ทรัมป์ยอมรับยูเครนเอาชนะรัสเซียไม่ได้
เห็นชัดว่าทรัมป์อยากยุติสงคราม โดยยกเหตุผลว่ายูเครนไม่อาจชนะรัสเซียเพราะกองทัพรัสเซียใหญ่กว่า
สงครามยูเครนใกล้ครบ
3 ปีแล้ว เศรษฐกิจรัสเซียเสียหายหนัก กองทัพอ่อนแรงลงมาก
ส่วนยูเครนที่เป็นสนามรบหลักพังพินาศ ตั้งแต่เริ่มสงครามมีการเจรจาสงบศึกต่อเนื่อง
ธันวาคม 2025 ประธานาธิบดีทรัมป์ย้ำอีกครั้งว่าควรยุติได้แล้ว
ท่ามกลางการเจรจาที่เซเลนสกีไม่อยากเสียดินแดน
ยุโรปกังวลใจ ประธานาธิบดีทรัมป์พูดตรงไปตรงมาว่ายูเครนเอาชนะรัสเซียไม่ได้ เพราะกองทัพรัสเซียใหญ่กว่า
เป็นเหตุผลล่าสุดที่เห็นว่าไม่ควรรบต่อไป
ยูเครนควรยอมเสียดินแดนบางส่วนแลกสันติภาพ
ไม่กี่วันต่อมาทรัมป์กล่าวว่า ขอให้เซเลนสกีคิดตามหลักความจริง
(ที่ไม่สามารถชนะรัสเซีย) และได้เวลาที่ประเทศต้องเลือกตั้งใหม่ ผลโพลชี้ว่าคนยูเครนต้องการสงบศึกถึง
82%
ประธานาธิบดีเซเลนสกีแถลงต่อคนทั้งประเทศว่ารัฐบาลกำลังพิจารณาเงื่อนไขหยุดยิงของสหรัฐ
เป็นการตัดสินใจที่ยาก ติดเงื่อนไขหลายข้อที่เขาปฏิเสธเรื่อยมา
โดยเฉพาะเรื่องยอมเสียดินแดนบางส่วนให้รัสเซีย
ยูเครนไม่ได้เป็นสมาชิกนาโตตามต้องการ
ซึ่งการขอเข้าเป็นสมาชิกนาโตเป็นต้นเหตุสงคราม
ยูเครนไม่อาจชนะรัสเซีย:
สงครามยูเครนคือสงครามตัวแทนนาโต-รัสเซีย กองทัพยูเครนรบได้เพราะอาวุธ
เสบียงสนับสนุน การข่าวจากนาโต โดยเฉพาะจากสหรัฐ ตลอดเวลาที่ผ่านรัฐบาลยูเครนร้องขออาวุธเพิ่มเสมอ
ยกตัวอย่าง
สิงหาคม 2024 ไม่กี่วันหลังประสบความสำเร็จในเขตคุส (Kursk) ประธานาธิบดีเซเลนสกีร้องขออาวุธจากสหรัฐ อังกฤษ ฝรั่งเศสและนาโตอีกรอบ
“คนของเราทำได้ดีในทุกแนวรบ
และยังต้องการเสบียงอาวุธอย่างเร่งด่วนจากหุ้นส่วนของเรา
ข้าพเจ้าขอพูดเจาะจงต่อสหรัฐ อังกฤษและฝรั่งเศส”
วิเคราะห์:
ถ้อยคำของประธานาธิบดีเซเลนสกีให้คำอธิบายชัดว่าเสบียงอาวุธจากนาโตเป็นกุญแจสู่ชัยชนะ
ไม่อาจโทษยูเครนถ้ารบแพ้ หากสหรัฐกับพวกส่งล่าช้าหรือน้อยเกินไป
บัดนี้ รัฐบาลสหรัฐส่งสัญญาณไม่อยากรบแล้ว
ยุโรปคิดชิงโจมตีรัสเซียทำสงครามยืดเยื้อ:
ในมุมมองยุโรป
สงครามยูเครนคือสงครามหน้าบ้านตน ไม่อาจปล่อยให้แพ้
เพราะคิดว่ารัสเซียจะไม่หยุดที่ยูเครน จะรุกรานจนครองยุโรปทั้งหมด ด้วยฐานความคิดนี้ยุโรปต้องร่วมมือร่วมใจทำสงครามต่อไป
ท่ามกลางความสับสัน
รัฐบาลสหรัฐแสดงตัวถอยห่าง นักวิเคราะห์บางคนตีความว่าสหรัฐกำลังทิ้งให้ยุโรปป้องกันตัวเอง
