ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เกาะติดประเด็นร้อน “ความขัดแย้งในประเทศซีเรีย”

28 พฤษภาคม 2013
ชาญชัย
สรุปสถานการณ์: (อัพเดท 28 พ.ค. 21.00 น.)
            ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด กับฝ่ายต่อต้านที่ดำเนินมากกว่า 2 ปีแล้วดำเนินต่อไป ข้อมูลบางแหล่งอ้างว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 8 หมื่นคน (บางแห่งมากกว่านี้) ล่าสุดสหรัฐฯ กับรัสเซียกำลังร่วมมือหาทางออกด้วยการเจรจาอีกครั้ง ในขณะเดียวกันกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (อียู) เพิ่งประกาศยกเลิกการคว่ำบาตรเรื่องการขายหรือส่งมอบอาวุธแก่ฝ่ายต่อต้าน ไม่ทันที่ชาติสมาชิกอียูจะเริ่มส่งมอบอาวุธแก่ฝ่ายต่อต้าน รัฐบาลรัสเซียก็ออกมาประกาศว่าอาจขายขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานที่มีสมรถนะสูงแก่รัฐบาลซีเรีย

คืบหน้าล่าสุด(อัพเดท 28 พ.ค. 21.00 น.)
          เมื่อวาน (วันที่ 27) ที่ประชุมสหภาพยุโรปได้ข้อสรุปนโยบายคว่ำบาตรต่อรัฐบาลซีเรียอันเนื่องจากความขัดแย้งในประเทศดังกล่าว ข้อสรุปคืออียูคงการคว่ำบาตรเดิมทุกประกาศ ยกเว้นยกเลิกการคว่ำบาตรเรื่องการขายอาวุธแก่ฝ่ายต่อต้าน โดยชาติสมาชิกอียู่แต่ละประเทศจะเป็นผู้ตัดสินด้วยตนเองว่า จะขาย จัดหา ส่งอุปกรณ์ทางการทหารแก่แนวร่วมฝ่ายต่อต้าน Syrian National Coalition for Opposition เท่านั้น อาวุธเหล่านี้จะต้องใช้เพื่อการปกป้องพลเรือน และประเทศที่ขายอาวุธจะต้องมีระบบป้องกันไม่ให้อาวุธเหล่านั้นถูกนำไปใช้ในทางอื่น
(Council declaration on Syria, 3241st FOREIGN AFFAIRS Council meeting Brussels, 27 May 2013)
            นายวิลเลียม เฮก รมว.กระทรวงการต่างประเทศอังกฤษกล่าวว่า อังกฤษเห็นด้วยกับการแก้ไขปัญหาด้วยวิถีทางการเมือง ทางการทูต แต่การยกเลิกเรื่องการห้ามสนับสนุนอาวุธเป็น “ส่วนหนึ่งที่ช่วยวิถีทางการทูต” เป็นการส่งสัญญาณแก่รัฐบาลอัสซาดว่า อียูจริงจังที่จะแก้ปัญหาด้วยการเจรจา
(Syria conflict: EU considers amending arms embargo, BBC, 27 May 2013)
            รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมรัสเซีย Sergei Ryabkov กล่าวว่ารัสเซียจะไม่ยกเลิกแผนขายขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน S-300 แก่รัฐบาลซีเรีย แม้ว่าชาติตะวันตกจะพยายามห้าม และกล่าวโทษว่าการที่อียูยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรเรื่องการขายอาวุธแก่ฝ่ายต่อต้านเหมือนกับการ “โยนดุ้นฟืนเข้ากองไฟ” และเห็นว่า S-300 “จะเป็นตัวถ่วงดุล และยับยั้งพวกหัวรุนแรง” ที่มองหาโอกาสให้คนนอกเข้าแทรกแซง ทั้งนี้รัฐบาลรัสเซียยังไม่กำหนดว่าจะส่งมอบอาวุธดังกล่าวเมื่อไร “เพียงแต่จะไม่ยกเลิก” แผนขายอาวุธเท่านั้น
(Russia says missile systems for Syria will deter intervention, Reuters, 28 May 2013)

