'นาโตล้าสมัย' หรือ 'ไม่ตามใจสหรัฐ'?

ทรัมป์ระบุว่าปัญหานาโตมี 2 ข้อ ข้อแรกคือล้าสมัยเพราะสถาปนาตั้งแต่สมัยสงครามเย็น บริบทปัจจุบันแตกต่างไปมาก ข้อ 2 นาโตยังให้ความสำคัญกับก่อการร้ายน้อยเกินไป ในขณะที่สหรัฐต้องเสียงบประมาณสนับสนุนมากเกินไป ไม่ยุติธรรมต่อสหรัฐ ไม่คุ้มกับประโยชน์ที่ได้ ดังนั้นหากชาติสมาชิกนาโตไม่ช่วยแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม จะขอพิจารณาถอนตัวออกจากนาโต และถ้าการทำเช่นนี้เป็นเหตุให้นาโตแตกก็ให้แตกไปเลย

นาโตปรับตัวอยู่เสมอ :
            องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (North Atlantic Treaty Organisation: NATO) หรือที่นิยมเรียกสั้นๆ ว่านาโตเกิดขึ้นด้วยวัตถุประสงค์ต่อต้านสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ เมื่อสิ้นสงครามเย็น ไม่มีสหภาพโซเวียต สหรัฐกับยุโรปตะวันตกต่างตั้งคำถามว่านาโตควรอยู่ต่อไปหรือไม่ ควรปรับตัวอย่างไร
ข้อสรุปคือนาโตควรอยู่ต่อไป เพราะวัตถุประสงค์นาโตไม่ใช่ต่อต้านสังคมนิยมเท่านั้น นับจากปี 1967 ก็ให้ความสำคัญกับการดูแลความมั่นคงของสมาชิกอย่างครอบคลุม
เมื่อสิ้นสงครามเย็น นาโต้เริ่มปรับบทบาทครั้งใหญ่ ปี 1992 ประกาศทำหน้าที่เป็นกองกำลังรักษาสันติภาพ (peacekeeping) มีแนวคิดจัดตั้งหน่วยรบเคลื่อนที่เร็วร่วม (Combined Joint Task Forces: CJTFs) พร้อมจะส่งกองทัพจำนวนหนึ่งไปยังจุดต่างๆ นอกภูมิภาค มีการเอ่ยถึงกลุ่มก่อการร้าย รัฐอันธพาล และเชื่อมโยงพวกเหล่านี้กับอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (weapons of mass destruction: WMD)
            ดังนั้น นาโตจึงปรับตัวเรื่อยมา พยายามปรับตัวให้กับเข้าบริบทใหม่ วัตถุประสงค์ใหม่ ไม่ได้ล้าสมัยดังที่ประธานาธิบดีทรัมป์เอ่ยถึง จุดที่เป็นประเด็นขัดแย้งคือต้องร่วมกับสหรัฐเข้าพัวพันในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกอย่างเข้มข้นหรือไม่
            กรณีสงครามอ่าวเปอร์เซียครั้งที่ 2 เมื่อปี 2003 เป็นตัวอย่างที่นาโตฝั่งยุโรปไม่สนใจเข้าร่วมรบ มีเฉพาะอังกฤษเท่านั้นที่สนับสนุนรัฐบาลบุช ผลคือสหรัฐต้องเข้าทำสงครามโค่นล้มซัดดัม ฮุสเซนโดยมีไม่กี่ประเทศที่สนับสนุนอย่างจริงจัง
            ล่าสุดคือกรณีทำสงครามกับ IS ในซีเรียกับอิรักที่ประธานาธิบดีทรัมป์พูดเรื่อยมาว่ายุโรปให้ความร่วมมือน้อยเกินไป

การกดดันรอบใหม่ :
            ในภารกิจต่างๆ ที่ใช้กองทัพนาโตยุโรปไม่ว่าปฏิบัติการนั้นจะอยู่ในยุโรปหรือนอกยุโรป ภายใต้ข้อมติสหประชาชาติหรือไม่ ที่ผ่านมาฝั่งยุโรปเห็นว่าตนแบกรับภาระมากเกินไป และไม่คิดจะรับผิดชอบมาก เป็นอีกประเด็นว่าใครจะเป็นรับผิดชอบค่าใช้จ่าย
ในขณะเดียวกัน ตั้งแต่ก่อตั้งนาโต รัฐบาลสหรัฐพยายามเรียกร้องให้ฝั่งยุโรปแบกรับภาระเพิ่มเติม เป็นความจริงว่างบประมาณกลาโหมฝั่งยุโรปเมื่อเทียบต่อจีดีพีค่อยๆ ลดน้อยลง หลายประเทศไม่ยอมเพิ่มงบประมาณ
สมัยโอบามาไม่ต่างจากรัฐบาลทรัมป์ที่เรียกร้องให้ชาติยุโรปรับภาระเพิ่ม มิถุนายน 2013 Ivo Daalder เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำนาโต พูดย้ำตรงไปตรงมาว่าสัดส่วนที่ชาติยุโรปรับภาระนั้นน้อยเกินไปจนถึงระดับที่อยู่ต่อไม่ได้แล้ว (unsustainable level)
ดังนั้น ประเด็นขอให้ฝั่งยุโรปช่วยแบ่งเบาภาระงบประมาณเพิ่มจึงไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นกระบวนการที่ดำเนินต่อเนื่องมาแล้วหลายทศวรรษ

สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงนี้เป็นไปได้ว่ารัฐบาลสหรัฐกำลังตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง และกำลังกดดันหนักเพื่อให้ชาติสมาชิกฝั่งยุโรปทั้งหมดยอมรับแนวทางที่สหรัฐต้องการ
ประเด็นสำคัญที่ต้องพูดถึงคือ หลายนโยบายที่รัฐบาลทรัมป์คิดดำเนินการอยู่ในขณะนี้ สอดคล้องกับแนวยุทธศาสตร์แม่บท ประเด็นนาโตที่กำลังเอ่ยถึงเป็นอีกประเด็นตัวอย่าง

อะไรคือสิ่งที่สหรัฐต้องการ :
            ประเด็นน่าคิดคือถ้าเรื่องงบประมาณเป็นปัญหาใหญ่ สหรัฐควรยื่นคำขาดให้นาโตไปนานแล้ว แต่จนแล้วจนรอดสหรัฐยังอยู่กับนาโต เป็นไปได้ไหมว่าความหมายที่ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการจริงๆ คือกำลังพูดว่าชาติสมาชิกนาโตหลายประเทศไม่ได้ดำเนินนโยบายตามที่สหรัฐต้องการ
            ยกตัวอย่างเหตุการณ์ปัจจุบัน หลายประเทศให้ความร่วมมือต่อต้านผู้ก่อการร้าย IS น้อยเกินไป การใช้กำลังทางอากาศโจมตี IS มีเฉพาะอังกฤษกับฝรั่งเศสที่เข้ารบจริงๆ ยุโรปไม่ค่อยเห็นด้วยกับการคว่ำบาตรรัสเซีย ออกมาตรการเพียงเล็กน้อย และอาจเกี่ยวข้องกับนโยบายโครงการพัฒนานิวเคลียร์อิหร่านที่ทรัมป์แสดงท่าทีต้องการยกเลิกข้อตกลงเดิม ขณะที่ฝั่งยุโรปเห็นว่าเป็นข้อตกลงที่ดีแล้ว

ในระยะหลังชาตินาโตฝั่งยุโรปมีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น เยอรมันกลายเป็นแกนนำยุโรปตะวันตก อียู ไม่ได้ดำเนินการสอดคล้องกับสหรัฐหรืออย่างที่สหรัฐต้องการเสมอไป
            เงื่อนไขคือ หากยุโรปยังหวังรับการปกป้องทางทหารจากสหรัฐ จะต้องตามใจสหรัฐมากกว่าเดิม
            ประเด็นนาโตล้าสมัยของทรัมป์จึงล้ำลึกไม่น้อย

            ถ้ามองว่านโยบายนี้ต่อเนื่องจากรัฐบาลชุดที่แล้ว เท่ากับว่าฝ่ายสหรัฐกำลังเปิดฉากเริ่มเจรจาต่อรองใหม่ เพิ่มแรงกดดันเป็นรูปธรรมมากกว่าเดิม คือขู่ว่าจะแยกตัวออกไป หรือจัดนาโตใหม่
            เป็นโจทย์ที่ฝ่ายยุโรปจะต้องให้คำตอบ
            ก่อนจะไปต่อรองกับสหรัฐ ต้องได้ข้อตกลงภายในกลุ่มก่อน แต่เนื่องจากกลุ่มประกอบหลายประเทศ ที่มีผลประโยชน์แตกต่างกัน เช่น ประเทศอย่างโปแลนด์หวังอิงสหรัฐมากกว่าเยอรมัน การหาข้อสรุปภายในยุโรปจึงไม่ใช่เรื่องง่าย
            ในขั้นการเจรจากับสหรัฐ แม้ทรัมป์ขู่จะอาจถอนตัวจากนาโตหรือปล่อยให้นาโตล้ม ก็ใช่ว่ากลุ่มประเทศยุโรปจะหวั่นเกรง ขอเพียงยุโรปสามารถกำหนดจุดยืนของตนที่ชัดเจน ก็จะทนทานต่อแรงกดดันจากสหรัฐ

