ศึกเลือกตั้งกลางเทอม 2018: จากประชานิยมถึงระเบิดประชาธิปไตย

เป็นธรรมดาที่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งผู้สมัครทุกคนทุกพรรคจะทุ่มเทใช้ทุกอย่างที่มีในช่วงนี้เพื่อให้ได้คะแนนเสียง ไม่ว่าจะด้วยนโยบายหรืออื่นๆ คำถามคือสิ่งที่ใช้จะเป็นโทษต่ออนาคตหรือไม่

วันอังคารที่ 6 พฤศจิกายนนี้จะเป็นวันสำคัญถูกจารึกในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐอเมริกา เป็นวันเลือกตั้งกลางเทอมที่พรรคเดโมแครทหวังกลับมาครองเสียงข้างมากในสภา ส่วนประธานาธิบดีทรัมป์หวังใช้ผลการเลือกตั้งเป็นเครื่องยืนยันว่าพลเมืองอเมริกันสนับสนุนนโยบายของตน และเห็นว่าน่าจะเป็นประธานาธิบดีต่ออีกสมัย เป็นผู้นำที่พาประเทศให้ยิ่งใหญ่อีกครั้ง ดังคำขวัญที่ว่า “Make America Great Again
ทรัมป์ให้สัญญาจะลดภาษีคนชั้นกลาง 10 เปอร์เซ็นต์ :
ในเวทีปราศรัยหาเสียงประธานาธิบดีทรัมป์นำเสนอนโยบายใหม่ๆ หลายข้อ หนึ่งในนโยบายที่เป็นข่าวคือสัญญาจะลดภาษีคนชั้นกลาง 10 เปอร์เซ็นต์โดยจะดำเนินการหลังเลือกตั้ง การปรับลดภาษีจำต้องผ่านรัฐสภาที่รีพับลิกันยังเป็นเสียงข้างมาก
นักวิเคราะห์หลายคนชี้ว่าเป็นนโยบายหวังเจาะฐานเสียงคนชั้นกลางโดยเฉพาะ
มีข้อมูลว่านโยบายปรับลดภาษีที่ผ่านมา รัฐบาลทรัมป์มุ่งให้ประโยชน์คนรวยกับบริษัทเอกชนเป็นสาเหตุสำคัญทำให้พรรครีพับลิกันไม่ได้ใจประชาชนกลุ่มรากหญ้า คนชั้นกลาง
ถ้าคิดเข้าข้างทรัมป์ การตัดสินใจปรับลดภาษีคนรวยกับบริษัทเอกชนก่อนเป็นแนวทางของพรรครีพับลิกันอยู่แล้ว ทำให้สมาชิกพรรคสนับสนุนทรัมป์ชนะเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี ส่วนการเสนอปรับลดภาษีคนชั้นกลางหลังเลือกตั้งกลางเทอมเป็นแนวทางที่ถูกต้องเช่นกัน จำต้องใช้ไม้นี้เพื่อขอคะแนนเสียงจากชนชั้นกลางทั้งจากสมาชิกพรรคกับกลุ่มคนที่ไม่ยึดพรรค รวมความแล้วคือการจัดวางตำแหน่งการปรับลดภาษีเพื่อได้เปรียบในการเลือกตั้งแต่ละครั้งนั่นเอง

