ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เกาะติดประเด็นร้อน “เส้นทางแก้ปัญหาของรัฐบาลเอนริโก้ เล็ตตา”

สรุปสถานการณ์: (อัพเดท 1 พ.ค. 6.00 น.) หลังจากที่การเมืองอิตาลีสามารถแก้ไขภาวะชะงักงันด้วยการที่พรรคฝ่ายซ้ายร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคฝ่ายขวา (ปกติจะเป็นพรรครัฐบาลกับพรรคฝ่ายค้าน หรือสลับกัน) โดยยกนายเอนริโก้ เล็ตตา (Enrico Letta) จากพรรคฝ่ายซ้ายขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ดำเนินนโยบายเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจของพรรคฝ่ายขวา
            ทั้งหมดชี้ว่าสองพรรคใหญ่สามารถประนีประนอมทางนโยบายเพื่อให้ประเทศมีรัฐบาล โดยที่นายปิแอร์ แบร์ซานิ อดีตหัวหน้าพรรค Democratic Party (PD) ยอมเสียสละลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค เนื่องจากก่อนหน้านี้ประกาศว่าจะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคฝ่ายขวา Popolo della Liberta (PdL) โดยเด็ดขาด
            การที่พรรคฝ่ายซ้ายกับพรรคฝ่ายขวาสามารถร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลเป็นเรื่องน่าสนใจมาก เช่นเดียวกับการที่สามารถประนีประนอมทางนโยบาย แต่เฉพาะหน้านี้ความสนใจอยู่ที่ความพยายามของรัฐบาลชุดใหม่ว่าจะดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร เป็นไปได้มากน้อยเพียงไร
คืบหน้าล่าสุด: (อัพเดท 1 พ.ค. 6.00 น.)
            ทันทีที่วุฒิสภายกมือสนับสนุนคณะรัฐบาลอิตาลีชุดใหม่ นายกรัฐมนตรีเอนริโก้ เล็ตตา เดินสายทัวร์ยุโรปเพื่อเจรจาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจด้วยการกระตุ้นเศรษฐกิจแทนมาตรการรัดเข็มขัด เรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งที่รัฐบาลชุดใหม่จะทำคือเจรจาปรับเป้าหมายตัวเลขขาดดุล แต่โฆษกคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ออกมากล่าวแล้วว่า “เป็นเรื่องที่ได้ตกลงกันแล้ว” ไม่อาจเปลี่ยนแปลง
            ปัจจุบันอิตาลีขาดดุลร้อยละ 2.9 ของเป้าหมายจีดีพี เกือบถึงเพดานร้อยละ 3.0 แล้วที่ให้สัญญากับสหภาพยุโรปแล้ว
(Italy’s new government wins final confidence vote, FRANCE24/Reuters)
            ในการเยือนประเทศเยอมัน นายกรัฐมนตรีเอนริโก้ เล็ตตา ของอิตาลีกล่าวกับนายกฯ อังเกลา แมร์เคิล แห่งเยอรมนีว่ารัฐบาลของเขาจะใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจแทนมาตรการรัดเข็มขัด แต่นายกฯ เยอรมันตอบกลับไปว่า “มาตรการรัดเข็มขัดกับการเติบโตทางเศรษฐกิจไม่ใช่เรื่องที่ขัดแย้งกันเสมอ” และ เป้าหมายสำคัญกว่า “คือการให้คนกลับไปทำงาน ไม่ใช่เรื่องการขาดดุลหรือตัวเลขเติบโตทางเศรษฐกิจ”
(Italy's Letta tells Merkel Europe needs more growth, Reuters)

