ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เกาะติดประเด็นร้อน “การชุมนุมประท้วงประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซี แห่งอียิปต์” (2)

สรุปสถานการณ์: (อัพเดท 2 ก.ค. 7.40 น.) ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ฝ่ายต่อต้านชุมนุมหลายครั้ง มีการปะทะบาดเจ็บล้มหลายอยู่เสมอ แต่ที่สุดการชุมนุมก็ซาไปเอง แต่การชุมนุมครบรอบ 1 ปีนับจากประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซีขึ้นรับตำแหน่ง ปรากฏว่าฝ่ายต่อต้านเตรียมการมาอย่างดี เกิดการประท้วงในหลายเมืองทั่วไปประเทศ ผู้คนนับล้านเข้าร่วม ในขณะที่ฝ่ายรัฐบาลจะอ้างความชอบธรรมว่าปธน.มาจากการเลือกตั้ง และยังมีประชาชนที่สนับสนุนหลายล้านคนเช่นเดียวกัน
            สองวันที่ผ่านมา ที่ชุมนุมของฝ่ายต่อต้านเรียกร้องให้ปธน.ลาออก (หมายถึงรัฐบาลลาออกทั้งชุด) เพื่อจัดเลือกตั้งใหม่ เพราะความไม่พอใจต่อรัฐธรรมนูญที่มีเนื้อหายึดหลักอิสลามมากเกินไป บริหารเศรษฐกิจบกพร่อง
คืบหน้าล่าสุด: (อัพเดท 2 ก.ค. 12.00 น.)
            กองทัพอียิปต์ออกแถลงการณ์ยื่นคำขาดให้เวลารัฐบาลมอร์ซี 48 ชั่วโมงเพื่อตอบสนองข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม มิฉะนั้นกองทัพจะเข้าแทรกแซง ทางกองทัพยืนยันว่าตนไม่ใช่พรรคการเมืองหรือผู้บริหารประเทศ แต่มีหน้าที่ต้องหาทางหาเพื่อความมั่นคงของชาติ
            ก่อนหน้านี้ ทหารตามจุดตรวจต่างๆ ได้ตรวจรถทุกคันที่มุ่งหน้าสู่กลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้าน เพราะได้ข่าวว่าฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลอาจก่อเหตุใช้ระเบิดรถยนต์ ผลการชุมนุม มีผู้เสียชีวิตแล้ว 16 คน บาดเจ็บเกือบ 800 คน

          ล่าสุด รัฐบาลอียิปต์แสดงท่าทีปฏิเสธคำขาดของฝ่ายกองทัพ ประกาศว่า ปธน.กำลังเจรจา “กับกลุ่มอำนาจทั้งหลายเพื่อให้มั่นใจว่า (ประเทศ) กำลังเปลี่ยนแปลงภายใต้ระบอบประชาธิปไตยและจะปกป้องเจตจำนงของประชาชน” พร้อมกับยืนยันรักษารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งโดยกล่าวว่า “อียิปต์ที่เป็นรัฐประชาธิปไตยของปวงชนคือความสำเร็จที่สำคัญที่สุดของการปฏิวัติเมื่อ 25 มกราคม” จะไม่ยอมก้าวถอยหลังลงคลองเป็นอันขาด
            ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซีกล่าวว่าถ้าคนที่มาโดยชอบธรรมตามอำนาจรัฐธรรมนูญต้องก้าวลงจากอำนาจ แล้วให้อีกคนหนึ่งขึ้นแทน ผู้นำที่ขึ้นมาใหม่ก็จะได้รับการต่อต้านเช่นกัน จะถูกประท้วงเรียกร้องให้ลาออกเหมือนเช่นคนแร ดังนั้นจึงไม่สามารถทำอะไรที่ต่อต้านความชอบธรรมจากรัฐธรรมนูญ “ประชาชนสามารถชุมนุมแสดงความคิดเห็นของเขา แต่เรื่องสำคัญคือต้องยึดและใช้รัฐธรรมนูญต่อไป”
            ในขณะที่ฝ่ายต่อต้านกำลังประท้วงทั่วประเทศนั้น กลุ่มผู้สนับสนุนปธน.มอร์ซีจำนวนหลายแสนคนชุมนุมอยู่นอกมัสยิด Rabaa Al-Adawiya ห่างจากทำเนียบประธานาธิบดีราว 5 กิโลเมตร เพื่อแสดงการสนับสนุน
            ขณะที่รัฐมนตรีในชุดของรัฐบาลมอร์ซีประกาศลาออก 5 คนแล้ว ได้แก่รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยว กระทรวงการสื่อสารและไอที กระทรวงกฎหมายและกิจการรัฐสภา (minister for legal and parliamentary affairs) กระทรวงทรัพยากรน้ำ (water minister) และกระทรวงสิ่งแวดล้อม
            ด้านประธานาธิบดีบารัก โอบามากล่าวว่า แม้ว่าปธน.มอร์ซีจะมาจากการเลือกตั้ง แต่จะต้องทำอะไรให้มากกว่านี้ “เพื่อทำให้ทุกคนรู้สึกว่าเสียงคนตนนั้นได้รับฟัง” Patrick Ventrell โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ย้ำว่ารัฐบาลอเมริกัน “ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง” ไม่ได้สนับสนุนฝ่ายใดเป็นการเฉพาะ

