ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

มูลเหตุที่ต้องเปลี่ยนตัวนายกมาลิกี (ตอนจบ)

26 กันยายน 2014
ชาญชัย คุ้มปัญญา
            (ตีพิมพ์ใน นิตยสารหนังสือข่าวทหารอากาศ ปีที่ 75 ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม 2558)

            รัฐบาลโอบามาเชื่อว่าหากอิรักได้นายกฯ คนใหม่ที่ไม่ใช่นายนูรี อัลมาลิกี ปัญหาการเมืองอิรักจะคลี่คลาย อีกทั้งเห็นว่าเรื่องนี้มีความสำคัญยิ่งกว่าการก่อการในอิรัก ที่กองกำลังรัฐอิสลาม (IS/ISIL/ISIS) กับกองกำลังซุนนีบางเผ่าและอดีตสมาชิกพรรคบาธ ร่วมกันก่อการยึดพื้นที่หลายเมืองหลายจังหวัด แต่จากการศึกษาพบว่ามูลเหตุการเปลี่ยนตัวมีเรื่องอื่นๆ มากกว่าที่กล่าวข้างต้น ดังได้อธิบายในตอนแรกแล้วว่า ความร่วมมือระหว่างประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด (Bashar al-Assad) แห่งซีเรีย ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี (Hassan Rohani) แห่งอิหร่าน และนายกฯ มาลิกี ทำให้เกิดขั้ว “ผู้นำชีอะห์”
          ในบรรดา 3 รัฐบาล 3 ประเทศ อิหร่านคือประเทศที่ทรงอำนาจมากที่สุด และมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับสถานการณ์ในอิรัก เป็นมูลเหตุที่ต้องเปลี่ยนตัวนายกฯ ข้อสาม (ข้อสุดท้าย)

            ข้อสาม ความเกี่ยวพันของอิหร่าน
            ความเกี่ยวพันของอิหร่านสามารถอธิบายได้อย่างน้อย 2 ประเด็นคือ “ความเกี่ยวพันกับการเมืองอิรักและสหรัฐฯ” กับประเด็น “อิหร่านกับภูมิภาค” ดังนี้

           ความเกี่ยวพันกับการเมืองอิรักและสหรัฐฯ :
            อิรักกับอิหร่านมีพรมแดนติดกัน ประชากรอิรักที่ปัจจุบันมีราว 33 ล้านคนส่วนใหญ่เป็นมุสลิมนิกายชีอะห์ คือร้อยละ 60-65 ของประชากรทั้งหมด ในระดับประชาชนจึงมีความสัมพันธ์อันดีระหว่างพี่น้องมุสลิมชีอะห์อิรักกับอิหร่าน
            ในช่วงสงครามอ่าวเปอร์เซียในทศวรรษ 1990 เรื่อยมาจนถึงสงครามโค่นล้มระบอบซัดดัม ฮุสเซนในปี 2003 พวกชีอะห์บางกลุ่มในอิรักมีการติดต่อกับอิหร่านอย่างใกล้ชิด รัฐบาลอิหร่านมีอิทธิพลต่อพวกชีอะห์บางสาย เช่น กลุ่มของ Muqtada al-Sadr/Moqtada al-Sadr บุตรของ Ayatollah Muhammad Sadiq al-Sadr เมื่อสหรัฐฯ คืนอำนาจปกครองแก่ชาวอิรัก กลุ่มชีอะห์เหล่านี้มีส่วนร่วมในกระบวนการเมือง จากการศึกษาพบว่าในการเลือกตั้งปี 2010 ขั้วการเมืองของนายกฯ มาลิกี ไม่ใช่กลุ่มที่ได้คะแนนมากที่สุด แต่เหตุผลสำคัญที่ช่วยให้สามารถเป็นฝ่ายจัดตั้งรัฐบาล จนนายมาลิกีได้เป็นนายกฯ สมัยที่ 2 เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ และอิหร่านพร้อมๆ กัน

