ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เกาะติดประเด็นร้อน “เลือกตั้งประธานาธิบดีอิหร่าน 2013” (2)

18 มิถุนายน 2013
ชาญชัย
สรุปสถานการณ์: (อัพเดท 18 มิ.ย. 10.20 น.)
            เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ฮัสซัน โรฮานี (Hassan Rohani) ผู้สมัครคนสำคัญของสายปฏิรูปได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีอิหร่านคนใหม่ เป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญเพราะเปลี่ยนจากประธานาธิบดีสายอนุรักษ์นิยมทางศาสนามาเป็นสายปฏิรูป
            ประธานาธิบดีคนใหม่ต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจที่รุมเร้า ประเทศประสบปัญหาหลายอย่าง คนว่างงาน 3 ล้านคน อัตราเงินเฟ้อร้อยละ 30 ค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้นมาก ในขณะที่ชาติตะวันตกเรียกร้องให้ยกเลิกโครงการพัฒนานิวเคลียร์

คืบหน้าล่าสุด: (อัพเดท 18 มิ.ย. 10.20 น.)
            นายฮัสซัน โรฮานี (Hassan Rohani) ผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีอิหร่าน กล่าวหลังชนะเลือกตั้งว่า “ประเทศที่เคารพประชาธิปไตยกับหลักเสรีภาพในการพูด...จากนี้เป็นต้นไปควรพูดกับอิหร่านในทิศทางที่จะได้การตอบสนองที่เหมาะสม พวกเขาควรสนับสนุนสันติภาพ ความมั่นคง การพัฒนาของภูมิภาคและของโลกด้วยการเพิ่มความสัมพันธ์บนผลประโยชน์ร่วมกัน”
(Rohani: Iranian people real winner of presidential elections. SANA)
            นาย Davood Mohammadi บรรณาธิการใหญ่ของ Sharq หนังสือพิมพ์สายปฏิรูปเห็นว่าชัยชนะอย่างเฉียดฉิวของผู้สมัครสายปฏิรูปชี้ว่าอิหร่านมีวุฒิภาวะทางการเมือง ปัญหาความตึงเครียดได้รับการแก้ไขด้วย “วิถีทางการเมืองมากกว่าจะเผชิญหน้า”
(Hope for Iran's president-elect to bring changes runs high home and abroad, Xinhua)
            คุณ Suzanne Maloney จาก Brookings Institution’s Saban Center for Middle East Policy แสดงความเห็นว่า หากประธานาธิบดีโรฮานีปรับความสัมพันธ์ตามที่หาเสียงไว้ โอกาสที่ประเทศเสี่ยงจะถูกโจมตีทางทหารจะน้อยลง
(Rohani Victory May Undermine Support for Israeli Attack on Iran, Bloomberg)
            ล่าสุด ประธานาธิบดี ฮัสซัน โรฮานี ตั้งเงื่อนไขการเจรจานิวเคลียร์ว่า “เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ต้องไม่แทรกแซงกิจการภายในของอิหร่าน ยอมรับสิทธิของอิหร่านทุกอย่างรวมทั้งเรื่องนิวเคลียร์ และสหรัฐฯ ควรยกเลิกมาตรการคว่ำบาตเพียงฝ่ายเดียวที่กระทำต่ออิหร่าน"
            ส่วนเรื่องซีเรียเห็นว่าต่างชาติไม่ควรแทรกแซงกิจการของประเทศซีเรีย “ประชาชนซีเรียควรแก้ปัญหาของตนเอง ประเทศอื่นๆ ควรร่วมมือเพื่อนำสันติภาพกลับสู่ซีเรียเท่านั้น” และอิหร่านจะยอมรับผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งต่อไปในซีเรีย
(Recognizing nuclear rights precondition for U.S. talks: Iran's president-elect, Xinhua)