ข้อวิพากษ์คือการปรับลดภาษีพร้อมกับเพิ่มรายจ่ายทำให้การขาดดุลรุนแรงกว่าเดิม ประธานาธิบดีทรัมป์พูดเรื่อยมาว่าให้ความสำคัญกับการแก้ขาดดุล แต่ความจริงแล้วตัวรัฐบาลทรัมป์นี่แหละที่กำลังซ้ำเติมปัญหาขาดดุลให้รุนแรงกว่าเดิม
เมื่อไม่นานนี้กระทรวงการคลังสหรัฐรายงานว่าปีงบประมาณ 2018 รัฐบาลขาดดุลถึง 779,000 ล้านดอลลาร์ เป็นตัวเลขขาดดุลสูงสุดนับจากปี 2012 เป็นต้นมา ข้อมูลจากกระทรวงการคลังอีกชิ้นรายงานว่าปีนี้รัฐบาลทรัมป์กู้เงินเกือบ 1.34 ล้านล้านดอลลาร์ สูงกว่าปีก่อนเกือบ 2 เท่า และเนื่องจากรัฐบาลลดภาษี เพิ่มการใช้จ่ายจึงขาดดุลมากขึ้น ซ้ำเติมปัญหาที่รุนแรงอยู่แล้วให้รุนแรงกว่าเดิม
เจเน็ต เยลเลน (Janet Yellen) อดีตผู้ว่าธนาคารกลางสหรัฐกล่าวว่าทางแก้ที่ดีที่สุดคือขึ้นภาษีกับลดสวัสดิการคนวัยเกษียณ  
ดูเหมือนว่าประธานาธิบดีจะละเลยไม่เอ่ยถึงการขาดุลที่เพิ่มขึ้นเพราะรัฐบาลกู้เงินจำนวนมหาศาลพร้อมกับปรับลดภาษี

คงไม่กล่าวเกินไปถ้าจะสรุปว่า สิ่งที่ประธานาธิบดีทรัมป์กับพรรครีพับลิกันกำลังทำคือทำอย่างไรก็ได้ขอให้ชนะเลือกตั้ง ส่วนจะสร้างปัญหาให้กับอนาคต ให้กับชนรุ่นหลังหรือไม่นั้น ไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่ต้องคำนึงถึง
อีกทางที่เป็นไปได้คือทรัมป์หวังใช้ประเด็นลดภาษีคนชั้นกลางเพื่อหาเสียงโดยไม่คำนึงว่าจะปฏิบัติได้จริงหรือไม่ ดังที่ทรัมป์ประกาศแล้วว่าการลดภาษีจะเป็นการตัดสินใจของสภา ดังนั้น หากที่สุดแล้วสภาไม่อนุมัติก็ไม่ใช่ความผิดของตน ณ ตอนนั้นไม่ว่าสภาจะอนุมัติหรือไม่ ทรัมป์ได้คะแนนเสียงไม่น้อยจากข้อเสนอนโยบายนี้ เป็นแผน “เอาแต่ได้โดยทิ้งปัญหาให้คนอื่น”
เป็นนโยบายประชานิยมที่หวังใช้ภาษี “ซื้อเสียงประชาชน” ทิ้งภาระปัญหาให้กับคนรุ่นหลัง

ประธานาธิบดีที่พูดเท็จเป็นนิจ :
ตั้งแต่เริ่มดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี สื่อและนักวิชาการหลายคนเริ่มจับผิดคำพูดของทรัมป์ เนื่องจากมักพูดเท็จหรือพูดจริงปนเท็จ หลายครั้งพูดในเรื่องที่ใครๆ รู้ว่าเป็นเรื่องโกหก ฮิลลารี คลินตันถึงกับเอ่ยว่าประธานาธิบดีต่อต้านความจริงและเหตุผล เฉพาะเดือนสิงหาคม The Washington Post ชี้ว่าทรัมป์พูดเท็จหรือทำให้เข้าใจผิดถึง 125 ครั้ง และพูดเท็จถึง 5,000 ครั้งนับตั้งแต่เป็นประธานาธิบดี
แต่ไม่ว่าสังคมจะวิพากษ์วิจารณ์อย่างไร ทรัมป์ยังคงเดินหน้าพูดความจริงปนความเท็จ พร้อมกับอ้างว่าตัวเองพูดถูกต้อง คนอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับตนต่างหากที่พูดเท็จ เสนอข่าวเท็จ (fake news)
ทรัมป์กล่าวว่าสาเหตุหนึ่งที่ประเทศของเรามีความโกรธแค้นจัดมาจากการที่สื่อรายงานข่าวไม่เที่ยงตรง บิดเบือน ตีตราว่าเป็น “พวกสื่อข่าวเท็จ” (The Fake News Media) สื่อคือศัตรูของประชาชน” โหมกระแสความเกลียดชัง ความเคียดแค้นในสังคม
เป็นความจริงที่สื่อมักนำเสนอข่าวลบเพราะผู้อ่านส่วนใหญ่ชอบเสพข่าวลบมากกว่าข่าวดี ข่าวลบเป็นหัวข้อสนทนาในสภากาแฟได้สนุกปาก แต่ควรมองย้อนกลับว่าอะไรเป็นที่มาของข่าวลบเกี่ยวกับรัฐบาล ผู้นำประเทศ