            การแก้ปัญหาอิรักล่าสุดที่กำลังพูดถึง เป็นสถานการณ์ที่ตรงข้ามกับอดีต นั่นคือต้องการขัดขวางไม่ให้นายมาลิกีเป็นนายกฯ สมัยที่ 3 มีความเป็นไปได้ว่ารัฐบาลโอบามากับรัฐบาลอิหร่านจับมือร่วมกันอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือรอบนี้ยังเป็นปริศนา เนื่องจากกระทรวงต่างประเทศอิหร่านออกแถลงการณ์ปฏิเสธสื่อที่รายงานว่ารัฐบาลอิหร่านกับสหรัฐฯ ได้ปรึกษาหารือเรื่องการเฟ้นหาตัวนายกฯ อิรักคนใหม่ ยืนยันหนักแน่นว่าอิหร่านจะไม่เข้าแทรกแซงกิจการภายในประเทศเพื่อนบ้าน สื่อรายงานข่าวที่ปราศจากมูลความจริง เจ้าหน้าที่อิหร่านผู้หนึ่งกล่าวว่าอิหร่านเคยประกาศหลายครั้งแล้วว่า “การแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ของอิรักขึ้นกับกรอบรัฐธรรมนูญ ความต้องการและกระบวนการทางการเมืองภายในของอิรัก” อิหร่านต่อต้านการแทรกแซงกิจการภายในของอิรักทุกรูปแบบ
            อยาตุลเลาะห์ อาลี โฮไซนี คาเมเนอี (Ayatollah Ali Hosseini Khamenei) ผู้นำจิตวิญญาณของอิหร่าน เอ่ยว่าจะไม่ยอมเจรจาทางการเมืองกับสหรัฐฯ “เว้นแต่เฉพาะกรณีพิเศษจริงๆ” การเจรจากับสหรัฐฯ ไม่ส่งผลดีต่ออิหร่านและอาจเป็นผลเสียด้วย ถ้อยคำกล่าวดังกล่าวแสดงท่าทีค่อนข้างลบต่อรัฐบาลสหรัฐฯ และอาจเป็นการส่งสัญญาณขอให้รัฐบาลโอบามาลดเงื่อนไขการเจรจาต่อโครงการพัฒนานิวเคลียร์ และยุติการคว่ำบาตรที่ยังคงอยู่

            ดังนั้น ณ ขณะนี้ ยังเป็นการเร็วเกินไปที่จะสรุปว่า อิหร่านได้ตกลงกับสหรัฐฯ เรื่องการขัดขวางนายมาลิกีหรือไม่ แต่หากดูจากข้อมูลบริบทประกอบ มีเหตุผลพอสมควรที่จะเชื่อเช่นนั้น โดยเฉพาะหากประชาคมโลกได้ฟังข่าวดี ว่าสหรัฐฯ กับอิหร่านบรรลุข้อตกลงเรื่องโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่านที่เป็นปัญหาต่อเนื่องยาวนานหลายสิบปี
            และหากเป็นเช่นนั้นจริง เท่ากับว่าอิหร่านกับสหรัฐฯ ได้ยกระดับความสัมพันธ์อย่างก้าวกระโดด และเป็นก้าวกระโดดครั้งสำคัญในรอบหลายทศวรรษ

