Shale gas กับ Shale oil ผู้ท้าทายวงการน้ำมันโลก

กระแสข่าวที่ภายในทศวรรษนี้สหรัฐอเมริกาจะลดการนำเข้าทรัพยากรน้ำมันจากต่างประเทศลงเรื่อยๆ และอาจไม่นำเข้าเลยก่อนสิ้นปี 2035 มีความชัดเจนมากขึ้น เหตุเนื่องจากสามารถผลิตก๊าซธรรมชาติจากชั้นหินดินดาน (shale gas) และน้ำมันจากชั้นหินดินดาน (shale oil) จำนวนมากจากแหล่งผลิตในประเทศที่ในอดีตมีข้อจำกัดทั้งด้านต้นทุนการผลิตกับปัญหามลพิษ
Shale gas กับ Shale oil :

            ทรัพยากรน้ำมันชั้นหินดินดานประกอบด้วยก๊าซธรรมชาติจากชั้นหินดินดาน (shale gas) กับน้ำมันจากชั้นหินดินดาน (shale oil)
            shale gas คือก๊าซธรรมชาติที่ถูกกักไว้ในชั้นหินใต้ดิน มนุษย์ค้นพบ shale gas มานานแล้ว แต่ไม่สามารถนำมาใช้เพราะไม่อาจแข่งกับแหล่งก๊าซธรรมชาติประเภทอื่นๆ ที่มีต้นทุนการผลิตต่ำกว่า มีปัญหาเรื่องมลพิษน้อยกว่า
            จนกระทั่งเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาสหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการพัฒนากรรมวิธีการผลิตที่เรียกว่า Hydraulic Fracturing และใช้เทคโนโลยีดังกล่าวร่วมกับเทคนิควิธีการขุดเจาะตามแนวนอนที่เรียกว่า Horizontal Drilling ทำให้สามารถผลิต shale gas ได้ในปริมาณมากและด้วยต้นทุนต่ำลง
            ปัจจุบันสหรัฐอเมริกาใช้ก๊าซธรรมชาติจาก shale gas ในสัดส่วนร้อยละ 20 ของปริมาณก๊าซธรรมชาติทุกประเภท และคาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นเป็นร้อยละ 40 ในปี 2032 ตามความต้องการภายในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น

            น้ำมันจากชั้นหินดินดาน (shale oil) หลายครั้งพบได้จากแหล่งเดียวกับที่พบก๊าซธรรมชาติจากชั้นหินดินดาน ในขณะที่บางแหล่งพบน้ำมันเป็นหลัก เช่น แหล่งขุดเจาะ ‘Avalon and Bone Springs’ คาดว่ามีน้ำมันที่นำขึ้นมาใช้ได้ถึง 1.58 พันล้านบาร์เรล แหล่ง Bakken คาดว่ามีน้ำมันถึง 3.65 พันล้านบาร์เรล
            ความสามารถใช้ทรัพยากรน้ำมันชั้นหินดินดานของสหรัฐฯ กลายเป็นเหตุเขย่าวงการน้ำมันโลก

ผลดีต่อสหรัฐอเมริกา
            ประเทศสหรัฐอเมริกาย่อมเป็นผู้ได้ประโยชน์โดยตรงในสองประการหลัก ดังนี้
            ประการแรก ในอนาคตสหรัฐฯ สามารถพึ่งพาตนเองในด้านพลังงานน้ำมัน 
            สหรัฐฯ เป็นประเทศที่บริโภคทรัพยากรน้ำมันมากที่สุดในโลก ในทศวรรษ 1970 ประสบปัญหาถูกองค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) คว่ำบาตรไม่ยอมขายน้ำมันให้ เป็นเหตุให้คนอเมริกาทั้งประเทศต้องต่อคิวยาวเหยียดเพื่อรอเติมน้ำมันรถ กระทบการดำเนินชีวิตประจำวันของคนเกือบทั้งประเทศ นับจากนั้นประเด็นการเข้าถึงแหล่งน้ำมันในตะวันออกกลางกลายเป็นประเด็นสำคัญทางการเมืองภายในประเทศนอกเหนือจากเหตุผลด้านความมั่นคงทางการทหาร ในระยะหลังนโยบายสหรัฐฯ ต่อภูมิภาคตะวันออกกลางมีความซับซ้อนยิ่งขึ้นและอาจเป็นเหตุผลสำคัญทำให้สหรัฐฯ ถูกกลุ่มผู้ก่อการร้ายโจมตีในเหตุวินาศกรรม 9/11 เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่ชาวอเมริกันเรียกร้องให้ประเทศลดการพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลาง และกลายเป็นนโยบายของรัฐบาลในเวลาต่อมา