วิเคราะห์: (อัพเดท 2 ก.ค. 12.00 น.)
            ภาพที่ปรากฏทางสื่อในขณะนี้คือฝ่ายผู้สนับสนุนรัฐบาลเป็นผู้ถูกกระทำ สำนักงานของกลุ่มภราดรภาพมุสลิมถูกเผาทำลาย เป็นไปได้ว่าประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซี อดีตผู้นำกลุ่มภราดรภาพมุสลิมระวังที่จะไม่ให้เกิดเหตุม็อบชนม็อบ เพราะประเมินว่าจะยิ่งสร้างความเกลียดชัง สร้างความรุนแรง ทำให้นานาชาติไม่ยอมรับ และกองทัพจะออกมาแทรกแซงตามที่ประกาศไว้
            การที่กองทัพยื่นคำขาดให้เวลารัฐบาล 48 ชั่วโมงเพื่อทำตามข้อเรียกร้องของฝ่ายต่อต้าน นับว่าเป็นการตัดสินใจที่รวดเร็วมาก เนื่องจากการชุมนุมใหญ่เพิ่งจะเริ่มได้เพียง 2 วันเท่านั้น ที่ผ่านมามีการปะทะกันบ้าง มีผู้เสียชีวิตจำนวนหนึ่ง ผู้บาดเจ็บหลายร้อยคน อาคารบางแห่งถูกเผาโจมตี แต่เหตุการณ์โดยรวมยังสงบดี
            อีกทั้งฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลยังมีจำนวนมาก อย่างน้อยมีหลายแสนคนที่ปักหลักชุมนุมสนับสนุนรัฐบาลเช่นกัน
            สุดท้ายกองทัพทำหน้าที่เป็นกรรมการ ถ้ามองในแง่บวกคือป้องกันโอกาสม็อบชนม็อบที่นักวิเคราะห์หลายคนหวั่นเกรงเรื่องนี้มากที่สุด ทำให้การชุมนุมสงบโดยเร็ว (ถ้ารัฐบาลมอร์ซียอมทำตามข้อเรียกร้อง)
            ในแง่ลบคือ นับจากนี้เป็นต้นไปกองทัพจะเข้าแทรกแซงการชุมนุมทางการเมือง กองทัพอาจตกเป็นเป้าให้ฝ่ายการเมืองเข้าครอบงำเพื่อสกัดการแทรกแซงดังกล่าว
            ท้ายที่สุด กองทัพ ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญของการเปลี่ยนแปลง ถ้าย้อนกลับไปเมื่อตอนโค่นล้มประธานาธิบดีมูบารัค กองทัพวางตัวไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง ครั้งนี้ฝ่ายกองทัพเปลี่ยนแปลงจุดยืน
            เรื่องสำคัญที่ต้องไม่หลงประเด็นคือ คำประกาศของกองทัพไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าประธานาธิบดีมอร์ซีต้องทำอะไรบ้าง ดังนั้น การตอบสนองข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมจึงไม่เป็นต้องให้ปธน.มอร์ซีลาออก เลือกตั้งใหม่ แต่อาจเป็นเพียงแก้ไขรัฐธรรมนูญ ลดความเป็นอิสลาม ปรับแก้นโยบายบริหารประเทศที่รัฐบาลก็ยอมรับว่าทำผิดพลาดหลายอย่าง เปลี่ยนแปลงรัฐมนตรีบางตำแหน่งเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาอื่นๆ ที่ประชาชนให้ความสำคัญ
            ล่าสุดรัฐบาลมอร์ซีได้ประกาศแล้วว่าไม่ยอมรับเส้นตาย 48 ชั่วโมงของกองทัพ ขณะนี้รัฐบาลอยู่ระหว่างการเจรจากับทุกฝ่าย เพื่อแก้ไขสถานการณ์ตามครรลองประชาธิปไตย ตามความต้องการของประชาชน ท่าทีของรัฐบาลคือปฏิเสธอำนาจของฝ่ายทหาร และยืนยันว่าจะเป็นรัฐบาลบริหารประเทศต่อไป เพียงแต่อาจมีการปรับแก้นโยบาย หรือบางสิ่งบางอย่างเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน
            ในแง่มุมหนึ่ง อาจดูเหมือนว่ารัฐบาลดึงดื้อต่อคำขาดของกองทัพ แต่หากพิจารณาให้ดีจะพบว่ากองทัพก็ไม่ได้เรียกร้องให้รัฐบาลต้องลาออก ขณะนี้ทั้งรัฐบาลกับกองทัพพูดตรงกันว่าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างให้ตรงกับความต้องการของประชาชน ซึ่งหมายถึงฝ่ายต่อต้านนั่นเอง