ฮิลลารี คลินตันกล่าวว่าประธานาธิบดีทรัมป์ไม่เป็นดังผู้นำของคนอเมริกันทั้งประเทศ ใช้ถ้อยคำดูหมิ่นดูแคลนคนอเมริกันเชื้อชาติอื่น เกลียดชังคนบางกลุ่ม สร้างความเกลียดชัง ทำให้คนในชาติแตกแยก
ส่วนอดีตประธานาธิบดีโอบามากล่าวว่า ทรัมป์บั่นทอนประชาธิปไตย วิถีชีวิตของคนอเมริกัน ด้วยการปลุกเร้าการเหยียดเชื้อชาติ (racist) อำนาจนิยมที่ทำลายสถาบันประชาธิปไตย
เป็นคำถามที่น่าคิดใช่ไหมว่าตำแหน่งผู้นำประเทศสามารถพูดเท็จได้เป็นนิจ พรรครีพับลิกันที่ท่านสังกัดไม่ได้ห้ามปราม (หรือห้ามแล้วแต่ไม่ได้ผล) เรื่องนี้สะท้อนสภาพระบอบประชาธิปไตยอเมริกา มีผลต่อความเชื่อมั่นว่ายังเป็นระบอบการปกครองที่เหมาะสมหรือไม่
บางคนอาจเห็นด้วยกับคำพูดของคลินตันกับโอบามา บางคนอาจไม่เห็นด้วย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงพูดจริงปนเท็จต่อไป ผู้คนทั่วโลกเป็นพยาน ไม่เพียงคนอเมริกันหรือสื่อมวลชนเท่านั้น

ลูกระเบิดการเมืองวันนี้กับอนาคต :
สัปดาห์สุดท้ายของเดือนตุลาคมที่ผ่านมาเกิดเหตุฮือฮาเมื่อพบระเบิดไปป์บอมบ์ (pipe-bomb) กว่า 10 ชุดส่งทางไปรษณีย์ให้กับแกนนำนักการเมือง บุคคลสำคัญของพรรคเดโมแครท สำนักข่าวบางแห่งที่เสนอข่าวลบต่อประธานาธิบดี เป็นประเด็นวิพากษ์ต่างๆ นานา บ้างว่าเพราะทรัมป์ใช้ถ้อยคำรุนแรง หว่านความเกลียดชัง ปลุกเร้าให้คนร้ายก่อเหตุ อีกฝ่ายเห็นว่าเป็นแผนของเดโมแครทหวังสร้างสถานการณ์ให้คนเห็นอกเห็นใจ ออกไปเลือกตั้งเพื่อโค่นทรัมป์
เป็นการยากที่จะฟันธงว่าเป็นแผนลับของใครหรือไม่ (แม้จับตัวผู้กระทำผิดได้ สุดท้ายมักลงเอยว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่มีใครบงการ) ที่พูดได้แน่นอนคือข่าวนี้กระตุ้นให้คนอเมริกันสนใจเลือกตั้ง ไม่ว่าผู้รับสื่อจะเป็นสมาชิกของพรรคใดหรืออยู่ในกลุ่มที่ปกติไม่ออกไปเลือกตั้ง

