ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เกาะติดประเด็นร้อน “ข้อพิพาทหมู่เกาะสแปรตลีย์”

สรุปสถานการณ์: (อัพเดท 7 พ.ค. 15.40 น.) หมู่เกาะสแปรตลีย์เป็นอีกพื้นที่ข้อพิพาทหนึ่งระหว่างจีนกับอีกหลายประเทศที่อ้างกรรมสิทธิ์เหนือบริเวณดังกล่าว ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาเกิดเหตุความขัดแย้งเรื่อยมาโดยเฉพาะระหว่างจีนกับเวียดนามและฟิลิปปินส์ แต่ยังตกลงความเป็นเจ้าของไม่ได้แม้จะมีการพูดคุยหารือแล้วหลายรอบ
            จีนได้ส่งกองเรือไปทำประมงที่หมู่เกาะสแปตลีย์สม่ำเสมอหลายรอบ
คืบหน้าล่าสุด: (อัพเดท 7 พ.ค. 15.40 น.)
            จีนส่งกองเรือประมงราว 30 ลำพร้อมเรือสนับสนุนมุ่งหน้าสู่หมู่เกาะสแปรตลีย์เพื่อทำประมงเป็นเวลาราว 40 วัน ทางการจีนประกาศว่า “จะพยายามทำทุกอย่างเพื่อประกันความปลอดภัยของกองเรือ”
(China sends large fleet to disputed islands: media, AFP)
            ทางการจีนได้ประกาศตั้งแต่เมื่อวาน (6 พ.ค.) ว่าจะส่งกองเรือประมงดังกล่าวไปทำประมงบริเวณหมู่เกาะหนานซา (หมู่เกาะสแปรตลีย์) เป็นเวลาราว 40 วัน เป้าหมายสำคัญคือเพื่อพัฒนาเป็นแหล่งประมงสำหรับการทำประมงเป็นประจำ
(China sends fishing fleet to Nansha Islands, Xinhua)

วิเคราะห์: (อัพเดท 7 พ.ค. 15.40 น.)
            ทางการจีนจัดพิธีอย่างใหญ่โตเพื่อส่งกองเรือประมง 30 ลำ พร้อมด้วยเรือสนับสนุนไปน่านน้ำหมู่เกาะสแปรตลีย์ เป็นหนึ่งในกระบวนการอ้างกรรมสิทธิ์ของจีน ที่กระทำอย่างเปิดเผยให้นานาชาติรับทราบ
            พฤติกรรมดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่หรือเรื่องแปลกเพราะจีนทำอยู่เป็นประจำ ดังนั้นรัฐบาลจีนย่อมตระหนักถึงผลกระทบทางลบที่อาจเกิดขึ้น
            ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นคือ
            1. กรณีไม่ร้ายแรง ประเทศอ้างสิทธิ์อื่น ๆ เช่น เวียดนาม ฟิลิปปินส์จะออกมาประท้วง และเรื่องจะสงบไปในที่สุด
            2. กรณีร้ายแรง ประเทศอ้างสิทธิ์อื่นๆ ไม่ประท้วงด้วยวาจาเพียงอย่างเดียว แต่ส่งเรือรบ เรือลาดตระเวรไปประกบกองเรือประมงจีน สองฝ่ายเกิดการเผชิญหน้า และหากชาติมหาอำนาจอื่นเข้าร่วมแสดงบทบาทด้วยจะยิ่งซ้ำเติมให้เหตุการณ์ทวีความรุนแรง
            โดยภาพรวมแล้วทั้งจีนกับกลุ่มประเทศอ้างกรรมสิทธิ์ ซึ่งหลายประเทศเป็นชาติสมาชิกอาเซียนต่างแสดงท่าทีต้องการช่วยกันรักษาบรรยากาศอันดีต่อกัน เมื่อสองสามวันที่ผ่านมาผลการประชุมร่วมระหว่างรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศจีนกับ 4 ชาติสมาชิกอาเซียนมีฉันทามติร่วมในอันที่จะรักษาสันติและเสถียรภาพในภูมิภาค รวมทั้งทะเลจีนใต้ สี่ชาติอาเซียนได้แก่ไทย อินโดนีเซีย สิงคโปร์และบรูไน
            ข้อพิพาทหมู่เกาะสแปรตลีย์ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่หลายครั้งกลายเป็นประเด็นที่ต้องจับตามอง
7 พฤษภาคม 2013
ชาญชัย คุ้มปัญญา
----------------------

บทวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้อง:
(อัพเดท 25 เม.ษ. 16.50 น.) ผลการประชุมเรื่องข้อพิพาททะเลจีนใต้คือให้เจรจากับจีนต่อไป ฝ่ายไทยเรียกร้องให้อาเซียนมีข้อสรุปก่อนเจรจากับจีนในเดือนสิงหาคมนี้
2. เกาะติดประเด็นร้อน “ข้อพิพาทหมู่เกาะสแปรตลีย์”(5)
(อัพเดท 22 พ.ค. 3.30 น.) หลังเหตุความตึงเครียดระหว่างฟิลิปปินส์กับไต้หวันอันเนื่องจากลูกเรือประมงไต้หวันคนหนึ่งถูกยิงเสียชีวิตเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมขณะทำประมงใกล้หมู่เกาะสแปรตลีย์ สถานการณ์ล่าสุดคือความตึงเครียดระหว่างฟิลิปปินส์กับจีน เมื่อกองเรือประมงพร้อมเรือคุ้มกันได้แล่นเข้าน่านน้ำที่ฟิลิปปินส์อ้างว่าเป็นอธิปไตยของตน

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

ศึกเลือกตั้งกลางเทอม 2018: ถอดบทเรียนที่ได้ ชัยชนะของทรัมป์

กระแสต่อต้านทรัมป์มีจริงแต่ไม่แรงอย่างที่หลายฝ่ายนำเสนอ รัฐบาลสามารถบริหารประเทศตามแนวทางของตนต่อไป ถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ไม่กี่วันก่อนเลือกตั้ง ผลโพลรายงานว่าพรรคเดโมแครทจะได้ ส.ส. เพิ่ม 23 ที่นั่ง ครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนฯ ในขณะที่รีพับลิกันยังครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา ในช่วงสุดท้ายของการหาเสียงประธานาธิบดีทรัมป์กับพรรครีพับลิกันของท่านเน้นหาเสียงให้กับวุฒิสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นแผนหรือเป็นการคาดการณ์ตามผลโพล ช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนเลือกตั้งทรัมป์เอ่ยเรื่องที่ต้องการได้ ส.ว.เพิ่มขึ้น ส.ส.ลดลง “คลื่นน้ำเงิน” (Blue Wave): ถ้าใช้ข้อมูลที่พูดแง่ลบต่อทรัมป์ 3 สัปดาห์ก่อนเลือกตั้งทรัมป์ประกาศว่าหากรีพับลิกันแพ้ไม่ใช่ความผิดของตน ผลโพลหลายสำนักชี้ว่าคนจำนวนมากออกไปใช้สิทธิ์เพราะต้องการแสดงตนต่อต้านประธานาธิบดี ยกตัวอย่างผลโพลของ CNN ชี้ว่าร้อยละ 42 ของผู้ที่จะไปใช้สิทธิจะลงคะแนนเพื่อส่งสารแสดงตนบอกว่าผลงานรัฐบาลไม่เข้าตา ร้อยละ 28 ตั้งใจไปเลือกตั้งเพื่อสนับสนุนประธานาธิบดี และอีกร้อยละ 28 เช่นกันพูดว่าไม่ได้เลือกเพราะทรัมป์ นักวิชาการบางคนเห็นว่าเป็นไปตามทิศทางเล…

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเป็นแง่ลบคือ หมายถึง ความหย่อนยานในทางศีลธรรมจรรยา การไม่คำนึงถึงระเบียบวินัยทางเพศและศาสนา (เช่นพวกฮิปปี้ในอเมริกา) หลักสำค…