วันอังคารที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

เกาะติดประเด็นร้อน “การชุมนุมประท้วงประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซี แห่งอียิปต์” (2)

2 กรกฎาคม 2013
ชาญชัย
สรุปสถานการณ์: (อัพเดท 2 ก.ค. 7.40 น.)
            ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ฝ่ายต่อต้านชุมนุมหลายครั้ง มีการปะทะบาดเจ็บล้มหลายอยู่เสมอ แต่ที่สุดการชุมนุมก็ซาไปเอง แต่การชุมนุมครบรอบ 1 ปีนับจากประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซีขึ้นรับตำแหน่ง ปรากฏว่าฝ่ายต่อต้านเตรียมการมาอย่างดี เกิดการประท้วงในหลายเมืองทั่วไปประเทศ ผู้คนนับล้านเข้าร่วม ในขณะที่ฝ่ายรัฐบาลจะอ้างความชอบธรรมว่าปธน.มาจากการเลือกตั้ง และยังมีประชาชนที่สนับสนุนหลายล้านคนเช่นเดียวกัน
            สองวันที่ผ่านมา ที่ชุมนุมของฝ่ายต่อต้านเรียกร้องให้ปธน.ลาออก (หมายถึงรัฐบาลลาออกทั้งชุด) เพื่อจัดเลือกตั้งใหม่ เพราะความไม่พอใจต่อรัฐธรรมนูญที่มีเนื้อหายึดหลักอิสลามมากเกินไป บริหารเศรษฐกิจบกพร่อง

คืบหน้าล่าสุด: (อัพเดท 2 ก.ค. 12.00 น.)
            กองทัพอียิปต์ออกแถลงการณ์ยื่นคำขาดให้เวลารัฐบาลมอร์ซี 48 ชั่วโมงเพื่อตอบสนองข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม มิฉะนั้นกองทัพจะเข้าแทรกแซง ทางกองทัพยืนยันว่าตนไม่ใช่พรรคการเมืองหรือผู้บริหารประเทศ แต่มีหน้าที่ต้องหาทางหาเพื่อความมั่นคงของชาติ
            ก่อนหน้านี้ ทหารตามจุดตรวจต่างๆ ได้ตรวจรถทุกคันที่มุ่งหน้าสู่กลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้าน เพราะได้ข่าวว่าฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลอาจก่อเหตุใช้ระเบิดรถยนต์ ผลการชุมนุม มีผู้เสียชีวิตแล้ว 16 คน บาดเจ็บเกือบ 800 คน

          ล่าสุด รัฐบาลอียิปต์แสดงท่าทีปฏิเสธคำขาดของฝ่ายกองทัพ ประกาศว่า ปธน.กำลังเจรจา “กับกลุ่มอำนาจทั้งหลายเพื่อให้มั่นใจว่า (ประเทศ) กำลังเปลี่ยนแปลงภายใต้ระบอบประชาธิปไตยและจะปกป้องเจตจำนงของประชาชน” พร้อมกับยืนยันรักษารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งโดยกล่าวว่า “อียิปต์ที่เป็นรัฐประชาธิปไตยของปวงชนคือความสำเร็จที่สำคัญที่สุดของการปฏิวัติเมื่อ 25 มกราคม” จะไม่ยอมก้าวถอยหลังลงคลองเป็นอันขาด
            ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซีกล่าวว่าถ้าคนที่มาโดยชอบธรรมตามอำนาจรัฐธรรมนูญต้องก้าวลงจากอำนาจ แล้วให้อีกคนหนึ่งขึ้นแทน ผู้นำที่ขึ้นมาใหม่ก็จะได้รับการต่อต้านเช่นกัน จะถูกประท้วงเรียกร้องให้ลาออกเหมือนเช่นคนแร ดังนั้นจึงไม่สามารถทำอะไรที่ต่อต้านความชอบธรรมจากรัฐธรรมนูญ “ประชาชนสามารถชุมนุมแสดงความคิดเห็นของเขา แต่เรื่องสำคัญคือต้องยึดและใช้รัฐธรรมนูญต่อไป”
            ในขณะที่ฝ่ายต่อต้านกำลังประท้วงทั่วประเทศนั้น กลุ่มผู้สนับสนุนปธน.มอร์ซีจำนวนหลายแสนคนชุมนุมอยู่นอกมัสยิด Rabaa Al-Adawiya ห่างจากทำเนียบประธานาธิบดีราว 5 กิโลเมตร เพื่อแสดงการสนับสนุน
            ขณะที่รัฐมนตรีในชุดของรัฐบาลมอร์ซีประกาศลาออก 5 คนแล้ว ได้แก่รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยว กระทรวงการสื่อสารและไอที กระทรวงกฎหมายและกิจการรัฐสภา (minister for legal and parliamentary affairs) กระทรวงทรัพยากรน้ำ (water minister) และกระทรวงสิ่งแวดล้อม
            ด้านประธานาธิบดีบารัก โอบามากล่าวว่า แม้ว่าปธน.มอร์ซีจะมาจากการเลือกตั้ง แต่จะต้องทำอะไรให้มากกว่านี้ “เพื่อทำให้ทุกคนรู้สึกว่าเสียงคนตนนั้นได้รับฟัง” Patrick Ventrell โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ย้ำว่ารัฐบาลอเมริกัน “ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง” ไม่ได้สนับสนุนฝ่ายใดเป็นการเฉพาะ

