จัดการข้อพิพาททะเลจีนใต้ จัดการข้อพิพาทอาเซียน

การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 22 ประจำปี 2013 ณ กรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน ประเทศบรูไน เมื่อวันที่ 24-25 เมษายนที่ผ่านมา นักวิเคราะห์และสื่อมวลชนจำนวนมากกล่าวว่าที่ประชุมให้ความสำคัญกับประเด็นข้อพิพาททะเลจีนใต้ (ฟิลิปปินส์) มากที่สุด อันที่จริงแล้วข้อพิพาททะเลจีนใต้เป็นเรื่องเก่าที่ยืดเยื้อมานานหลายทศวรรษ แต่เหตุที่การประชุมรอบนี้หลายคนให้ความสนใจส่วนหนึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากปีที่แล้วเกิดเหตุพิพาทระหว่างจีนกับฟิลิปปินส์อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการอ้างสิทธิเหนือพื้นที่ทับซ้อนหมู่เกาะปะการังสการ์โบโรห์ของทั้งสองประเทศ รัฐบาลฟิลิปปินส์ภายใต้การนำของประธานาธิบดีเบนิกโน อากีโนที่ 3 ปกป้องสิทธิของประเทศอย่างเต็มที่โดยไม่เกรงอำนาจอิทธิพลของจีนแต่อย่างไร เกิดการตอบโต้ด้วยวาจา การวางกำลังทหาร เรือรบต่างๆ
            ผลจากข้อพิพาทระหว่างฟิลิปปินส์กับจีนลามมาถึงชาติสมาชิกอาเซียน เมื่อประเทศกัมพูชาเจ้าภาพงานประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนแสดงอาการขัดขวาง ไม่ยอมบรรจุข้อความพูดถึงกรณีความขัดแย้งระหว่างจีนกับฟิลิปปินส์ที่กำลังร้อนแรงอยู่ในขณะนั้น เป็นเหตุให้ไม่มีเอกสารแถลงการณ์สรุปผลการประชุม เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นานาถึงความเป็นเอกภาพของอาเซียน
            ข้อพิพาททะเลจีนใต้ที่ปะทุขึ้นในปี 2012 จึงไม่เป็นเพียงเรื่องระหว่างฟิลิปปินส์กับจีนเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับชาติสมาชิกอาเซียนอื่นด้วย
ไม่มีประเทศใดคิดใช้ความรุนแรง:
            เมื่อพูดถึงข้อพิพาททะเลจีนใต้ ลักษณะสำคัญประการหนึ่งคือไม่มีประเทศใดคิดแก้ปัญหาด้วยการใช้ความรุนแรง ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา การอ้างสิทธิเป็นเหตุให้เกิดข้อพิพาทใหญ่น้อยหลายครั้ง โดยเฉพาะการปะทะทางเรือระหว่างจีนกับเวียดนามในปี 1974 กับ 1988 รวมทั้งการเผชิญหน้า วิวาทะระหว่างฟิลิปปินส์กับจีนเมื่อปีที่แล้ว แต่ไม่มีครั้งใดที่เหตุการณ์บานปลายกลายเป็นสงครามใหญ่โต ทุกประเทศต่างยับยั้งชั่งใจ ไม่มีประเทศใดใช้อำนาจกำลังทหารทำสงครามเต็มรูปแบบเพื่อยึดครองดินแดน
            ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์เบนิกโน อากีโนที่ 3 คู่กรณีล่าสุดให้สัมภาษณ์ในระหว่างงานประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน กล่าวในทิศทางต้องการแก้ปัญหาด้วยสันติวิธีว่า “ทุกประเทศหวังจะได้ทางออกอย่างสันติและได้แจ้งเตือนความกังวลอันเนื่องจากข้อพิพาทที่รุนแรงมากขึ้น”
            ดังนั้น หากตัดวิธีแก้ปัญหาด้วยการใช้ความรุนแรงออกไป จะเหลือเพียงการแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี ด้วยการเจรจาเท่านั้น
ข้อพิพาทที่ไร้ที่สิ้นสุด:
            หลังเสร็จสิ้นการประชุม สมเด็จพระราชาธิบดีฮัสซานัล โบลเกียห์ ผู้นำประเทศบรูไนในฐานะประธานอาเซียนประจำปีนี้ กล่าวถึงผลการหารือกรณีข้อพิพาททะเลจีนใต้ว่าที่ประชุมต้องการให้เร่งเจรจาเพื่อจัดทำแนวปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (code of conduct for the South China Sea หรือ CoC) กับจีนเพื่อลดความตึงเครียด ชาติสมาชิกอาเซียนยืนยันที่จะแก้ไขปัญหาข้อพิพาทตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศโดยไม่ข่มขู่หรือยึดครองโดยใช้กำลัง และยับยั้งชั่งใจเสมอที่จะทำการต่างๆ
            เป็นไปได้ว่าที่ประชุมได้หารือในรายละเอียดที่มีความอ่อนไหวหลายเรื่อง แต่หากยึดตามถ้อยแถลงย่อมสรุปได้ว่าไม่มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ ได้แต่พูดว่าจะเจรจาต่อไปภายใต้หลักการเดิมที่ยึดถือมาเนิ่นนานแล้ว การจัดทำ CoC ที่กินเวลามานานกว่า 10 ปีจึงต้องดำเนินยืดเยื้อออกไปอีกเสมือนหนึ่งการเจรจาที่ไร้จุดจบ
            เหตุที่เป็นเช่นนี้น่าจะมาจากสองสาเหตุ สาเหตุแรกคือจีนยึดมั่นนโยบายแก้ปัญหาแบบทวิภาคี สวนทางกับอาเซียนที่ต้องการแก้ปัญหาแบบพหุภาคี ตราบใดที่จีนหรืออาเซียนไม่เปลี่ยนนโยบายโอกาสเห็นความสำเร็จแทบจะไม่มี สาเหตุที่สองคือชาติสมาชิกอาเซียนสี่ประเทศอ้างสิทธิในเขตพื้นที่ทับซ้อนเดียวกัน ประเทศเหล่านี้ได้แก่ บรูไน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์และเวียดนาม ตราบใดที่ชาติสมาชิกอาเซียนทั้งสี่ยังตกลงกันไม่ได้ ไม่มีข้อสรุปว่าพื้นที่ใดเป็นของใคร การเจรจากับจีนจึงไม่มีทางที่จะบรรลุข้อสรุปเรื่องกรรมสิทธิ์เหนืออาณาเขตข้อพิพาท (ทั้งนี้ยังไม่รวมไต้หวันที่อ้างสิทธิด้วยเช่นกัน)
            ประเด็นข้อพิพาททะเลจีนใต้ (ฟิลิปปินส์) อย่างมากจึงมีได้เพียงความคืบหน้าแต่ไร้ที่สิ้นสุด

