ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เกาะติดประเด็นร้อน “การชุมนุมประท้วงประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซี แห่งอียิปต์”

30 มิถุนายน 2013
ชาญชัย
(แก้ไข 4 กรกฎาคม 2013)
สรุปสถานการณ์: (อัพเดท 30 มิ.ย. 8.00 น.)
            วันนี้จะเป็นวันเริ่มการชุมนุมใหญ่อีกครั้งของฝ่ายต่อต้านประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซี แห่งอียิปต์ เป็นวันครบรอบ 1 ปีที่ประธานาธิบดีมอร์ซีกล่าวสุนทรพจน์เข้ารับตำแหน่ง
            เหตุการณ์การเมืองภายในประเทศอียิปต์เป็นที่สนใจทั่วโลกตั้งแต่ปี 2011 เมื่อประชาชนจำนวนมากลุกฮือโค่นล้มรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีฮอสนี่ มูบารัค ตามมาด้วยการเลือกตั้งอย่างเสรี พรรคการเมืองของกลุ่มภราดรภาพมุสลิม (Muslim Brotherhood) เป็นฝ่ายชนะการเลือกตั้ง นายโมฮัมเหม็ด มอร์ซีหัวหน้ากลุ่มขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอียิปต์คนแรกที่มาจากการเลือกตั้ง
            ความไม่พอใจของฝ่ายต่อต้านเริ่มต้น เมื่อรัฐบาลใหม่ทำการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีเนื้อหาเน้นหลักศาสนาอิสลาม ถูกกล่าวหาว่าพยายามรวบอำนาจทางทหาร ตุลาการ ประธานาธิบดีมอร์ซีถูกฝ่ายต่อต้านมองว่าเป็นพวกอำนาจนิยมมากกว่าเป็นผู้นำประชาธิปไตย เห็นว่ารัฐบาลไม่พยายามบริหารประเทศเพื่อประชาชนทั้งประเทศอย่างแท้จริง
            ภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่เป็นอีกเหตุผลให้ฝ่ายต่อต้านโจมตีรัฐบาล ตลอดหนึ่งขวบปีที่ผ่านมาสภาพเศรษฐกิจไม่ดีขึ้น หลายอย่างแย่กว่าสมัยรัฐบาลมูบารัค น้ำมันเชื้อเพลิงขาดแคลน เงินเฟ้อพุ่งสูง
            ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ฝ่ายต่อต้านชุมนุมหลายครั้ง มีการปะทะบาดเจ็บล้มหลายอยู่เสมอ มารอบนี้ฝ่ายต่อต้านตั้งใจให้เป็นการชุมนุมใหญ่อีกรอบหนึ่ง

คืบหน้าล่าสุด: (อัพเดท 30 มิ.ย. 8.00 น.)
            ฝ่ายต่อต้านเรียกร้องให้ประธานาธิบดีมอร์ซีลาออก อ้างว่ามีรายชื่อผู้สนับสนุนพวกตนถึง 22  ล้านรายชื่อ ในขณะที่ประธานาธิบดีมอร์ซีได้รับคะแนนจากการเลือกตั้งเพียง 13 ล้านเสียง
(Egypt prepares for worst ahead of Sunday protest, AP)
            The Guardian เสนอข่าวว่าเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำอียิปต์ Anne Patterson พยายามหว่านล้อมขอให้ฝ่ายต่อต้านลดระดับข้อเรียกร้อง ฝ่ายต่อต้านบางคนต้องการให้ประธานาธิบดีมอร์ซีก้าวลงจากอำนาจทันที ในขณะที่บางคนเพียงต้องการให้จัดเลือกตั้งใหม่เร็วขึ้น แหล่งข่าวบางแห่งรายงานว่ากองทัพไม่ต้องการเข้าไปเกี่ยวข้องกับการชุมนุม แต่หากการชุมนุมขยายตัวและเห็นว่าฝ่ายชุมนุมประท้วงรัฐบาลแสดงเจตนารมณ์อันแท้จริงมากกว่า ก็อาจเข้าไปสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลชั่วคราว
(Egyptian activists hope for 'second revolution' a year after Morsi's election, The Guardian)

