ความจริงที่ซ่อนอยู่ในความสัมพันธ์กับชาติพันธมิตรของทรัมป์ (2)

ประเด็นทบทวนนาโต : ทรัมป์วิพากษ์นาโตหลายเรื่อง สรุปใจความว่ามีปัญหา 3 ข้อ ข้อแรกคือล้าสมัยเพราะก่อตั้งสมัยสงครามเย็น บริบทปัจจุบันแตกต่างไปมาก ข้อ 2 สมาชิกนาโตให้ความสำคัญกับก่อการร้ายน้อยเกินไป มีเพียง 2 ประเทศเท่านั้นที่เข้าร่วมทำสงครามกับ IS/ISIL/ISIS
            ข้อ 3 ชาติสมาชิกแบกรับภาระน้อยเกินไป ดูจากงบประมาณกลาโหมต่ำกว่าร้อยละ 2 ของจีดีพี ผิดจากข้อตกลงตามกำหนด กองทัพจึงอ่อนแอกว่าที่ตั้งเป้า ตีความว่าสหรัฐต้องเป็นผู้แบกภาระส่วนที่ขาด ต้องจ่ายเงินสนับสนุนมากแต่ประโยชน์น้อย ไม่ยุติธรรมต่อสหรัฐ อีกทั้งขณะนี้ไม่ได้ร่ำรวยเหมือนแต่ก่อน ดังนั้นหากชาติสมาชิกนาโตไม่ช่วยแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม จะขอพิจารณาถอนตัวออกจากนาโต และถ้าการทำเช่นนี้เป็นเหตุให้นาโตแตกก็ให้แตกไปเลย
            เป็นอีกประเด็นที่ทรัมป์ใช้ถ้อยคำรุนแรง คราวนี้คือขู่ถอนตัวจากนาโต ปล่อยให้นาโตแตกหรือล่มสลาย ก่อให้เกิดการวิเคราะห์ต่างๆ นานาทั้งต่อตัวทรัมป์และอนาคตนาโต
เป็นที่รับรู้ทั่วไปว่าองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (North Atlantic Treaty Organisation: NATO) ก่อตั้งหลังสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 เริ่มสงครามเย็น ประกอบด้วยฝากฝั่งอเมริกาเหนือกับยุโรปตะวันตก เป็นองค์กรเพื่อความมั่นคงโดยเฉพาะ จัดตั้งระบบพันธมิตรทางทหารถ่วงดุลอำนาจฝ่ายคอมมิวนิสต์ เป็นเสาหลักของฝ่ายโลกเสรี กำลังทหารส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มนี้ รวมถึงอาวุธนิวเคลียร์
เมื่อสิ้นสงครามเย็นบทบาทนาโตหลากหลายมากขึ้น แต่ความสำคัญลดลงตามภัยคุกคามที่ลดลง ทั้งยังดำเนินนโยบายปรับความสัมพันธ์กับรัสเซียและยุโรปตะวันออก สมาชิกนาโตแต่ละประเทศดำเนินนโยบายที่เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น พัฒนาการของอียูที่ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจ
เช่นในปี 2003 เมื่อสหรัฐตัดสินใจบุกอิรัก มีแต่อังกฤษที่สนับสนุนอย่างเต็มที่เท่านั้น ประเทศอย่างฝรั่งเศส เยอรมนีและอื่นๆ ไม่ส่งทหารเข้าร่วมรบ
            เช่นเดียวกับรอบนี้ ดังที่ทรัมป์บอกว่ามี 2 ประเทศเท่านั้นที่สนับสนุนสหรัฐในการทำสงครามต่อต้านก่อการร้าย IS

การแบ่งรับภาระงบประมาณ :
คำขู่สำคัญของทรัมป์คือจะพิจารณาถอนตัวออกจากนาโต หากชาติสมาชิกไม่ช่วยแบกรับภาระเพิ่มเติม และโยงเหตุผลมากมาย ข้อเท็จจริงคือข้อวิพากษ์ของทรัมป์เป็นเรื่องจริงทั้งหมด แต่เป็นเรื่องเก่าทั้งหมดเช่นกัน เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายได้หารือปรับปรุงแก้ไขเรื่อยมา สิ่งที่ปรากฏ ณ วันนี้คือผลจากการเจรจาต่อรองในอดีต
เริ่มจากประเด็นช่วยแบกรับภาระงบประมาณ ข้อเท็จจริงคือ ตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1950 หรือเริ่มก่อตั้งนาโต รัฐบาลสหรัฐเรียกร้องให้ชาติสมาชิกนาโตแบ่งรับภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมหาศาล (เพราะขณะนั้นหมายถึงการเผชิญหน้าค่ายสังคมนิยมโซเวียตฝั่งยุโรป) ชาติสมาชิกช่วยบางส่วนแต่น้อยกว่าที่ต้องการ ในการนี้ส่วนหนึ่งหมายถึงการที่ประเทศยุโรปตะวันตกเพิ่มงบประมาณกลาโหม เสริมสร้างกองทัพตนเอง เป็นประเด็นถกเถียงในหมู่นาโตที่เรียกกว่า “burdensharing debate

