ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

รูเบิลอ่อนค่า สัมพันธ์ตะวันตกตึงเครียด และการแก้เกมของปูติน (1)

14 ธันวาคม 2014
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 6613 วันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/2050549)

            ในช่วงเดือนสองเดือนที่ผ่านมา นายวลาดีมีร์ ปูติน (Vladimir Putin) ประธานาธิบดีรัสเซีย ได้แสดงสุนทรพจน์สำคัญทั้งในงานประชุมเอเปกเมื่อเดือนพฤศจิกายนและการประชุมประจำปีของรัฐสภาแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย (Federal Assembly) ประจำปี 2014 เมื่อวันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา ทั้ง 2 สุนทรพจน์และในที่อื่นๆ สะท้อนปัญหาสำคัญและแนวทางแก้ไขของรัฐบาล บทความนี้จะหยิบยกบางประเด็นที่เกี่ยวข้องนโยบายต่างประเทศ เริ่มจากปัญหายูเครนไครเมีย ค่าเงินรูเบิล และความสัมพันธ์กับชาติตะวันตก ทั้ง 3 ประเด็นสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่น

ปัญหายูเครนไครเมียที่ยังค้างคา :
            2-3 เดือนที่ผ่านมาความขัดแย้งในยูเครนฝั่งตะวันออกค่อยบรรเทาลง ในขณะนี้เหลือเพียงการปะทะเพียงประปราย สถานการณ์โดยทั่วไปสงบเรียบร้อย ประชาชนยูเครนตะวันออกที่ต้องการแยกตัวสามารถตกลงกับรัฐบาลได้ระดับหนึ่ง พร้อมกับที่รัสเซีย ยูเครนและอียูลงนามข้อตกลงซื้อขายก๊าซฉบับใหม่เป็นที่เรียบร้อย เป็นสัญญาณที่ดีว่ายูเครนกำลังเข้าสู่สถานการณ์ปกติ
            ท่ามกลางสถานการณ์โดยรวมที่ดีขึ้นแต่รากปัญหายังคงอยู่ คาดว่าการเจรจายังไม่บรรลุข้อตกลงสุดท้าย รัสเซียกับฝ่ายสหรัฐและพันธมิตรยังคงเผชิญหน้ากดดันซึ่งกันและกัน

            ประธานาธิบดีปูตินยืนยันความชอบธรรมในการผนวกสาธารณรัฐไครเมีย (Republic of Crimea) เป็นส่วนหนึ่งของสหพันธรัฐรัสเซีย เอ่ยถึงประวัติศาสตร์ความผูกพันว่าไครเมียเดิมเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย ในสมัยโบราณเมืองนี้ชื่อว่า Chersonesus หรือ Korsun เป็นสถานที่ Grand Prince Vladimir ได้บัพติศมาก่อนนำศาสนาคริสต์สู่รัสเซีย ชาวไครเมียมีภาษาวัฒนธรรมเหมือนรัสเซีย
            ถ้าย้อนกลับไปที่เดือนมีนาคม ในตอนนั้นประธานาธิบดีปูตินอ้างว่าจำต้องปกป้องฐานทัพรัสเซียในไครเมีย และ “มีมือปืนจากองค์กรชาตินิยมเดินทางเข้ามาในไครเมีย” เราจึงต้องดำเนินการ และ “เราได้ดำเนินการอย่างถูกต้องและทันเวลา” เพื่อปกป้องคนท้องถิ่นที่พูดรัสเซีย เป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากได้รับการร้องขออย่างเป็นทางการจากนายวิคเตอร์ ยานูโควิช (Viktor Yanukovych) ประธานาธิบดีในขณะนั้น
            ข้อวิพากษ์คือ การอ้างเรื่องความปลอดภัยของคนท้องถิ่นในเขตไครเมียไม่มีข้อพิสูจน์ชัดเจน บัดนี้ปรากฏข้อเท็จจริงแล้วว่าเป้าหมายที่รัฐบาลปูติต้องการคือยึดครองไครเมีย