            รายงาน Global Trends 2030: alternative world ของสภาข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐฯ ชี้ว่าที่ผ่านมาสหรัฐฯ เริ่มใช้ก๊าซและน้ำมันจากชั้นหินดินดานแล้วโดยเฉพาะ shale gas ส่วน shale oil ยังอยู่ช่วงเริ่มต้นของการพัฒนา แต่คาดว่าอีกไม่เกิน 20 ปีสหรัฐฯ อาจไม่ต้องพึ่งการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศและมีศักยภาพในการส่งออกด้วย
            หากการคาดการณ์ดังกล่าวเป็นจริงเท่ากับสหรัฐฯ จะไม่ต้องพึ่งพาทรัพยากรน้ำมันจากต่างประเทศอีกต่อไป มีผลต่อนโยบายต่างประเทศอย่างชัดเจน

            ประการที่สอง เศรษฐกิจได้รับผลดี
            เนื่องจาก shale gas กับ shale oil ที่มีต้นทุนต่ำ ทำให้ประเทศได้ใช้น้ำมันราคาถูกกว่าปัจจุบัน ก่อผลดีต่อเศรษฐกิจอเมริกาหลายประการ เช่น ช่วยลดต้นทุนการผลิต ราคาผันผวนน้อยลง ช่วยลดการขาดดุลการค้าต่างประเทศ มีผู้คาดว่าจะทำให้จีดีพีโตขึ้นร้อยละ 1.7-2.2 และเพิ่มการจ้างงาน 2.4-3 ล้านตำแหน่งก่อนปี 2030

            โดยสรุปแล้ว การที่สหรัฐฯ สามารถนำน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากแหล่งดังกล่าวมาใช้ถือเป็นการปลดแอกจากการพึ่งพาน้ำมันต่างประเทศ ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยตรง และส่งผลต่อนโยบายต่างประเทศสหรัฐฯ ในหลายเรื่อง โดยเฉพาะนโยบายต่อภูมิภาคตะวันออกกลาง


ปัญหาและอุปสรรคจากมลพิษ

            แม้ว่าเทคโนโลยีการผลิต shale gas กับ shale oil มาถึงจุดที่สามารถผลิตเพื่อการค้าและสามารถควบคุมมลพิษได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ปัญหาเรื่องมลพิษไม่หมดไปโดยสิ้นเชิง ยังเป็นข้อจำกัดหรืออุปสรรคสำคัญของการใช้ shale gas กับ shale oil เช่น หากการสร้างฐานขุดเจาะไม่ดีแต่แรก หลุมบ่อต่างๆ ปิดไม่สนิท สารพิษร้ายแรงที่ใช้กับมลพิษที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิตอาจกระจายขึ้นสู่ผิวดิน อีกทั้งยังมีปัญหาการบำบัดน้ำจำนวนมหาศาลที่ปนเปื้อนสารเคมี เหล่านี้อาจเป็นเหตุให้ประชาชนต่อต้านอย่างรุนแรง เป็นความเสี่ยงที่บริษัทกับรัฐบาลแบกรับอยู่
            มีข้อมูลชี้ว่าการผลิต shale gas ในสหรัฐฯ ถูกต่อต้านอย่างหนักจากกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโดยอ้างว่าการสำรวจขุดเจาะ shale gas ทำให้เกิดการปนเปื้อนของก๊าซมีเทนในแหล่งน้ำท้องถิ่นขนาดที่ชาวนาสามารถจุดไฟบนน้ำจากบ่อในฟาร์มของตนเอง ตลอดจนอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม ปัญหาเรื่องมลพิษมีมูลความจริงมากขึ้นเมื่อประเทศฝรั่งเศสกับบัลแกเรียได้เลื่อนเวลาการขุดเจาะออกไปด้วยความกังวลผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

            อย่างไรก็ตาม การควบคุมมลพิษนั้นขึ้นกับการพัฒนาแหล่งก๊าซแหล่งน้ำมันของแต่บริษัทแต่ละประเทศ ในระยะยาวแล้วคาดว่าสหรัฐฯ จะสามารถพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต การควบคุมมลพิษให้สมบูรณ์ขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ข้อจำกัดหรืออุปสรรคลดน้อยลง

