ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

‘กรีซขอยืดเวลา’ กับความเป็นไปได้

บทความ 22 สิงหาคม 2012
ชาญชัย
นายกรัฐมนตรีกรีซ แอนโทนิส ซามาราส (Antonis Samaras) แสดงจุดยืนก่อนเจรจาผ่านสื่อว่า "ผมขอพูดแบบตรงไปตรงมา เราไม่ต้องการเงินเพิ่ม เรายึดมั่นในสัญญา ยึดมั่นในข้อเรียกร้องของเรา เราขอเร่งสร้างการเติบโต ... สิ่งเดียวที่เราต้องการคือมีที่ว่างหายใจเพิ่มอีกเล็กน้อยเพื่อให้เศรษฐกิจทำงาน ให้รัฐมีรายได้เพิ่ม" (REUTERS)
            ข้อเรียกร้องของรัฐบาลกรีซคือ ขอผ่อนคลายมาตรการรัดเข็มขัดออกไปอีกระยะหนึ่ง หลังจากที่เศรษฐกิจประเทศถดถอยสู่ปีที่ 5 ประชาชนเกือบ 1 ใน 4 อยู่ในภาวะว่างงาน
            คำถามคือ กลุ่มเจ้าหนี้ซึ่งประกอบด้วย EU ECB และ IMF ที่เรียกว่า troika จะยอมหรือไม่
มีแนวทางที่สามารถเป็นไปได้ 3 แบบ อธิบายได้ใน 3 ฉากทัศน์ (scenario) ดังนี้

1 ถ้าเจ้าหนี้ไม่ยอมตามกรีซ

            ในกรณีที่เจ้าหนี้ยืนยันคงข้อตกลงเดิม รัฐบาลกรีซกลับบ้านมือเปล่า ผลในระยะสั้นคือชาวกรีซบางส่วนอาจออกมาประท้วง รัฐบาลไร้เสถียรภาพ ระบบตลาดยูโรโซนพลอยหวั่นไหวไปด้วย เรื่องไม่จบเพียงเท่านั้น เพราะในเวลาต่อมาอาจพบว่ากรีซไม่สามารถทำตามข้อตกลงต่างๆ ประเทศยังอยู่ในภาวะวิกฤต เศรษฐกิจยูโรโซนจะสั่นสะเทือนอีกรอบ เมื่อถึงเวลานั้นรัฐบาลกรีซจะเรียกร้องขอผ่อนปรนมาตรการรัดเข็มขัดอีก เหตุการณ์เกิดเป็นวงจร
            ถ้าเจ้าหนี้กรีซไม่ยอมผ่อนปรนใดๆ สภาพการในยูโรโซนจะออกมาย่ำแย่ที่สุด

2 ถ้าเจ้าหนี้ยอมตามกรีซ

            ผลที่เกิดทันทีคือรัฐบาลกรีซชุดนี้ได้รับเสียงปรบมือจากประชาชนชาวกรีซ สถานภาพทางการเมืองมั่นคงเท่ากับระยะเวลายืดหนี้ ชาวกรีซสามารถดำเนินชีวิตที่ไม่ต้องกระเบียดกระเสียดมากนัก คงสภาพการณ์ยูโรโซน
            ส่วนผลเสียจะเกิดขึ้นถ้าในเวลาต่อมาพบว่า รัฐบาลกรีซไม่สามารถทำตามสัญญา จะยิ่งทำให้กรีซขาดความเชื่อถือ สะท้อนความอ่อนแอของประเทศอีกรอบ
            ความอ่อนแอของกรีซ สามารถอธิบายโดยย้อนกลับไป 2 ปี กรีซเคยขอรับเงินกู้ช่วยเหลือจำนวน 110 พันล้านยูโรในเดือนพฤษภาคม 2010 จากกลุ่มยูโรและ IMF แต่ความช่วยเหลือรอบนั้นไม่สามารถฟื้นเศรษฐกิจขึ้นมาได้จริง ปีที่แล้วจึงกลับไปมาเจ้าหนี้เดิมเพื่อขอกู้รอบใหม่
เรื่องที่กำลังพูดถึง ณ วันนี้ก็คือรัฐบาลกรีซกำลังขอปรับแก้เงื่อนไขกู้ยืมรอบใหม่นี่เอง หลังจากผ่านการเจรจาตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว
การขอกู้รอบสอง การขอปรับเงื่อนไข ขอยืดมาตรการรัดเข็มขัด ล้วนสะท้อนความอ่อนแอของกรีซ
            ภายใต้ฉากทัศน์ที่สองนี้ ตราบใดที่กรีซยังอยู่ในยูโรโซน กรีซจะเป็นจุดอ่อนของกลุ่ม เป็นตัวสร้างความผันผวนแก่ยูโรโซน แต่นั่นจะเกิดขึ้นในอีก 2-3 ปีข้างหน้า (หรือตามระยะเวลาการยืดหนี้ ยืดมาตรการรัดเข็มขัด) เว้นเสียแต่ว่ากรีซจะปฏิรูปได้อย่างจริงจังจนระบบตลาดเห็นอนาคตอันสดใสของประเทศนี้