วิเคราะห์: (อัพเดท 1 พ.ค. 6.00 น.)
            ทันทีที่รัฐสภาอิตาลียกมือสนับสนุนผู้นำคนใหม่ นายกรัฐมนตรีเอนริโก้ เล็ตตา (Enrico Letta) เดินสายทัวร์ยุโรปเพื่อเจราจาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศทันที
            ภารกิจอันหนักอึ้งของนายกฯ คนใหม่คือการดำเนินการตามแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจแทนการรัดเข็มขัด แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางของพรรคฝ่ายขวาของนายซิลวีโอ แบร์ลุสโกนี ผู้นำพรรคPdL กลายเป็นนายกฯ จากพรรคฝ่ายซ้ายกำลังบริหารประเทศด้วยนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจตามแนวทางของพรรคฝ่ายขวา
            เรื่องสำคัญที่รัฐบาลชุดใหม่จะทำคือหางบประมาณเพิ่มเติมสำหรับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ คลายมาตรการรัดเข็มขัด หนึ่งในวิธีการที่เห็นขณะนี้คือเจรจาปรับเป้าหมายตัวเลขขาดดุลกับอียู นายกฯ เอนริโก้ เล็ตตา พยายามชี้ว่าปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองอิตาลีจะไม่สิ้นสุดหากแนวทางแก้ปัญหาของตนไม่ได้รับการตอบสนอง แต่แนวทางนี้สวนทางกับความต้องการของคนเยอรมันส่วนใหญ่ที่เห็นด้วยกับการแก้ปัญหาด้วยการรัดเข็มขัด
            การเจรจาเพื่อเปลี่ยนจากการใช้มาตรการรัดเข็มขัดทางการคลังมาเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของของอิตาลีมองได้ 2 กรอบ กรอบแรกคือการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของอิตาลี กับกรอบที่ใหญ่กว่าคือทิศทางนโยบายการแก้ปัญหาของสหภาพยุโรปที่ขณะนี้หลายประเทศแสดงท่าทีชูนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจแทนมาตรการรัดเข็มขัด
            การเดินสายสัปดาห์นี้นายกรัฐมนตรีเอนริโก้ เล็ตตา จึงไม่เพียงกระทบต่อเศรษฐกิจอิตาลีเท่านั้น แต่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของยูโรโซนทั้งหมด โดยเฉพาะอีกหลายประเทศที่กำลังประสบปัญหาอยู่เช่นกัน ยูโรโซนกำลังเข้าสู่การเจรจาต่อรองภายในอย่างเข้มข้นอีกครั้ง รอบนี้ไม่ใช่ประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดเล็กอย่างกรีซหรือไซปรัส แต่เป็นอิตาลีที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของยูโรโซน และประเทศอย่างสเปน
1 พฤษภาคม 2013
ชาญชัย คุ้มปัญญา
-----------------------------------
บทวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้อง:
--------------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

ศึกเลือกตั้งกลางเทอม 2018: ถอดบทเรียนที่ได้ ชัยชนะของทรัมป์

กระแสต่อต้านทรัมป์มีจริงแต่ไม่แรงอย่างที่หลายฝ่ายนำเสนอ รัฐบาลสามารถบริหารประเทศตามแนวทางของตนต่อไป ถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ไม่กี่วันก่อนเลือกตั้ง ผลโพลรายงานว่าพรรคเดโมแครทจะได้ ส.ส. เพิ่ม 23 ที่นั่ง ครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนฯ ในขณะที่รีพับลิกันยังครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา ในช่วงสุดท้ายของการหาเสียงประธานาธิบดีทรัมป์กับพรรครีพับลิกันของท่านเน้นหาเสียงให้กับวุฒิสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นแผนหรือเป็นการคาดการณ์ตามผลโพล ช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนเลือกตั้งทรัมป์เอ่ยเรื่องที่ต้องการได้ ส.ว.เพิ่มขึ้น ส.ส.ลดลง “คลื่นน้ำเงิน” (Blue Wave): ถ้าใช้ข้อมูลที่พูดแง่ลบต่อทรัมป์ 3 สัปดาห์ก่อนเลือกตั้งทรัมป์ประกาศว่าหากรีพับลิกันแพ้ไม่ใช่ความผิดของตน ผลโพลหลายสำนักชี้ว่าคนจำนวนมากออกไปใช้สิทธิ์เพราะต้องการแสดงตนต่อต้านประธานาธิบดี ยกตัวอย่างผลโพลของ CNN ชี้ว่าร้อยละ 42 ของผู้ที่จะไปใช้สิทธิจะลงคะแนนเพื่อส่งสารแสดงตนบอกว่าผลงานรัฐบาลไม่เข้าตา ร้อยละ 28 ตั้งใจไปเลือกตั้งเพื่อสนับสนุนประธานาธิบดี และอีกร้อยละ 28 เช่นกันพูดว่าไม่ได้เลือกเพราะทรัมป์ นักวิชาการบางคนเห็นว่าเป็นไปตามทิศทางเล…

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเป็นแง่ลบคือ หมายถึง ความหย่อนยานในทางศีลธรรมจรรยา การไม่คำนึงถึงระเบียบวินัยทางเพศและศาสนา (เช่นพวกฮิปปี้ในอเมริกา) หลักสำค…