ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เกาะติดประเด็นร้อน “เส้นทางแก้ปัญหาของรัฐบาลเอนริโก้ เล็ตตา”

1 พฤษภาคม 2013
ชาญชัย
สรุปสถานการณ์: (อัพเดท 1 พ.ค. 6.00 น.)
            หลังจากที่การเมืองอิตาลีสามารถแก้ไขภาวะชะงักงันด้วยการที่พรรคฝ่ายซ้ายร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคฝ่ายขวา (ปกติจะเป็นพรรครัฐบาลกับพรรคฝ่ายค้าน หรือสลับกัน) โดยยกนายเอนริโก้ เล็ตตา (Enrico Letta) จากพรรคฝ่ายซ้ายขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ดำเนินนโยบายเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจของพรรคฝ่ายขวา
            ทั้งหมดชี้ว่าสองพรรคใหญ่สามารถประนีประนอมทางนโยบายเพื่อให้ประเทศมีรัฐบาล โดยที่นายปิแอร์ แบร์ซานิ อดีตหัวหน้าพรรค Democratic Party (PD) ยอมเสียสละลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค เนื่องจากก่อนหน้านี้ประกาศว่าจะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคฝ่ายขวา Popolo della Liberta (PdL) โดยเด็ดขาด
            การที่พรรคฝ่ายซ้ายกับพรรคฝ่ายขวาสามารถร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลเป็นเรื่องน่าสนใจมาก เช่นเดียวกับการที่สามารถประนีประนอมทางนโยบาย แต่เฉพาะหน้านี้ความสนใจอยู่ที่ความพยายามของรัฐบาลชุดใหม่ว่าจะดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร เป็นไปได้มากน้อยเพียงไร

คืบหน้าล่าสุด: (อัพเดท 1 พ.ค. 6.00 น.)
            ทันทีที่วุฒิสภายกมือสนับสนุนคณะรัฐบาลอิตาลีชุดใหม่ นายกรัฐมนตรีเอนริโก้ เล็ตตา เดินสายทัวร์ยุโรปเพื่อเจรจาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจด้วยการกระตุ้นเศรษฐกิจแทนมาตรการรัดเข็มขัด เรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งที่รัฐบาลชุดใหม่จะทำคือเจรจาปรับเป้าหมายตัวเลขขาดดุล แต่โฆษกคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ออกมากล่าวแล้วว่า “เป็นเรื่องที่ได้ตกลงกันแล้ว” ไม่อาจเปลี่ยนแปลง
            ปัจจุบันอิตาลีขาดดุลร้อยละ 2.9 ของเป้าหมายจีดีพี เกือบถึงเพดานร้อยละ 3.0 แล้วที่ให้สัญญากับสหภาพยุโรปแล้ว
(Italy’s new government wins final confidence vote, FRANCE24/Reuters)
            ในการเยือนประเทศเยอมัน นายกรัฐมนตรีเอนริโก้ เล็ตตา ของอิตาลีกล่าวกับนายกฯ อังเกลา แมร์เคิล แห่งเยอรมนีว่ารัฐบาลของเขาจะใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจแทนมาตรการรัดเข็มขัด แต่นายกฯ เยอรมันตอบกลับไปว่า “มาตรการรัดเข็มขัดกับการเติบโตทางเศรษฐกิจไม่ใช่เรื่องที่ขัดแย้งกันเสมอ” และ เป้าหมายสำคัญกว่า “คือการให้คนกลับไปทำงาน ไม่ใช่เรื่องการขาดดุลหรือตัวเลขเติบโตทางเศรษฐกิจ”
(Italy's Letta tells Merkel Europe needs more growth, Reuters)

วิเคราะห์: (อัพเดท 1 พ.ค. 6.00 น.)
            ทันทีที่รัฐสภาอิตาลียกมือสนับสนุนผู้นำคนใหม่ นายกรัฐมนตรีเอนริโก้ เล็ตตา (Enrico Letta) เดินสายทัวร์ยุโรปเพื่อเจราจาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศทันที
            ภารกิจอันหนักอึ้งของนายกฯ คนใหม่คือการดำเนินการตามแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจแทนการรัดเข็มขัด แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางของพรรคฝ่ายขวาของนายซิลวีโอ แบร์ลุสโกนี ผู้นำพรรคPdL กลายเป็นนายกฯ จากพรรคฝ่ายซ้ายกำลังบริหารประเทศด้วยนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจตามแนวทางของพรรคฝ่ายขวา
            เรื่องสำคัญที่รัฐบาลชุดใหม่จะทำคือหางบประมาณเพิ่มเติมสำหรับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ คลายมาตรการรัดเข็มขัด หนึ่งในวิธีการที่เห็นขณะนี้คือเจรจาปรับเป้าหมายตัวเลขขาดดุลกับอียู นายกฯ เอนริโก้ เล็ตตา พยายามชี้ว่าปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองอิตาลีจะไม่สิ้นสุดหากแนวทางแก้ปัญหาของตนไม่ได้รับการตอบสนอง แต่แนวทางนี้สวนทางกับความต้องการของคนเยอรมันส่วนใหญ่ที่เห็นด้วยกับการแก้ปัญหาด้วยการรัดเข็มขัด
            การเจรจาเพื่อเปลี่ยนจากการใช้มาตรการรัดเข็มขัดทางการคลังมาเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของของอิตาลีมองได้ 2 กรอบ กรอบแรกคือการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของอิตาลี กับกรอบที่ใหญ่กว่าคือทิศทางนโยบายการแก้ปัญหาของสหภาพยุโรปที่ขณะนี้หลายประเทศแสดงท่าทีชูนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจแทนมาตรการรัดเข็มขัด
            การเดินสายสัปดาห์นี้นายกรัฐมนตรีเอนริโก้ เล็ตตา จึงไม่เพียงกระทบต่อเศรษฐกิจอิตาลีเท่านั้น แต่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของยูโรโซนทั้งหมด โดยเฉพาะอีกหลายประเทศที่กำลังประสบปัญหาอยู่เช่นกัน ยูโรโซนกำลังเข้าสู่การเจรจาต่อรองภายในอย่างเข้มข้นอีกครั้ง รอบนี้ไม่ใช่ประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดเล็กอย่างกรีซหรือไซปรัส แต่เป็นอิตาลีที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของยูโรโซน และประเทศอย่างสเปน
-----------------------------------
บทวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้อง:
--------------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