            ตลอดหนึ่งปีของรัฐบาลมอร์ซี ปัญหาใหญ่อยู่ที่สองฝ่ายต่างยึดมั่นว่ากำลังกระทำในสิ่งที่ถูกต้อง ชอบธรรม และสองฝ่ายต่างมีพลังสนับสนุนอย่างแข็งแรง ไม่ว่าฝ่ายใดจะมีจำนวนมากกว่าหรือน้อยกว่า แต่ต่างเป็นแนวร่วมที่เข้มแข็ง
            
            48 ชั่วโมงต่อจากนี้ ต้องติดตามการตัดสินใจของประธานาธิบดีมอร์ซี การตอบสนองจากฝ่ายต่อต้าน และกองทัพ
            สถานการณ์ยังอยู่ในภาวะไม่นิ่ง สามารถแปรเปลี่ยนได้หลายทิศทาง ทุกฝ่ายคงกำลังอยู่ระหว่างการเจรจา ประเมินกระแสต่างๆ
2 กรกฎาคม 2013
ชาญชัย คุ้มปัญญา
-------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง
(อัพเดท 30 มิ.ย. 8.00 น.) ตลอด 1 ปีที่ผ่านมานับจากประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซีบริหารประเทศ มีการชุมนุมประท้วงน้อยใหญ่เกิดขึ้นหลายครั้ง ครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่ฝ่ายต่อต้านเตรียมการมาอย่างดี หวังเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ ในขณะที่ยังมีประชาชนอีกไม่ที่สนับสนุนรัฐบาล

บรรณานุกรม:
1. Egypt's military gives Morsi 48-hour ultimatum, AP, 2 July 2013, http://news.yahoo.com/egypts-military-gives-morsi-48-hour-ultimatum-230415249.html
2. Egypt's Mohamed Morsi remains defiant as fears of civil war grow, The Guardian, 30 June 2013, http://www.guardian.co.uk/world/2013/jun/30/egypt-mohamed-morsi-defiant-civil-war
3. Millions of Egyptians turn out nationwide for anti-Morsi rallies; 7 dead in violence, Ahram Online, 1 July 2013, http://english.ahram.org.eg/NewsContent/1/64/75361/Egypt/Politics-/Millions-of-Egyptians-turn-out-nationwide-for-anti.aspx
4. Egypt ministers resign amid unrest, Al Jazeera, 1 July 2013, http://www.aljazeera.com/news/middleeast/2013/07/201371122823125310.html
5. Egypt's presidency rejects army ultimatum, AFP, 2 July 2013, http://uk.news.yahoo.com/egypts-presidency-rejects-army-ultimatum-020430560.html
----------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

มุกตาดา อัล-ซาดาร์ ผู้สร้างความเปลี่ยนครั้งใหญ่แก่อิรัก ?

