ ประกาศว่าจะติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธที่เกาะกวม ภายหลังจากที่เกาหลีเหนือประกาศหลายครั้งแล้วว่าจะโจมตีเกาะดังกล่าว รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ชัค เฮเกล กล่าวว่า หลายอย่างที่เกาหลีเหนือดำเนินการตลอดสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น “เป็นภัยที่ชัดเจนและเป็นจริง” (แหล่งข่าว Reuters, http://uk.news.yahoo.com/u-sends-missile-defences-guam-over-north-korea-183552264.html)
            นักวิเคราะห์หลายคนเชื่อว่าสถานการณ์ไม่น่าจะนำสู่สงครามเต็มรูปแบบ และเห็นว่าผู้นำคิม จ็อง-อึน ต้องการกระชับอำนาจของตนและสร้างข้อต่อรองกับสหรัฐฯและเกาหลีใต้สำหรับการเจรจาในอนาคต
วิเคราะห์: (อัพเดท 4 เม.ษ. 8:00 น.)
            การที่สื่อสำนักหลักๆ ของโลกนำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่องประกอบกับมีการตอบโต้ด้วยท่าที นโยบาย การเตรียมพร้อมทางทหาร ทำให้สถานการณ์คาบสมุทรเกาหลีเป็นที่จับตาอยู่ตลอดเวลา และทำให้เห็นภาพของความตึงเครียดที่ก่อตัวมากขึ้นๆ
            ในขณะเดียวกัน ไม่อาจปฏิเสธว่าการยั่วยุกับการโต้ตอบไปมาทั้งด้วยวาจาและด้วยการแสดงออกหลายอย่างเป็นความจริง เป็นข้อสรุปเบื้องต้นว่าสถานการณ์ในคาบสมุทครเกาหลีตึงเครียดมากขึ้น
            การพิจารณาเดินเครื่องเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์อีกครั้งเป็นพฤติกรรมยั่วยุครั้งสำคัญ เพราะจะได้แร่พลูโตเนียมที่เกาหลีเหนือใช้ผลิตระเบิดนิวเคลียร์ แต่การจะผลิตตัวระเบิดที่ใช้การได้จริงยังเป็นเรื่องห่างไกล ต้องทดลองวิจัยอีกนาน
            แม้ว่านักวิเคราะห์หลายค่ายหลายสำนักจะคิดเห็นตรงกันว่า โอกาสเกิดสงครามเต็มรูปแบบเป็นไปได้น้อยมาก แต่การปะทะมีโอกาสเป็นไปได้ และเคยเกิดขึ้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการที่เกาหลีเหนือยิงปืนใหญ่ถล่มเกาะแห่งหนึ่งของเกาหลีใต้ที่อยู่ใกล้เกาหลีเหนือ หรือโจมตีเรือรบของเกาหลีใต้ ทั้งสองกรณีฝ่ายเกาหลีใต้มีผู้บาดเจ็บเสียชีวิตเสมอ เหตุการณ์เหล่านี้แม้เป็นการปะทะในกรอบจำกัด แต่จะทำให้สถานการณ์ครุกรุ่นกลายเป็นสถานการณ์ร้อนได้ในทันที
            น่าติดตามว่าอะไรคือเป้าหมายของเกาหลีเหนือ และเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร
------------------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

American exceptionalism กับนโยบายต่างประเทศสหรัฐอเมริกา (1)

เมื่อประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาแสดงสุนทรพจน์ที่เกี่ยวข้องนโยบายต่างประเทศมักจะมีการเอ่ยถึงAmerican exceptionalism หรือหลักการที่อยู่ภายในลัทธิหรือแนวคิดดังกล่าว แม้เป็นคำที่มีการพูดถึงแต่ในทางวิชาการเป็นที่ถกเถียงในความหมาย การตีความ การนำไปใช้ เนื่องจากลัทธิหรือแนวคิดนี้ขาดการพัฒนาอย่างเป็นระบบ อีกทั้งพบว่าบ่อยครั้งผู้ใช้แต่ละคนจะใช้ในความหมายที่แตกต่างกันด้วยเหตุผลเฉพาะเจาะจง ในที่นี้จะอธิบายความหมาย การนำไปใช้ ผลที่เกิดขึ้นทั้งด้านบวกด้านลบ และข้อวิพากษ์ (หมายเหตุ : เนื่องจากความยาวของบทความ จึงแบ่งออกเป็น 3 ตอน)
นิยาม American exceptionalism คือ ลัทธิความเชื่อว่าคนอเมริกันนั้นมีความพิเศษเหนือชนชาติอื่น มีรากฐานมาจากสองแนวคิดคือ อเมริกาเป็นประเทศที่แตกต่างจากประเทศอื่นๆ กับอเมริกาเป็นประเทศที่พิเศษกว่าประเทศอื่นๆ             คำว่า ‘แตกต่าง’ หมายถึงการแตกต่างจากชาติชนชาติอื่นๆ แม้บรรพบุรุษชาวอเมริกันคือชนชาติที่สืบเชื้อสายจากยุโรป แต่คนเหล่านี้ได้พัฒนาค่านิยมวัฒนธรรมของตนเองแตกต่างจากชาวยุโรป ชาวอเมริกันมีจุดเริ่มต้นที่ต้องการเป็นเสรีชน ชนชาติที่ไร้ชนชั้น สังคมปราศจากการแบ่งแยกหรือการต่อส…

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

อุดมการณ์ทางการเมือง (1) นิยาม อุดมการณ์ทางการเมือง

หมายถึง ความคิด ความเชื่อ ที่มีแบบแผนเกี่ยวกับหลักการและคุณค่าทางการเมือง เป็นความคิดความเชื่อที่มีแนวทางแน่นอน มีเหตุผล มีจุดหมายปลายทาง และวัตถุประสงค์ที่มนุษย์พยายามจะดำเนินการให้สัมฤทธิผล
“นิยาม อุดมการณ์ทางการเมือง”
1.ความหมายของอุดมการณ์ทางการเมือง (Political Ideology) มีผู้นิยามหลากหลาย 1.1.หมายถึง ความคิด ความเชื่อ ที่มีแบบแผนเกี่ยวกับหลักการและคุณค่าทางการเมือง เป็นความคิดความเชื่อที่มีแนวทางแน่นอน มีเหตุผล มีจุดหมายปลายทาง และวัตถุประสงค์ที่มนุษย์พยายามจะดำเนินการให้สัมฤทธิผล 1.2.หมายถึง ความคิดความเชื่อที่ทำให้เกิดกลไกควบคุม เพื่อบรรลุเป้าหมายแห่งความคิดความเชื่อนั้น 1.2.1.เช่นอุดมการณ์มาร์กซิสม์ ก่อให้เกิดพรรคคอมมิวนิสต์เพื่อสร้างและควบคุมให้การปกครองบรรลุเป้าหมายของอุดมการณ์ 1.2.2.อุดมการณ์ประชาธิปไตย คือ การเพิ่มพูน ปกป้องเสรีภาพส่วนบุคคล ทำให้เกิดไกกลต่างๆ เช่น พรรคการเมือง กลุ่มผลประโยชน์ การลงมติ เพื่อรักษาความเป็นประชาธิปไตย 1.3.อุดมการณ์มิใช่เป็นเพียงปรัชญาการเมือง อุดมการณ์ทางการเมืองจะเรียกร้องให้มีการกระทำจากผู้ศรัทธาในอุดมการณ์ เกิดความรู้สึกว่าถูกต้องที่จะกระทำตามน…