ติมอร์-เลสเต จะเป็นสมาชิกอาเซียนลำดับที่ 11 หรือไม่

นับจากประเทศกัมพูชาเข้าร่วมสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เมื่อวันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 1999 จนถึงบัดนี้ยังไม่มีประเทศใดเข้าร่วมอาเซียนอีก อาเซียนปัจจุบันจึงคงมีสมาชิกทั้งสิ้น 10 ประเทศ ไม่กี่ปีที่ผ่านมารัฐบาลประเทศติมอร์-เลสเตพยายามขอเข้าร่วมสมาคมอาเซียน เกิดคำถามว่าอาเซียนจะมีสมาชิกใหม่หรือไม่ อะไรเป็นเหตุผลการรับหรือไม่รับเข้าเป็นสมาชิก             เมื่อเอ่ยชื่อประเทศติมอร์-เลสเต (Timor-Leste) น้อยคนนักที่จะรู้จักหรือเคยไปเยือนประเทศนี้เนื่องจากเป็นรัฐเกิดใหม่ บางคนอาจรู้จักในนามติมอร์ตะวันออกจากข่าวการต่อสู้เพื่อเอกราชอย่างยาวนานกับอินโดนีเซีย ก่อนได้รับเอกราชอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ. 2002             ติมอร์-เลสเต มีชื่ออย่างเป็นทางการว่าสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต ตั้งอยู่บนเกาะติมอร์ เดิมเป็นส่วนหนึ่งของอินโดนีเซีย เมื่อได้รับเอกราชแล้วอาณาเขตรัฐประกอบด้วยชนหลายกลุ่ม ทั้งพวกที่เคยต่อสู้เพื่อเอกราช พวกที่เดิมอาศัยอยู่ที่เขตเมืองหรือหมู่บ้านภายใต้การปกครองของอินโดนีเซีย และพวกที่ลี้ภัยออกนอกอาณาเขตเนื่องจากความไม่สงบที่ผ่านมา สภาพที่ประชาชนมี…

อุดมการณ์ทางการเมือง (1) นิยาม อุดมการณ์ทางการเมือง

หมายถึง ความคิด ความเชื่อ ที่มีแบบแผนเกี่ยวกับหลักการและคุณค่าทางการเมือง เป็นความคิดความเชื่อที่มีแนวทางแน่นอน มีเหตุผล มีจุดหมายปลายทาง และวัตถุประสงค์ที่มนุษย์พยายามจะดำเนินการให้สัมฤทธิผล
“นิยาม อุดมการณ์ทางการเมือง”
1.ความหมายของอุดมการณ์ทางการเมือง (Political Ideology) มีผู้นิยามหลากหลาย 1.1.หมายถึง ความคิด ความเชื่อ ที่มีแบบแผนเกี่ยวกับหลักการและคุณค่าทางการเมือง เป็นความคิดความเชื่อที่มีแนวทางแน่นอน มีเหตุผล มีจุดหมายปลายทาง และวัตถุประสงค์ที่มนุษย์พยายามจะดำเนินการให้สัมฤทธิผล 1.2.หมายถึง ความคิดความเชื่อที่ทำให้เกิดกลไกควบคุม เพื่อบรรลุเป้าหมายแห่งความคิดความเชื่อนั้น 1.2.1.เช่นอุดมการณ์มาร์กซิสม์ ก่อให้เกิดพรรคคอมมิวนิสต์เพื่อสร้างและควบคุมให้การปกครองบรรลุเป้าหมายของอุดมการณ์ 1.2.2.อุดมการณ์ประชาธิปไตย คือ การเพิ่มพูน ปกป้องเสรีภาพส่วนบุคคล ทำให้เกิดไกกลต่างๆ เช่น พรรคการเมือง กลุ่มผลประโยชน์ การลงมติ เพื่อรักษาความเป็นประชาธิปไตย 1.3.อุดมการณ์มิใช่เป็นเพียงปรัชญาการเมือง อุดมการณ์ทางการเมืองจะเรียกร้องให้มีการกระทำจากผู้ศรัทธาในอุดมการณ์ เกิดความรู้สึกว่าถูกต้องที่จะกระทำตามน…