ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เข้าใจอาเซียน ตอน: ความสำคัญของการศึกษาวิถีอาเซียน

หลายประเทศที่สัมพันธ์กับอาเซียน รวมทั้งนักวิชาการต่างประเทศจำนวนมากที่ศึกษาเรื่องราวของอาเซียนมักจะพบความประหลาดใจ ได้ประสบการณ์ใหม่ที่ไม่คุ้นเคย เป็นลักษณะเฉพาะของอาเซียนและถูกขนานนามว่าเป็น “วิถีอาเซียน” (ASEAN way)

Kasira Cheeppensook ชี้ว่าการศึกษาอาเซียนตามแนวทางอย่างเป็นเหตุเป็นผล (rationalist approaches) จะทำให้เข้าใจไขว้เขว เพราะการตัดสินใจของอาเซียนไม่ได้ดำเนินภายใต้สถาบันหรือกลไกที่มีหลักมีเกณฑ์แน่นอน
            การตัดสินใจของอาเซียนไม่ได้หมายความว่าไม่เหตุผล แต่รูปแบบหรือลักษณะการคิดการตัดสินใจมีความยืดหยุ่น เปลี่ยนแปลงไปตามบริบท ไม่ยึดกับหลักการหรือกฎเกณฑ์ชุดใดอย่างตายตัว  
            เรื่องราวความประหลาดใจอธิบายได้ง่ายๆ เหมือนชาวตะวันตกคนหนึ่งที่ไม่เคยรู้ใจเข้าใจวัฒนธรรมของชาติตะวันออก เมื่อเขาพยายามตีความพฤติกรรม ความคิดความอ่านของชาวตะวันออกจะรู้สึกสับสน หลักการที่มีอยู่ไม่อาจใช้กับชาวตะวันออกได้อย่างสมบูรณ์
ดังที่ Amitav Acharya ให้ข้อสรุปว่าวิถีอาเซียนคือชุดของความคิดที่ต่างจากแนวทางของชาติตะวันตก
            ทางออกของเรื่องนี้จึงต้องศึกษาให้เข้าใจวัฒนธรรม ค่านิยม วิถีชีวิตของอาเซียนก่อน
ความสำคัญของการศึกษาวิถีอาเซียน พอจะประมวลได้ดังนี้
            ประการแรก จำเป็นต่อการทำความเข้าใจอาเซียน
การศึกษาอาเซียนในฐานะองค์ระหว่างประเทศทั่วๆ ไปองค์กรหนึ่งจะได้ความเข้าใจในระดับหนึ่ง แต่เนื่องจากเรื่องราวความเป็นไปของอาเซียนมีลักษณะเฉพาะ การศึกษาทำความเข้าใจตามแนวทางหรือหลักการทั่วไปไม่อาจเข้าใจอาเซียนได้อย่างครบถ้วน จำต้องผสมผสานหลักการทั่วไปร่วมกับความเข้าใจในวิถีอาเซียนจึงจะสามารถเข้าใจอาเซียน เรื่องราวต่างๆ ได้ถูกต้องแม่นยำยิ่งขึ้น
นักวิเคราะห์หรือผู้เชี่ยวชาญองค์กรระหว่างประเทศอื่นๆ เมื่อมาศึกษาอาเซียนจะพบประสบการณ์ใหม่และเห็นว่าอาเซียนมีลักษณะเฉพาะของตน จำต้องศึกษาเรื่องนี้ให้เข้าใจเสียก่อน

