ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

Fiscal Cliff: หนังเก่าฉายซ้ำ

หลังผ่านการเจรจาต่อรองหลายรอบทั้งทางตรงทางลับระหว่างพรรคเดโมแครตกับพรรครีพับลิกัน ผู้คนจำนวนมากทั่วโลกตั้งหน้าตั้งตารอข่าวว่าจะสามารถแก้ปัญหาทันสิ้นปีหรือไม่ ในที่สุดประธานาธิบดีบารัก โอบามาลงนามผ่านร่างกฎหมายเพื่อเลื่อนการตัดลดรายจ่ายและขึ้นภาษีบุคคลธรรมที่มีรายได้มากกว่า  4 แสนดอลลาร์ต่อปี หรือครัวเรือนที่มีรายได้มากกว่า 4.5 แสนดอลลาร์ต่อปี เป็นเวลา 2 เดือน ขยายความช่วยแก่ผู้ว่างงานตลอดปี 2013
            ที่สุดของความพยายามจากทั้งสองฝ่ายในรอบที่แล้วทำได้เพียงเลื่อนปัญหาออกไปอีก 2 เดือน ดังนั้นเส้นตายของ Fiscal Cliff รอบใหม่นี้คือต้นเดือนมีนาคม
            มาถึงรอบนี้จุดยืนของพรรครีพับลิกันยังคงเดิมคือต้องการให้รัฐบาลกลางตัดลดงบประมาณ โดยเฉพาะงบประมาณสวัสดิการช่วยเหลือผู้ว่างงานกับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยเพื่อแลกกับการที่พรรครีพับลิกันจะยอมเพิ่มระดับเพดานเงินกู้ วุฒิสมาชิก มิช แม็คคอนเนล กล่าวว่า โอบามาจะต้อง “ใช้จ่ายอย่างระมัดระวังและเป็นเวลาดีที่จะแก้เพดานหนี้” โฆษกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรครีพับลิกัน นายจอห์น โบเนอร์ ให้เหตุผลว่า “คนอเมริกันไม่สนับสนุนเพิ่มเพดานหนี้หากรัฐบาลไม่ลดการใช้จ่ายด้วย”
โดยสรุปคือพรรครีพับลิกันต้องการแก้ปัญหา Fiscal Cliff ด้วยการปรับเพิ่มเพดานเงินกู้ โดยมีเงื่อนไขต้องตัดงบประมาณสวัสดิการที่ประธานาธิบดีโอบามาคัดค้านมาโดยตลอด
ในขณะที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามาย้ำว่ารัฐบาลมีหน้าที่ต้องชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ หรือไม่ก็เบี้ยวจ่าย ส่วนที่รัฐบาลจะมีเงินพอจ่ายหรือไม่เป็นหน้าที่ของรัฐสภาที่จะต้องแก้ปัญหานี้ และพยายามโยนความผิดให้พรรครีพับลิกันว่า “ถ้าผู้แทนรัฐสภาของรีพับลิกันปฏิเสธชำระเงินตรงเวลา การจ่ายเงินสวัสดิการสังคมและสวัสดิการทหารผ่านศึกจะล่าช้าออกไป รัฐบาลอาจไม่มีเงินจ่ายกองทัพ เจ้าของธุรกิจรายเล็กที่รัฐบาลติดต่อ” และเจ้าหน้าที่รัฐอื่นๆ อีกจำนวนมาก พร้อมกับเตือนว่าแนวทางแก้ไขปัญหา Fiscal Cliff ของเขามีส่วนช่วยให้เขาชนะการเลือกตั้งที่เพิ่งผ่านมาไม่นาน
พร้อมกันนี้ประธานาธิบดีโอบามายืนยันจุดยืนเดิมว่าการแก้ปัญหา Fiscal Cliff ต้องตัดลดงบประมาณบางส่วนพร้อมกับขึ้นภาษีคนรวยซึ่งรีพับลิกันไม่เห็นด้วยในประเด็นหลังนี้
            เห็นได้ชัดว่าประเด็น Fiscal Cliff มาหยุดอยู่ที่ทางตันเดิม
            ที่ต่างออกไปคือครั้งนี้ดูเหมือนว่าพรรครีพับลิกันไม่สนใจกำหนดเส้นตายวันที่รัฐบาลไม่มีเงินชำระหนี้ สมาชิกพรรครีพับลิกันบางคนกล่าวว่าพวกเขาพร้อมจะยอมให้ประเทศไม่ชำระเงินตามกำหนดหรือให้หน่วยงานรัฐปิดทำการ (หมายถึงบางส่วน) เพื่อบังคับให้รัฐบาลโอบามายอมรับการตัดลดงบประมาณมากกว่าที่ประธานาธิบดีตั้งใจไว้
            สองฝ่ายยังอยู่ในห้วงเวลาแสดงอาการแข็งกร้าวอย่างชัดเจน
            เป็นไปได้ว่าการตัดสินใจทำอย่างไรอย่างหนึ่งในรอบนี้อาจล่าช้ากว่าครั้งก่อน เป็นไปตามความต้องการของพรรครีพับลิกัน แต่ประเด็นที่สำคัญกว่าคือเมื่อสองฝ่ายยืนยันจุดยืนเดิม การแก้ไขปัญหารอบนี้จะลงเอยด้วยการยืดเวลาแก้ปัญหาออกไปอีกหรือไม่
ไม่ว่ารอบนี้จะยืดเวลาออกไปกี่เดือนหรือกี่ปีล้วนมีค่าเท่ากับหนังเก่าฉายซ้ำ คือไม่ตัดสินวิธีแก้รากปัญหา ทุกฝ่ายรักษาจุดยืนของตน เป็นเงื่อนปมที่คลายไม่ออก

