ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เกาะติดประเด็นร้อน “จับตาประชุมสุดยอดเซียน 2013” (3)

25 เมษายน 2013
ชาญชัย
สรุปสถานการณ์: (อัพเดท 25 เม.ษ. 16.50 น.)
            การประขุมสุดยอดผู้นำ 10 ชาติสมาชิกสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ณ กรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน ประเทศบรูไน ระหว่างวันที่ 24-25 เมษายน สื่อหลายสำนักเสนอข่าวว่าหนึ่งในประเด็นสำคัญที่จะพูดคุยหารือคือข้อพิพาททะเลจีนใต้ (หรือทะเลฟิลิปปินส์) โดยอาเซียนจะมุ่งเจรจาจัดทำร่าง “แนวปฏิบัติในทะเลจีนใต้” (code of conduct for the South China Sea หรือ CoC)
            อาเซียนพยายามจัดทำ CoC มานานกว่า 10 ปีแล้ว และข้อพิพาททะเลจีนใต้กลายเป็นเหตุขัดแย้งภายในอาเซียนเอง และกลายเป็นข่าวเมื่อประเทศกัมพูชาเจ้าภาพจัดประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนเมื่อปีที่แล้ว (2012) แสดงอาการขัดขวาง ไม่ยอมบรรจุข้อความพูดถึงกรณีความขัดแย้งระหว่างจีนกับฟิลิปปินส์ที่กำลังร้อนแรงอยู่ในขณะนั้น
            ด้านประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เบนิกโน อากีโนที่ 3 ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมแสดงความเห็นในทางบวกว่าประเด็นดังกล่าวจะเป็นวาระสำคัญของการประชุมปีนี้

คืบหน้าล่าสุด: (อัพเดท 25 เม.ษ. 16.50 น.)
            ผู้นำประเทศบรูไน สมเด็จพระราชาธิบดีฮัจญี ฮัสซานัล โบลเกียห์ ในฐานะประธานอาเซียนประจำปีนี้ กล่าวภายหลังการประชุมว่าที่ประชุมต้องการให้เร่งเจรจาเพื่อจัดทำแนวปฏิบัติในทะเลจีนใต้กับจีนเพื่อลดความตึงเครียด ตลอดการประชุมครั้งนี้ที่ประชุมพูดถึงประเด็นดังกล่าวมากที่สุด เห็นว่าจีนอ้างสิทธิครอบครองรุนแรงกว่าที่ผ่านมา ทั้งด้วยวิถีทางการทูตและทางทหาร
(Southeast Asian leaders urge China to discuss rows, AFP)
            ฝ่ายไทยเรียกร้องให้รัฐมนตรีต่างประเทศของชาติสมาชิกทั้งหมดหาจุดยืนร่วมกันในกรณีพิพาทก่อนเจรจากับจีนในเดือนสิงหาคมนี้
(ASEAN to reach out to China on maritime disputes, Reuters)
            อีกเรื่องที่สำคัญคือที่ประชุมต้องการเร่งผลักดันแผนสร้างประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนให้เสร็จตามกำหนดในปี 2015 ซึ่งนักการทูตหลายคนให้ความเห็นว่าน่าจะเสร็จทันกำหนดเวลา
(Asean makes progress on trade, not on sea disputes, Sun Star/AP)

วิเคราะห์: (อัพเดท 25 เม.ษ. 16.50 น.)
            ข้อสรุปจากผลการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนต่อกรณีพิพาททะเลจีนใต้ (ฟิลิปปินส์) คือ เร่งให้เจรจากับจีนเพื่อจัดทำแนวปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (CoC) โดยที่ประชุมไม่มีข้อสรุปร่างของอาเซียน
            ก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์บางคนเห็นว่าผลการประชุมไม่น่าจะมีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ เพราะเห็นว่าความขัดแย้งระหว่างชาติสมาชิกอาเซียนยังคงอยู่ ผลการประชุมสอดคล้องกับการวิเคราะห์ดังกล่าวได้เป็นอย่างดี
            ข้อมูลที่ยังขาดไปคือ การประชุมที่มุ่งถกแต่ประเด็นดังกล่าวเป็นบรรยากาศแห่งความขัดแย้งหรือเป็นการประชุมแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย
            การที่ฝ่ายไทยเรียกร้องให้รัฐมนตรีต่างประเทศของชาติสมาชิกทั้งหมดหาจุดยืนร่วมกันในกรณีพิพาทก่อนเจรจากับจีนในเดือนสิงหาคมนี้ เป็นแนวทางที่ต้องการได้ข้อสรุปก่อนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาหรือบรรยากาศที่ไม่ดีขณะประชุมร่วมกับจีน
            หากยังไม่มีข้อสรุปก่อนการประชุม ฝ่ายไทยอาจต้องเลียนแบบผู้นำประเทศบรูไน สมเด็จพระราชาธิบดีฮัจญี ฮัสซานัล โบลเกียห์ ที่ได้เสด็จไปหารือกับผู้นำฟิลิปปินส์เรื่องวาระการประชุมล่วงหน้า
            จากข้อมูลที่สื่อนำเสนอทันทีที่เสร็จการประชุม ราวกับว่าที่ประชุมหารือเพียง 2 เรื่องคือ เรื่องข้อพิพาททะเลจีนใต้กับการผลักดันสร้างประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนให้เสร็จภายในปี 2015 น่าติดตามว่ายังมีประเด็นอื่นๆ อีกที่ยังไม่เป็นข่าวหรือไม่
----------------------
บทวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้อง:
---------------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

