ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เกาะติดประเด็นร้อน "สถานการณ์แพร่ระบาดของ H7N9" (4)

22 เมษายน 2013
ชาญชัย
สรุปสถานการณ์: (อัพเดท 22 เม.ษ. 7.20 น.)
            รวมผู้ติดเชื้อทะลุ 100 คนแล้ว ยังไม่พบหลักฐานเชื้อแพร่จากคนสู่คน
            ประเด็นที่หลายฝ่ายเป็นกังวลและยังหาคำตอบไม่ได้คือ ไม่ทราบชัดเจนว่าเชื้อแพร่สู่คนได้อย่างไร มาจากสัตว์ปีกเท่านั้นหรือไม่ เพราะมีข้อมูลว่าผู้ติดเชื้อราวครึ่งหนึ่งไม่มีประวัติสัมผัสสัตว์ปีก ทางการจีนกับองค์การอนามัยโลกติดตามกำลังตรวจสอบว่าเชื้อสามารถแพร่จากคนสู่คนได้หรือไม่ จนบัดนี้ยังไม่พบหลักฐานดังกล่าว
            ปัจจุบันยังไม่มียาหรือวัคซีนที่ใช้ได้ผลอย่างจริงจัง ไม่มีวิธีรักษาที่ยอมรับว่าใช้ได้ผลดี ทำให้อัตราเสียชีวิตค่อนข้างสูงคือราวร้อยละ 20 (ด้วยการคำนวณคร่าวๆ) ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงสั่งการให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลท้องถิ่นให้ความสำคัญการแก้ปัญหาไข้หวัดนกที่กำลังแพร่ระบาดในขณะนี้ ผู้ที่ติดเชื้อจะต้องได้รับการรักษาอย่างดี เพื่อลดจำนวนผู้เสียชีวิตให้มากที่สุด ปัจจุบันพบการติดเชื้อใน 6 พื้นที่ ประกอบด้วย 4 มณฑล กับกรุงปักกิ่งและเมืองเซี่ยงไฮ้

คืบหน้าล่าสุด: (อัพเดท 22 เม.ษ. 7.20 น.)
            ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อ 102 คน ในจำนวนนี้เสียชีวิต 20 คน (อัตราเสียชีวิตราวร้อยละ 20) หายป่วยออกจากโรงพยาบาลแล้ว 12 คน อีก 70 คนยังอยู่ระหว่างการรักษาในโรงพยาบาล และยันยันว่ายังไม่พบหลักฐานมีการแพร่เชื้อจากคนสู่คน (China confirms 102H7N9 cases, 20 deaths, Xinhua, 21 April 2013, )
            หลายประเทศเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดไม่เพียงเฉพาะประเทศที่ใกล้ประเทศจีนอย่าง ไต้หวันหรือเขตปกครองฮ่องกง แพทย์ในรัฐมินนิโซตา สหรัฐอเมริกาอยู่ในภาวะเฝ้าระวัง โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เดินทางมาจากประเทศในเอเชียและมีอาการเหมือนเป็นหวัด การประกาศสถานการณ์เตรียมพร้อมรับมือครั้งนี้เป็นครั้งล่าสุดนับจากปี 2009 ที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อสายพันธุ์ H1N1 (Minnesota issues healthalert for new H7N9 flu strain, Star Tribune)

วิเคราะห์(อัพเดท 22 เม.ษ. 7.20 น.)
            แม้ว่าทางการจีนยังยืนยันว่าไม่พบหลักฐานว่าเชื้อแพร่จากคนสู่คน ประเด็นดังกล่าวยังเป็นที่กังวล
            สถานการณ์ล่าสุดคือ การแพร่ระบาดยังดำเนินต่อไปในจีน พบผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าการแพร่ระบาดจะไม่รุนแรงเท่าเชื้อไข้หวัดนกระบาดครั้งก่อนๆ โอกาสที่เชื้อแพร่ระบาดข้ามประเทศยังคงอยู่ตราบเท่าที่การระบาดในจีนยังไม่สิ้นสุดหรืออยู่ในภาวะควบคุมได้
-------------------
บทวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้อง:



ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

America First, America Lonely

โดนัลด์ ทรัมป์ชูแนวคิด America First พร้อมทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ประเทศ แต่หลายนโยบายที่ยึดแนวทางนี้ส่งผลให้สหรัฐโดดเดี่ยวตัวเอง โลกกำลังก้าวสู่ความเป็นพหุภาคีมากขึ้น

หลักนโยบายแม่บทของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) หรือ “หลักนิยมทรัมป์” (Trump’s Doctrine) ตั้งอยู่บนแนวคิด “America First” (อเมริกาต้องมาก่อน) หมายถึงการบริหารประเทศที่ถือผลประโยชน์ของชาติกับพลเมืองเป็นที่ตั้ง แม้จะขัดแย้งประเทศอื่นๆ ละเมิดศีลธรรมคุณธรรม ตั้งอยู่บนหลักความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแบบสัจนิยม (Realism) แบบสุดขั้ว ระบบโลกเหมือนป่าดงดิบที่สัตว์ป่าทั้งหลายต่างดิ้นรนหาทางอยู่รอดโดยไม่คำนึงกฎใดๆ ยึดอธิปไตยชาติเป็นสำคัญ รัฐบาลทุกประเทศมีสิทธิ์และมีความรับผิดชอบต่อพลเมืองของตน เป็นลัทธิอเมริกานิยม (Americanism) ไม่ใช่โลกนิยม (globalism) บทความนี้เขียนขึ้นหลังประธานาธิบดีทรัมป์บริหารประเทศกว่าปีครึ่งแล้ว ความเป็น “อเมริกาต้องมาก่อน” ปรากฏชัดเจนมากขึ้น ในที่นี้จะนำเสนอบางตัวอย่างเพื่อให้เข้าใจหลักการดังกล่าวและปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น ไม่สนกติกาองค์การค้าโลกอีกต่อไป : ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวโจมตีองค์การค้าโลกเมื่อ…

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

ติมอร์-เลสเต จะเป็นสมาชิกอาเซียนลำดับที่ 11 หรือไม่

นับจากประเทศกัมพูชาเข้าร่วมสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เมื่อวันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 1999 จนถึงบัดนี้ยังไม่มีประเทศใดเข้าร่วมอาเซียนอีก อาเซียนปัจจุบันจึงคงมีสมาชิกทั้งสิ้น 10 ประเทศ ไม่กี่ปีที่ผ่านมารัฐบาลประเทศติมอร์-เลสเตพยายามขอเข้าร่วมสมาคมอาเซียน เกิดคำถามว่าอาเซียนจะมีสมาชิกใหม่หรือไม่ อะไรเป็นเหตุผลการรับหรือไม่รับเข้าเป็นสมาชิก             เมื่อเอ่ยชื่อประเทศติมอร์-เลสเต (Timor-Leste) น้อยคนนักที่จะรู้จักหรือเคยไปเยือนประเทศนี้เนื่องจากเป็นรัฐเกิดใหม่ บางคนอาจรู้จักในนามติมอร์ตะวันออกจากข่าวการต่อสู้เพื่อเอกราชอย่างยาวนานกับอินโดนีเซีย ก่อนได้รับเอกราชอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ. 2002             ติมอร์-เลสเต มีชื่ออย่างเป็นทางการว่าสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต ตั้งอยู่บนเกาะติมอร์ เดิมเป็นส่วนหนึ่งของอินโดนีเซีย เมื่อได้รับเอกราชแล้วอาณาเขตรัฐประกอบด้วยชนหลายกลุ่ม ทั้งพวกที่เคยต่อสู้เพื่อเอกราช พวกที่เดิมอาศัยอยู่ที่เขตเมืองหรือหมู่บ้านภายใต้การปกครองของอินโดนีเซีย และพวกที่ลี้ภัยออกนอกอาณาเขตเนื่องจากความไม่สงบที่ผ่านมา สภาพที่ประชาชนมี…