วิเคราะห์: (อัพเดท 30 มิ.ย. 8.00 น.)
            รายชื่อ 22 ล้านรายชื่อเป็นหลักฐานที่ชัดว่าฝ่ายต่อต้านวางแผนการชุมนุมครั้งนี้มาอย่างดี หวังจะพยายามผลักดันให้ประธานาธิบดีตัดสินใจจัดเลือกตั้งครั้งใหม่ทันทีหรือโดยเร็ว
            ปัญหาคือรัฐบาลมีประชาชนผู้ให้การสนับสนุนจำนวนมากเช่นกัน เมื่อวันศุกร์ที่ 21 มิ.ย. มีผู้เข้าร่วมชุมนุมสนับสนุนรัฐบาลมอร์ซีราว 1 แสนคน เห็นว่าประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซีมาจากการเลือกตั้งโดยเสรีจึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องเร่งจัดเลือกตั้งใหม่ตามที่ฝ่ายต่อต้านเรียกร้อง
            สถานการณ์ขณะนี้เป็นการเผชิญหน้าระหว่างม็อบสองกลุ่ม
            ตลอดหลายวันที่ผ่านมา มีการปะทะระหว่างผู้ชุมนุมสองฝ่ายตามเมืองต่างๆ มีผู้เสียชีวิตจำนวนหนึ่ง บาดเจ็บหลายร้อยคน ในขณะที่ประชาชนทั่วไปคาดว่าการชุมนุมจะยืดเยื้อและอาจเกิดเหตุรุนแรง สองสามวันที่ผ่านมาจึงกักตุนอาหารและเชื้อเพลิง จนสินค้าหมดจากชั้น ธนาคารบางสาขาขาดแคลนเงินสด
            การชุมนุมจะจบลงอย่างรวดเร็วถ้าของเรียกร้องของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้รับการตอบสนอง ในทางตรงข้ามทั้งสองฝ่ายหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจ ยกระดับการชุมนุมเพื่อเพิ่มความกดดัน
            ‘กองทัพ ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญของการเปลี่ยนแปลง ถ้าย้อนกลับไปเมื่อตอนโค่นล้มปธน.มูบารัค 
            ตลอดหนึ่งปีของรัฐบาลมอร์ซี ปัญหาใหญ่อยู่ที่สองฝ่ายต่างยึดมั่นว่ากำลังกระทำในสิ่งที่ถูกต้อง ชอบธรรม และสองฝ่ายต่างมีพลังสนับสนุนอย่างแข็งแรง ไม่ว่าฝ่ายใดจะมีจำนวนมากกว่าหรือน้อยกว่า แต่ต่างเป็นแนวร่วมที่เข้มแข็ง
            ในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมามีการชุมนุมหลายครั้ง แต่ละครั้งการชุมนุมของฝ่ายต่อต้านจะซาหรือยุติไปเองทุกครั้ง ดังนั้น รอบนี้อาจเป็นเหมือนเช่นครั้งก่อนๆ ก็เป็นได้
            ในอีกมุมหนึ่ง ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา สภาพเศรษฐกิจอันย่ำแย่ การบริหารประเทศตามแนวทางของปธน.มอร์ซี อาจเป็นหลักฐาน เป็นเหตุผลที่มากที่พอแล้วที่ฝ่ายต่อต้านจะมีพลังมากเพียงพอจนสามารถล้มรัฐบาลมอร์ซี
            วันนี้จะเป็นวันแรกของการชุมนุมใหญ่รอบใหม่ ผู้ชุมนุมของทั้งสองฝ่ายตั้งมั่นรอมาหลายวันแล้ว

