ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ประเด็นโลก ประเด็นร้อน 20-26 สิงหาคม 2012

บทความ 19 สิงหาคม 2012
ชาญชัย
1. ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะยานสู่ 100 ดอลลาร์


            คนที่มีรถยนต์ส่วนตัวจะสังเกตได้ว่าราคาน้ำมันในช่วงไม่ถึงสองเดือนนี้ปรับเพิ่มขึ้นบ่อยครั้ง ข้อมูลพลังงานขายปลีกของบริษัท ปตท. ชี้ว่านับตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมจนถึงวันนี้ ในเวลาเพียงเดือนครึ่ง ราคาปรับเพิ่มขึ้นมาแล้ว 7 ครั้ง (อ้างอิงราคาน้ำมัน E20, website ปตท.)


            ราคาน้ำมันขายปลีกไทยเป็นไปในทิศทางเดียวกับราคาน้ำมันดิบโลก ยกตัวอย่าง น้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ปิดที่ 96.01 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคมเป็นต้นมา (Bloomberg)


            ไม่ว่าปัจจัยพื้นฐานที่กล่าวอ้างจะเป็นเรื่องของดัชนีเศรษฐกิจบางตัวที่ดีขึ้น สถานการณ์รุนแรงในภูมิภาคตะวันออกลางหรือผลเกี่ยวเนื่องจากภัยแล้งสหรัฐฯ ราคาน้ำมันดิบโลกสูงขึ้นต่อเนื่อง 3 เดือนแล้ว


แม้โฆษกทำเนียบขาวจะออกมาให้ข่าวว่าเป็นนโยบายของประธานาธิบดีโอบามา ที่การระบายน้ำมันจากคลังสำรองยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserve) เป็นหนึ่งในวิธีแก้ไขปัญหาน้ำมันแพง (AFP) และโอบามาเคยใช้มาครั้งหนึ่งเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว แต่ผลลัพธ์ที่ได้ไม่น่าพอใจเพราะในเวลา 2 สัปดาห์ราคาน้ำมันดิบที่ถูกกดให้ต่ำกลับดีดตัวขึ้นไปอยู่เหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล


            ในอีกมุมมองหนึ่ง ครั้งนี้อาจแตกต่างจากเดิม เพราะโอบามากำลังอยู่ในช่วงหาเสียงอย่างเข้มข้น ท่านอาจมีวิธีสามารถสยบราคาน้ำมันดิบโลก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องคอยดูว่าตลาดน้ำมันดิบโลกจะตอบสนองอย่างไร


อาจจะมีโอกาสเห็นราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลก็เป็นได้


2 ความหวังสันติภาพในซีเรียริบหรี่ลง



            โฆษกสหประชาชาติรายงานว่า กองกำลังสังเกตการณ์สหประชาชาติชุดสุดท้ายกำลังถอนตัวออกจากประเทศซีเรียเนื่องด้วยภารกิจจะยุติลงในเที่ยงคืนวันอาทิตย์ (AP)


            การถอนตัวดังกล่าวเท่ากับว่าความพยายามที่จะแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีหยุดชะงักไปด้วย และไม่รู้ว่าจะมีความพยายามอย่างจริงจังเกิดขึ้นอีกเมื่อไร แม้สหประชาชาติจะแต่งตั้งนายลักคาร์ บราฮิมี (Lakhdar Brahimi) เป็นทูตสันติภาพแทนนายโคฟี่ อันนัน (Al Jazeera) ที่ขอลาออก ก็ไม่อาจแทนที่นายอันนัน บุคคลทรงเกียรติเป็นที่ยอมรับจากทุกชาติมหาอำนาจ จากชาติอาหรับ รวมทั้งจากประธานาธิบดีซีเรีย เรื่องทั้งหมดสรุปความได้ว่าสหประชาชาติยอมรับแล้วว่าไม่อาจแก้ปัญหาซีเรียด้วยสันติวิธี อย่างน้อยก็ในช่วงเวลาหนึ่ง


            การไม่สามารถแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี ความหมายในอีกด้านหนึ่งของเหรียญคือ ความขัดแย้งที่ดำเนินมากว่า 17 เดือนจะยืดเยื้อต่อไป ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากทุกฝ่ายที่มีผู้ประเมินว่าถึง 2 หมื่นคนก็จะเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าประชาชนชาวซีเรียจะต้องทนทุกข์กับเรื่องนี้อีกนานเท่าใด