            ประธานาธิบดีปูตินพยายามอ้างความชอบธรรมด้วยการใช้เหตุผลความใกล้ชิดทางประวัติศาสตร์ แต่หากทุกประเทศต่างอ้างประวัติศาสตร์ในอดีตและพยายามยึดครองดินแดน โลกจะเต็มด้วยไฟสงครามอย่างไม่จบสิ้น เพราะต่างก็จะอ้างประวัติศาสตร์ที่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง หลายประเทศจะต้องสิ้นชาติเพราะเป็นประเทศเกิดใหม่ ดินแดนที่ตั้งอยู่ ณ ปัจจุบันเป็นดินแดนของอาณาจักรโบราณอื่นๆ

            นักวิชาการบางคนเกรงว่าหากไม่ตอบโต้เท่ากับเป็นการยอมรับว่ารัสเซียสามารถยึดและผนวกดินแดนของประเทศอื่นๆ โดยอ้างว่าความชอบธรรมด้านประวัติศาสตร์และชาติพันธุ์ และจะทำให้ประเทศอื่นๆ เลียนแบบ เช่น จีนจะใช้กำลังยึดไต้หวัน
            การยึดประวัติศาสตร์ในลักษณะนี้เป็นข้ออ้างของผู้ที่ต้องการรุกรานมากกว่า ที่ถูกต้องและได้รับการยอมรับในปัจจุบันคือ การยึดกฎหมายระหว่างประเทศ อธิปไตย และบูรณาภาพแห่งดินแดนของแต่ละประเทศตามที่เป็นอยู่
            รัฐบาลรัสเซียประกาศเรื่อยมาว่าเคารพอธิปไตยประเทศอื่น และเรียกร้องให้ประเทศอื่นๆ เคารพอธิปไตยตนเอง แต่การยึดครองและผนวกไครเมียเป็นหลักฐานชี้ว่ารัสเซียในปัจจุบันได้ละเมิดอธิปไตยประเทศอื่นอย่างชัดเจน

ทางที่จำต้องเดิน :
            ดังที่เคยวิเคราะห์แล้วว่าการที่รัสเซียต้องยึดไครเมียมาจากเหตุผลด้านความมั่นคงเป็นหลัก เนื่องจากไครเมียเป็นจุดยุทธศาสตร์ เป็นที่ตั้งของกองเรือทะเลดำ (Black Sea Fleet) ที่เซวาสโตโพล (Sevastopol) เป็นท่าเรือน้ำอุ่นเพียงแห่งเดียวที่อยู่ในฝั่งยุโรป
            ประเด็นการรวมตัวเป็นสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย (Eurasian Economic Union) โดยรัสเซียเป็นแกนนำและจะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มกราคม 2015 น่าจะเป็นอีกเหตุผลที่อียูต้องการสกัดกั้น เกิดความวุ่นวายในยูเครนจนได้นายเปโตร โปโรเชนโก (Petro Poroshenko) ประธานาธิบดีคนล่าสุดที่อิงชาติตะวันตก ทำให้สหภาพเศรษฐกิจยูเรเชียจะประกอบด้วยรัสเซีย เบลารุส คาซัคสถาน และอาร์เมเนีย โดยปราศจากชื่อยูเครน

