ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เกาะติดประเด็นร้อน "การตอบโต้ระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐฯ และพันธมิตร” (3)

8 เมษายน 2013
ชาญชัย
สรุปสถานการณ์: (อัพเดท 8 เม.ษ. 8.20 น.)
            หลายสัปดาห์ที่ผ่านเกิดความตึงเครียดในคาบสมุครเกาหลี เมื่อทางการเกาหลีเหนือเห็นว่าตนกำลังจะถูกรุกรานจากสหรัฐฯ และพันธมิตร สถานการณ์พัฒนาไปเรื่อยๆ พร้อมกับที่เกาหลีเหนือประกาศยกระดับรับมือทำสงคราม จนถึงขั้นว่า อาจเกิดสงคราม “ไม่วันนี้ก็พรุ่งนี้” พร้อมกับข่าวว่าได้ติดตั้งขีปนาวุธพิสัยกลางมูซูดาน (Musudan) พิสัย 3-4 พันกิโลเมตร มายังชายฝั่งด้านตะวันออก ทำให้เกาะกวมตกเป็นเป้าโจมตี
คืบหน้าล่าสุด: (อัพเดท 8 เม.ษ. 11.20 น.)
            เกาหลีเหนือข่มขู่ก้าวร้าวไม่หยุด แต่ไม่มีหลักฐานเคลื่อนย้ายกำลัง
            รัฐมนตรีกระทรวงรวมชาติเกาหลี นายรู คิล-เจ ชี้ว่ามีสัญญาณเกาหลีเหนืออาจกำลังเตรียมทดสอบนิวเคลียร์อีกครั้ง (Unificationminister says there are signs of N. Korea preparing for 4th nuke test, Yonhap)
            ข้อมูลนี้สนับสนุนความเห็นว่าจากวันนี้ถึงวันที่ 15 เมษายนเป็นช่วงเวลาที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากวันที่ 10 เมษายนเป็นวันเส้นตายไม่ประกันความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ทูตต่างชาติในเกาหลีเหนือ ส่วนวันที่ 15 เป็นวันครบรอบวันเกิดของอดีตผู้นำคิม อิลซุง ผู้ก่อตั้งประเทศเกาหลีเหนือ (North Korea: Next Seven Days Could Be Critical, Sky News)
            เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (7 เมษายน) รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสหราชอาณาจักร นายวิลเลียม เฮก กล่าวว่าในตลอดหลายวันหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาอังกฤษไม่เห็นการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงในเกาหลีเหนือ ที่สำคัญกว่านั้นคือ “ไม่เห็นการเคลื่อนย้ายกำลังพลหรือกองกำลังต่างๆ ที่น่าจะเห็นก่อนมีการโจมตีทางทหาร”
            นอกจากนี้ รมต.เฮก ยังไม่เห็นว่าต้องรีบอพยพเจ้าหน้าทูตออกจากเปียงยางโดยด่วนตามคำขู่ของเกาหลีเหนือที่ไม่ประกันความปลอดภัยหลังวันที่ 10 เมษายนเป็นต้นไป และเห็นว่าประเทศต่างๆ ไม่ควรตื่นตระหนกกับถ้อยคำ ถ้อยแถลงจากรัฐบาลเกาหลีเหนือ (แหล่งข่าว AFP, N.Korea shows no sign of repositioning forces: Britain)
            ในวันเดียวกัน นายคิม จังซู หัวหน้าที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงของประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ออกมากล่าวเช่นกันว่า “จนบัดนี้ยังไม่มีสัญญาณว่าจะเกิดสงครามเต็มรูปแบบ แต่ฝ่ายเหนือได้เตรียมการตอบโต้หากเกิดการปะทะในบางจุด” (แหล่งข่าว AFP, S. Korea says North's missile launch may beimminent)

วิเคราะห์(อัพเดท 8 เม.ษ. 11.20 น.)
            คำกล่าวของรมต.เฮก ตอกย้ำถ้อยแถลงของโฆษกทำเนียบขาว นายเจย์ คาร์นีย์ เมื่อต้นสัปดาห์ที่แล้วว่า “กองทัพเกาหลีเหนือไม่มีความเคลื่อนไหว” ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนพลจำนวนมากหรือการวางกำลังเตรียมรบ ทั้งนี้ต้องตีความว่า รมต.เฮกมิได้หมายความว่า “ไม่มีการเคลื่อนย้ายใดๆ เลย” แต่หมายถึงไม่มีการเคลื่อนพลขนานใหญ่เพื่อเตรียมการรบ
            การให้สัมภาษณ์ของ รมต.ต่างประเทศเฮกกับหัวหน้าที่ปรึกษาความมั่นคงของเกาหลีใต้ เป็นการแก้เกมส์รัฐบาลเปียงยางที่พยายามออกข่าวยั่วยุในตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ชี้ว่าสุดท้ายถ้อยคำก้าวร้าวเหล่านั้นไม่มีค่าอะไร เป็นข้อมูลอีกชิ้นที่สนับสนุนว่าจะไม่เกิดสงครามเต็มรูปแบบ 
            เมื่อฝ่ายตรงข้ามโต้ตอบมาเช่นนี้ ต่อไปถึงตาของเกาหลีเหนือบ้างว่าจะโต้กลับไปอย่างไร จะใช้แนวทางเดิมหรือไม่ (ซึ่งไม่น่าจะได้ผลมากนักแล้ว) หรือรัฐบาลเปียงยางจะออก “ไม้เด็ด” ให้ทั่วโลกได้ประจักษ์ หรือสถานการณ์จะเงียบไปเองเมื่อสำนักข่าวระหว่างประเทศหยุดการออกข่าว
            มีโอกาสเป็นไปได้ที่เกาหลีเหนืออาจทำการทดสอบนิวเคลียร์หรือการยิงขีปนาวุธพิสัยกลาง หรือพิสัยใกล้หลายชนิดพร้อมๆ กันเป็นจำนวนหลายสิบลูก เหตุการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วเช่นกัน แต่ทั้งสองเหตุการณ์ไม่ใช่การโจมตีสหรัฐฯ หรือเกาหลีใต้ เป็นเพียงการแสดงแสนยานุภาพ 
-------------------
บทวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้อง:
-----------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