และยุโรปต้องหาทางออกด้วยตัวเอง เป็นที่มาของความคิด “ชิงโจมตีก่อน”
พฤศจิกายน
2025 พลเรือเอก Giuseppe Cavo Dragone ตัวแทนนาโต เสนอชิงโจมตีก่อน
(pre-emptive strike)
อ้างว่าชอบธรรมที่จะทำเช่นนี้เพื่อป้องกันตนเอง (defensive action) เรื่องนี้สร้างแรงกระเพื่อมในหมู่ผู้เชี่ยวชาญ
ต้องย้ำว่าเป็นเพียงแนวคิดเท่านั้น
วิเคราะห์: ในสงครามสมัยใหม่
ฝ่ายชิงลงมือก่อนมักได้เปรียบ ดังนั้นหากยุโรปต้องทำสงคราม จึงควรเป็นฝ่ายบุกก่อน
แต่ทั้งนี้ต้องไตร่ตรองให้ดีว่ารัสเซียจะโต้กลับอย่างไร
จะใช้อาวุธนิวเคลียร์หรือไม่
คำถามนี้ควรถามประชาชนคนยุโปว่าพวกเขาคิดเห็นอย่างไร
เห็นด้วยหรือไม่ มีทางออกที่ดีกว่านี้หรือไม่
นายพล Dragone ยังชี้ว่ายุโรปต้องมีมาตรการป้องปราม
(deterrence)
และต้องทำสงครามไฮบริดต่อรัสเซียให้แรงกว่าที่เป็นอยู่ หลายวิธีที่ทำอยู่แล้วเช่นปิดล้อมการทูต
ส่งอาวุธช่วยกองทัพยูเครน คว่ำบาตรเศรษฐกิจ ไม่ซื้อใช้เชื้อเพลิงรัสเซีย
และอาจยึดทรัพย์สินรัสเซีย เรื่องใช้ทรัพย์สินรัสเซียเป็นที่ถกกันนานแล้ว
และมีความคืบหน้าตามลำดับ ติดขัดที่บางประเทศยังไม่เห็นด้วย
วิเคราะห์: ย้อนหลัง
3 ปีก่อนเกิดสงคราม ชาติยุโรปสัมพันธ์ดีกับรัสเซีย แต่เมื่อตัดสินใจทำสงคราม
สถานการณ์ยุโรปเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากทวีปที่สงบสุขกลายเป็นสงครามยืดเยื้อ
แม้ไม่ใช่ตำบลกระสุนตก แต่เศรษฐกิจสังคมเสียหาย งบประมาณมหาศาลที่เคยใช้เพื่อการพัฒนาประเทศ
เพื่อสวัสดิการสังคม ต้องมาจมในสงครามใหญ่ ล่าสุดยังมีความคิดว่าแม้สงครามยูเครนยุติยังต้องทำสงครามไฮบริดต่อไป
ซึ่งหมายถึงยุโรปต้องจ่ายราคาต่อไปด้วย
ถ้ารัฐบาลยุโรปทั้งหลายต้องการแก้ปัญหา
ควรแก้ด้วยการนำสถานการณ์กลับสู่จุดเดิม ไม่ถือรัสเซียเป็นศัตรู หวังว่าคนยุโรปจะเข้าใจ
รู้ว่านักการเมืองของพวกเขากำลังทำอะไรกันแน่
สมัยรัฐบาลไบเดนจะพูดเสมอว่าสงครามยูเครนคือการต่อสู้ระหว่างโลกเสรีกับเผด็จการ
บัดนี้เมื่อเปลี่ยนรัฐบาล นโยบายเดิมถูกละทิ้ง
ผู้พยายามอ้างตัวเป็นผู้นำฝ่ายประชาธิปไตยทิ้งพันธมิตร ถอนตัวจากสนามรบ ไม่คิดปลดปล่อยให้คนมีเสรีภาพ
ยอมให้ประชาธิปไตยยุโรปสั่นคลอน คงไม่เกินไปถ้าจะพูดว่า “เป็นอีกครั้งที่ฝ่ายประชาธิปไตยแพ้อีกแล้ว”
วิเคราะห์:
สหรัฐอาจให้เหตุผลว่าเมื่อรัฐบาลเปลี่ยน นโยบายย่อมเปลี่ยนได้