3 ประนีประนอม

            นอกจากฉากทัศน์ 2 แบบที่นำเสนอข้างต้น ซึ่งเป็นการเลือกระหว่างจะเอาซ้ายหรือขวา ขาวหรือดำ ยังมีอีกทางเลือกหนึ่งคือ แนวทางประนีประนอม
            การประนีประนอมอาจออกมาในลักษณะยอมยืดเวลาให้อีกระยะ แต่การรัดเข็มขัดจะต้องบรรลุผลตามขั้นตอน เจ้าหนี้กรีซจะคอยตรวจสอบทุกระยะ การปล่อยเงินกู้ตามงวดและการผูกผันสัญญายืดชำระหนี้จะขึ้นกับการที่กรีซบรรลุเป้าหมายการรัดเข็มขัดในแต่ละช่วงเวลา
            ผลคือกรีซจะได้รับการผ่อนคลายมาตรการรัดเข็มขัด ส่วนเจ้าหนี้ก็ได้รับเงินคืนตามเวลาที่กำหนดใหม่ในแต่ละช่วง ภายใต้การตรวจสอบควบคุมอย่างเข้มงวด
            ฝ่ายการเมืองของทุกประเทศจะได้ประโยชน์ รวมทั้งประชาชนชาวกรีซด้วย
ที่ผ่านเจ้าหนี้กรีซพอใจกับรัฐบาลของซามาราสมากกว่าพรรคฝ่ายค้าน การพูดคุยเจรจากับนายซามาราสย่อมง่ายกว่าอีกฝ่าย
            ผมเชื่อว่าทางเลือกประนีประนอมน่าจะเป็นตัวเลือกที่มีโอกาสสูงสุด แต่อาจต้องใช้เวลาการเจรจานานกว่าที่คิด
-------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

ศึกเลือกตั้งกลางเทอม 2018: ถอดบทเรียนที่ได้ ชัยชนะของทรัมป์

กระแสต่อต้านทรัมป์มีจริงแต่ไม่แรงอย่างที่หลายฝ่ายนำเสนอ รัฐบาลสามารถบริหารประเทศตามแนวทางของตนต่อไป ถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ไม่กี่วันก่อนเลือกตั้ง ผลโพลรายงานว่าพรรคเดโมแครทจะได้ ส.ส. เพิ่ม 23 ที่นั่ง ครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนฯ ในขณะที่รีพับลิกันยังครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา ในช่วงสุดท้ายของการหาเสียงประธานาธิบดีทรัมป์กับพรรครีพับลิกันของท่านเน้นหาเสียงให้กับวุฒิสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นแผนหรือเป็นการคาดการณ์ตามผลโพล ช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนเลือกตั้งทรัมป์เอ่ยเรื่องที่ต้องการได้ ส.ว.เพิ่มขึ้น ส.ส.ลดลง “คลื่นน้ำเงิน” (Blue Wave): ถ้าใช้ข้อมูลที่พูดแง่ลบต่อทรัมป์ 3 สัปดาห์ก่อนเลือกตั้งทรัมป์ประกาศว่าหากรีพับลิกันแพ้ไม่ใช่ความผิดของตน ผลโพลหลายสำนักชี้ว่าคนจำนวนมากออกไปใช้สิทธิ์เพราะต้องการแสดงตนต่อต้านประธานาธิบดี ยกตัวอย่างผลโพลของ CNN ชี้ว่าร้อยละ 42 ของผู้ที่จะไปใช้สิทธิจะลงคะแนนเพื่อส่งสารแสดงตนบอกว่าผลงานรัฐบาลไม่เข้าตา ร้อยละ 28 ตั้งใจไปเลือกตั้งเพื่อสนับสนุนประธานาธิบดี และอีกร้อยละ 28 เช่นกันพูดว่าไม่ได้เลือกเพราะทรัมป์ นักวิชาการบางคนเห็นว่าเป็นไปตามทิศทางเล…

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเป็นแง่ลบคือ หมายถึง ความหย่อนยานในทางศีลธรรมจรรยา การไม่คำนึงถึงระเบียบวินัยทางเพศและศาสนา (เช่นพวกฮิปปี้ในอเมริกา) หลักสำค…