ยากจะคาดการณ์ราคาน้ำมันโลกในอนาคต

            shale gas กับ shale oil สร้างประโยชน์ต่อสหรัฐฯ อย่างแน่นอน คำถามสำคัญที่ตามมาคือราคาน้ำมันโลกจะลดลงด้วยหรือไม่
            โดยทั่วไปแล้วราคาน้ำมันโลกขึ้นกับอุปสงค์อุปทานตามกลไกตลาด ปัจจุบัน shale oil ของสหรัฐฯ ยังอยู่ช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาและไม่ชัดว่าจะสามารถผลิตในปริมาณมากน้อยเพียงใด คาดการณ์ว่าในปี 2020 จะสามารถผลิตได้ 5-15 ล้านบาร์เรลต่อวัน ณ ราคาต้นทุนที่ 44-68 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลขึ้นกับแต่ละแหล่ง
            แม้จะมีการคาดการณ์ระดับราคาต้นทุนดังกล่าว ยังมีโอกาสที่ราคาจะลดลงมากกว่านี้เนื่องจากเทคโนโลยีอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาแบบก้าวกระโดด มีโอกาสที่เทคโนโลยีการผลิตจะดีขึ้นช่วยประหยัดต้นทุนได้มากกว่าที่คาดการณ์ในปัจจุบัน
            ค่อนข้างเชื่อได้ว่านับจากนี้ shale gas กับ shale oil จะค่อยๆ ออกสู่ตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับอุปสงค์โลกที่เพิ่มมากขึ้นแต่ละปีละ ดังนั้น หากไม่คิดถึงปัจจัยอื่นๆ ราคาน้ำมันโลกไม่น่าจะผันผวนขึ้นอยู่กับความสมดุลระหว่างอุปสงค์กับอุปทานในแต่ละช่วงเวลา

            แต่ราคาน้ำมันมันโลกไม่ได้ขึ้นกับกลไกตลาดเพียงอย่างเดียว มีปัจจัยด้านการเมืองระหว่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย 
            Oystein Noreng เป็นหนึ่งในผู้กล่าวอย่างชัดเจนว่าทุกวันนี้รัฐบาลกลุ่ม OPEC เป็นผู้กำหนดว่าจะผลิตและส่งออกน้ำมันแก่ตลาดโลกด้วยปริมาณมากน้อยเพียงใด ประเทศเหล่านี้มีข้อได้เปรียบกว่าประเทศผู้ผลิตอื่นเนื่องจากมีต้นทุนการผลิตต่ำสุด ส่วนประเทศผู้ส่งออกน้ำมันนอกกลุ่ม OPEC จะผลิตมากหรือน้อยขึ้นกับราคาน้ำมันในตลาดโลกเนื่องจากแต่ละแหล่งมีต้นทุนการผลิตแตกต่างกัน ประเทศผู้ส่งออกทั้งหมดมีการติดต่อเพื่อควบคุมปริมาณการผลิตโดยยึดถือเป้าหมายกำไรทั้งปีเป็นสำคัญ (เป้าหมายกำไรทั้งปีขึ้นกับราคาและปริมาณส่งออก) ส่งผลต่อระดับราคาน้ำมันโลกโดยตรง

            เมื่อสหรัฐฯ มีศักยภาพส่งออกน้ำมันสู่ตลาดโลก เกิดคำถามว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ต้องการให้ประเทศเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกน้ำมันด้วยหรือไม่ ต้องการเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีส่วนกำหนดราคาน้ำมันโลกหรือไม่ ที่ผ่านมานโยบายต่างประเทศกับนโยบายความมั่นคงเป็นตัวชี้ขาดเรื่องนี้

            หากสหรัฐฯ ส่งออกจำนวนมากจะทำให้ราคาน้ำมันโลกอ่อนตัว ประชาชนที่เคยใช้พลังงานทางเลือกอาจหันกลับมาใช้น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติดังเดิม ส่งผลกระทบต่อกลุ่มผู้ผลิตพลังงานทุกประเภท กระทบต่อเศรษฐกิจและเสถียรภาพรัฐบาลของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันทั้งหลาย ในขณะที่ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศผู้นำเข้าน้ำมัน นโยบายส่งออกน้ำมันของสหรัฐฯ จึงเป็นประเด็นสำคัญระดับโลก มีผู้ได้กับผู้เสียประโยชน์ทั่วทั้งโลก แต่ ณ วันนี้สหรัฐฯ ยังไม่ประกาศชัดว่าต้องการเป็นผู้ส่งออกน้ำมัน เป็นปริศนาที่รอคำตอบในอนาคต

            มีผู้กล่าวว่าพลังงานเปรียบเหมือนเลือดที่หล่อเลี้ยงระบบเศรษฐกิจให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไป ในอนาคตโลกจะใช้พลังงานเพิ่มมากขึ้นทั้งจากจำนวนประชากรที่เพิ่มมากกับระบบเศรษฐกิจที่ใช้ทรัพยากรพลังงานมากขึ้น ประเทศที่พึ่งการนำเข้ายิ่งเห็นความสำคัญต่อเรื่องนี้ 


