วันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

“ซาริน” พิษร้ายต่อรัฐบาลโอบามา

12 พฤษภาคม 2013
ชาญชัย
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ สถานการณ์โลกไทยโพสต์ ปีที่ 17 ฉบับที่ 6033 วันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ.2556
และ “US Watch” โดย กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศ 
http://uswatch.mfa.go.th/uswatch/th/article/detail.php?article=1592)

            ความขัดแย้งในประเทศซีเรียที่กินเวลายาวนาวกว่า 2 ปี นอกจากทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 7 หมื่นราย พลเรือนหลายแสนคนอพยพออกจากประเทศ นับวันสถานการณ์จะยิ่งซับซ้อนขึ้น มีกองกำลังต่างชาติหลายประเทศหลายฝ่ายเข้าร่วมสงครามกลางเมือง ความซับซ้อนเพิ่มมากขึ้นเมื่อทำเนียบขาวกับหน่วยข่าวกรองสหรัฐรายงานเมื่อวันที่ 25 เมษายนว่าพบหลักฐานที่เชื่อได้ว่ารัฐบาลซีเรียใช้อาวุธเคมีกับประชาชนของตนโดยเฉพาะอาวุธเคมีที่ชื่อว่า “ซาริน”

“ใครเป็นผู้ใช้อาวุธเคมี”
            รัฐบาลซีเรียออกมาปฏิเสธการใช้อาวุธดังกล่าว รัฐมนตรีกระทรวงข้อมูลข่าวสารออมรัน อัลซูบิกล่าวว่าข้อกล่าวหาของสหรัฐกับอังกฤษไม่เป็นความจริง และพร้อมจะให้ผู้เชี่ยวชาญจากรัสเซียเข้ามาตรวจสอบ
            จนถึงบัดนี้ สังคมโลกยังไม่มีข้อสรุปว่ารัฐบาลอัสซาดได้ใช้อาวุธเคมีในสงครามกลางเมืองซีเรียหรือไม่ แต่หากวิเคราะห์ตามหลักเหตุผลการใช้อาวุธเคมีไม่มีประโยชน์ในทางยุทธการ เพราะเป็นสงครามกลางเมืองที่กระจายตัวเป็นวงกว้าง กองกำลังของฝ่ายต่อต้านมีลักษณะเป็นหน่วยกำลังเล็กๆ กระจายตัวไปทั่ว ซุกซ่อนอยู่ตามที่ต่างๆ พยายามอยู่ในที่กำบัง ป้องกันการตกเป็นเป้าจากฝ่ายตรงข้าม ดังนั้น การใช้อาวุธเคมีไม่อาจทำลายกำลังของฝ่ายต่อต้านอย่างเป็นกอบเป็นกำ ในทางกลับกันการใช้ในปริมาณมากหรือบ่อยครั้งจะยิ่งทิ้งหลักฐานให้ถูกตรวจจับ หากพิสูจน์ได้ว่ารัฐบาลอัสซาดเป็นฝ่ายใช้อาวุธเคมี จะยิ่งทำให้ถูกกดดันจากนานาชาติ ความชอบธรรมที่จะโค่นล้มระบอบอัสซาดจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น สำหรับรัฐบาลอัสซาดการใช้อาวุธเคมีนอกจากไม่เกิดประโยชน์ในการรบ ยังส่งผลร้ายทางการเมืองระหว่างประเทศต่อตนอย่างรุนแรง
            ความสับสนเรื่องการใช้ซารินเพิ่มมากขึ้นเมื่อคาร์ลา เดอ ปอนท์ (Carla del Ponte) เจ้าหน้าที่สหประชาชาติอ้างคำพยานจากเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายหลายคนที่ถูกอาวุธเคมีในซีเรียว่าฝ่ายต่อต้านเป็นผู้ใช้อาวุธเคมีทำลายประสาท และเท่าที่ตรวจสอบยังไม่พบหลักฐานใดๆ ว่ารัฐบาลอัสซาดใช้อาวุธเคมีแม้แต่ครั้งเดียว
            ข้อมูลของเดอ ปอนท์จึงสวนทางกับรัฐบาลโอบามาอย่างสิ้นเชิง อย่างไรก็ตามรัฐบาลโอบามายังยืนยันว่ารัฐบาลอัสซาดเป็นผู้ใช้อาวุธเคมีเพียงผู้เดียว โฆษกทำเนียบขาว เจย์ คาร์นีย์ กล่าวว่ารัฐบาล “สงสัยเรื่องที่ฝ่ายต่อต้านอาจใช้อาวุธเคมี  ... เราค่อนข้างเชื่อว่าเหตุการณ์ที่มีการใช้อาวุธเคมีนั้นฝ่ายรัฐบาลอัสซาดเป็นผู้ใช้ทุกครั้ง นี่เป็นจุดยืนของเรา” ถ้อยแถลงของทำเนียบขาวสอดคล้องกับโฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐ จอร์จ ลิตเติ้ล ว่า “จากข้อมูลที่เรารู้ ฝ่ายเราเชื่อมั่นว่าถ้ามีการใช้อาวุธเคมีใดๆ รัฐบาลอัสซาดจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ”
            ดังนั้น โดยที่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจน รัฐบาลโอบามาประกาศล่วงหน้าว่าจุดยืนของตนคือเชื่อว่ารัฐบาลอัสซาดเป็นฝ่ายใช้อาวุธเคมีซาริน ฝ่ายต่อต้านไม่เคยใช้แต่อย่างไร
            หากวิเคราะห์อย่างเป็นกลาง ข้อสรุปที่ชัดเจนมีประการเดียวคือ มีการใช้อาวุธเคมีซารินในซีเรีย และใช้มากกว่าหนึ่งครั้ง แต่ยังไม่สามารถพิสูจน์ทราบว่าฝ่ายใดเป็นผู้ใช้ นอกจากนี้ควรตั้งคำถามว่าซารินที่ถูกใช้นั้นมาจากที่ใด จำเป็นต้องมาจากกองทัพรัฐบาลซีเรียเพียงแหล่งเดียวหรือไม่