            อีกเหตุผลที่ควรเอ่ยถึงคือการวิเคราะห์ในเชิงเกียรติภูมิแห่งชาติ
            เมื่อพูดถึงประเทศรัสเซีย ต้องตระหนักว่ารัสเซียเป็นมหาอำนาจชาติหนึ่ง แม้จะไม่ยิ่งใหญ่เป็นอภิมหาอำนาจดังเช่นยุคสงครามเย็น ยังคงเป็นที่ประเทศที่ยิ่งใหญ่ มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีความหยิ่งในความเป็นชาติของตน ไม่ยอมก้มหัวให้กับชาติตะวันตก
            ที่สำคัญคือในปัจจุบันมีบางประเทศที่ดำเนินนโยบายอิงรัสเซีย หวังพึ่งความช่วยเหลือจากรัสเซีย เสมือนเป็นอีกทางเลือก (alternative way) หากประเทศนั้นไม่ดำเนินนโยบายที่สอดรับกับสหรัฐเสียทุกเรื่อง รัฐบาลซีเรียกับอิหร่านในปัจจุบันคือตัวอย่าง หากรัสเซียไม่แสดงท่าทีความเป็นผู้นำ ยอมก้มหัวให้กับสหรัฐ บรรดาประเทศเหล่านี้ก็จะตีตัวออกห่าง เป็นเหตุทำให้รัสเซียยิ่งปราศจากมิตร ถูกโดดเดี่ยวมากขึ้น สูญเสียผลประโยชน์อันเนื่องจากความสัมพันธ์กับประเทศเหล่านี้ (ภายใต้มุมมองว่าสหรัฐยังคงดำเนินนโยบายเป็นปรปักษ์กับรัสเซียอย่างต่อเนื่อง)
            หรือไม่ก็ยอมจำนนอยู่ใต้อิทธิพลของสหรัฐ อาจได้ชื่อว่าเป็น “พันธมิตร” แต่ไม่ได้อยู่ในความสัมพันธ์ที่เท่าเทียม
            การไม่ยอมก้มหัวให้สหรัฐคือนโยบายของรัฐบาลปูติน ดังที่ประธานาธิบดีปูตินกล่าวย้ำว่าสหรัฐต้องการกำราบรัสเซียให้อยู่ใต้อำนาจ แต่จะไม่มีวันสำเร็จ “ตลอดประวัติศาสตร์ไม่มีใครสามารถจัดการรัสเซีย และจะไม่มีวันทำได้”

รัสเซียกับนาโตต่างต้องการมีอิทธิพล :
            ถ้ามองในกรอบยูเครน ประเด็นสำคัญในขณะนี้ไม่ใช่เรื่องไครเมีย แต่อยู่ที่ตัวยูเครนส่วนที่เหลือ
            จากข้อมูลที่ปรากฏ รัสเซียเสนอ 2 ทางเลือก ข้อแรกคือ ให้ยูเครนเป็นกลางซึ่งรัฐบาลโอบามาไม่ยอมรับ เห็นว่ายูเครนจะสัมพันธ์กับประเทศใดอย่างไร ขึ้นกับการตัดสินใจของยูเครน
            ข้อเสนอที่ 2 คือ ให้ยูเครนเป็นสหพันธรัฐ เห็นว่ารัฐบาลกลางต้องกระจายอำนาจมากขึ้น ไม่อาจใช้รูปแบบรัฐเดี่ยวได้ เพราะพิสูจน์แล้วว่าล้มเหลวตั้งแต่ได้เอกราชจากอดีตสหภาพโซเวียตเมื่อ 23 ปีก่อน เบื้องหลังของข้อเสนอนี้คือรัสเซียต้องการคงอิทธิพลแถบตะวันออก โดยอ้างว่ามีชาวยูเครนพูดภาษารัสเซียจำนวนมาก (ทำนองเดียวกับไครเมีย) สนับสนุนผู้ชุมนุมประท้วงที่นิยมชมชอบรัสเซีย ในเมืองโดเนตสค์ (Donetsk) กับเมืองลูกันสก์ (Lugansk)

            ฝ่ายสหรัฐกับพันธมิตรอียูไม่พยายามพูดอะไรที่ชัดเจน ให้การตัดสินใจใดๆ มาจากการตัดสินใจของรัฐบาลยูเครน พร้อมกับยืนยันว่านาโตยังเปิดรับสมาชิกที่มีคุณสมบัติตามมาตรฐานของนาโต
            เมื่อพิจารณาท่าทีของขั้วการเมืองยูเครนตะวันตก ล้วนเป็นท่าทีที่ต้องการใกล้ชิดตะวันตก เช่น หวังเป็นสมาชิกอียู เข้าร่วมนาโต
            ขณะที่รัสเซียไม่ยอมให้ยูเครนเป็นสมาชิกนาโตโดยเด็ดขาด การขยายตัวของนาโตเข้าใกล้พรมแดน ส่อท่าทีคุกคามทางทหาร เป็นเรื่องที่รัสเซียยอมให้ไม่ได้ ถือว่าเป็น “เส้นต้องห้าม”
            โดยสรุปแล้ว ยูเครนฝั่งตะวันออกในขณะนี้สงบเรียบร้อยกว่าเมื่อหลายเดือนก่อน แต่รากปัญหายังไม่มีข้อยุติ นั่นคือ ที่สุดแล้วยูเครนจะสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านอย่างไร จะเป็นกลาง อิงรัสเซียหรืออิงชาติตะวันตก
            และกลายเป็นว่าความขัดแย้งยูเครนทำให้รัสเซียเผชิญหน้ากับฝ่ายสหรัฐ เกิดสงครามเศรษฐกิจ การเมืองระหว่างประเทศ

            ฝ่ายสหรัฐอาศัยการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ การเมืองระหว่างประเทศ จนค่าเงินรูเบิลอ่อนค่าอย่างหนัก อัตราการเติบโตเศรษฐกิจถดถอย เพื่อกดดันให้รัสเซียยอมจำนน
            ส่วนฝ่ายรัสเซียเห็นว่าผลจากการที่ยูเครนตีตัวออกห่างจากรัสเซีย ทำให้เศรษฐกิจและสังคมยูเครนกำลังจะล่มสลาย รัฐบาลไม่มีเงินจ่ายเงินเดือนข้าราชการ ที่ผ่านมาเศรษฐกิจยูเครนอยู่ได้ด้วยการอิงความช่วยเหลือจากรัสเซีย ในขณะที่ชาติตะวันตกไม่พร้อมจ่ายราคา นาย Vyacheslav Nikonov รองประธานสภาดูมาพยากรณ์ว่า “ประเทศกำลังแยกออกเป็นเสี่ยงๆ รัฐบาลเคียฟยังไม่มีแผนกอบกู้เศรษฐกิจที่ชัดเจน”
            ดังนั้น ฝ่ายรัสเซียเชื่อว่าหากดึงเกมยืดเยื้อเชื่อว่าประชาชนจะออกมาประท้วงขับไล่รัฐบาลโปโรเชนโก และรัสเซียจะเป็นฝ่ายชนะในที่สุด

วิเคราะห์องค์รวม ยูเครนไครเมีย :
            ความขัดแย้งในยูเครนในขณะนี้ได้บานปลายกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างชาติมหาอำนาจแล้ว ณ วันนี้เมื่อพูดถึงความขัดแย้งยูเครน จึงไม่ใช่เรื่องของยูเครนเท่านั้น แต่เป็นความขัดแย้งในภาพที่ใหญ่กว่า รุนแรงกว่า เป็นเรื่องการเผชิญหน้าระหว่างมหาอำนาจโดยตรง อาจถึงขั้นจัดระเบียบความสัมพันธ์ใหม่ถ้าเชื่อว่าเป็นความขัดแย้งอย่างจริงจัง และเรื่องคงไม่จบลงง่ายๆ คาดว่าต้องกินเวลาแสดงพลังอีกหลายเดือน
            เป็นสงครามเศรษฐกิจ การเมืองระหว่างประเทศที่ไม่ได้ประกาศชัด สาธารณชนไม่ตื่นตระหนกเท่ากับการประกาศทำสงครามด้วยกำลังทหาร

            ความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจในขณะนี้สามารถติดตามจากความขัดแย้งในยูเครน และเรื่องอื่นๆ ที่มีผลต่อค่าเงินรูเบิล เศรษฐกิจรัสเซีย (วิเคราะห์ในตอนหน้า)
            ส่วนอนาคตของยูเครนไม่ขึ้นกับประชาชนยูเครนอีกต่อไป แต่ขึ้นกับรัฐบาลชาติมหาอำนาจว่าจะให้เรื่องยุติอย่างไร
---------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง 
กว่า 20 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลรัสเซียเข้าแทรกแซงการเมืองการเลือกตั้งยูเครน เพื่อให้ได้รัฐบาลที่ดำเนินนโยบายใกล้ชิดรัสเซีย แต่ความไร้เสถียรภาพของรัฐบาล การก่อการของขั้วฝ่ายตรงข้าม ทำให้การเมืองยูเครนผันผวน ได้รัฐบาลที่อิงชาติตะวันตกสลับกับที่อิงรัสเซีย เป้าหมายของยุทธศาสตร์ใหม่ของประธานาธิบดีปูติน คือหวังแก้ความผันผวนทางการเมือง ด้วยการแยกยูเครนออกเป็น 3 ส่วน