วิเคราะห์: (อัพเดท 2 ก.ค. 12.00 น.)
            ภาพที่ปรากฏทางสื่อในขณะนี้คือฝ่ายผู้สนับสนุนรัฐบาลเป็นผู้ถูกกระทำ สำนักงานของกลุ่มภราดรภาพมุสลิมถูกเผาทำลาย เป็นไปได้ว่าประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซี อดีตผู้นำกลุ่มภราดรภาพมุสลิมระวังที่จะไม่ให้เกิดเหตุม็อบชนม็อบ เพราะประเมินว่าจะยิ่งสร้างความเกลียดชัง สร้างความรุนแรง ทำให้นานาชาติไม่ยอมรับ และกองทัพจะออกมาแทรกแซงตามที่ประกาศไว้
            การที่กองทัพยื่นคำขาดให้เวลารัฐบาล 48 ชั่วโมงเพื่อทำตามข้อเรียกร้องของฝ่ายต่อต้าน นับว่าเป็นการตัดสินใจที่รวดเร็วมาก เนื่องจากการชุมนุมใหญ่เพิ่งจะเริ่มได้เพียง 2 วันเท่านั้น ที่ผ่านมามีการปะทะกันบ้าง มีผู้เสียชีวิตจำนวนหนึ่ง ผู้บาดเจ็บหลายร้อยคน อาคารบางแห่งถูกเผาโจมตี แต่เหตุการณ์โดยรวมยังสงบดี
            อีกทั้งฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลยังมีจำนวนมาก อย่างน้อยมีหลายแสนคนที่ปักหลักชุมนุมสนับสนุนรัฐบาลเช่นกัน
            สุดท้ายกองทัพทำหน้าที่เป็นกรรมการ ถ้ามองในแง่บวกคือป้องกันโอกาสม็อบชนม็อบที่นักวิเคราะห์หลายคนหวั่นเกรงเรื่องนี้มากที่สุด ทำให้การชุมนุมสงบโดยเร็ว (ถ้ารัฐบาลมอร์ซียอมทำตามข้อเรียกร้อง)
            ในแง่ลบคือ นับจากนี้เป็นต้นไปกองทัพจะเข้าแทรกแซงการชุมนุมทางการเมือง กองทัพอาจตกเป็นเป้าให้ฝ่ายการเมืองเข้าครอบงำเพื่อสกัดการแทรกแซงดังกล่าว
            ท้ายที่สุด กองทัพ ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญของการเปลี่ยนแปลง ถ้าย้อนกลับไปเมื่อตอนโค่นล้มประธานาธิบดีมูบารัค กองทัพวางตัวไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง ครั้งนี้ฝ่ายกองทัพเปลี่ยนแปลงจุดยืน
            เรื่องสำคัญที่ต้องไม่หลงประเด็นคือ คำประกาศของกองทัพไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าประธานาธิบดีมอร์ซีต้องทำอะไรบ้าง ดังนั้น การตอบสนองข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมจึงไม่เป็นต้องให้ปธน.มอร์ซีลาออก เลือกตั้งใหม่ แต่อาจเป็นเพียงแก้ไขรัฐธรรมนูญ ลดความเป็นอิสลาม ปรับแก้นโยบายบริหารประเทศที่รัฐบาลก็ยอมรับว่าทำผิดพลาดหลายอย่าง เปลี่ยนแปลงรัฐมนตรีบางตำแหน่งเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาอื่นๆ ที่ประชาชนให้ความสำคัญ
            ล่าสุดรัฐบาลมอร์ซีได้ประกาศแล้วว่าไม่ยอมรับเส้นตาย 48 ชั่วโมงของกองทัพ ขณะนี้รัฐบาลอยู่ระหว่างการเจรจากับทุกฝ่าย เพื่อแก้ไขสถานการณ์ตามครรลองประชาธิปไตย ตามความต้องการของประชาชน ท่าทีของรัฐบาลคือปฏิเสธอำนาจของฝ่ายทหาร และยืนยันว่าจะเป็นรัฐบาลบริหารประเทศต่อไป เพียงแต่อาจมีการปรับแก้นโยบาย หรือบางสิ่งบางอย่างเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน
            ในแง่มุมหนึ่ง อาจดูเหมือนว่ารัฐบาลดึงดื้อต่อคำขาดของกองทัพ แต่หากพิจารณาให้ดีจะพบว่ากองทัพก็ไม่ได้เรียกร้องให้รัฐบาลต้องลาออก ขณะนี้ทั้งรัฐบาลกับกองทัพพูดตรงกันว่าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างให้ตรงกับความต้องการของประชาชน ซึ่งหมายถึงฝ่ายต่อต้านนั่นเอง

