ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การกระตุ้นเศรษฐกิจควรสร้างความเจริญที่ยั่งยืน

บทความ 16 สิงหาคม 2012
ชาญชัย
            เป็นเรื่องบังเอิญหรืออย่างไรไม่ทราบ ที่ขณะนี้ตลาดเงินตลาดทุนทั่วโลกคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐในสามระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ได้แก่ สหรัฐฯ ยูโรโซนและจีน
            โดยทั่วไปรัฐบาลทุนนิยมควรปล่อยให้ความเป็นไปของตลาดเป็นไปตามกลไกเสรีให้มากที่สุด แต่เนื่องจากระบบตลาดเงินตลาดทุนเป็นศูนย์รวมความมั่งของของประชาชนจำนวนไม่น้อย ทั้งนายทุนเล็กนายทุนใหญ่ อีกทั้งความเชื่อมั่นของตลาดส่งผลกระทบสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งจะกระทบต่อการเมือง สังคมอีกทอดหนึ่ง รัฐบาลจึงไม่อาจมองข้ามความต้องการของตลาดได้
            กลายเป็นว่ารัฐทุนนิยม (หรือกึ่งทุนนิยมกึ่งระบบตลาด) ต้องเข้าแทรกแซงกลไกการค้าเสรีเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ บางรัฐถึงกับยินดีเสียอธิปไตยบางส่วนเพื่อแลกกับความช่วยเหลือจากต่างชาติ จากองค์กรระหว่างประเทศ
            แน่นอนว่ารัฐบาลจะไม่ยอมให้ตลาดเอาแต่ใจตน กระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร้เหตุผล เพราะการกระทำเช่นนั้นจะถูกฝ่ายค้านฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยโจมตี และที่สำคัญคือจะส่งผลลบต่อเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบต่อตลาดเงินตลาดทุนในที่สุด
            เป็นเรื่องสำคัญที่ประชาชนควรเข้าใจว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจมีทั้งทำเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อการแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจ เพื่อการวางรากฐานระบบเศรษฐกิจใหม่ที่ต้องกินเวลานานเป็นปี แต่ละประเภทย่อมต้องใช้กระบวนการแก้ไขที่แตกต่างกัน ใช้มาตรการที่แตกต่าง เวลาที่ไม่เท่ากัน เราไม่ควรคาดหวังมาตรการแก้ไขเดียวกันในปัญหาเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน
            สิ่งที่เราควรคาดหวังคือ มาตรการเหล่านั้นมีเพื่อสร้างเสถียรภาพเศรษฐกิจ ส่งผลดีต่อการเมือง สังคมในระยะยาว เป็นการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน แก้ไขปัญหาโดยไม่ทำลายรากฐานสังคม
            ตัวอย่างมาตรการบางอย่างอาจไม่กระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่เป็นการรักษาเยียวยาที่ยั่งยืนกว่า เช่น การปรับโครงสร้างระบบเศรษฐกิจ โครงสร้างทางสังคมทางการเมือง การส่งเสริมศักยภาพการแข่งขัน เรื่องเหล่านี้ไม่ส่งผลดีในระยะสั้นแต่คือความยั่งยืนในระยะยาว
ในขณะที่ยูโรโซนกำลังวิกฤตในขณะนี้ ประเทศเยอรมันถูกมองว่าได้ประโยชน์มากที่สุด เหตุเพราะมีระบบเศรษฐกิจภายในที่เข้มแข็ง ไม่ว่าเรื่องนี้จะมองในทางร้ายหรือทางดี เป็นหลักการที่เข้าใจทั่วไปว่าทุนนิยมยุคโลกภิวัตน์ไม่ได้เอื้อประโยชน์แก่ทุกประเทศทุกระบบเศรษฐกิจอย่างเท่าเทียมกัน ประโยคนี้ควรพูดให้ชัดเจนขึ้นว่าจะมีบางประเทศหรือบางระบบเศรษฐกิจที่เสียเปรียบ เป็นสภาพการแข่งขัน ความร่วมมือที่จะมีผู้ได้ประโยชน์มากกับผู้ได้ประโยชน์น้อย (หรือเสียประโยชน์มาก) ขึ้นกับว่าจะวัดด้วยดัชนีเศรษฐกิจ วัดด้วยคุณภาพชีวิต หรือวัดด้วยความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม ฯลฯ
            ผมยกเรื่องประเทศเยอรมันเพื่อย้ำในตอนท้ายนี้ว่าที่สุดแล้วคนในชาติต้องร่วมกันสร้างประเทศสร้างระบบเศรษฐกิจภายในให้เข้มแข็ง เพราะเศรษฐกิจภายในที่เข้มแข็งคือหนึ่งในรากฐานความมั่นคงความมั่นคั่งของประเทศ พยายามนึกถึงประเทศเยอรมันที่เป็นสมาชิกในยูโรโซนแต่ได้ประโยชน์มากกว่าหลายประเทศในกลุ่ม ผมเชื่อว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ออกจากยูโรโซนจะต้องส่งเสริมเสถียรภาพในระยะยาวแก่เยอรมันด้วย เพราะเป็นเงื่อนไขสำคัญที่เขาตั้งไว้ตรงหน้าเสมอ
-----------------


ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“อุดมการณ์เสรีนิยม”
·เกริ่นนำ oเสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเ…

มายาคติ เลือกตั้งกับไม่เลือกตั้ง

เลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้งเป็นเพียงวิธีการ เป้าหมายคือสังคมอยู่เย็นเป็นสุข เริ่มต้นด้วยการได้ผู้ปกครองที่รับใช้ประชาชน


เลือกตั้งดีกว่า : มีเลือกตั้งคือเป็นประชาธิปไตย ทุกครั้งที่จะเลือกตั้งน่าจะเริ่มด้วยการทบทวนว่าทำไมจึงควรมีการเลือกตั้ง เพราะรัฐบาลที่แล้วทำหน้าที่ได้ดีหรือเพราะล้มเหลวต่อหน้าที่ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐล่าสุด หลายคนต่อต้านฮิลลารี คลินตันเพราะคิดว่าเธอจะแย่กว่าโอบามา ในการชิงชัยเพื่อเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน (Presidential primaries) ปรากฏว่านักการเมืองหน้าเก่า ผู้คร่ำหวอดการเมืองพ่ายแพ้โดนัลด์ ทรัมป์ผู้มีภาพลักษณ์เป็นนักธุรกิจ ปลอดจากการเป็นชนชั้นปกครองอเมริกา การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส มารีน เลอเปน (Marine Le Pen) แม้ไม่ชนะเลือกตั้ง แต่กวาดคะแนนได้มาก ทั้งๆ ที่ชูนโยบายสุดโต่ง ไม่ใช่ปกติวิสัยของประเทศนี้ เอมมานูแอล มาครง (Emmanuel Macron) ผู้ชนะเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ เพิ่งมีบทบาททางการเมืองเพียงไม่กี่ปี อเล็กซิส ซีปราส (Alexis Tsipras) นายกรัฐมนตรีกรีซปัจจุบันมาจากเดิมที่เป็นพรรคเล็กๆ ไม่มีใครสนใจ ที่ชนะเลือกตั้งเพราะประชาชนเบื่อหน่ายทั้งพรรคฝ่ายซ้ายกับฝ่ายขวาท…

ลักษณะทั่วไปของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หน้า 4

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 ลักษณะทั่วไปของวิชารัฐศาสตร์ ชาญชัย ทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
“ลักษณะแนวคิดหรือทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ”
            ประการแรก ไม่มีแนวคิดหรือทฤษฎีใดที่สามารถใช้ครอบคลุมกับทุกเหตุการณ์
            ประการที่สอง แต่ละแนวคิดหรือทฤษฎีมีความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์ในตัวเอง
            จนทุกวันนี้ ในแวดวงนักวิชาการที่เชี่ยวชาญด้านทฤษฎียังถกเถียงกันอยู่เสมอถึงความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์กันอยู่เสมอ
            ประการที่สาม เหตุการณ์บางเรื่องไม่สามารถอธิบายได้ด้วยแนวคิดหรือทฤษฎีใดๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน
            กลายเป็นความท้าทายของนักทฤษฎีที่จะค้นคว้าและสร้างทฤษฎีใหม่ๆเพื่ออธิบาย วิเคราะห์ คาดการณ์เหตุการณ์เหล่านั้นต่อไป

“สัจนิยม”
            · สัจนิยมเป็นสำนักความคิด (school of thought) ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นมุมมองที่สำคัญที่สุดในทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 
            · เป็นแนวคิดที่ได้รับความนิยมที่สุดในปัจจุบัน
            · หรือ “เป็นกระบวนทัศน์นำ” (dominant paradigm)
            · “เป็นแนวที่ใชักันอยู่ในทาง…