แม้ว่าทุกวันนี้จะผ่านพ้นสงครามเย็นมานานแล้ว สิ่งหนึ่งที่สื่อชาติตะวันตกทำอย่างต่อเนื่องนับจากสงครามเย็นจนถึงปัจจุบัน คือ การโฆษณาชวนเชื่อ บิดเบือนข้อมูลข่าวสาร หลอกหลวงประชาคมโลกอย่างเป็นระบบ ไม่ต่างจากทางการรัสเซียที่ยังใช้การโฆษณาชวนเชื่อเป็นเครื่องมือดังที่กระทำเรื่อยมา วิกฤตยูเครนในขณะนี้เป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ต่างฝ่ายต่างพยายามช่วงชิงความได้เปรียบ โดยพยายามเปรียบเปรยให้นึกถึงสงครามเย็น ยุคที่แบ่งฝักแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจน และพยายามดึงให้ประเทศอื่นๆ อยู่กับฝ่ายของตน

รัฐบาลรัสเซียภายใต้การนำของประธานาธิบดีปูติน ได้ควบคุมไครเมียและพร้อมส่งกองทัพข้ามพรมแดนไปยังฝั่งยูเครนตะวันออก เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลตะวันตกคาดการณ์มานานแล้ว เพราะในมุมมองของรัสเซียประเทศยูเครนเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางด้านความมั่นคงที่สำคัญ สถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้จึงเป็นการให้บทเรียนแก่ชาติตะวันตก ว่ารัสเซียจะไม่ยอมปล่อยยูเครนให้อยู่ใต้อิทธิพลฝ่ายตะวันตกอย่างง่ายๆ และควรรู้ว่าอะไรคือ “เส้นต้องห้าม”

บรรณานุกรม ตอน 1 :
1. Cohen, Stephen F. (2009). Soviet fates and lost alternatives : from Stalinism to the new Cold War. New York: Columbia University Press.
2. Crisis in Ukraine result of wrong EU policy - Russian envoy. (2014, April 9). ITAR-TASS. Retrieved from http://en.itar-tass.com/russia/727116
3. Longworth, Philip. (2005). Russia: The Once and Future Empire From Pre-History to Putin. New York: St. Martin’s Press.
4. Moldavanova, Alisa. (2013). Public Perception of the Sea Breeze Exercises and Ukraine’s Prospects in the Black Sea Region. Retrieved from http://fmso.leavenworth.army.mil/Collaboration/international/Ukraine/Sea-Breeze-exercise.pdf
5. Putin: Crimea similar to Kosovo, West is rewriting its own rule book. (2014, March 18). RT. Retrieved from http://rt.com/news/putin-address-parliament-crimea-562/
6. Putin: Deploying Russian troops in Ukraine not necessary now, but possible. (2014, March 4). Pravda.Ru. Retrieved from http://english.pravda.ru/news/russia/04-03-2014/127014-putin_russian_troops_ukraine-0/
7. Putin: ‘US wants to subdue Russia, but no one did or ever will’. (2014, November 18). RT Retrieved from http://rt.com/news/206623-putin-us-never-subdue-russia/
8. Remarks by President Obama at NATO Summit Press Conference. (2014, September 5). The White House. Retrieved from http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2014/09/05/weekly-address-time-give-middle-class-chance
9. Russia, Ukraine agree on gas supplies until March 2015. (2014, October 31). RT. Retrieved from http://rt.com/business/200951-gas-russia-ukraine-deal/
10. Stephens, Bret. (2014). America in Retreat: The New Isolationism and the Coming Global Disorder. New York: Penguin Group.
11. The Kremlin, Moscow. (2014, December 4). Presidential Address to the Federal Assembly. Retrieved from http://eng.kremlin.ru/news/23341
12. Zamyatina, Tamara. (2014, July 25). Ukraine’s political crisis may lead to disintegration of its statehood – experts. ITAR-TASS. Retrieved from http://en.itar-tass.com/opinions/1840
----------------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“อุดมการณ์เสรีนิยม”
·เกริ่นนำ oเสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเ…