            อิหร่านกับภูมิภาค :
            ตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง กองกำลัง IS ประกาศเป้าหมายชัดเจนว่าต้องการสถาปนารัฐอิสลามในอิรักกับซีเรีย สอดรับกับการก่อการในซีเรียและอิรัก เรื่องนี้เป็นภัยคุกคามต่ออิหร่านโดยตรง แม้ว่าการก่อการยังไม่ได้เกิดขึ้นในอิหร่าน แต่เกิดกับมิตรประเทศสำคัญ มีพรมแดนติดอิหร่าน สถานการณ์เปรียบเหมือนไฟที่กำลังลุกไหม้ข้างบ้าน และตอนนี้กำลังเกิดขึ้นพร้อมกัน 2 ด้าน รัฐบาลอิหร่านจึงอยู่ไม่เป็นสุข ตระหนักว่าภัยคุกคามกำลังอยู่ใกล้ตัวอีกแล้ว
            เหตุที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา เวลาพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน จะหมายถึงความสัมพันธ์ที่ไม่เป็นมิตรต่อกัน รัฐบาลอิหร่านโจมตีรัฐบาลสหรัฐฯ พาดพึงถึงอิสราเอล อยาตุลเลาะห์ คาเมเนอี ครั้งหนึ่งกล่าวว่า ลัทธิประชาธิปไตยเป็นภัยคุกคามอิสลาม
            และในปี 2002 เมื่อรัฐบาลจอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชส่งกองทัพอเมริกันบุกอิรักและประกาศว่าอิหร่านเป็นหนึ่งใน ‘axis of evil’ เช่นเดียวกับอิรัก ทำให้อิหร่านเชื่อว่าตนอาจเป็นเป้าหมายรายต่อไป

            ความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ เริ่มดีขึ้น เมื่อนายฮัสซัน โรฮานี ชนะการเลือกตั้ง ได้เป็นประธานาธิบดีเมื่อปีที่แล้ว ดำเนินนโยบายปรับความสัมพันธ์รอบทิศ พร้อมกับเจรจาโครงการนิวเคลียร์กับประเทศที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สหรัฐฯ กับพันธมิตรยุติการคว่ำบาตรเศรษฐกิจการเมืองอิหร่าน จนสถานการณ์เรื่องโครงการนิวเคลียร์กำลังดีขึ้นเรื่อยๆ บางประเทศเริ่มผ่อนคลายการคว่ำบาตรอิหร่านทีละน้อย เศรษฐกิจอิหร่านเริ่มฟื้นตัว พลังอำนาจของอิหร่านโดยรวมกำลังเข้มแข็งขึ้น
            ภายใต้สถานการณ์ของอิหร่านที่กำลังดีขึ้นและการก่อรูปของความสัมพันธ์ขั้ว “ผู้นำชีอะห์” พวกซุนนีในภูมิภาคย่อมสามารถตีความว่าอาจเป็นภัยคุกคามต่อพวกตน สอดคล้องกับคำกล่าวของอยาตุลเลาะห์ คาเมเนอี เอ่ยถึงการกระบวนการเลือกนายกฯ อิรักล่าสุดว่า “การชะงักงันทางการเมืองจะจบสิ้นเมื่อสามารถแต่งตั้งนายกฯ อิรักคนใหม่” เกิดรัฐบาลเพื่อเริ่มต้นทำงาน และให้บทเรียนที่ดีแก่บรรดาผู้ที่สร้างความวุ่นวายให้ประชาชนต่อต้านรัฐบาล
            ถ้อยคำของอยาตุลเลาะห์ คาเมเนอี พูดถึง 2 ประเด็น เรื่องแรกคือ เอ่ยถึงฝ่ายต่อต้านรัฐบาล ซึ่งในกรณีอิรักหมายถึงซุนนีท้องถิ่นบางกลุ่มบางเผ่าในอิรัก ที่ร่วมกับ IS และอดีตสมาชิกพรรคบาธลุกฮือต่อต้านรัฐบาลมาลิกี

