ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เกาะติดประเด็นร้อน “ความขัดแย้งในประเทศซีเรีย” (13)

4 กันยายน 2013
ชาญชัย คุ้มปัญญา
สรุปสถานการณ์: (อัพเดท 4 ก.ย. 1.15 น.)
            รัฐบาลโอบามาได้แสดงหลักฐานว่ารัฐบาลอัสซาดคือผู้ใช้อาวุธเคมีเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ทำให้มีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าวถึง 1429 คน และให้รัฐสภาเป็นผู้ตัดสินใจ ทั้งๆ ที่โดยรัฐธรรมนูญแล้วประธานาธิบดีในฐานะผู้บัญชาการทหารของประเทศมีอำนาจสามารถสั่งโจมตี
            ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ท้าทายให้สหรัฐฯ นำหลักฐานที่อ้างว่ารัฐบาลอัสซาดใช้อาวุธเคมีมาพิสูจน์ในเวทีสหประชาชาติ

คืบหน้าล่าสุด: (อัพเดท 4 ก.ย. 1.15 น.)
            ประธานาธิบดีบารัก โอบามา รองประธานาธิบดีโจ ไบเดนและรัฐมนตรีต่างประเทศ จอห์น เคอร์รีกำลังอยู่ระหว่างการล็อบบี้สมาชิกรัฐสภาให้สนับสนุนการโจมตีซีเรีย
            นักวิเคราะห์เชื่อว่าผลการลงมติของรัฐสภามีผลต่อรัฐบาลอย่างมาก กระทบนโยบายของรัฐบาลต่อตะวันออกกลาง ทำให้กลุ่มฮิซบุลลอฮ์กับอิหร่านเหิมเกริม ไม่เกรงกลัวที่จะทำผิดกฎหมายระหว่างประเทศ นาย John McCain วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันกล่าวว่า ถ้ารัฐสภา “คัดค้านมติจะกลายเป็นหายนะต่อสถาบันประธานาธิบดีและต่อความน่าเชื่อถือของประเทศสหรัฐอเมริกา”

            นาย Jean-Marc Ayrault นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสแถลงข่าวว่า “ไม่มีใครสามารถปฏิเสธความจริง” ว่ารัฐบาลซีเรียเป็นผู้ใช้อาวุธในเหตุการณ์เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ฝรั่งเศส “ตัดสินใจแน่วแน่ที่จะลงโทษระบอบของบาชาร์ อัลอัสซาดอย่างเหมาสมเพื่อลงโทษที่ใช้อาวุธเคมี” แต่ไม่ถึงขั้นล้มรัฐบาลอัสซาด เห็นว่าปัญหาซีเรียต้องแก้ไขด้วยวิถีทางการเมืองเท่านั้น
            ตามกฎหมายฝรั่งเศส ประธานาธิบดีสามารถสั่งโจมตีโดยไม่ต้องขอการรับรองจากรัฐสภา อย่างไรก็ตามรัฐสภาจะเปิดการประชุมในวันพุธ (4 ส.ค.) เพื่ออภิปรายโดยไม่มีการลงมติ

            ประธานาธิบดีบารัก โอบามากล่าวว่า “ผมจะไม่ส่งเรื่อง (ตัดสินใจโจมตีซีเรีย) เข้ารัฐสภาถ้าผมจะไม่ให้ความสำคัญกับการปรึกษาหารือ” เป้าหมายเพื่อ “ส่งข้อความเตือนอัสซาด” และ “บั่นทอนความสามารถในการใช้อาวุธเคมี” และเชื่อว่าจะสามารถทำความเข้าใจกับรัฐสภาได้ เพื่อให้รัฐสภาเห็นชอบ พร้อมกับกล่าวยืนยันอีกครั้งว่าจะไม่ส่งทหารเข้าไปรบในซีเรีย “นี่ไม่ใช่อิรัก ไม่ใช่อัฟกานิสถาน” และให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า การใช้อาวุธดังกล่าว “คุกคามความมั่นคงของประเทศ (สหรัฐฯ) และภูมิภาคอย่างรุนแรง” ดังนั้น รัฐบาลอัสซาดต้องได้รับการลงโทษ
            ล่าสุดแกนนำสมาชิกรัฐสภาของพรรครีพับลิกันสองคนประกาศให้การสนับสนุนแล้ว ได้แก่ นาย John Boehner โฆษกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งยังเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกคนอื่นๆ จะให้การสนับสนุนเช่นกัน อีกคนคือนาย Eric Cantor
            ในขณะที่สมาชิกรัฐสภาบางคนไม่เห็นด้วย เนื่องจากยังสงสัยเรื่องหลักฐานที่ชี้ว่ารัฐบาลอัสซาดใช้อาวุธเคมี เช่น นาย Justin Amash ส.ส.จากพรรครีพับลิกัน
  