วิธีแก้ปัญหาแบบอาเซียน:
            เมื่อเป็นการประชุมที่ไร้ทางออกจึงเกิดข้อสงสัยว่าการประชุมวาระดังกล่าวมีเพื่อจุดประสงค์ใด (วาระดังกล่าวถูกบรรจุเป็นวาระสำคัญที่สุด) เป็นเพียงเพราะว่าบางประเทศเรียกร้องให้บรรจุวาระดังกล่าว หรือมีเหตุผลอื่นที่สำคัญกว่านั้น เป็นไปได้หรือไม่ว่าการประชุมเจรจาปีต่อปีไปเรื่อยๆ คือวิธีการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่อาเซียนเลือกใช้
            ย้อนกลับมาประเด็นการหาข้อสรุปร่วมภายในหมู่ชาติสมาชิกอาเซียนที่อ้างกรรมสิทธิ์ครอบครองพื้นที่ทับซ้อน หากประเทศเหล่านี้ต้องการข้อสรุปโดยใช้วิธีแบบแตกหัก อาจเป็นเหตุให้อาเซียนแตกแยกอย่างหนัก หรืออาจถึงขั้นอาเซียนแตกออกก็เป็นได้ ด้วยการวิเคราะห์เช่นนี้จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมที่ประชุมอาเซียนจึงไม่หยิบยกประเด็นการอ้างกรรมสิทธิ์ภายในชาติสมาชิกอาเซียนขึ้นมาหารือ หาข้อสรุปอย่างจริงจัง ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องระหว่างชาติสมาชิกด้วยกันเอง
            เป็นไปได้ว่าอาเซียนคงใช้หลักฉันทามติว่าจะไม่คุยเรื่องนี้อย่างเปิดเผย ยังไม่ต้องการหาข้อสรุปในประเด็นนี้เพื่อหลีกเลี่ยงข้อพิพาทระหว่างกัน
            เรื่องราวจึงมาลงเอยว่าอาเซียนดึงจีนเข้ามาอยู่ในวาระการประชุมเป็นการแก้ไขปัญหาระหว่างจีนกับอาเซียน ทั้งๆ ที่ชาติสมาชิกอาเซียนด้วยกันเองยังไร้ข้อสรุปและทางการจีนประกาศครั้งแล้วครั้งเล่าว่าต้องการแก้ไขปัญหาแบบทวิภาคี ความพยายามล่าสุดของอาเซียนคือผลักดันการเจรจาจัดทำร่าง “แนวปฏิบัติในทะเลจีนใต้” (code of conduct for the South China Sea หรือ CoC) ดังที่ทราบกัน
            การที่ปีแล้วปีเล่าที่บรรดาชาติสมาชิกอาเซียนร่วมหารือร่วมผลักดัน CoC มีผลทำให้ชาติสมาชิกทั้งหลายต้องยับยั้งชั่งใจ ไม่ยั่วยุทำให้สถานการณ์ตึงเครียดโดยไม่จำเป็น มุ่งแก้ปัญหาด้วยสันติวิธีไม่ใช้กำลังบังคับข่มขู่ วิธีปฏิบัติเหล่านี้คือหลักการของ CoC ดังนั้น แม้จะยังไม่ได้ลงนามบังคับใช้ ไม่มีแม้กระทั่งร่างที่ได้รับการยอมรับ ชาติสมาชิกอาเซียนต่างปฏิบัติตามแนวทาง CoC อยู่แล้ว อาจมีกรณียกเว้นอยู่บ้างด้วยประเทศเหล่านั้นมีเหตุความจำเป็น แต่ที่สุดแล้วทุกประเทศจะหันหน้าเข้าหากันแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี
            ดังนั้น แม้จะไม่มีข้อสรุปเรื่องกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่ทับซ้อน ส่วนที่เจรจาก็เจรจากันต่อไป บรรดาชาติสมาชิกอาเซียนต่างอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข
            ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับจีน แม้จีนยึดมั่นนโยบายแก้ปัญหาแบบทวิภาคี ไม่ต้องการเจรจาจัดทำร่าง CoC กับอาเซียนอย่างจริงจัง หากพิจารณาให้ดีจีนปฏิบัติตัวไม่ต่างจากชาติสมาชิกอาเซียนที่ไม่พยายามแสดงท่าทียั่วยุ กระตุ้นให้สถานการณ์ตึงเครียด มุ่งแก้ปัญหาด้วยสันติวิธีตามแบบฉบับของจีนเช่นกัน