“ข้อมูลใหม่: มีการใช้อาวุธเคมีมาแล้วหลายครั้ง”
            หลังทางการสหรัฐให้ข้อมูลเมื่อเดือนเมษายนว่ามีการใช้อาวุธเคมีในซีเรีย สองสัปดาห์ต่อมามีข้อมูลใหม่อ้างว่ารัฐบาลซีเรียใช้อาวุธเคมีหลายครั้งแล้ว
            พลเอกอัดนัน ซิลโล (Adnan Sillo) นายทหารแปรพักตร์จากกองทัพซีเรียกล่าวว่า “รัฐบาลซีเรียได้ใช้อาวุธเคมีต่อพลเรือนหลายครั้งแล้ว” เหตุส่วนใหญ่เกิดใกล้กับเมือง Idlib ทางตอนเหนือของประเทศ ในทำนองเดียวกันนายกรัฐมนตรีเดวิ คาเมรอนแห่งสหราชอาณาจักรกล่าวต่อรัฐสภาว่า “มีข้อมูลมากขึ้นเรื่อยๆ ที่ชวนให้เชื่อว่าระบอบ (อัสซาด) ได้ใช้อาวุธเคมีเหล่านี้ (มาระยะหนึ่งแล้ว) และยังคงใช้อย่างต่อเนื่องเรื่อยมา รวมทั้งซาริน”
            หากข้อมูลของพลเอกอัดนัน ซิลโลกับนายกรัฐมนตรีเดวิ คาเมรอนถูกต้องแสดงว่ารัฐบาลโอบามาต้องรู้มานานแล้วว่าระบอบอัสซาดได้ใช้อาวุธเคมีมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ใช้มานานหลายเดือนแล้ว ที่ผ่านมารัฐบาลโอบามาไม่ปริปากพูด ราวกับไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เป็นไปได้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมายังอยู่ระหว่างการหาหลักฐานเพิ่มเติม อาจต้องการหลักฐานที่ไม่มีผู้ใดปฏิเสธได้
            ประเด็นคือไม่มีผู้ใดให้คำตอบได้ว่ารัฐบาลโอบามาต้องใช้เวลารวบรวมหลักฐานอีกนานเท่าไหร่จึงจะมีข้อสรุป ระหว่างนี้จึงมีแต่ข้อสงสัย ข้อน่าเชื่อว่ารัฐบาลอัสซาดใช้อาวุธเคมีกับประชาชนของตน