นายเอ็ดมันด์ มูเล็ท (Edmond Mulet) รองหัวหน้ากองกำลังรักษาความสงบสหประชาชาติ กล่าวว่า "เห็นได้ชัดว่าในขณะนี้ทั้งสองฝ่ายเลือกที่จะทำสงคราม เลือกที่จะขัดแย้ง ส่วนโอกาสที่จะพูดคุยทางการเมือง การระงับความเป็นศัตรู และการเจรจาเหลือน้อยลงทุกที" (REUTERS)
ถ้ามองภาพที่กว้างกว่าประเทศซีเรีย ภูมิภาคตะวันออกกลางยังจะร้อนระอุ และมีโอกาสขยายวงความขัดแย้งออกไป หากประเทศที่เกี่ยวข้องต้องการเช่นนั้น


สันติภาพในซีเรียที่ริบหรี่จึงกลายเป็นโอกาสก่อความร้อนระอุแก่ภูมิภาคตะวันออกกลาง
--------------


ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

America First, America Lonely

โดนัลด์ ทรัมป์ชูแนวคิด America First พร้อมทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ประเทศ แต่หลายนโยบายที่ยึดแนวทางนี้ส่งผลให้สหรัฐโดดเดี่ยวตัวเอง โลกกำลังก้าวสู่ความเป็นพหุภาคีมากขึ้น

หลักนโยบายแม่บทของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) หรือ “หลักนิยมทรัมป์” (Trump’s Doctrine) ตั้งอยู่บนแนวคิด “America First” (อเมริกาต้องมาก่อน) หมายถึงการบริหารประเทศที่ถือผลประโยชน์ของชาติกับพลเมืองเป็นที่ตั้ง แม้จะขัดแย้งประเทศอื่นๆ ละเมิดศีลธรรมคุณธรรม ตั้งอยู่บนหลักความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแบบสัจนิยม (Realism) แบบสุดขั้ว ระบบโลกเหมือนป่าดงดิบที่สัตว์ป่าทั้งหลายต่างดิ้นรนหาทางอยู่รอดโดยไม่คำนึงกฎใดๆ ยึดอธิปไตยชาติเป็นสำคัญ รัฐบาลทุกประเทศมีสิทธิ์และมีความรับผิดชอบต่อพลเมืองของตน เป็นลัทธิอเมริกานิยม (Americanism) ไม่ใช่โลกนิยม (globalism) บทความนี้เขียนขึ้นหลังประธานาธิบดีทรัมป์บริหารประเทศกว่าปีครึ่งแล้ว ความเป็น “อเมริกาต้องมาก่อน” ปรากฏชัดเจนมากขึ้น ในที่นี้จะนำเสนอบางตัวอย่างเพื่อให้เข้าใจหลักการดังกล่าวและปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น ไม่สนกติกาองค์การค้าโลกอีกต่อไป : ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวโจมตีองค์การค้าโลกเมื่อ…

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

ติมอร์-เลสเต จะเป็นสมาชิกอาเซียนลำดับที่ 11 หรือไม่

นับจากประเทศกัมพูชาเข้าร่วมสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เมื่อวันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 1999 จนถึงบัดนี้ยังไม่มีประเทศใดเข้าร่วมอาเซียนอีก อาเซียนปัจจุบันจึงคงมีสมาชิกทั้งสิ้น 10 ประเทศ ไม่กี่ปีที่ผ่านมารัฐบาลประเทศติมอร์-เลสเตพยายามขอเข้าร่วมสมาคมอาเซียน เกิดคำถามว่าอาเซียนจะมีสมาชิกใหม่หรือไม่ อะไรเป็นเหตุผลการรับหรือไม่รับเข้าเป็นสมาชิก             เมื่อเอ่ยชื่อประเทศติมอร์-เลสเต (Timor-Leste) น้อยคนนักที่จะรู้จักหรือเคยไปเยือนประเทศนี้เนื่องจากเป็นรัฐเกิดใหม่ บางคนอาจรู้จักในนามติมอร์ตะวันออกจากข่าวการต่อสู้เพื่อเอกราชอย่างยาวนานกับอินโดนีเซีย ก่อนได้รับเอกราชอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ. 2002             ติมอร์-เลสเต มีชื่ออย่างเป็นทางการว่าสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต ตั้งอยู่บนเกาะติมอร์ เดิมเป็นส่วนหนึ่งของอินโดนีเซีย เมื่อได้รับเอกราชแล้วอาณาเขตรัฐประกอบด้วยชนหลายกลุ่ม ทั้งพวกที่เคยต่อสู้เพื่อเอกราช พวกที่เดิมอาศัยอยู่ที่เขตเมืองหรือหมู่บ้านภายใต้การปกครองของอินโดนีเซีย และพวกที่ลี้ภัยออกนอกอาณาเขตเนื่องจากความไม่สงบที่ผ่านมา สภาพที่ประชาชนมี…