            ตลอดหนึ่งปีของรัฐบาลมอร์ซี ปัญหาใหญ่อยู่ที่สองฝ่ายต่างยึดมั่นว่ากำลังกระทำในสิ่งที่ถูกต้อง ชอบธรรม และสองฝ่ายต่างมีพลังสนับสนุนอย่างแข็งแรง ไม่ว่าฝ่ายใดจะมีจำนวนมากกว่าหรือน้อยกว่า แต่ต่างเป็นแนวร่วมที่เข้มแข็ง
            
            48 ชั่วโมงต่อจากนี้ ต้องติดตามการตัดสินใจของประธานาธิบดีมอร์ซี การตอบสนองจากฝ่ายต่อต้าน และกองทัพ
            สถานการณ์ยังอยู่ในภาวะไม่นิ่ง สามารถแปรเปลี่ยนได้หลายทิศทาง ทุกฝ่ายคงกำลังอยู่ระหว่างการเจรจา ประเมินกระแสต่างๆ
-------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง
(อัพเดท 30 มิ.ย. 8.00 น.) ตลอด 1 ปีที่ผ่านมานับจากประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซีบริหารประเทศ มีการชุมนุมประท้วงน้อยใหญ่เกิดขึ้นหลายครั้ง ครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่ฝ่ายต่อต้านเตรียมการมาอย่างดี หวังเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ ในขณะที่ยังมีประชาชนอีกไม่ที่สนับสนุนรัฐบาล

บรรณานุกรม:
1. Egypt's military gives Morsi 48-hour ultimatum, AP, 2 July 2013, http://news.yahoo.com/egypts-military-gives-morsi-48-hour-ultimatum-230415249.html
2. Egypt's Mohamed Morsi remains defiant as fears of civil war grow, The Guardian, 30 June 2013, http://www.guardian.co.uk/world/2013/jun/30/egypt-mohamed-morsi-defiant-civil-war
3. Millions of Egyptians turn out nationwide for anti-Morsi rallies; 7 dead in violence, Ahram Online, 1 July 2013, http://english.ahram.org.eg/NewsContent/1/64/75361/Egypt/Politics-/Millions-of-Egyptians-turn-out-nationwide-for-anti.aspx
4. Egypt ministers resign amid unrest, Al Jazeera, 1 July 2013, http://www.aljazeera.com/news/middleeast/2013/07/201371122823125310.html
5. Egypt's presidency rejects army ultimatum, AFP, 2 July 2013, http://uk.news.yahoo.com/egypts-presidency-rejects-army-ultimatum-020430560.html
----------------------


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

อาเซียนแทรกแซงเมียนมา หรือเมียนมาแทรกแซงอาเซียน

15 ตุลาคม 2017 ชาญชัย คุ้มปัญญา (ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “ สถานการณ์โลก ” ไทยโพสต์ ปีที่ 21 ฉบับที่ 7646 วันอาทิตย์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ.2560) ...