            ในช่วงที่กองกำลัง IS กำลังรุกคืบอย่างรวดเร็ว ประธานาธิบดีโรฮานีแสดงท่าทีสนับสนุนรัฐบาลมาลิกีอย่างเต็มที่ ประกาศว่าอิหร่านจะพยายามสุดความสามารถเพื่อต่อต้านการก่อการร้าย และ “จะไม่ยอมให้ผู้สนับสนุนพวกผู้ก่อการร้ายทำลายความมั่นคงและเสถียรภาพของอิรัก” ด้วยการใช้การก่อการร้ายต่ออิรัก คำกล่าวของประธานาธิบดีโรฮานีชี้ว่า ภัยคุกคามอิรักไม่ใช่เพียงความขัดแย้งภายในประเทศ แต่มาจากการขับเคลื่อนนอกประเทศอิรัก ที่อาศัยการก่อการร้ายเป็นเครื่องมือทำลายรัฐบาลมาลิกี
            มีประเด็นถกเถียงว่า รัฐบาลบางประเทศในภูมิภาคให้การสนับสนุนกองกำลัง IS/ISIL/ISIS หรือไม่ บางข้อมูลเช่น นาย Andrew Tabler นักวิชาการจาก Washington Institute for Near East Studies ชี้ว่ารัฐบาลคูเวต กาตาร์และซาอุดิอาระเบีย เป็นผู้สนับสนุน โดยที่รัฐบาลสหรัฐฯ รู้เห็นเป็นใจ “กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ตระหนักในกิจกรรมดังกล่าวและได้แสดงความกังวลเรื่องการถ่ายเทเงินนี้ แต่นักการทูตตะวันตกกับเจ้าหน้าที่พร้อมใจกันทำเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาว”
            ทำนองเดียวกับ Flynt Leverett กับ Hillary Mann Leverett เห็นว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ควรกดดันซาอุฯ ให้เลิกสนับสนุนพวกญิฮาด (หมายถึง IS) เพราะสุดท้ายจะบั่นทอนผลประโยชน์สหรัฐฯ

            แต่รัฐบาลซาอุดิอาระเบียปฏิเสธ แถลงชี้แจงว่าประเทศซาอุดิอาระเบียต้องการให้ “เครือข่ายของอัลกออิดะห์ทั้งหมดพ่ายแพ้และถูกทำลาย รวมทั้ง IS ที่กำลังปฏิบัติการในอิรัก” “ซาอุดิอาระเบียไม่ได้ช่วยเหลือ ISIS หรือกลุ่มก่อการร้ายใดๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านเงินหรือกำลังใจ” คำกล่าวอ้างใดๆ ที่ตรงข้ามกับแถลงการณ์นี้เป็นคำกล่าวหาเท็จ
            ซาอุฯ สนับสนุนอธิปไตย ความเป็นเอกภาพและบูรณภาพแห่งดินแดนของอิรัก ปรารถนาให้พลเมืองอิรักทุกคนได้รับการปกป้องและพ้นจากความยากลำบาก “ต่อต้านการแทรกแซงจากต่างชาติ และการแทรกแซงกิจการภายในอิรักทุกรูปแบบ” ขอให้ประชาชนอิรักทุกหมู่เหล่า ไม่ว่าศาสนาใด ร่วมเป็นหนึ่งเดียวเอาชนะภัยคุกคามในขณะนี้
            ด้านนาย Khalid al-Attiyah รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ชี้แจงว่า “เรื่องที่พูดว่าเราสนับสนุนกลุ่มหัวรุนแรงหรือกลุ่มสุดโต่งนั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างไร”
            ประเด็นเรื่องรัฐบาลซาอุฯ คูเวต และกาตาร์ให้การสนับสนุน IS หรือไม่ จึงยังเป็นประเด็นถกเถียงกันต่อไป จนกว่าจะมีหลักฐานที่ชัดเจน