วิเคราะห์: (อัพเดท 9 ก.ย. 8.25 น.)
            (เกาะติดประเด็นร้อนฉบับนี้จะมุ่งติดตามคืบหน้าสถานการณ์ล่าสุด และกับรายงานผลกระทบต่อตลาดเงินตลาดทุน)

            วิเคราะห์ประเด็นทางการเมือง:
            1. ประธานาธิบดีโอบามาแสดงท่าทีต้องการโจมตี
            จากคำพูดท่าทีการแสดงออกในสองสามวันที่ผ่าน พบว่าประธานาธิบดีมีท่าทีต้องการโจมตีมากกว่า เนื่องจาก
            1)อ้างเหตุผลว่าเพื่อความมั่นคงของสหรัฐฯ
            การอ้างเหตุผลดังกล่าวเป็นเรื่องใหม่ เพราะก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีโอบามาไม่เอ่ยถึงเหตุผลดังกล่าว เป็นไปได้ว่าเพื่อจูงใจชาวอเมริกันโดยเฉพาะ ให้เห็นว่าการโจมตีมีความสำคัญ เป็นเรื่องใกล้ตัวพวกเขา

            2)ได้ติดต่อล็อบบี้พรรครีพับลิกันพรรคฝ่ายค้านเพื่อขอเสียงสนับสนุน
            ขณะนี้มีการล็อบบี้อย่างต่อเนื่อง สมาชิกพรรครีพับลิกันหลายคนแสดงตัวจะยกมือสนับสนุนในรัฐสภาแล้ว
            การสนับสนุนของพรรคฝ่ายค้านมีความสำคัญยิ่ง เนื่องจากปัจจุบันพรรคเดโมแครตมี 52+200=252 เสียงในรัฐสภา ส่วนพรรครีพับลิกันมี 46+233= 279 เสียง สังกัดอิสระอีก 2 เสียง (และว่างอีก 2) ดังนั้น โอกาสที่จะชนะโหวตในวุฒิสภาน่าจะมีค่อนข้างสูง ส่วนการโหวตในสภาผู้แทนราษฎรต้องหวังความช่วยเหลือจากพรรคฝ่ายค้าน
            ประเด็นคือแม้พรรครีพับลิกันเป็นพรรคฝ่ายค้าน แต่สมาชิกพรรคหลายคนเป็นพวก neo-conservative ที่มีนโยบายแข็งกร้าวต่อภูมิภาคตะวันออกกลาง มีแนวโน้มสนับสนุนการต่อต้านการก่อการร้าย ต่อต้านอิหร่าน ดังนั้น น่าจะสนับสนุนประธานาธิบดีโอบามา
            ส่วนแรงกดดันน่าจะมาจากประชาชนอเมริกันทั่วไปมากกว่า สมาชิกรัฐสภาจะตัดสินใจอย่างไรต้องตรวจสอบว่าสอดคล้องกับฐานคะแนนเสียงของตนหรือไม่
            คาดว่าไม่ใช่พรรคเดโมแครตหรือพรรครีพับลิกันทุกคนจะยกมือสนับสนุนหรือคัดค้าน ดังนั้น รัฐบาลโอบามาต้องคำนวณว่าใครจะยกมือสนับสนุน และรวมคะแนนให้ได้ตามเป้า ต้องล็อบบี้ให้ได้ตามจำนวนที่ต้องการ