วิเคราะห์(อัพเดท 29 พ.ค. 8.30 น.)
          ในหมู่ชาติสมาชิกอียูมีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยกับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการสนับสนุนให้ฝ่ายต่อต้านมีอาวุธทันสมัย อังกฤษกับฝรั่งเศสเป็นแกนนำสองประเทศในอียูที่สนับสนุนเรื่องการให้อาวุธแก่ฝ่ายต่อต้าน ที่ผ่านมาติดเรื่องมติของอียูที่ห้ามสนับสนุนฝ่ายต่อต้านด้วยอาวุธ
            การให้อาวุธมีเหตุผลหลายอย่าง เหตุผลล่าสุดที่รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษอ้างคือเพื่อทำให้รัฐบาลอัสซาดเห็นว่าอียูสนับสนุนฝ่ายต่อต้านอย่างจริงจัง โดยอิงกับเรื่องการเจรจาแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในซีเรียที่สหรัฐฯ กับรัสเซียเป็นหัวเรือใหญ่ซึ่งคาดว่าจะประชุมได้ในราวกลางเดือนหน้า
            แต่เพียงหนึ่งวันให้หลัง รัฐบาลรัสเซียก็ออกมาตอบโต้นโยบายของอียูด้วยการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการว่า รัสเซียจะไม่ยกเลิกแผนขายขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน S-300 แก่รัฐบาลซีเรีย และพูดเป็นนัยว่าเป็นการตอบโต้ที่อียูยอมให้ชาติสมาชิกขายอาวุธทันสมัยแก่ฝ่ายต่อต้าน
            เรื่องการขายขีปนาวุธ S-300 เป็นข่าวมาพักหนึ่งแล้ว ที่ผ่านมาชาติตะวันตกกับอิสราเอลพยายามยับยั้ง เพราะขีปนาวุธดังกล่าวมีสมรรถนะสูงมาก สูงที่สุดที่รัฐบาลรัสเซียขายให้กับมิตรประเทศของตน
            สถานการณ์ดังกล่าว จึงเป็นการที่ต่างฝ่ายต่างสนับสนุนพวกของตน
            หากวิเคราะห์ให้ลึกกว่านี้ ขีปนาวุธ S-300 ไม่ช่วยให้ฝ่ายรัฐบาลมีขีดความสามารถเพิ่มขึ้นในการต่อกรกับฝ่ายต่อต้าน เพราะฝ่ายต่อต้านไม่มีเครื่องบินรบ แต่หากรัฐบาลซีเรียมีขีปนาวุธ S-300 จะส่งผลกระทบสำคัญต่อ แผนการจัดตั้งเขตห้ามบิน (No-fly-zone) ที่ฝ่ายต่อต่อต้านกับประเทศเพื่อนบ้านซีเรียหลายประเทศเรียกร้องมาตลอด อีกทั้งทำให้อากาศยานทั้งเครื่องบินรบ เครื่องบินพลเรือนในย่านนั้นตกเป็นเป้าทันที เพราะขีปนาวุธดังกล่าวสามารถยิงอากาศยานที่ไกลออกไปถึง 100 กิโลเมตร สูงสุดที่ระดับ 100,000 ฟุต (ขึ้นกับรุ่นด้วย)
            อีกเหตุผลหนึ่งคือจะกระทบต่อการโจมตีทางอากาศจากประเทศอื่นๆ เช่น กรณีเครื่องบินรบอิสราเอลโจมตีฐานที่มั่น โจมตีรถลำเลียงของซีเรียที่ฝ่ายอิสราเอลอ้างว่ากำลังส่งมอบอาวุธแก่ฮิซบุลลอฮ์ ไม่ว่าอิสราเอลจะอ้างอย่างไรนั่นเป็นการโจมตีในดินแดนอธิปไตยของซีเรีย ผลกระทบอีกกรณีหนึ่งคือรัฐบาลโอบามาประกาศว่าจะไม่ยอมให้อาวุธเคมีของรัฐบาลซีเรียตกอยู่ในมือของพวกผู้ก่อการร้าย คำกล่าวดังกล่าวมีความเป็นไปได้ว่าอาจชิงโจมตีคลังอาวุธเหล่านั้น ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าสหรัฐฯ ได้ส่งหน่วยรบพิเศษมาประจำที่ตุรกี ปฏิบัติการจู่โจมจากสหรัฐฯ หรืออิสราเอลจะมีความเสี่ยงมากขึ้น
            ดังนั้น ขีปนาวุธ S-300 จึงไม่ส่งผลโดยตรงต่อการรบกับฝ่ายต่อต้าน แต่ส่งผลกระทบต่อประเทศอื่นๆ ที่คิดจะใช้กำลังอากาศกับซีเรีย
            หากมองในแง่บวก คือ การตอบโต้ของรัสเซียทำให้ชาติสมาชิกอียูที่ระงับแผนขายอาวุธทันสมัยแก่ฝ่ายต่อต้าน ทำให้ไฟสงครามไม่โหมรุนแรงกว่าเดิม (จินตนาการว่าทั้งสองฝ่ายต่างใช้อาวุธอำนาจทำลายสูงเข้าห้ำหั่นกัน) มองในแง่ลบคือ เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นตอกย้ำความคิดที่ว่าความขัดแย้งในซีเรียคงไม่ยุติง่ายๆ
----------------------

บทวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้อง:
เขตปลอดภัยกับเขตห้ามบินมีความหมายแตกต่างกัน บทวิเคราะห์นี้จะอธิบาย คำสองคำดังกล่าวพร้อมวิเคราะห์ความแตกต่าง ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น
2. เกาะติดประเด็นร้อน “ความขัดแย้งในประเทศซีเรีย”(2)
(อัพเดท 30 พ.ค. 17.40 น.) สองสามวันก่อนอียูอนุมัติให้ชาติสมาชิกสามารถขายอาวุธทันสมัยแก่ฝ่ายต่อต้าน รัฐบาลรัสเซียจึงออกมาตอบโต้ด้วยการประกาศว่าไม่ได้ระงับแผนขายขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน S-300 แก่ทางการซีเรีย มาวันนี้ประธานาธิบดีซีเรียบอกว่าได้รับขีปนาวุธ S-300 ชุดแรกแล้ว
ข่าวการใช้อาวุธเคมีซารินในซีเรียกลายเป็นเรื่องจริง แต่ยังสับสนว่าฝ่ายใดเป็นผู้ใช้ ที่ผ่านมาซารินทำให้ผู้คนเสียชีวิตบาดเจ็บไม่มาก แต่กลับมีผลทางการเมืองระหว่างประเทศอย่างมากทั้งต่อซีเรียและชาติมหาอำนาจอย่างอเมริกา
(อัพเดท 14 มิ.ย. 13.30 น.) สถานการณ์ความขัดแย้งในซีเรียเริ่มเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญแล้ว เนื่องจากประธานาธิบดีบารัก โอบามาอนุมัติสนับสนุนอาวุธแก่ฝ่ายต่อต้าน หลังจากมีข้อสรุปแล้วว่ารัฐบาลอัสซาดได้ใช้อาวุธเคมีโจมตีฝ่ายต่อต้าน
(อัพเดท 24 ก.ค. 8.30 น.) กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยแผนช่วยเหลือฝ่ายต่อต้านอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรก เพื่อให้ฝ่ายบริหาร สมาชิกสภาครองเกรสใช้ประกอบการตัดสินใจ แต่ดูเหมือนว่าไม่ช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้งในซีเรียแต่อย่างไร
(อัพเดท 23 ส.ค. 20.50 น.) ข่าวการใช้อาวุธเคมีล่าสุดในซีเรีย มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน ทำให้หลายประเทศเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่สหประชาชาติเข้าตรวจสอบ ในขณะที่ประธานาธิบดีโอบามากล่าวอย่างชัดเจนว่าสหรัฐฯ จะไม่แทรกแซงซีเรียด้วยกำลังทหาร

-------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

กำเนิด “รัฐสมัยใหม่” ตัวแสดงเอกของโลก

ในโลกปัจจุบัน ในบรรดาตัวแสดงทุกประเภท “รัฐ” เป็นตัวละครหลัก/ ตัวแสดงเอก (primary actor) ของระบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ไม่แปลกที่รัฐจะปรากฏอยู่ในหน้าข่าวต่างประเทศทุกวันและมากที่สุด
บทความนี้จะนำเสนอประวัติกำเนิด “รัฐสมัยใหม่” และข้อวิพากษ์ ประวัติที่มา :
            เมื่อจักรวรรดิโรมันเสื่อมสลาย ดินแดนในทวีปยุโรปแยกออกเป็นแว่นแคว้นต่างๆ ที่เป็นอิสระต่อกัน เช่น อิตาลีแบ่งออกเป็นรัฐลอมบาร์ดี โรมานญา ทัสคานี เนเปิล ซีซีลี รัฐสันตะปาปา ฯลฯ เยอรมนีแยกออกเป็นรัฐแซกซอน ฟรังโกเนีย บาวาเรีย ชวาเบน ไมเซน ฯลฯ ฝรั่งเศสแยกออกเป็นรัฐบูร์กอญ กาสกอญ ตูลูส โพรวองส์ ฯลฯ เช่นเดียวกับสเปนและยุโรปตะวันออก เป็นสภาพที่อำนาจการเมืองกระจัดกระจายไม่รวมศูนย์ดังสมัยจักรวรรดิโรมัน             จากนั้นการปกครองค่อยๆ พัฒนาเป็นระบบฟิลดัล (Feudal system) กับศาสนจักรโรมันคาทอลิก
            ศาสนจักรโรมันคาทอลิกเป็นองค์กรเดียวที่มีโครงสร้างทางอำนาจเข้มแข็ง บาทหลวงกระจายอยู่ทุกหนแห่ง ทุกแว่นแคว้น เป็นที่พึ่งของประชาชนท่ามกลางสภาวะสงคราม ความทุกข์ยากลำบากต่างๆ             ในปี ค.ศ.800 เกิดเหตุการณ์สำคัญคือ หลังจากพระเจ้าช…

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเป็นแง่ลบคือ หมายถึง ความหย่อนยานในทางศีลธรรมจรรยา การไม่คำนึงถึงระเบียบวินัยทางเพศและศาสนา (เช่นพวกฮิปปี้ในอเมริกา) หลักสำค…