ประการที่สอง ช่วยให้เข้าใจข้อดีข้อเสียของอาเซียน
การพูดถึงข้อดีข้อเสียขององค์กรใดองค์กรหนึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่หยิบยกขึ้นมาพูดถึงเสมอ เป็นหัวข้อหนึ่งที่ช่วยให้เข้าใจอาเซียนเพิ่มมากขึ้น ช่วยให้เข้าใจว่าอะไรที่อาเซียนทำได้ ทำไม่ได้ อะไรที่ทำได้ดีหรือยังต้องพัฒนาอีกมาก
งานวิชาการหลายชิ้นเมื่อวิเคราะห์อาเซียนด้วยหลักทั่วไปได้ข้อสรุปว่าอาเซียนมีข้อเสียหลายประการ เป็นองค์กรที่ไร้ประสิทธิภาพ แต่หากวิเคราะห์โดยใช้วิถีอาเซียนร่วมด้วย ผลสรุปจะแตกต่างออกไป (รายละเอียดหัวข้อนี้จะนำเสนอในโอกาสต่อไป)
การจะตีความข้อดีข้อเสียของอาเซียนจำต้องเข้าใจบริบทของอาเซียนมากกว่ายึดหลักการตามแนวทางตะวันตก
ประการที่สาม ทำให้สามารถได้แนวทางพัฒนาอาเซียนที่ทำได้จริง
            ที่สุดของการศึกษาองค์กรระหว่างประเทศคือการค้นหา เสนอแนวทางเพื่อพัฒนาองค์กรให้สามารถบรรลุเป้าหมาย ตอบสนองผลประโยชน์ของชาติสมาชิกและประโยชน์ของประชาชน ช่วยหาคำตอบว่าอาเซียนควรพัฒนาไปในทิศทางใด นโยบาย แนวทางการปฏิบัติควรเป็นอย่างไร

           การศึกษาวิถีอาเซียนกล่าวได้ว่าคือหัวใจของการศึกษาเพื่อทำความเข้าใจอาเซียน สามารถอธิบายเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น ช่วยให้เข้าใจคาดการณ์พฤติกรรมได้อย่างแม่นยำ และสามารถเสนอแนะแนวทางเพื่อพัฒนาอาเซียนให้เป็นองค์กรที่สร้างผลประโยชน์สูงสุด
            การศึกษาอาเซียนจึงจำต้องศึกษาวิถีอาเซียนก่อน
26 มกราคม 2013
ชาญชัย คุ้มปัญญา
-----------------------
บรรณานุกรม:
1. Kasira Cheeppensook, The ASEAN Way on Human Security, http://humansecurityconf.polsci.chula.ac.th/Documents/Presentations/Kasira.pdf
2. Taku Tamaki,  Making Sense of ‘ASEAN Way’: A Constructivist Approach, http://paperroom.ipsa.org/papers/paper_5293.pdf
----------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

ศึกเลือกตั้งกลางเทอม 2018: ถอดบทเรียนที่ได้ ชัยชนะของทรัมป์

กระแสต่อต้านทรัมป์มีจริงแต่ไม่แรงอย่างที่หลายฝ่ายนำเสนอ รัฐบาลสามารถบริหารประเทศตามแนวทางของตนต่อไป ถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ไม่กี่วันก่อนเลือกตั้ง ผลโพลรายงานว่าพรรคเดโมแครทจะได้ ส.ส. เพิ่ม 23 ที่นั่ง ครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนฯ ในขณะที่รีพับลิกันยังครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา ในช่วงสุดท้ายของการหาเสียงประธานาธิบดีทรัมป์กับพรรครีพับลิกันของท่านเน้นหาเสียงให้กับวุฒิสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นแผนหรือเป็นการคาดการณ์ตามผลโพล ช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนเลือกตั้งทรัมป์เอ่ยเรื่องที่ต้องการได้ ส.ว.เพิ่มขึ้น ส.ส.ลดลง “คลื่นน้ำเงิน” (Blue Wave): ถ้าใช้ข้อมูลที่พูดแง่ลบต่อทรัมป์ 3 สัปดาห์ก่อนเลือกตั้งทรัมป์ประกาศว่าหากรีพับลิกันแพ้ไม่ใช่ความผิดของตน ผลโพลหลายสำนักชี้ว่าคนจำนวนมากออกไปใช้สิทธิ์เพราะต้องการแสดงตนต่อต้านประธานาธิบดี ยกตัวอย่างผลโพลของ CNN ชี้ว่าร้อยละ 42 ของผู้ที่จะไปใช้สิทธิจะลงคะแนนเพื่อส่งสารแสดงตนบอกว่าผลงานรัฐบาลไม่เข้าตา ร้อยละ 28 ตั้งใจไปเลือกตั้งเพื่อสนับสนุนประธานาธิบดี และอีกร้อยละ 28 เช่นกันพูดว่าไม่ได้เลือกเพราะทรัมป์ นักวิชาการบางคนเห็นว่าเป็นไปตามทิศทางเล…

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเป็นแง่ลบคือ หมายถึง ความหย่อนยานในทางศีลธรรมจรรยา การไม่คำนึงถึงระเบียบวินัยทางเพศและศาสนา (เช่นพวกฮิปปี้ในอเมริกา) หลักสำค…