วิเคราะห์ภาพรวมและสรุป:
            ในขณะที่ฟิลิปปินส์กับเวียดนามยังมีเรื่องระหองระแหงกับจีน อาเซียนกำลังอยู่ระหว่างจัดตั้งเขตการค้าเสรีที่เรียกว่า “ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาค” (Regional Comprehensive Economic Partnership หรือ RCEP) โดยมีจีนร่วมด้วย ดังนั้น ไม่ว่าในทางการเมืองระหว่างประเทศสองประเทศดังกล่าวจะมีปัญหากับจีนมากน้อยเพียงใด จะมีเหตุผลซับซ้อนแค่ไหน เกี่ยวข้องกับบทบาทของชาติมหาอำนาจอื่นใด ในความขัดแย้งยังมีความร่วมมืออยู่เสมอ ส่วนที่ขัดแย้งก็เจรจาหาทางออกต่อไป ส่วนที่ร่วมมือได้ก็ร่วมมือกันไป เป็นสัจธรรมของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
            เรื่องการเจรจาแก้ปัญหาข้อพิพาททะเลจีนใต้ (ฟิลิปปินส์) ในมุมหนึ่งอาจมองว่าไม่ค่อยมีความคืบหน้า เป็นการเจรจาที่ไร้ที่สุดสิ้น แต่ในสภาพดังกล่าวชาติสมาชิกอาเซียนอยู่ด้วยกันอย่างสันติ อยู่กับจีนอย่างสงบสุข แม้มีกรณียกเว้นอยู่บ้างแต่โดยภาพรวมแล้วเป็นภาวะที่มีดุลยภาพ เป็นการบริการจัดการข้อพิพาททั้งภายในอาเซียนด้วยกันและระหว่างอาเซียนกับจีน
27 เมษายน 2013
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 17 ฉบับที่ 6019 วันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน พ.ศ.2556
และได้รับการเผยแพร่ผ่าน สมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2013 http://thaizhong.org/index.php?option=com_content&view=article&id=2993:2013-04-29-03-05-40&catid=63:articlespecialorther-cat&Itemid=100)