วิเคราะห์: (อัพเดท 18 มิ.ย. 10.20 น.)
            ประเด็นที่ชาติตะวันตกให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกคือนโยบายพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่าน ประธานาธิบดีคนใหม่จะคงเดิมหรือเปลี่ยนแปลง เพราะ 8 ปีที่ผ่านมาโครงการพัฒนาไปมากเป็นที่หวั่นเกรงของชาติตะวันตกกับอิสราเอล นักวิเคราะห์หลายคนเห็นว่ามีโอกาสเสี่ยงที่อิสราเอลอาจชิงโจมตีทำลายโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน สั่นสะเทือนเสถียรภาพภูมิภาคตะวันออกกลาง ท่าทีของประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานีชัดเจนว่าต้องการเจรจาเพื่อยุติการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ และพันธมิตร ทั้งนี้น่าจะเป็นเพราะประเด็นปัญหาเศรษฐกิจภายในเป็นเรื่องสำคัญที่สุด มีผลต่อความนิยมของประชาชนอย่างรวดเร็ว ชาวอิหร่านอาจไม่อดทนรอคอยจนครบ 4 ปี
            ประเด็นอื่นๆ ที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าคือ ประเด็นเรื่องความขัดแย้งในซีเรีย ดูเหมือนว่าประธานาธิบดีโรฮานีมีท่าทีสอดคล้องกับประธานาธิบดีอัสซาด ต้องติดตามต่อว่าในทางปฏิบัติรัฐบาลชุดใหม่จะดำเนินนโยบายอย่างไร รวมทั้งการสนับสนุนกลุ่มต่างๆ เช่น ฮิซบุลลอฮ์
            ก่อนหน้าเลือกตั้ง นักวิเคราะห์บางคนกังวลว่าเมื่อประกาศผลการเลือกตั้งแล้วจะเกิดเหตุวุ่นวายหรือไม่ ทั้งๆ ที่ อยาตุลเลาะห์ อาลี โฮไซนี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดเรียกร้องให้ประชาชนออกมาเลือกตั้งและยอมรับผลการเลือกตั้ง บ้างยกตัวอย่างความวุ่นวายเมื่อเลือกตั้งครั้งก่อน บัดนี้พิสูจน์แล้วว่าการเลือกตั้งและการประกาศผลเป็นไปด้วยดี
            แต่การเลือกตั้งที่ผ่านไปด้วยดีไม่ใช่เครื่องประกันว่าประธานาธิบดีคนใหม่จะสามารถทำตามนโยบายที่หาเสียงได้อย่างเต็มที่เสมอไป เป็นประเด็นที่ต้องติดตามว่าจะมีอิสระมากเพียงใด การต่อต้านจากสายอนุรักษ์นิยมทางศาสนาจะเป็นอย่างไร เรื่องนี้พิสูจน์ได้ไม่ยากโดยเฉพาะนโยบายต่างประเทศ และอาจกลายเป็นอุปสรรคให้ประธานาธิบดีคนใหม่ยากจะบริหารประเทศตามทิศทางที่หวังไว้
----------------------
บทวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้อง:
8 ปีของการพัฒนานิวเคลียร์ภายใต้สมัยประธานาธิบดีอาห์มาดิเนจาด เป็นช่วงเวลาที่โครงการนิวเคลียร์มีความก้าวหน้ามาก ก่อทั้งผลดีผลเสียต่ออิหร่านชัดเจน แม้จะยังไม่สามารถสร้างโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์สำเร็จตามเป้า แต่ได้บรรลุเป้าหมายบางอย่างแล้ว
(อัพเดท 12 มิ.ย. 21.00 น.) อิหร่านกำลังจะเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันศุกร์นี้ การเลือกตั้งครั้งนี้จะได้ประธานาธิบดีคนใหม่แทนคนเดิมที่อยู่ครบ 8 ปีสองสมัยแล้ว อาจเป็นเหตุของการเปลี่ยนแปลงนโยบายประเทศครั้งสำคัญ ส่งผลต่อการแก้ปัญหาเศรษฐกิจภายใน ความสัมพันธ์กับชาติตะวันตก และอุปทานน้ำมันโลก ล่าสุดเป็นการขับเคี่ยวระหว่างผู้สมัครสองคนที่มีนโยบายคนละขั้ว
อิหร่านมีโครงการนิวเคลียร์มาหลายทศวรรษแล้ว สมัยของอาห์มาดินาจาดเป็นช่วงที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เป็นเหตุให้ชาติตะวันตกคว่ำบาตร ซ้ำเติมปัญหาเศรษฐกิจ แต่ไม่ใช่ทุกรัฐบาลที่กระทำเช่นเดียวกันนี้ ขึ้นกับเหตุผลเบื้องหลัง บริบทแวดล้อมอื่นๆ
--------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