ติมอร์-เลสเต จะเป็นสมาชิกอาเซียนลำดับที่ 11 หรือไม่

นับจากประเทศกัมพูชาเข้าร่วมสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เมื่อวันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 1999 จนถึงบัดนี้ยังไม่มีประเทศใดเข้าร่วมอาเซียนอีก อาเซียนปัจจุบันจึงคงมีสมาชิกทั้งสิ้น 10 ประเทศ ไม่กี่ปีที่ผ่านมารัฐบาลประเทศติมอร์-เลสเตพยายามขอเข้าร่วมสมาคมอาเซียน เกิดคำถามว่าอาเซียนจะมีสมาชิกใหม่หรือไม่ อะไรเป็นเหตุผลการรับหรือไม่รับเข้าเป็นสมาชิก             เมื่อเอ่ยชื่อประเทศติมอร์-เลสเต (Timor-Leste) น้อยคนนักที่จะรู้จักหรือเคยไปเยือนประเทศนี้เนื่องจากเป็นรัฐเกิดใหม่ บางคนอาจรู้จักในนามติมอร์ตะวันออกจากข่าวการต่อสู้เพื่อเอกราชอย่างยาวนานกับอินโดนีเซีย ก่อนได้รับเอกราชอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ. 2002             ติมอร์-เลสเต มีชื่ออย่างเป็นทางการว่าสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต ตั้งอยู่บนเกาะติมอร์ เดิมเป็นส่วนหนึ่งของอินโดนีเซีย เมื่อได้รับเอกราชแล้วอาณาเขตรัฐประกอบด้วยชนหลายกลุ่ม ทั้งพวกที่เคยต่อสู้เพื่อเอกราช พวกที่เดิมอาศัยอยู่ที่เขตเมืองหรือหมู่บ้านภายใต้การปกครองของอินโดนีเซีย และพวกที่ลี้ภัยออกนอกอาณาเขตเนื่องจากความไม่สงบที่ผ่านมา สภาพที่ประชาชนมี…

อุดมการณ์ทางการเมือง (1) นิยาม อุดมการณ์ทางการเมือง

หมายถึง ความคิด ความเชื่อ ที่มีแบบแผนเกี่ยวกับหลักการและคุณค่าทางการเมือง เป็นความคิดความเชื่อที่มีแนวทางแน่นอน มีเหตุผล มีจุดหมายปลายทาง และวัตถุประสงค์ที่มนุษย์พยายามจะดำเนินการให้สัมฤทธิผล
“นิยาม อุดมการณ์ทางการเมือง”
1.ความหมายของอุดมการณ์ทางการเมือง (Political Ideology) มีผู้นิยามหลากหลาย 1.1.หมายถึง ความคิด ความเชื่อ ที่มีแบบแผนเกี่ยวกับหลักการและคุณค่าทางการเมือง เป็นความคิดความเชื่อที่มีแนวทางแน่นอน มีเหตุผล มีจุดหมายปลายทาง และวัตถุประสงค์ที่มนุษย์พยายามจะดำเนินการให้สัมฤทธิผล 1.2.หมายถึง ความคิดความเชื่อที่ทำให้เกิดกลไกควบคุม เพื่อบรรลุเป้าหมายแห่งความคิดความเชื่อนั้น 1.2.1.เช่นอุดมการณ์มาร์กซิสม์ ก่อให้เกิดพรรคคอมมิวนิสต์เพื่อสร้างและควบคุมให้การปกครองบรรลุเป้าหมายของอุดมการณ์ 1.2.2.อุดมการณ์ประชาธิปไตย คือ การเพิ่มพูน ปกป้องเสรีภาพส่วนบุคคล ทำให้เกิดไกกลต่างๆ เช่น พรรคการเมือง กลุ่มผลประโยชน์ การลงมติ เพื่อรักษาความเป็นประชาธิปไตย 1.3.อุดมการณ์มิใช่เป็นเพียงปรัชญาการเมือง อุดมการณ์ทางการเมืองจะเรียกร้องให้มีการกระทำจากผู้ศรัทธาในอุดมการณ์ เกิดความรู้สึกว่าถูกต้องที่จะกระทำตามน…