ที่ควรเข้าใจคือไม่ว่าจะเป็นพรรครีพับลิกันหรือเดโมแครทต่างหวังให้ผู้มีสิทธิออกจากบ้านไปคูหาเลือกตั้ง เป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของการหาเสียงในทุกเวทีปราศรัย ดังที่เคยนำเสนอแล้วว่าที่ผ่านมาคนอเมริกันไม่ค่อยสนใจเลือกตั้งกลางเทอม คนไปใช้สิทธิน้อย ดังนั้นไม่ว่าพรรคใดหากสามารถกระตุ้นให้คนออกไปสิทธิเพียงเท่านี้จะชนะ
ถ้าไปป์บอมบ์เป็นเหตุให้ผู้คนตื่นตัวทางการเมืองและไปถึงคูหาเลือกตั้ง เช่นนี้จะเรียกว่าเป็น “ระเบิดส่งเสริมประชาธิปไตย” ก็น่าจะได้

ไม่ว่าจะเป็นนโยบายประชานิยม การโหมกระแสผ่านสื่อ จนถึงไปป์บอมบ์ล้วนกระตุ้นชักนำให้ผู้คนสนใจการเมือง บางคนที่เดิมไม่คิดไปเลือกตั้งอาจเปลี่ยนใจ พรรคใดจะชนะ ผู้ใช้สิทธิจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงจะรู้ผลในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
คำถามที่ทิ้งให้กับอนาคตคือการเมืองจะรุนแรงกว่านี้หรือไม่ สังคมจะนิยมเสพความรุนแรงก้าวร้าวกว่านี้หรือไม่ มีข้อมูลบ่งบอกว่าสังคมอเมริกันพูดถึงความรักความเมตตาน้อยลง เป็นคำถามส่งไปถึงผู้มีอำนาจและผู้คนทั้งหลายว่าต้องการสังคมเช่นนี้หรือไม่ สังคมที่ทวีความรุนแรง แตกแยก พวกใครพวกมัน การโยนภาระปัญหาใหญ่ให้กับคนรุ่นหลังสร้างสังคมประชาธิปไตยที่ยั่งยืนหรือ
ความเกลียดชังเคียดแค้นต่ออีกฝ่ายคือลูกระเบิดการเมืองในอนาคต มีผลต่อสหรัฐและทุกประเทศทั่วโลก
4 พฤศจิกายน 218
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ สถานการณ์โลกไทยโพสต์ ปีที่ 23 ฉบับที่ 8030 วันอาทิตย์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ.2561)

-------------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง :
1.ศึกเลือกตั้งกลางเทอม2018 : ประชาธิปไตยวิกฤตในยุคของทรัมป์
โอบามากับฮิลลารีโจมตีทรัมป์ว่าเป็นอำนาจนิยม บ่อนทำลายประชาธิปไตย ชาวอเมริกันจำนวนมากเดือดร้อน ต้องเลือกพรรคเดโมแครทเพื่อถ่วงดุลรัฐบาล คำถามคือจริงหรือที่เลือกเดโมแครทเป็นคำตอบ
การเลือกตั้งกลางเทอมที่คนไม่ค่อยสนใจเป็นโอกาสที่จะชนะอีกฝ่ายง่ายๆ หากสามารถผลักดันให้ผู้มีสิทธิออกมาเลือกพรรครีพับลิกันแล้วประกาศว่านี่คือเสียงสวรรค์ให้ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีต่อไป