            สถานการณ์ในยามนี้ฝั่งยุโรปกำลังพิจารณาโจทย์เชิงยุทธศาสตร์อีกรอบ จากที่พึ่งพาความมั่นคงสหรัฐมานาน บัดนี้ต้องตอบว่าจะคงยุทธศาสตร์นี้ต่อหรือไม่ ถ้าจะรักษายุทธศาสตร์นี้ต่อไป ยุโรปพร้อมจะจ่ายอะไรบ้าง ถ้ายุโรปจะหันมาพึ่งพาตนเองมากขึ้น ยุโรปจะเสียมากว่าได้หรือไม่
            ไม่ใช่คำถามที่ตอบได้ง่ายๆ เพราะสมาชิกหลากหลาย บริบทแตกต่าง ความต้องการต่างกัน

ด้านนายกฯ แมร์เคิลกล่าวกว่า “อนาคตของพวกเราคนยุโรปอยู่ในมือของพวกเราเอง” พูดเป็นนัยว่าพวกยุโรปต้องเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว ไม่ถูกใครชี้นำ ไม่ว่าแต่ละประเทศคิดตัดสินใจอย่างไร

ที่สุดแล้วอาจไม่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ :
กลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา Timo Soini รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศฟินแลนด์แสดงความเห็นว่า ที่สุดแล้วชาติสมาชิกนาโตจะเพิ่มงบกลาโหมให้ได้ถึงร้อยละ 2 ของจีดีพีตามที่ตกลงกันไว้ ทั้งยังกล่าวว่ารัฐบาลทรัมป์จะไม่แตกต่างจากรัฐบาลก่อนๆ เมื่อการเจรจาเข้มข้น นาโตจะไม่แตกออก (ฟินแลนด์ไม่ได้เป็นสมาชิกนาโต)
            คำกล่าวของรัฐมนตรีฟินแลนด์มาจากแนวคิดยุโรปต้องการสหรัฐ เช่นเดียวกับที่สหรัฐต้องการยุโรป

ย้อนหลังตั้งแต่เริ่มแรกหารือก่อตั้งนาโต รัฐบาลสหรัฐคือหนึ่งในแกนนำร่วมกับประเทศอย่างอังกฤษ ฝรั่งเศส ในมุมของสหรัฐ การก่อตั้งนาโตคือการละทิ้งหลักคิดโดดเดี่ยวตัวเอง พาตัวเองเข้าพัวพัน (engage) ในพื้นที่อื่นๆ นอกอาณาเขต เกิดกลุ่มพันธมิตร
สหรัฐไม่อาจเป็นมหาอำนาจโดยไม่มีพันธมิตร ปราศจากมิตรประเทศที่คอยสนับสนุน ดังนั้น แม้วิพากษ์ว่านาโตล้าสมัย สหรัฐยังคงต้องการอยู่ดี และต้องการมากขึ้นในยามที่อิทธิพลสหรัฐอ่อนแอลง
หากสหรัฐละทิ้งนาโตเท่ากับทำลายหลักนิยมเข้าพัวพันโลก กลับไปโดดเดี่ยวตัวเอง อิทธิพลของสหรัฐยิ่งอ่อนแอลง

คำถามสำคัญคือ ในบริบทโลกปัจจุบัน การอยู่โดดเดี่ยวกับการเข้าพัวพันโลก แบบใดที่สหรัฐได้หรือเสียประโยชน์มากกว่า และถ้าตอบได้ว่าสหรัฐจะเลือกทางใดก็จะตอบได้ว่าสหรัฐจะยังคงรักษานาโตอต่อหรือไม่

อีกความเข้าใจที่ต้องไม่มองข้ามคือ ในแง่การเมืองในประเทศ การตัดสินใจเรื่องนี้ไม่ขึ้นกับประธานาธิบดีเพียงฝ่ายเดียว ทรัมป์จะพูดอะไรก็ได้ แต่ใช่ว่าจะสามารถทำตรงตามที่พูดทุกอย่าง ประเด็นนาโตจะเป็นอีกเรื่องที่พิสูจน์ ตอกย้ำความจริงข้อนี้