            อีกประเด็นที่อยาตุลเลาะห์ คาเมเนอี ให้ความเห็นว่าภาวะชะงักงันทางการเมืองจะยุติเมื่ออิรักได้ตัวนายกฯ คนใหม่ ซึ่งหมายถึงคนใหม่ที่ไม่ใช่นายมาลีกี ที่ฝ่ายซุนนีอิรักไม่พอใจ เป็นต้นเหตุของสงครามกลางเมืองในตลอด 8-9 ปีที่ผ่านมา
            ในมุมมองของท่านเชื่อว่าทั้ง 2 เรื่องสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่น นั่นคือ สถานการณ์ในอิรักจะดีขึ้น ถ้าได้นายกฯ คนใหม่ ซึ่งหมายความว่าฝ่ายอิหร่านจะต้องยอมสูญเสียนายกฯ มาลิกีที่มีสัมพันธ์ดีกับตน แต่ท่านเห็นด้วยกับแนวทางนี้ คงเป็นเพราะเชื่อว่าจะทำให้การเมืองอิรักเดินหน้าต่อไปได้ เป็นเหตุระงับสงครามกลางเมืองอิรักซึ่งทำให้ทั้งพวกชีอะห์กับซุนนีเสียชีวิตเดือนละนับร้อยนับพันคน และหวังอาศัยการเปลี่ยนตัวผู้นำอิรักเป็นการแสดงออกอย่างเป็นรูปธรรมอีกครั้งว่า รัฐบาลอิหร่านปัจจุบันต้องการปรับความสัมพันธ์รอบทิศกับประเทศเพื่อนบ้าน ลบล้างภาพพวกชีอะห์ข่มเหงซุนนีในอิรัก ดังที่ประธานาธิบดีโรฮานี ได้กล่าวว่า นโยบายของท่านตั้งอยู่บน “การผ่อนคลายความตึงเครียด สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและปฏิสัมพันธ์กับทั่วโลกอย่างสร้างสรรค์” และ “อิหร่านไม่ต้องการเผชิญหน้าท้าทายโลก  และจะพยายามควบคุมพวกสายเหยี่ยว พวกชอบก่อสงคราม”
            การเปลี่ยนตัวนายกฯ มาลิกี จึงเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับเรื่องราวของอิหร่านโดยตรง ทั้งในส่วนที่อิหร่านเกี่ยวข้องกับการเมืองอิรัก ความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคตะวันออกกลาง และความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ 

สรุป :
            รวมความแล้ว บุคคลผู้เป็นนายกฯ ของรัฐบาลอิรักชุดใหม่ ยังเป็นผู้ที่คัดเลือกจากสายชีอะห์ แต่ผู้มาแทนที่คงไม่ดำเนินนโยบายรวบอำนาจ กดขี่ฝ่ายต่อต้านซึ่งมักเป็นพวกซุนนี จนกลายเป็นสงครามกลางเมือง เป็นทางเลือกที่ลงตัวระหว่างพวกซุนนี ชีอะห์และชาวเคิร์ดในอิรัก รวมทั้งบรรดาประเทศผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลังของแต่ละฝ่าย เพื่อให้การเมืองนิ่ง ประเทศสามารถเดินหน้าต่อไป อยู่ร่วมด้วยความปรองดองสมานฉันท์ ไม่มีฝ่ายใดได้ประโยชน์เพียงฝ่ายเดียว แต่จัดสรรให้ลงตัวมากกว่าเดิม
            ล่าสุด รัฐบาลอิรักได้นายกฯ คนใหม่แล้ว คือนายไฮเดอร์ อัล-อาบาดี (Haider al-Abadi) แต่อิรักจะคืนสู่ภาวะสงบหรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องติดตามต่อไปว่านายกฯ อาบาดีจะบริหารประเทศอย่างไร จะแบ่งสรรอำนาจจริงหรือไม่ พวกซุนนีอิรักจะพอใจกับสิ่งที่ได้รับหรือไม่ ประเด็นการจัดการกองกำลัง IS ที่ยังคงอยู่และมีอิทธิพลในหลายพื้นที่ หากนายกฯ อาบาดีทำสำเร็จจะเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในรอบ 10 ปี จะช่วยรักษาชีวิตผู้คนนับพันนับหมื่น ประเทศอิรักได้เวลาฟื้นตัว เริ่มต้นบูรณะประเทศอย่างจริงจัง
            ในภาพกว้าง เกิดคำถามว่า ความร่วมมือระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯ กับอิหร่านครั้งนี้ จะส่งผลต่อระเบียบความมั่นคงของภูมิภาคตะวันออกกลางหรือไม่ อย่างไร อิหร่านกำลังจะประสบความสำเร็จตามนโยบายปรับความสัมพันธ์รอบทิศกับประเทศเพื่อนบ้านหรือไม่ และประเทศเพื่อนบ้านจะคิดเห็นต่อสถานการณ์อย่างไร เหล่านี้เป็นประเด็นที่ควรติดตามต่อไป
            ทั้งหมดนี้ มาจากจุดเริ่มต้น ด้วยการเปลี่ยนตัวผู้นำประเทศอิรักเพียงคนเดียว เรื่องนี้จะเป็นความฝันหรือความจริง
----------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง :
นูรี อัลมาลิกี (Nouri Al-Maliki) เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกที่มาจากการเลือกตั้ง หลังกองทัพสหรัฐฯ ถ่ายโอนอำนาจการปกครองคืนแก่ชาวอิรัก ความไม่พอใจของพวกซุนนี การก่อการของ IS และรัฐบาลโอบามาตัดสินใจยุติสนับสนุนนายกฯ มาลิกี เป็นเหตุผลแรกที่ต้องเปลี่ยนตัวผู้นำประเทศอิรัก การที่รัฐบาลมาลิกีร่วมมือกับอิหร่านและซีเรียมากขึ้น เกิดภาพของขั้ว “ผู้นำชีอะห์” เป็นเหตุผลที่ 2