ตั้งแต่รัฐบาลสหรัฐส่งมอบอธิปไตยคืนแก่อิรัก นายกรัฐมนตรีที่ผ่านมามีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐบาลสหรัฐทั้งสิ้น อัล-ซาดาร์กำลังจะเป็นนายกฯ คนแรกที่พยายามปลดแอกอิรักจากการครอบงำของต่างชาติ
เมื่อกองทัพสหรัฐกับพันธมิตรโค่นล้มระบอบซัดดัม ฮุสเซน รัฐบาลสหรัฐเป็นผู้ปกครองอิรัก จนถึงปี 2006 ส่งมอบอธิปไตยคืนแก่อิรัก จัดเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยหลายครั้ง แต่ผู้เป็นนายกฯ เป็นคนที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของสหรัฐ ดังนั้น แม้จะบอกว่าเป็นการเลือกตั้งเสรี ความจริงแล้วเป็นเพียงวิธีการ ทุกอย่างอยู่ภายใต้การจัดวางล่วงหน้า
เลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อกลางเดือนที่ผ่าน มุกตาดา อัล-ซาดาร์ (Moqtada al-Sadr) ได้ที่นั่งในสภาสูงสุด มีสิทธิ์จัดตั้งรัฐบาลและเป็นนายกฯ และอาจสร้างความเปลี่ยนแปลงแก่อิรักต่างจากนายกฯ คนก่อนๆ
แนวทางของอัลซาดาร์ : มุกตาดา อัล-ซาดาร์ เป็นนักบวช เป็นผู้นำจิตวิญญาณของมุสลิมชีอะห์กลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งในอิรัก นอกจากแสดงบทบาทในฐานะผู้นำทางศาสนา ยังทำหน้าที่อีกหลายอย่างเช่น เป็นผู้ปกครองของกลุ่ม ผู้วางนโยบายกำหนดทิศทาง และเป็นผู้นำกองกำลัง Mahdi Army อันเลื่องชื่อ ปะทะกับกองทัพสหรัฐนับครั้งไม่ถ้วน อัล-ซาดาร์ต่อต…

อุดมการณ์ทางการเมือง (1) นิยาม อุดมการณ์ทางการเมือง

หมายถึง ความคิด ความเชื่อ ที่มีแบบแผนเกี่ยวกับหลักการและคุณค่าทางการเมือง เป็นความคิดความเชื่อที่มีแนวทางแน่นอน มีเหตุผล มีจุดหมายปลายทาง และวัตถุประสงค์ที่มนุษย์พยายามจะดำเนินการให้สัมฤทธิผล
“นิยาม อุดมการณ์ทางการเมือง”
1.ความหมายของอุดมการณ์ทางการเมือง (Political Ideology) มีผู้นิยามหลากหลาย 1.1.หมายถึง ความคิด ความเชื่อ ที่มีแบบแผนเกี่ยวกับหลักการและคุณค่าทางการเมือง เป็นความคิดความเชื่อที่มีแนวทางแน่นอน มีเหตุผล มีจุดหมายปลายทาง และวัตถุประสงค์ที่มนุษย์พยายามจะดำเนินการให้สัมฤทธิผล 1.2.หมายถึง ความคิดความเชื่อที่ทำให้เกิดกลไกควบคุม เพื่อบรรลุเป้าหมายแห่งความคิดความเชื่อนั้น 1.2.1.เช่นอุดมการณ์มาร์กซิสม์ ก่อให้เกิดพรรคคอมมิวนิสต์เพื่อสร้างและควบคุมให้การปกครองบรรลุเป้าหมายของอุดมการณ์ 1.2.2.อุดมการณ์ประชาธิปไตย คือ การเพิ่มพูน ปกป้องเสรีภาพส่วนบุคคล ทำให้เกิดไกกลต่างๆ เช่น พรรคการเมือง กลุ่มผลประโยชน์ การลงมติ เพื่อรักษาความเป็นประชาธิปไตย 1.3.อุดมการณ์มิใช่เป็นเพียงปรัชญาการเมือง อุดมการณ์ทางการเมืองจะเรียกร้องให้มีการกระทำจากผู้ศรัทธาในอุดมการณ์ เกิดความรู้สึกว่าถูกต้องที่จะกระทำตามน…