--------------------

บทวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้อง:
2. เกาะติดประเด็นร้อน “จับตาประชุมสุดยอดเซียน 2013” (3)
บทความนี้อธิบายจำแนกลักษณะวิถีอาเซียน อธิบายแต่ละลักษณะโดยสังเขป
4. เกาะติดประเด็นร้อน “ข้อพิพาททะเลจีนใต้”
(อัพเดท 1 ก.ค. 16.30 น.) ในขณะที่สถานการณ์ทะเลจีนใต้หรือทะเลฟิลิปปินส์ยังมีเหตุระหองระแหงระหว่างจีนกับชาติสมาชิกอาเซียนบางประเทศ ในที่ประชุมรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอาเซียน (AMM) จีนได้มีส่วนร่วมและถือโอกาสประกาศวิสัยทัศน์สร้างเขตเศรษฐกิจที่รวมอาเซียนกับจีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่นเข้าด้วยกัน เทียบกับได้กับการสร้างสหภาพยุโรปหรือยูโรโซน
5.รอยร้าวญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ รอยด่างPivot to Asia
            การวิพากษ์ Pivot to Asia หรือยุทธศาสตร์ปักหมุดเอเชียสามารถทำได้หลายรูปแบบ มองในหลายแง่มุม งานเขียนชิ้นนี้ชี้จุดอ่อนของยุทธศาสตร์ผ่านประเด็นความขัดแย้งระหว่างญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ เป็นความขัดแย้งจากผลพวงของประวัติศาสตร์ กลายเป็นรอยร้าวที่ยากจะแก้ไขภายใต้บริบทปัจจุบัน เนื่องจากเป็นเรื่องที่ยอมให้กันไม่ได้ ต้องตอบสนองความคาดหวังจากการเมืองภายในของแต่ละประเทศ เกิดการแก้เกมแบบชิงไหวชิงพริบ นำสู่คำตอบว่าทำไมยุทธศาสตร์ปักหมุดเอเชียจึงอ่อนกำลัง ไม่ได้ผลตามเป้าหมาย ในอนาคตจะต้องปรับแก้ยุทธศาสตร์หากรัฐบาลสหรัฐฯ ต้องการหวังผลอย่างจริงจัง ประเด็นสำคัญอยู่ที่จะต้องหาพันธมิตรเพิ่ม หรือทำให้ประเทศเหล่านั้นถอยห่างจากจีนมากขึ้น ซึ่งในกรอบภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกก็มีเพียงไม่กี่ประเทศดังปรากฏบนแผนที่
สนใจอีบุ๊ค คลิกที่รูป
บรรณานุกรม:
1. Southeast Asian leaders urge China to discuss rows, AFP, 25 April 2013, http://sg.news.yahoo.com/southeast-asian-leaders-defuse-china-tensions-053919801.html
2. ASEAN leaders work to defuse China tensions, Channel Asia/AFP, 25 April 2013, http://www.channelnewsasia.com/news/asiapacific/asean-leaders-work-to-defuse-china-tensi/651738.html
3. Aquino to push for code of conduct in Asean meet, Philippine Daily Inquirer, 25 April 2013,
http://globalnation.inquirer.net/72981/aquino-to-push-for-code-of-conduct-in-asean-meet
4. CHAIRMAN’S STATEMENT OF THE 22nd ASEAN SUMMIT, Bandar Seri Begawan, 24-25 April 2013, http://www.asean.org/news/asean-statement-communiques/item/chairmans-statement-of-the-22nd-asean-summit-our-people-our-future-together
---------------------------

ประกันสุขภาพ ไข้หวัดใหญ่ มือเท้าเปื่อย และ 5 โรคจากยุง

ประกันสุขภาพ ไข้หวัดใหญ่ มือเท้าเปื่อย และ 5 โรคจากยุง
เบี้ยหลักร้อย คุ้มครองหลักหมื่นครับ สนใจคลิกดูก่อนครับ

ลิงก์เดียวซื้อประกันได้ทุกชนิด สนใจคลิกครับ

ลิงก์เดียวซื้อประกันได้ทุกชนิด สนใจคลิกครับ
ซื้อประกันออนไลน์สะดวก รวดเร็ว ติดต่อ 24 ชม.

เลือกซื้อประกันชีวิตแบบที่ต้องการ

เลือกซื้อประกันชีวิตแบบที่ต้องการ
ซื้อออนไลน์ด้วยตัวเอง ไม่ยุ่งยาก ไม่ซับซ้อน สอบถาม 24 ชม. สนใจคลิกดูก่อน

ยินดีให้คำปรึกษา ซื้อหรือขายประกันรถยนต์ และอื่นๆ

ยินดีให้คำปรึกษา ซื้อหรือขายประกันรถยนต์ และอื่นๆ
ติดต่อ ไลน์ ck09105

ซื้อประกัน พ.ร.บ. รถยนต์ แล้วต่อภาษีได้เลย ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก ซื้อได้ทั่วประเทศ

ซื้อประกัน พ.ร.บ. รถยนต์ แล้วต่อภาษีได้เลย ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก ซื้อได้ทั่วประเทศ
ซื้อหรือสอบถามคลิกที่รูป หรือโทร 091-0597905

รวมทุกบริษัทประกันไวรัสโคโรนา โควิด-19

รวมทุกบริษัทประกันไวรัสโคโรนา โควิด-19
สนใจคลิกที่รูป