บรรณานุกรม :
1. American Democracy Is in Crisis. (2018, September 16). The Atlantic. Retrieved from https://www.theatlantic.com/ideas/archive/2018/09/american-democracy-is-in-crisis/570394/
2. Trump brands media 'true enemy of the people' just days after pipe bomb scare at CNN offices. (2018, October 29). The Independent. Retrieved from https://www.independent.co.uk/news/world/americas/trump-twitter-media-fake-news-enemy-people-pittsburgh-shooting-synagogue-anti-semitism-a8606621.html
3. Trump commits to plan for middle-income tax cut after Election Day, blasts Central American countries over caravan. (2018, October 22). Fox News. Retrieved from https://www.foxnews.com/politics/trump-commits-to-plan-for-middle-income-tax-cut-after-election-day-blasts-central-american-countries-over-caravan
4. Trump wants new middle-class tax cut 'of about 10 percent'. (2018, October 22). Politico. Retrieved from https://www.politico.com/story/2018/10/22/trump-middle-class-tax-cut-924446
5. Trump's mystery tax cut puzzles Washington. (2018, October 22). Politico. Retrieved from https://www.politico.com/story/2018/10/22/trump-new-tax-cut-midterms-925383
6. U.S. plans to borrow 425 billion dollars in Q4: Treasury. (2018, October 30). Xinhua. Retrieved from http://www.xinhuanet.com/english/2018-10/30/c_137568654.htm
7. Why the US trade deficit is a 'made in America' problem that won't be helped by Trump's strong-arming on trade. (2018, September 2). CNBC. Retrieved from https://www.cnbc.com/2018/09/01/trade-deficit-is-made-in-america-wont-be-helped-by-trump-tariffs.html
8. Yellen says rising deficit is unsustainable: 'If I had a magic wand, I would raise taxes'. (2018, October 31). CNBC. Retrieved from https://www.cnbc.com/2018/10/30/yellen-says-rising-us-deficit-unsustainable-if-i-had-a-magic-wand-i-would-raise-taxes.html
-----------------------------

unsplash-logoElement5 Digital

การมีโบรกเกอร์ประกันภัยรถยนต์หลายแห่งเป็นเรื่องดี

การมีโบรกเกอร์ประกันภัยรถยนต์หลายแห่งเป็นเรื่องดี
“724 insure” เป็นหนึ่งในนั้น คลิกที่รูป

คุ้มครองบ้านและทรัพย์สิน จากไฟไหม้ ภัยธรรมชาติ น้ำท่วม จารกรรม

คุ้มครองบ้านและทรัพย์สิน จากไฟไหม้ ภัยธรรมชาติ น้ำท่วม จารกรรม
สนใจคลิกที่รูป

ซื้อใช้ราคาสมาชิก ขายได้เปอร์เซ็นต์เก็บกินตลอดไป กับบริษัทศรีกรุงโบรคเกอร์ที่ก่อตั้งมากว่า 30 ปี

ซื้อใช้ราคาสมาชิก ขายได้เปอร์เซ็นต์เก็บกินตลอดไป กับบริษัทศรีกรุงโบรคเกอร์ที่ก่อตั้งมากว่า 30 ปี
สนใจคลิกที่รูป

ประกันชั้น 1 ทั้งเก่งกับกระบะเพียง 7,500 บาทต่อปีและไม่ต้องตรวจสภาพ

ประกันชั้น 1 ทั้งเก่งกับกระบะเพียง 7,500 บาทต่อปีและไม่ต้องตรวจสภาพ
ซื้อหรือสอบถาม คลิกที่รูป

[ประชาสัมพันธ์] ซื้อประกัน พ.ร.บ. รถยนต์ แล้วต่อภาษีได้เลย ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก ซื้อได้ทั่วประเทศ

[ประชาสัมพันธ์] ซื้อประกัน พ.ร.บ. รถยนต์ แล้วต่อภาษีได้เลย ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก ซื้อได้ทั่วประเทศ
ซื้อหรือสอบถามคลิกที่รูป หรือ ติดต่อไลน์ @7chanchai (มีเครื่องหมาย @) หรือโทร 091-0597905

เพียง 650 บาท ประกันอุบัติเหตุทั้งครอบครัว ตลอดปี

เพียง 650 บาท ประกันอุบัติเหตุทั้งครอบครัว ตลอดปี
สอบถามหรือซื้อ เชิญคลิกที่รูป

ประกันชั้น 3 เริ่ม 1,800 บาทต่อปี

ประกันชั้น 3 เริ่ม 1,800 บาทต่อปี
ซื้อหรือสอบถาม คลิกที่รูป

ประกันสุขภาพที่รับพิจารณา แม้คุณมีความเสี่ยงสุขภาพ และต่ออายุได้ถึง 99 ปี

ประกันสุขภาพที่รับพิจารณา แม้คุณมีความเสี่ยงสุขภาพ และต่ออายุได้ถึง 99 ปี
ซื้อหรือสอบถาม คลิกที่รูป