บรรณานุกรม ตอนจบ:
1. Alexander, Yonah., & Hoenig, Milton. (2008). The New Iranian Leadership: Ahmadinejad, Terrorism, Nuclear Ambition, and the Middle East. USA: Greenwood Publishing Group.
2. Central Intelligence Agency. (2014, May 29). Iraq. In The World Factbook. Retrieved from https://www.cia.gov/library/publications/the-world-factbook/geos/iz.html
3. FM Source Rejects Reuters' Report on Iran-US Negotiations over Al-Abadi. (2014, August 14). FNA. Retrieved from http://english.farsnews.com/newstext.aspx?nn=13930523000475)
4. Iran's Rowhani urges 'serious' nuclear talks without delay (2013, August 6). AFP. http://uk.news.yahoo.com/irans-rowhani-urges-serious-nuclear-talks-124625688.html#aa3X2E0
5. Jentleson, Bruce W. 2010. American Foreign Policy: The Dynamics of Choice in the 21st Century, New York: W. W. Norton & Company.
6. Kingdom's statement on networks fighting in Iraq. (2014, June 18). Arab News. Retrieved from http://www.arabnews.com/news/588646
7. Leverett, Flynt., & Leverett, Hillary Mann. (2014, June 15). America's Middle East Delusions. The National Interest. Retrieved from http://nationalinterest.org/feature/americas-middle-east-delusions-10672
8. Maliki’s bloc leads in Iraq election. (2014, May 19). The Washington Post. Retrieved from http://www.washingtonpost.com/world/middle_east/malikis-bloc-leads-in-iraq-election/2014/05/19/f7e695cb-414b-4a63-879e-bd13df8ad8d7_story.html
9. Rogin, Josh. (2014, June 14). America's Allies Are Funding ISIS. The Daily Beast. Retrieved from http://www.thedailybeast.com/articles/2014/06/14/america-s-allies-are-funding-isis.html
10. Supreme Leader Categorically Dismisses Political Talks with US. (2014, August 13). Fars News. Retrieved from http://english.farsnews.com/newstext.aspx?nn=13930522001255
11. World should talk to Iran in the language of respect, not sanctions: Rohani. (2013, August 4). Tehran Times. Retrieved from http://www.tehrantimes.com/politics/109793-world-should-talk-to-iran-in-the-language-of-respect-not-sanctions-rohani
----------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“อุดมการณ์เสรีนิยม”
·เกริ่นนำ oเสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเ…