-------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

America First, America Lonely

โดนัลด์ ทรัมป์ชูแนวคิด America First พร้อมทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ประเทศ แต่หลายนโยบายที่ยึดแนวทางนี้ส่งผลให้สหรัฐโดดเดี่ยวตัวเอง โลกกำลังก้าวสู่ความเป็นพหุภาคีมากขึ้น

หลักนโยบายแม่บทของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) หรือ “หลักนิยมทรัมป์” (Trump’s Doctrine) ตั้งอยู่บนแนวคิด “America First” (อเมริกาต้องมาก่อน) หมายถึงการบริหารประเทศที่ถือผลประโยชน์ของชาติกับพลเมืองเป็นที่ตั้ง แม้จะขัดแย้งประเทศอื่นๆ ละเมิดศีลธรรมคุณธรรม ตั้งอยู่บนหลักความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแบบสัจนิยม (Realism) แบบสุดขั้ว ระบบโลกเหมือนป่าดงดิบที่สัตว์ป่าทั้งหลายต่างดิ้นรนหาทางอยู่รอดโดยไม่คำนึงกฎใดๆ ยึดอธิปไตยชาติเป็นสำคัญ รัฐบาลทุกประเทศมีสิทธิ์และมีความรับผิดชอบต่อพลเมืองของตน เป็นลัทธิอเมริกานิยม (Americanism) ไม่ใช่โลกนิยม (globalism) บทความนี้เขียนขึ้นหลังประธานาธิบดีทรัมป์บริหารประเทศกว่าปีครึ่งแล้ว ความเป็น “อเมริกาต้องมาก่อน” ปรากฏชัดเจนมากขึ้น ในที่นี้จะนำเสนอบางตัวอย่างเพื่อให้เข้าใจหลักการดังกล่าวและปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น ไม่สนกติกาองค์การค้าโลกอีกต่อไป : ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวโจมตีองค์การค้าโลกเมื่อ…

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

ติมอร์-เลสเต จะเป็นสมาชิกอาเซียนลำดับที่ 11 หรือไม่

นับจากประเทศกัมพูชาเข้าร่วมสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เมื่อวันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 1999 จนถึงบัดนี้ยังไม่มีประเทศใดเข้าร่วมอาเซียนอีก อาเซียนปัจจุบันจึงคงมีสมาชิกทั้งสิ้น 10 ประเทศ ไม่กี่ปีที่ผ่านมารัฐบาลประเทศติมอร์-เลสเตพยายามขอเข้าร่วมสมาคมอาเซียน เกิดคำถามว่าอาเซียนจะมีสมาชิกใหม่หรือไม่ อะไรเป็นเหตุผลการรับหรือไม่รับเข้าเป็นสมาชิก             เมื่อเอ่ยชื่อประเทศติมอร์-เลสเต (Timor-Leste) น้อยคนนักที่จะรู้จักหรือเคยไปเยือนประเทศนี้เนื่องจากเป็นรัฐเกิดใหม่ บางคนอาจรู้จักในนามติมอร์ตะวันออกจากข่าวการต่อสู้เพื่อเอกราชอย่างยาวนานกับอินโดนีเซีย ก่อนได้รับเอกราชอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ. 2002             ติมอร์-เลสเต มีชื่ออย่างเป็นทางการว่าสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต ตั้งอยู่บนเกาะติมอร์ เดิมเป็นส่วนหนึ่งของอินโดนีเซีย เมื่อได้รับเอกราชแล้วอาณาเขตรัฐประกอบด้วยชนหลายกลุ่ม ทั้งพวกที่เคยต่อสู้เพื่อเอกราช พวกที่เดิมอาศัยอยู่ที่เขตเมืองหรือหมู่บ้านภายใต้การปกครองของอินโดนีเซีย และพวกที่ลี้ภัยออกนอกอาณาเขตเนื่องจากความไม่สงบที่ผ่านมา สภาพที่ประชาชนมี…