นี่คือหลักประชาธิปไตย แต่ด้วยลักษณะนี้ทำให้หลายประเทศที่เป็นพันธมิตร
ที่สหรัฐเคยให้คำมั่นสัญญา หวาดหวั่นไม่มั่นใจ
สงสัยเสมอว่ารัฐบาลสหรัฐจะรักษาสัญญาหรือไม่
ยกตัวอย่าง
พฤศจิกายน 2025 ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า จีนจะไม่โจมตีไต้หวันในสมัยตนเป็นประธานาธิบดี
ทรัมป์พูดเรื่องนี้หลังบรรลุข้อตกลงการค้ากับจีนรอบพฤศจิกายน และหลีกเลี่ยงตอบว่าสหรัฐจะปกป้องไต้หวันหรือไม่หากเกิดสงคราม
ทรัมป์พูดว่า “เขาจะไม่เปิดเผยความลับ”
ล่าสุดทรัมป์พูดเป็นนัยว่าไม่ควรยึดมั่นสนธิสัญญาปกป้องยุโรป
ทั้งๆ ที่เป็นสมาชิกนาโต
โอกาสยุติสงคราม:
ที่ผ่านมายูเครนรบได้ด้วยเงินสนับสนุน อาวุธเครื่องกระสุนจากนาโต ดังนั้น
หากสหรัฐแกนนำนาโตต้องการยุติสงคราม รัฐบาลยูเครนย่อมไม่อาจขัดขืน ตรรกะง่ายๆ
คือ ถ้าสหรัฐไม่ส่งอาวุธให้ยูเครน กองทัพยูเครนจะหยุดรบเอง สงครามยุติ
การยุติสงครามในตอนนี้เป็นจังหวะดีของยูเครน
เพราะเห็นชัดว่ารัสเซียค่อยๆ กินดินแดนยูเครนมากขึ้น
หากรบต่อไปอาจรักษากรุงเคียฟไม่ได้ด้วยซ้ำ ดังนั้น ถ้ารู้จะรบแพ้ควรยุติสงครามตั้งแต่ตอนนี้
เพราะยังมีอำนาจต่อรอง ดีกว่าแพ้ราบคาบจึงต่อรอง
แต่ไหนแต่ไรเงื่อนไขที่รัสเซียต้องการคือ
ได้ดินแดนบางส่วนของยูเครน ห้ามยูเครนไม่ได้เป็นสมาชิกนาโต จัดตั้งเขตปลอดทหาร
และห้ามยูเครนมีอาวุธนิวเคลียร์
ยกตัวอย่าง การเจรจารอบสิงหาคม
2023 รัสเซียยืนยันไม่คืนดินแดนที่ยึดได้ บัดนี้บางส่วนกลายเป็นสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสค์
(Donetsk People's Republic) กับสาธารณรัฐประชาชนลูฮันสค์ (Luhansk
People's Republic) ส่วนที่ยึดเพิ่มเติมอาจผนวกเข้ากับ 2 ประเทศเกิดใหม่นี้หรือตั้งประเทศเพิ่มอีก
แม้ไม่เป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียแต่รัฐบาลรัสเซียจะเข้าไปดูแล
ที่ผ่านมาเซเลนสกียืนยันขอคืนดินแดนทั้งหมด
รวมไครเมีย (Crimea) ที่ถูกยึดเมื่อ 2014
เดิมชาติสมาชิกนาโตมักจะชี้ว่าหากยูเครนแพ้สงคราม
กองทัพรัสเซียจะบุกประเทศอื่นต่อไป จนครองยุโรปทั้งหมด
ตามแนวทางจักรวรรดินิยมรัสเซีย โปแลนด์เป็นหนึ่งในเป้าหมายที่ถูกเอ่ยถึงมากที่สุด
หากกองทัพรัสเซียบุกโปแลนด์จริง เท่ากับทำสงครามกับนาโต กลายเป็นสงครามใหญ่
สงครามที่ไม่มีใครอยากให้เกิด
รัสเซียจะบุกโปแลนด์หรือไม่เป็นเรื่องที่วิพากษ์ได้
คำถามคือปูตินตั้งใจเช่นนั้นหรือไม่ หรือเป็นแค่วาทกรรมของนาโต