อุดมการณ์ทางการเมือง (1) นิยาม อุดมการณ์ทางการเมือง

หมายถึง ความคิด ความเชื่อ ที่มีแบบแผนเกี่ยวกับหลักการและคุณค่าทางการเมือง เป็นความคิดความเชื่อที่มีแนวทางแน่นอน มีเหตุผล มีจุดหมายปลายทาง และวัตถุประสงค์ที่มนุษย์พยายามจะดำเนินการให้สัมฤทธิผล
“นิยาม อุดมการณ์ทางการเมือง”
1.ความหมายของอุดมการณ์ทางการเมือง (Political Ideology) มีผู้นิยามหลากหลาย 1.1.หมายถึง ความคิด ความเชื่อ ที่มีแบบแผนเกี่ยวกับหลักการและคุณค่าทางการเมือง เป็นความคิดความเชื่อที่มีแนวทางแน่นอน มีเหตุผล มีจุดหมายปลายทาง และวัตถุประสงค์ที่มนุษย์พยายามจะดำเนินการให้สัมฤทธิผล 1.2.หมายถึง ความคิดความเชื่อที่ทำให้เกิดกลไกควบคุม เพื่อบรรลุเป้าหมายแห่งความคิดความเชื่อนั้น 1.2.1.เช่นอุดมการณ์มาร์กซิสม์ ก่อให้เกิดพรรคคอมมิวนิสต์เพื่อสร้างและควบคุมให้การปกครองบรรลุเป้าหมายของอุดมการณ์ 1.2.2.อุดมการณ์ประชาธิปไตย คือ การเพิ่มพูน ปกป้องเสรีภาพส่วนบุคคล ทำให้เกิดไกกลต่างๆ เช่น พรรคการเมือง กลุ่มผลประโยชน์ การลงมติ เพื่อรักษาความเป็นประชาธิปไตย 1.3.อุดมการณ์มิใช่เป็นเพียงปรัชญาการเมือง อุดมการณ์ทางการเมืองจะเรียกร้องให้มีการกระทำจากผู้ศรัทธาในอุดมการณ์ เกิดความรู้สึกว่าถูกต้องที่จะกระทำตามน…

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

ติมอร์-เลสเต จะเป็นสมาชิกอาเซียนลำดับที่ 11 หรือไม่

นับจากประเทศกัมพูชาเข้าร่วมสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เมื่อวันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 1999 จนถึงบัดนี้ยังไม่มีประเทศใดเข้าร่วมอาเซียนอีก อาเซียนปัจจุบันจึงคงมีสมาชิกทั้งสิ้น 10 ประเทศ ไม่กี่ปีที่ผ่านมารัฐบาลประเทศติมอร์-เลสเตพยายามขอเข้าร่วมสมาคมอาเซียน เกิดคำถามว่าอาเซียนจะมีสมาชิกใหม่หรือไม่ อะไรเป็นเหตุผลการรับหรือไม่รับเข้าเป็นสมาชิก             เมื่อเอ่ยชื่อประเทศติมอร์-เลสเต (Timor-Leste) น้อยคนนักที่จะรู้จักหรือเคยไปเยือนประเทศนี้เนื่องจากเป็นรัฐเกิดใหม่ บางคนอาจรู้จักในนามติมอร์ตะวันออกจากข่าวการต่อสู้เพื่อเอกราชอย่างยาวนานกับอินโดนีเซีย ก่อนได้รับเอกราชอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ. 2002             ติมอร์-เลสเต มีชื่ออย่างเป็นทางการว่าสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต ตั้งอยู่บนเกาะติมอร์ เดิมเป็นส่วนหนึ่งของอินโดนีเซีย เมื่อได้รับเอกราชแล้วอาณาเขตรัฐประกอบด้วยชนหลายกลุ่ม ทั้งพวกที่เคยต่อสู้เพื่อเอกราช พวกที่เดิมอาศัยอยู่ที่เขตเมืองหรือหมู่บ้านภายใต้การปกครองของอินโดนีเซีย และพวกที่ลี้ภัยออกนอกอาณาเขตเนื่องจากความไม่สงบที่ผ่านมา สภาพที่ประชาชนมี…