            ไม่ว่านาโตจะล้าสมัยจริงหรือไม่ หรือไม่ช่วยสหรัฐมากพอในภารกิจต่างๆ บรรทัดสุดท้ายที่เรียกร้องคือ ขอให้ชาติสมาชิกเพิ่มงบกลาโหมเป็นร้อยละ 2 ของจีดีพีตามที่ได้ตกลงกันจริงๆ เพราะจะช่วยลดภาระสหรัฐ
            ทันทีที่ได้ร้อยละ 2 นาโตจะกลับมาทันสมัยอีกครั้ง อย่างน้อยก็ระยะหนึ่ง จนกว่าทีมยุทธศาสตร์สหรัฐจะออกมาตรการกดดันชุดใหม่
29 มกราคม 2017
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 21 ฉบับที่ 7387 วันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม พ.ศ.2560)
---------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง 
ทรัมป์วิพากษ์นาโตว่าเก่าแก้ล้าสมัย ไม่ช่วยต่อต้านก่อการร้ายเท่าที่ควร สหรัฐต้องแบกรับภาระงบประมาณมากแต่ประโยชน์น้อย จึงคิดพิจารณาถอนตัวออกจากนาโต ความจริงคือรัฐบาลสหรัฐทุกรัฐบาลพยายามปรับปรุงแก้ไขเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว และไม่คิดถอนตัวออกจากนาโต เพราะการสูญเสียพันธมิตรยุโรปเป็นโทษมากกว่า พูดอีกอย่างคือทุกวันนี้ได้ประโยชน์มากอยู่แล้ว
บรรณานุกรม:
1. Birnbaum, Michael. (2017, January 16). European leaders shocked as Trump slams NATO and E.U., raising fears of transatlantic split. The Washington Post. Retrieved from https://www.washingtonpost.com/world/europe-leaders-shocked-as-trump-slams-nato-eu-raising-fears-of-transatlantic-split/2017/01/16/82047072-dbe6-11e6-b2cf-b67fe3285cbc_story.html
2. Duiker, William J. (2009). Contemporary World History (5th ed.). USA: Wadsworth.
3. Folly, Martin H. (2008). North Atlantic Treaty Organization. In International Encyclopedia of the Social Sciences. (2nd Ed. (9 vol. set. pp. 544-546). USA: The Gale Group.
4. Howorth, Jolyon. (2015). Implications of the US Rebalance toward Asia: European Security and NATO. In Origins and Evolution of the US Rebalance toward Asia: Diplomatic, Military, and Economic Dimensions. (Pp.197-222). New York: Palgrave Macmillan.
5. POP, VALENTINA. (2017, January 16). A Q&A With Finland’s Foreign Minister on Trump, Brexit and Populism. The Wall Street Journal. Retrieved from http://blogs.wsj.com/brussels/2017/01/16/a-qa-with-finlands-foreign-minister-on-trump-brexit-and-populism/
6. Sandier, Todd., Hartley, Keith. (1999). The Political Economy of NATO: Past, Present and into the 21st Century. New York: Cambridge University Press.
7. Transcript: Donald Trump Expounds on His Foreign Policy Views. (2016, April 26). The New York Times. Retrieved from http://www.nytimes.com/2016/03/27/us/politics/donald-trump-transcript.html
8. Trump predicts "very massive recession" in U.S. (2016, April 3). CNBC/Reuters. Retrieved from http://www.cnbc.com/2016/04/03/trump-predicts-very-massive-recession-in-us.html
-----------------------------

ประกันสุขภาพ ไข้หวัดใหญ่ มือเท้าเปื่อย และ 5 โรคจากยุง

ประกันสุขภาพ ไข้หวัดใหญ่ มือเท้าเปื่อย และ 5 โรคจากยุง
เบี้ยหลักร้อย คุ้มครองหลักหมื่นครับ สนใจคลิกดูก่อนครับ

ลิงก์เดียวซื้อประกันได้ทุกชนิด สนใจคลิกครับ

ลิงก์เดียวซื้อประกันได้ทุกชนิด สนใจคลิกครับ
ซื้อประกันออนไลน์สะดวก รวดเร็ว ติดต่อ 24 ชม.

เลือกซื้อประกันชีวิตแบบที่ต้องการ

เลือกซื้อประกันชีวิตแบบที่ต้องการ
ซื้อออนไลน์ด้วยตัวเอง ไม่ยุ่งยาก ไม่ซับซ้อน สอบถาม 24 ชม. สนใจคลิกดูก่อน

ยินดีให้คำปรึกษา ซื้อหรือขายประกันรถยนต์ และอื่นๆ

ยินดีให้คำปรึกษา ซื้อหรือขายประกันรถยนต์ และอื่นๆ
ติดต่อ ไลน์ ck09105

ซื้อประกัน พ.ร.บ. รถยนต์ แล้วต่อภาษีได้เลย ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก ซื้อได้ทั่วประเทศ

ซื้อประกัน พ.ร.บ. รถยนต์ แล้วต่อภาษีได้เลย ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก ซื้อได้ทั่วประเทศ
ซื้อหรือสอบถามคลิกที่รูป หรือโทร 091-0597905

รวมทุกบริษัทประกันไวรัสโคโรนา โควิด-19

รวมทุกบริษัทประกันไวรัสโคโรนา โควิด-19
สนใจคลิกที่รูป