            3)รัฐบาลฝรั่งเศสยังยืนยันจุดยืนโจมตีซีเรีย โดยร่วมมือกับมิตรประเทศ ซึ่งหมายถึงอเมริกา

            2.อุปสรรคของประธานาธิบดีโอบามา
            อุปสรรคของประธานาธิบดีโอบามาในขณะนี้ไม่ใช่อยู่ที่สมาชิกรัฐสภาโดยตรง แต่อยู่ที่การแสดงออกของชาวอเมริกันว่าจะต่อต้านมากเพียงไร จะสังเกตเห็นได้ว่าประธานาธิบดีพยายามลดกระแสดังกล่าวด้วยอ้างว่าเพื่อความปลอดภัยมั่นคงของประเทศ เป็นการโจมตีอย่างจำกัด จะไม่ส่งทหารเข้ารบในพื้นราบอย่างกรณีอิรัก อัฟกานิสถานโดยเด็ดขาด
            หากกระแสต่อต้านลดลง สมาชิกรัฐสภาก็จะสบายใจที่จะยกมือสนับสนุน ดังนั้น ต้องติดตามว่าชาวอเมริกันจะมีปฏิกิริยาอย่างไร

            ผลกระทบต่อตลาดทุน:
            (ข้อมูลส่วนนี้จะปรับตามเวลา เพื่อแสดงสถานะล่าสุด)
            ราคาน้ำมันดิบ WTI ในตลาดซื้อขายล่วงหน้า NYMEX ที่สหรัฐฯ เมื่อวันอังคาร (2 ก.ย.) ปรับเพิ่มขึ้น ราคาเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 107-109 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และยังคงขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างวันราคาน้ำมันดิบพุ่งพรวดแตะ 109 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังประธานาธิบดีบารัก โอบามาเชื่อมั่นว่ารัฐสภาจะเห็นชอบให้โจมตีรัสเซีย
            ส่วนตลาดหุ้นสหรัฐฯ อ่อนตัวลงเรื่อยๆ จากที่เปิดตลาดเป็นบวก
            อนึ่ง การวิเคราะห์นี้มุ่งอธิบายสถานการณ์ความขัดแย้งในซีเรีย ยังมีอีกหลายปัจจัยที่จะส่งผลต่อตลาดเงินตลาดทุน

            สถานการณ์ขณะนี้คือประธานาธิบดีโอบามากำลังรวบรวมให้ได้เสียงข้างมาก เพียงพอที่รัฐสภาจะประกาศโจมตีซีเรีย โดยไม่รอผลการตรวจสอบหลักฐานจากเจ้าหน้าที่สหประชาชาติ หากเป็นเช่นนั้นจริง การโจมตีน่าจะเกิดขึ้นภายในสัปดาห์หน้า หลังการอภิปรายและรัฐสภาลงมติ
            สัปดาห์นี้หรือระหว่างนี้จึงต้องติดตามกระแสการเมืองภายในประเทศอเมริกัน การเมืองระหว่างประเทศ ผลการตรวจสอบของสหประชาชาติ เพื่อประเมินว่ารัฐสภาน่าจะมีมติในทางใด
            ณ วันนี้สัญญาณการโจมตีเปลี่ยจาก “ชัดเจน” มาเป็นจุดเดิมคืออาจโจมตีหรือไม่โจมตีก็เป็นได้ ถ้าผลสรุปคือโจมตี การโจมตีน่าจะเกิดขึ้นภายในสัปดาห์หน้า
----------------------

บทวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้อง:
(อัพเดท 29 ส.ค. 18.30 น.) ณ วันนี้ยังมีโอกาสที่สหรัฐฯ จะโจมตีหรือไม่โจมตีซีเรียก็ได้ ตลาดเงินตลาดทุนกำลังรอดูสัญญาณ เพื่อทิศทางที่ชัดเจนกว่านี้ การถอนตัวของเจ้าหน้าที่สหประชาชาติกับการประกาศพร้อมโจมตีของกองทัพฝรั่งเศสคือสัญญาณล่าสุด
(อัพเดท 30 ส.ค. 10.25 น.) ณ วันนี้ยังมีโอกาสที่สหรัฐฯ จะโจมตีหรือไม่โจมตีซีเรียก็ได้ แม้ว่าอังกฤษจะถอนตัวออกจากการโจมตี เพราะรัฐบาลโอบามาเตรียมใจแต่ต้นแล้ว
(อัพเดท 1 ก.ย. 20.40 น.) ประธานาธิบดีโอบามาร้องขอให้รัฐสภาอภิปรายเพื่อลงมติโจมตีซีเรีย สัญญาณการโจมตีเปลี่ยนจาก “ชัดเจน” มาเป็นจุดเดิมคืออาจโจมตีหรือไม่โจมตีก็เป็นได้ และมีแนวโน้มว่าหากเป็นการโจมตีคงต้องรออีกเป็นสัปดาห์

บรรณานุกรม:
1. Analysis: Obama lobbies personally for Syria vote, Reuters, 2 September 2013, http://www.reuters.com/article/2013/09/02/us-syria-crisis-obama-analysis-idUSBRE9810PJ20130902
2. French PM promises 'proportionate' Syria action, France 24, 3 September 2013, http://www.france24.com/en/20130902-french-pm-promises-firm-proportionate-syria-action
3. Syria crisis: Israel and US test missile system - live updates, The Guardian, 3 September 2013, http://www.theguardian.com/world/middle-east-live/2013/sep/03/syria-crisis-2-million-refugees-live
4. “Boehner, Cantor back Obama on force against Syria”, USA Today, 3 September 2013, http://www.usatoday.com/story/news/2013/09/03/obama-syria-strike-chemical-weapons-congress-g-20-russia/2756991/
5. Members of Congress, http://www.govtrack.us/congress/members, accessed 3 September 2013
6. Obama confident Congress will approve Syria strike, Market Watch, 3 September 2013, http://www.marketwatch.com/story/obama-confident-congress-will-approve-syria-strike-2013-09-03?link=MW_home_latest_news
----------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“อุดมการณ์เสรีนิยม”
·เกริ่นนำ oเสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเ…

รูปแบบการปกครอง (1) รูปบการปกครองแบบกรีก

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553 ชาญชัย  รูปแบบการปกครอง การจะบอกว่ามีกี่รูปแบบการปกครอง (Forms of Government) และแต่ละรูปแบบเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่ใช้ในการจัด ซึ่งพอจะมีวิธีแบ่งได้หลายแบบ เช่น เกณฑ์จำนวนผู้มีอำนาจปกครอง เกณฑ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน เป็นต้น
“รูปแบบการปกครองที่ใช้เกณฑ์จำนวนผู้ปกครองและเป้าหมายของการปกครอง”             รูปแบบนี้นักวิชาการบางท่านเรียกว่า รูปแบบการปกครองแบบกรีก (Greek Typology of Governments) โดยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก คือ รูปแบบที่รัฐบาลมีเหตุผลและดำรงอยู่เพื่อความดีงามของรัฐ (polis) กับรูปแบบตรงกันข้ามที่รัฐบาลไม่มีเหตุผลและดำรงอยู่เพื่อผลประโยชน์ของผู้ปกครองเท่านั้น ในแต่ละรูปแบบหลักแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบย่อยตามจำนวนผู้ปกครอง คือ 1 คน (one) จำนวนเล็กน้อย (few) และ หลายคน (many)
Government Pure Form Impure Form คนเดียว (of One) ราชาธิปไตย (Monarchy) ทรราชย์ (Tyranny) จำนวนน้อย (of the Few) อภิชนาธิปไตย (Aristocracy) คณาธิปไตย (Oligarchy) จำนวนมาก (of the Many) มัชฌิมวิถีอธิปไตย (Polity) ประชาธิปไตย (Democracy)
รูปแบ…