“คำคม: เลือกที่จะแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี”
            ประธานาธิบดีบารัก โอบามากล่าวเมื่อปลายเดือนมีนาคม 2013 ขณะเยือนอิสราเอลว่า “ระบอบอัสซาดมีอาวุธเคมี ... เราจะร่วมมือ (กับรัฐบาลอิสราเอล) อย่างใกล้ชิดเพื่อเฝ้าระวังอันตรายจากอาวุธนี้ ข้าพเจ้าของพูดอย่างชัดเจนต่อบาชาร์ อัล อัสซาดและคนในบังคับบัญชาว่า เราจะไม่นิ่งเฉยต่อการใช้อาวุธเคมีต่อประชาชนซีเรีย หรือส่งอาวุธเหล่านี้แก่พวกผู้ก่อการร้าย”
            แต่เมื่อมีการยอมรับถึงการใช้อาวุธเคมี รัฐบาลโอบามากลับแสดงท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้ ขัดกับนโยบายที่พูดเป็นนัยว่าจะจัดการอย่างเด็ดขาด และดูเหมือนว่า ณ ตอนนี้แนวทางที่รัฐบาลโอบามาเลือกคือมุ่งแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี ล่าสุดได้ส่งรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศจอห์น เคอร์รีเดินทางไปรัสเซียเจรจากับรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศเซอร์เก ลาฟรอฟ เป็นที่น่ายินดีว่าทั้งสองฝ่ายเห็นร่วมที่จะนำทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งขึ้นสู่เวทีประชุมนานาชาติเพื่อยุติความขัดแย้ง
            การเจรจาหาทางออกด้วยสันติวิธีเป็นเรื่องน่าส่งเสริมแต่ไม่ใช่เรื่องใหม่ หลายฝ่ายได้พยายามมาแล้วหลายรอบรวมทั้งสหรัฐ ที่ผ่านมาประสบความล้มเหลวทั้งหมด รวมทั้งครั้งนี้ที่ยังไม่กำหนดวันเจรจาก็ส่อแววว่าจะไม่ประสบความสำเร็จหรือไม่ได้เจรจาเลย เมื่อรัฐมนตรีต่างประเทศจอห์น เคอร์รีกล่าวกับรัฐมนตรีต่างประเทศจอห์นแดน Nasser Judeh แสดงจุดยืนร่วมกันว่ารัฐบาลซีเรียชั่วคราวที่จะจัดตั้งขึ้นหลังเจรจายุติความขัดแย้งจะไม่มี “ประธานาธิบดีอัสซาดเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลชั่วคราว” เมื่อเป็นเช่นนี้การเจรจาคงไม่ช่วยยุติความขัดแย้งเพราะรัฐบาลอัสซาดจะไม่ยอมเจรจาด้วย
            ดังนั้น โอกาสสำเร็จของความพยายามครั้งนี้จึงมีน้อย สิ่งเดียวที่น่าจะประสบความสำเร็จคือรัฐบาลโอบามายังไม่ต้อง “จัดการขั้นเด็ดขาด” ต่อกรณีการใช้อาวุธเคมีดังที่เคยประกาศไว้ เพราะกำลังอยู่ระหว่างแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี

            จนถึงบัดนี้ สังคมโลกยังไม่มีคำตอบว่าใครเป็นผู้ใช้อาวุธเคมี รู้เพียงว่ามีการใช้และเคยใช้มาแล้วหลายครั้ง รัฐบาลโอบามาลังเลใจที่จะแสดงบทบาทตำรวจโลก และแท้ที่จริงแล้วหากพิจารณานโยบายที่ประกาศออกมาล้วนชี้ว่าประธานาธิบดีโอบามาไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวทางทหารหรือมีบทบาทน้อยที่สุด ส่วนเรื่องนโยบายอาวุธเคมีก็เพื่อป้องกันไม่ให้หลุดไปอยู่ในมือของกลุ่มก่อการร้ายซึ่งอาจนำไปใช้กับสหรัฐหรือพันธมิตรอย่างอิสราเอล ทั้งนี้คงเป็นเพราะความขัดแย้งเฉพาะหน้าในซีเรียไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ชาวอเมริกันจำนวนมากในเวลานี้พอใจกับนโยบายถอนทหารอเมริกันออกจากอิรัก ออกจากอัฟกานิสถาน มากกว่าที่จะส่งทหารไปยังประเทศอื่นๆ และหากมองในกรอบที่กว้างขึ้น ตลอดสองสามปีที่เกิดอาหรับสปริง ตั้งแต่ประเทศตูนิเซีย อียิปต์ เยเมน ลิเบีย รัฐบาลโอบามาไม่เคยส่งทหารหรืออาวุธเข้าไปพัวพันอย่างเปิดเผย มีแต่เพียงสนับสนุนอยู่หลังฉาก แม้กระทั่งกรณีการโค่นล้มประธานาธิบดีมูอัมมาร์ กัดดาฟีแห่งลิเบีย ประเทศที่ออกโรงช่วยฝ่ายต่อต้านด้วยกำลังทางอากาศคืออังกฤษกับฝรั่งเศส
            กรณีอาหรับสปริงในซีเรีย รัฐบาลโอบามาคงพอใจที่จะจำกัดบทบาทของตนเหมือนเช่นที่ปฏิบัติมาตลอด ด้วยเหตุฉะนี้ ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ใช้ก๊าซพิษซาริน ประธานาธิบดีโอบามาจะพยายามหลบหลีกไม่ให้ก๊าซซารินทำพิษต่อรัฐบาลตนเองเป็นอันขาด แม้ตอนนี้จะส่งผลต่อระบบประสาทของหลายคนในทำเนียบขาวให้ต้องวุ่นวายใจก็ตาม
--------------------

บรรณานุกรม:

1. Press Briefing by Press Secretary Jay Carney, 4/26/2013, The White House, 26 April 2013, http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2013/04/26/press-briefing-press-secretary-jay-carney-4262013
2. WMD issue in Syria cannot be used in geopolitical games: Russia, Xinhua, 29 April 2013, http://news.xinhuanet.com/english/world/2013-04/29/c_132349243.htm
3. Syrian rebels used Sarin nerve gas, not Assad’s regime: U.N. official, The Washington Times, 6 May 2013, http://www.washingtontimes.com/news/2013/may/6/syrian-rebels-used-sarin-nerve-gas-not-assads-regi/
4. White House Holds Firm on Cautious Path in Syria Crisis, The New York Times, 7 May 2013, http://www.nytimes.com/2013/05/08/world/middleeast/syria.html?hpw&_r=0
5. Syrian Rebels Say They Downed Helicopter Amid New Claims on Chemical Weapons, The New York Times, 6 May 2013, http://www.nytimes.com/2013/05/07/world/middleeast/syria.html?ref=world
6. Cameron: Syria using chemical weapons, Irish Examiner, 9 May 2013, http://www.irishexaminer.com/archives/2013/0509/sport/cameron-syria-using-chemical-weapons-230768.html
7. Remarks of President Barack Obama To the People of Israel, The White House, 21 March 2013, http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2013/03/21/remarks-president-barack-obama-people-israel
8. Syria conflict: US says Assad can have no post-war role, BBC, 9 May 2013, http://www.bbc.co.uk/news/world-middle-east-22465918
-----------------

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

อาเซียนแทรกแซงเมียนมา หรือเมียนมาแทรกแซงอาเซียน

15 ตุลาคม 2017 ชาญชัย คุ้มปัญญา (ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “ สถานการณ์โลก ” ไทยโพสต์ ปีที่ 21 ฉบับที่ 7646 วันอาทิตย์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ.2560) ...