            หากวิเคราะห์ให้ลึกๆ เนื้อแท้ของ Fiscal Cliff คือการต่อสู้ทางการเมืองระหว่างสองพรรคโดยตรง เป็นเรื่องของความขัดแย้งระหว่างพรรคเดโมแครตที่ขณะนี้มีประธานาธิบดีโอบามาเป็นแกนนำกับพรรครีพับลิกันที่พยายามบั่นทอนความนิยมของโอบามามาโดยตลอด นโยบายหรือประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Fiscal Cliff คือเวทีความขัดแย้งหลักของสองพรรคตั้งแต่ปี 2010 เรื่อยมา
            ในแง่มุมการต่อสู้ทางด้านหลักนโยบาย คือ การต่อสู้ระหว่างนโยบายรัฐสวัสดิการของประธานาธิบดีโอบามา กับนโยบายของพรรครีพับลิกันที่ต้องการลดอำนาจรัฐบาลกลาง ปล่อยให้เศรษฐกิจเป็นไปตามกลไกตลาดเสรีมากขึ้น ที่ต่างฝ่ายต่างมีเหตุผลหลักการรองรับของตัวเอง
            ดังนั้น ประเด็น Fiscal Cliff จึงไม่ใช่เพียงเรื่องจะควรขึ้นภาษีคนมีฐานะดี ปรับลดงบประมาณสวัสดิการหรือขึ้นเพดานเงินกู้ แต่รวมถึงหลักนโยบายเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน การขับเคี่ยวทางการเมืองที่พรรครีพับลิกันจะไม่อ่อนข้อให้
            ภายใต้มุมมองนี้ ประเด็น Fiscal Cliff จึงเป็นหนังเก่าฉายซ้ำหลายรอบเช่นกัน และน่าจะฉายซ้ำไปอีกนาน
นายคอชิค บาซู หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ธนาคารโลกกล่าวถึงผลกระทบจาก Fiscal Cliff รอบใหม่อย่างชัดเจนว่า ถ้ารัฐสภาอเมริกาอนุมัติให้ปรับเพดานเงินกู้เพิ่มขึ้นอีกเพียงเล็กน้อยและรัฐบาลกลางตัดงบประมาณเนื่องจาก Fiscal Cliff เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเติบโตลดลงร้อยละ 0.4 ส่งผลให้เศรษฐกิจยุโรปหดตัวมากขึ้น เศรษฐกิจโลกเติบโตลดลงร้อยละ 1.4
สภาพเศรษฐกิจอเมริกา เศรษฐกิจโลกยังต้องร้อนๆ หนาวๆ กับ Fiscal Cliff ตามวัฏจักรฤดูกาลอีกต่อไป
17 มกราคม 2 0 13
ชาญชัย คุ้มปัญญา
--------------------------
บรรณานุกรม:
1. Obama Signs Bill Enacting Budget Deal to Avert Most Tax Hikes, Jan 3, 2013 12:25 PM GMT+0700, http://www.bloomberg.com/news/2013-01-03/obama-signs-bill-enacting-budget-deal-to-avert-most-tax-hikes.html
2. Hitting the debt limit: What bills would be paid?  Mon, Jan 14, 2013, http://news.yahoo.com/hitting-debt-limit-bills-paid-160938609--finance.html
3. Obama digs heels in, refuses to negotiate debt ceiling, 15 January 2013, http://news.yahoo.com/obama-says-refusal-lift-debt-ceiling-hurt-economy-170716116--business.html
4. U.S. Budget Poses Global Risk, Says World Bank, January 15, 2013, 6:37 p.m. ET, http://professional.wsj.com/article/SB10001424127887324595704578244041139940444.html?mod=WSJASIA_hps_LEFTTopWhatNews&mg=reno64-wsj
5. David Corn, Showdown: The Inside Story of How Obama Fought Back Against Boehner, Cantor, and the Tea Party (USA: William Morrow, 2012).
-------------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