มายาคติ เลือกตั้งกับไม่เลือกตั้ง

เลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้งเป็นเพียงวิธีการ เป้าหมายคือสังคมอยู่เย็นเป็นสุข เริ่มต้นด้วยการได้ผู้ปกครองที่รับใช้ประชาชน


เลือกตั้งดีกว่า : มีเลือกตั้งคือเป็นประชาธิปไตย ทุกครั้งที่จะเลือกตั้งน่าจะเริ่มด้วยการทบทวนว่าทำไมจึงควรมีการเลือกตั้ง เพราะรัฐบาลที่แล้วทำหน้าที่ได้ดีหรือเพราะล้มเหลวต่อหน้าที่ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐล่าสุด หลายคนต่อต้านฮิลลารี คลินตันเพราะคิดว่าเธอจะแย่กว่าโอบามา ในการชิงชัยเพื่อเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน (Presidential primaries) ปรากฏว่านักการเมืองหน้าเก่า ผู้คร่ำหวอดการเมืองพ่ายแพ้โดนัลด์ ทรัมป์ผู้มีภาพลักษณ์เป็นนักธุรกิจ ปลอดจากการเป็นชนชั้นปกครองอเมริกา การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส มารีน เลอเปน (Marine Le Pen) แม้ไม่ชนะเลือกตั้ง แต่กวาดคะแนนได้มาก ทั้งๆ ที่ชูนโยบายสุดโต่ง ไม่ใช่ปกติวิสัยของประเทศนี้ เอมมานูแอล มาครง (Emmanuel Macron) ผู้ชนะเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ เพิ่งมีบทบาททางการเมืองเพียงไม่กี่ปี อเล็กซิส ซีปราส (Alexis Tsipras) นายกรัฐมนตรีกรีซปัจจุบันมาจากเดิมที่เป็นพรรคเล็กๆ ไม่มีใครสนใจ ที่ชนะเลือกตั้งเพราะประชาชนเบื่อหน่ายทั้งพรรคฝ่ายซ้ายกับฝ่ายขวาท…

อุดมการณ์ทางการเมือง (1) นิยาม อุดมการณ์ทางการเมือง

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553 ชาญชัย
อุดมการณ์ทางการเมือง
“นิยาม อุดมการณ์ทางการเมือง”
1.ความหมายของอุดมการณ์ทางการเมือง (Political Ideology) มีผู้นิยามหลากหลาย 1.1.หมายถึง ความคิด ความเชื่อ ที่มีแบบแผนเกี่ยวกับหลักการและคุณค่าทางการเมือง เป็นความคิดความเชื่อที่มีแนวทางแน่นอน มีเหตุผล มีจุดหมายปลายทาง และวัตถุประสงค์ที่มนุษย์พยายามจะดำเนินการให้สัมฤทธิผล 1.2.หมายถึง ความคิดความเชื่อที่ทำให้เกิดกลไกควบคุม เพื่อบรรลุเป้าหมายแห่งความคิดความเชื่อนั้น 1.2.1.เช่นอุดมการณ์มาร์กซิสม์ ก่อให้เกิดพรรคคอมมิวนิสต์เพื่อสร้างและควบคุมให้การปกครองบรรลุเป้าหมายของอุดมการณ์ 1.2.2.อุดมการณ์ประชาธิปไตย คือ การเพิ่มพูน ปกป้องเสรีภาพส่วนบุคคล ทำให้เกิดไกกลต่างๆ เช่น พรรคการเมือง กลุ่มผลประโยชน์ การลงมติ เพื่อรักษาความเป็นประชาธิปไตย 1.3.อุดมการณ์มิใช่เป็นเพียงปรัชญาการเมือง อุดมการณ์ทางการเมืองจะเรียกร้องให้มีการกระทำจากผู้ศรัทธาในอุดมการณ์ เกิดความรู้สึกว่าถูกต้องที่จะกระทำตามนั้น อุดมการณ์ทางการเมืองมักจะเชื่อมโยงกลุ่มคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นพิเศษ 1.4.สมเกียรติ วันท…