            การที่สหรัฐฯ มีแนวโน้มชัดเจนว่าจะประสบความสำเร็จในการพัฒนา shale gas กับ shale oil จะส่งผลต่ออุตสาหกรรมน้ำมันโลก ต่อวงการน้ำมันโลกอย่างแน่นอน และจะยิ่งส่งผลเป็นทวีคูณถ้ารัฐบาลสหรัฐฯ ตัดสินใจมีบทบาทเป็นผู้ส่งออกทรัพยากรพลังงานน้ำมัน ณ วันนี้ยังไม่อาจคาดการณ์ทิศทางการตัดสินใจดังกล่าว แต่เป็นเรื่องสำคัญเกี่ยวข้องกับทุกประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นประเทศผู้ส่งออกหรือนำเข้าจำต้องติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด
5 มกราคม 2013

ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน ไทยโพสต์ ปีที่ 17 ฉบับที่ 5906 วันเสาร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ.2556)

----------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง:
ความก้าวหน้าเทคโนโลยีทำให้ Shale gas กับ tight oil กลายเป็นแหล่งปิโตรเลียมใหม่ของโลก มีผลต่อวงการอุตสาหกรรมน้ำมัน คาดว่าตลาดน้ำมันโลกจะมีผู้ผลิตรายใหม่เกิดขึ้น สหรัฐฯ อาจกลายเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก บทบาทของโอเปกลดลง
บรรณานุกรม:
1. Imports by Area of Entry. http://www.eia.gov/dnav/pet/pet_move_imp_dc_nus-z00_mbblpd_a.htm
2. John R. Fanchi. Energy in the 21st Century, 2nd Edition, 2011
3. Oystein Noreng. Crude Power: Politics and the Oil Market, reprint 2007
4. National Intelligence Council. Global Trends 2030: alternative world. http://www.dni.gov/files/documents/GlobalTrends_2030.pdf
5. ประสบการณ์จากการศึกษาดูงาน เรื่อง : การสำรวจและผลิตก๊าซธรรมชาติจากชั้นหินดินดาน (Shale Gas) http://www.dmf.go.th/file/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99ShaleGas-%E0%B8%89%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%93%E0%B9%8C.pdf
6. Argus US Shale Oil Special Report - Argus Media http://www.argusmedia.com/Petroleum/Crude/~/media/Files/PDFs/Mkting/Argus%20US%20Shale%20Oil%20Special%20Report.ashx
7. What is shale gas and why is it important? http://www.eia.gov/energy_in_brief/article/about_shale_gas.cfm
8. U.S. Field Production of Crude Oil. http://www.eia.gov/dnav/pet/hist/LeafHandler.ashx?n=PET&s=MCRFPUS2&f=A

---------------------

ประกันสุขภาพ ไข้หวัดใหญ่ มือเท้าเปื่อย และ 5 โรคจากยุง

ประกันสุขภาพ ไข้หวัดใหญ่ มือเท้าเปื่อย และ 5 โรคจากยุง
เบี้ยหลักร้อย คุ้มครองหลักหมื่นครับ สนใจคลิกดูก่อนครับ

ลิงก์เดียวซื้อประกันได้ทุกชนิด สนใจคลิกครับ

ลิงก์เดียวซื้อประกันได้ทุกชนิด สนใจคลิกครับ
ซื้อประกันออนไลน์สะดวก รวดเร็ว ติดต่อ 24 ชม.

เลือกซื้อประกันชีวิตแบบที่ต้องการ

เลือกซื้อประกันชีวิตแบบที่ต้องการ
ซื้อออนไลน์ด้วยตัวเอง ไม่ยุ่งยาก ไม่ซับซ้อน สอบถาม 24 ชม. สนใจคลิกดูก่อน

ยินดีให้คำปรึกษา ซื้อหรือขายประกันรถยนต์ และอื่นๆ

ยินดีให้คำปรึกษา ซื้อหรือขายประกันรถยนต์ และอื่นๆ
ติดต่อ ไลน์ ck09105

ซื้อประกัน พ.ร.บ. รถยนต์ แล้วต่อภาษีได้เลย ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก ซื้อได้ทั่วประเทศ

ซื้อประกัน พ.ร.บ. รถยนต์ แล้วต่อภาษีได้เลย ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก ซื้อได้ทั่วประเทศ
ซื้อหรือสอบถามคลิกที่รูป หรือโทร 091-0597905

รวมทุกบริษัทประกันไวรัสโคโรนา โควิด-19

รวมทุกบริษัทประกันไวรัสโคโรนา โควิด-19
สนใจคลิกที่รูป