มายาคติ เลือกตั้งกับไม่เลือกตั้ง

เลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้งเป็นเพียงวิธีการ เป้าหมายคือสังคมอยู่เย็นเป็นสุข เริ่มต้นด้วยการได้ผู้ปกครองที่รับใช้ประชาชน


เลือกตั้งดีกว่า : มีเลือกตั้งคือเป็นประชาธิปไตย ทุกครั้งที่จะเลือกตั้งน่าจะเริ่มด้วยการทบทวนว่าทำไมจึงควรมีการเลือกตั้ง เพราะรัฐบาลที่แล้วทำหน้าที่ได้ดีหรือเพราะล้มเหลวต่อหน้าที่ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐล่าสุด หลายคนต่อต้านฮิลลารี คลินตันเพราะคิดว่าเธอจะแย่กว่าโอบามา ในการชิงชัยเพื่อเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน (Presidential primaries) ปรากฏว่านักการเมืองหน้าเก่า ผู้คร่ำหวอดการเมืองพ่ายแพ้โดนัลด์ ทรัมป์ผู้มีภาพลักษณ์เป็นนักธุรกิจ ปลอดจากการเป็นชนชั้นปกครองอเมริกา การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส มารีน เลอเปน (Marine Le Pen) แม้ไม่ชนะเลือกตั้ง แต่กวาดคะแนนได้มาก ทั้งๆ ที่ชูนโยบายสุดโต่ง ไม่ใช่ปกติวิสัยของประเทศนี้ เอมมานูแอล มาครง (Emmanuel Macron) ผู้ชนะเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ เพิ่งมีบทบาททางการเมืองเพียงไม่กี่ปี อเล็กซิส ซีปราส (Alexis Tsipras) นายกรัฐมนตรีกรีซปัจจุบันมาจากเดิมที่เป็นพรรคเล็กๆ ไม่มีใครสนใจ ที่ชนะเลือกตั้งเพราะประชาชนเบื่อหน่ายทั้งพรรคฝ่ายซ้ายกับฝ่ายขวาท…

ลักษณะทั่วไปของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หน้า 4

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 ลักษณะทั่วไปของวิชารัฐศาสตร์ ชาญชัย ทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
“ลักษณะแนวคิดหรือทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ”
            ประการแรก ไม่มีแนวคิดหรือทฤษฎีใดที่สามารถใช้ครอบคลุมกับทุกเหตุการณ์
            ประการที่สอง แต่ละแนวคิดหรือทฤษฎีมีความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์ในตัวเอง
            จนทุกวันนี้ ในแวดวงนักวิชาการที่เชี่ยวชาญด้านทฤษฎียังถกเถียงกันอยู่เสมอถึงความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์กันอยู่เสมอ
            ประการที่สาม เหตุการณ์บางเรื่องไม่สามารถอธิบายได้ด้วยแนวคิดหรือทฤษฎีใดๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน
            กลายเป็นความท้าทายของนักทฤษฎีที่จะค้นคว้าและสร้างทฤษฎีใหม่ๆเพื่ออธิบาย วิเคราะห์ คาดการณ์เหตุการณ์เหล่านั้นต่อไป

“สัจนิยม”
            · สัจนิยมเป็นสำนักความคิด (school of thought) ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นมุมมองที่สำคัญที่สุดในทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 
            · เป็นแนวคิดที่ได้รับความนิยมที่สุดในปัจจุบัน
            · หรือ “เป็นกระบวนทัศน์นำ” (dominant paradigm)
            · “เป็นแนวที่ใชักันอยู่ในทาง…