เพื่อให้ประชาชนสนับสนุนสงคราม
สันติภาพจะก่อประโยชน์มหาศาล
โดยเฉพาะต่อยูเครน รัสเซีย และต่อตลาดทุนตลาดเงินโลก ราคาน้ำมัน
ก๊าซธรรมชาติจะอ่อนตัว
เช่นเดียวกับราคาทองคำที่น่าจะอ่อนตัวตามความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
เมื่อพิจารณาบริบทรอบข้าง น่าเชื่อว่ารัฐบาลทรัมป์คิดว่ายุติสงครามได้ประโยชน์มากกว่า
ข้อนี้คือบทสรุปว่าสงครามยูเครนยุติ
----------------
1. Full text: Biden State of the Union 2022 transcript. (2022,
March 2). Politico. Retrieved from
https://www.politico.com/news/2022/03/01/biden-state-of-the-union-2022-transcript-full-text-00013009
2. Nato considers
being ‘more aggressive’ against Russia’s hybrid warfare. (2025, November
30). FT.
Retrieved from https://www.ft.com/content/dbd93caa-3c62-48bb-9eba-08c25f31ab02
3. The
next war we already saw: Taiwan. (2025, November 4). Taipei Times. Retrieved
from https://www.taipeitimes.com/News/front/archives/2025/11/04/2003846601
4. Trump Calls
Europe ‘Decaying’ and Suggests ‘Size Will Win’ in Ukraine War. (2025, December
9). NYT.
Retrieved from https://www.nytimes.com/2025/12/09/us/politics/trump-europe-decaying-weak-ukraine.html
5. Ukraine Faces
‘Difficult Choice’ Over U.S. Plan to End War, Zelensky Says. (2025, November
21). NYT.
Retrieved from
https://www.nytimes.com/2025/11/21/world/europe/ukraine-russia-trump-peace-plan.html
6. Zelenskyy calls
out US, UK, France over slow weapons deliveries. (2024,
August 19). Politico. Retrieved from
https://www.politico.eu/article/volodymyr-zelenskyy-us-uk-france-ukraine-russia-weapons/
7. Zelensky
interview transcript: ‘Ukraine must win’. (2023, May 13). The Washington
Post. Retrieved from
https://www.washingtonpost.com/world/2023/05/13/zelensky-washington-post-interview-transcript/
8. Zelensky must
be ‘realistic’ – Trump. (2025, December 11). RT. Retrieved from https://www.rt.com/news/629293-trimp-zelensky-be-realistic/
-----------------

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น