ศึกเลือกตั้งกลางเทอม 2018: ถอดบทเรียนที่ได้ ชัยชนะของทรัมป์

กระแสต่อต้านทรัมป์มีจริงแต่ไม่แรงอย่างที่หลายฝ่ายนำเสนอ รัฐบาลสามารถบริหารประเทศตามแนวทางของตนต่อไป ถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ไม่กี่วันก่อนเลือกตั้ง ผลโพลรายงานว่าพรรคเดโมแครทจะได้ ส.ส. เพิ่ม 23 ที่นั่ง ครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนฯ ในขณะที่รีพับลิกันยังครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา ในช่วงสุดท้ายของการหาเสียงประธานาธิบดีทรัมป์กับพรรครีพับลิกันของท่านเน้นหาเสียงให้กับวุฒิสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นแผนหรือเป็นการคาดการณ์ตามผลโพล ช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนเลือกตั้งทรัมป์เอ่ยเรื่องที่ต้องการได้ ส.ว.เพิ่มขึ้น ส.ส.ลดลง “คลื่นน้ำเงิน” (Blue Wave): ถ้าใช้ข้อมูลที่พูดแง่ลบต่อทรัมป์ 3 สัปดาห์ก่อนเลือกตั้งทรัมป์ประกาศว่าหากรีพับลิกันแพ้ไม่ใช่ความผิดของตน ผลโพลหลายสำนักชี้ว่าคนจำนวนมากออกไปใช้สิทธิ์เพราะต้องการแสดงตนต่อต้านประธานาธิบดี ยกตัวอย่างผลโพลของ CNN ชี้ว่าร้อยละ 42 ของผู้ที่จะไปใช้สิทธิจะลงคะแนนเพื่อส่งสารแสดงตนบอกว่าผลงานรัฐบาลไม่เข้าตา ร้อยละ 28 ตั้งใจไปเลือกตั้งเพื่อสนับสนุนประธานาธิบดี และอีกร้อยละ 28 เช่นกันพูดว่าไม่ได้เลือกเพราะทรัมป์ นักวิชาการบางคนเห็นว่าเป็นไปตามทิศทางเล…

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเป็นแง่ลบคือ หมายถึง ความหย่อนยานในทางศีลธรรมจรรยา การไม่คำนึงถึงระเบียบวินัยทางเพศและศาสนา (เช่นพวกฮิปปี้ในอเมริกา) หลักสำค…