America First, America Lonely

โดนัลด์ ทรัมป์ชูแนวคิด America First พร้อมทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ประเทศ แต่หลายนโยบายที่ยึดแนวทางนี้ส่งผลให้สหรัฐโดดเดี่ยวตัวเอง โลกกำลังก้าวสู่ความเป็นพหุภาคีมากขึ้น

หลักนโยบายแม่บทของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) หรือ “หลักนิยมทรัมป์” (Trump’s Doctrine) ตั้งอยู่บนแนวคิด “America First” (อเมริกาต้องมาก่อน) หมายถึงการบริหารประเทศที่ถือผลประโยชน์ของชาติกับพลเมืองเป็นที่ตั้ง แม้จะขัดแย้งประเทศอื่นๆ ละเมิดศีลธรรมคุณธรรม ตั้งอยู่บนหลักความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแบบสัจนิยม (Realism) แบบสุดขั้ว ระบบโลกเหมือนป่าดงดิบที่สัตว์ป่าทั้งหลายต่างดิ้นรนหาทางอยู่รอดโดยไม่คำนึงกฎใดๆ ยึดอธิปไตยชาติเป็นสำคัญ รัฐบาลทุกประเทศมีสิทธิ์และมีความรับผิดชอบต่อพลเมืองของตน เป็นลัทธิอเมริกานิยม (Americanism) ไม่ใช่โลกนิยม (globalism) บทความนี้เขียนขึ้นหลังประธานาธิบดีทรัมป์บริหารประเทศกว่าปีครึ่งแล้ว ความเป็น “อเมริกาต้องมาก่อน” ปรากฏชัดเจนมากขึ้น ในที่นี้จะนำเสนอบางตัวอย่างเพื่อให้เข้าใจหลักการดังกล่าวและปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น ไม่สนกติกาองค์การค้าโลกอีกต่อไป : ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวโจมตีองค์การค้าโลกเมื่อ…

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

ติมอร์-เลสเต จะเป็นสมาชิกอาเซียนลำดับที่ 11 หรือไม่

นับจากประเทศกัมพูชาเข้าร่วมสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เมื่อวันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 1999 จนถึงบัดนี้ยังไม่มีประเทศใดเข้าร่วมอาเซียนอีก อาเซียนปัจจุบันจึงคงมีสมาชิกทั้งสิ้น 10 ประเทศ ไม่กี่ปีที่ผ่านมารัฐบาลประเทศติมอร์-เลสเตพยายามขอเข้าร่วมสมาคมอาเซียน เกิดคำถามว่าอาเซียนจะมีสมาชิกใหม่หรือไม่ อะไรเป็นเหตุผลการรับหรือไม่รับเข้าเป็นสมาชิก             เมื่อเอ่ยชื่อประเทศติมอร์-เลสเต (Timor-Leste) น้อยคนนักที่จะรู้จักหรือเคยไปเยือนประเทศนี้เนื่องจากเป็นรัฐเกิดใหม่ บางคนอาจรู้จักในนามติมอร์ตะวันออกจากข่าวการต่อสู้เพื่อเอกราชอย่างยาวนานกับอินโดนีเซีย ก่อนได้รับเอกราชอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ. 2002             ติมอร์-เลสเต มีชื่ออย่างเป็นทางการว่าสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต ตั้งอยู่บนเกาะติมอร์ เดิมเป็นส่วนหนึ่งของอินโดนีเซีย เมื่อได้รับเอกราชแล้วอาณาเขตรัฐประกอบด้วยชนหลายกลุ่ม ทั้งพวกที่เคยต่อสู้เพื่อเอกราช พวกที่เดิมอาศัยอยู่ที่เขตเมืองหรือหมู่บ้านภายใต้การปกครองของอินโดนีเซีย และพวกที่ลี้ภัยออกนอกอาณาเขตเนื่องจากความไม่สงบที่ผ่านมา สภาพที่ประชาชนมี…