เยอรมันตะวันตก (ขณะยังไม่รวมประเทศ) กับอังกฤษเคยโต้แย้งว่าสหรัฐได้รับผลประโยชน์ด้านอื่นๆ จากการลงทุนทางทหาร เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมทหารของสหรัฐ (แต่ยุโรปได้น้อย) ที่สำคัญคือเนื่องจากยุโรปตะวันตกเป็นพื้นที่กันชนระหว่างสหรัฐกับค่ายสังคมนิยม หากเกิดสงครามขึ้นจริง ยุโรปตะวันตกจะเสียหายหนักเพราะเป็นพื้นที่สมรภูมิโดยตรง นอกจากนี้สหรัฐหัวเรือใหญ่ของกองทัพนาโต หากต้องการให้ยุโรปแบ่งเบาภาระเพิ่มเติม ต้องแบ่งอำนาจบังคับบัญชาให้ยุโรปด้วย
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ประเด็นแบ่งเบาภาระงบประมาณเป็นเรื่องที่เจรจาหารือต่อเนื่อง และรุนแรงขึ้นมากในทศวรรษ 1980 เมื่อสหรัฐประสบปัญหาขาดดุลหนัก จำต้องรัดเข็มขัด แต่เนื่องจากความตึงเครียดจากสงครามเย็นเริ่มคลายตัว ความสัมพันธ์กับสหภาพโซเวียตดีขึ้น ฝ่ายยุโรปจึงลังเลใจ

ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อสิ้นสุดสงครามเย็น ยุโรปตะวันตกไม่เห็นภัยคุกคามจากพวกคอมมิวนิสต์อีกแล้ว สหรัฐปิดฐานทัพหลายแห่ง ถอนกำลังจำนวนมาก รวมถึงอาวุธนิวเคลียร์จำนวนหนึ่งกลับประเทศ เหตุการณ์กลับกลายเป็นว่าพันธมิตรยุโรปอยากให้สหรัฐคงกำลังจำนวนหนึ่งต่อไป ด้วยแนวคิดให้สหรัฐช่วยแบกรับภาระความมั่นคง โดยที่ยุโรปคิดจะลดค่าใช้จ่ายอย่างเดียว
            นับจากสิ้นสงครามเย็น งบประมาณกลาโหมของประเทศต่างๆ ในยุโรปตะวันตกไม่ทรงตัวก็ลดลง เมื่อเกิดวิกฤตการเงิน 2008 ยิ่งทำให้หลายประเทศต้องปรับลดงบประมาณ ประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส สเปน เบลเยียมและเดนมาร์กปรับลดงบกลาโหมในสัดส่วนเลข 2 หลัก ปรับลดโครงการจัดซื้ออาวุธใหม่หลายรายการหรือไม่ก็เลื่อนออกไป
            ภาวะเศรษฐกิจอันเปราะบางในปัจจุบันเป็นอีกเหตุผล กดดันให้รัฐบาลต้องรัดเข็มขัด มุ่งใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แก้ปัญหาสังคม มากกว่าคิดถึงเรื่องความมั่นคงระหว่างประเทศเพียงอย่างเดียว

ที่ผ่านมารัฐบาลโอบามาเรียกร้องให้ชาติสมาชิกนาโตเพิ่มงบประมาณกลาโหม หวังให้ชาติสมาชิกอื่นๆ แสดงบทบาทมากขึ้น เหตุผลสำคัญคือเพื่อต้านอิทธิพลทางทหารของรัสเซียที่กำลังฟื้นตัว ความขัดแย้งยูเครนก่อให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างนาโตกับรัสเซียอีกรอบ รัฐบาลโอบามาหวังให้ชาติสมาชิกนาโตอื่นๆ ขยายกองทัพ แต่ชาติสมาชิกเหล่านี้ไม่ได้คิดเช่นนั้น
มิถุนายน 2011 Robert Gates รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐ (สมัยรัฐบาลโอบามา) กล่าวว่าบางประเทศหวังความคุ้มครองจากนาโต แต่ไม่ยอมแบ่งรับความเสี่ยงและค่าใช้จ่าย เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ ที่ยุโรปหวังลดงบประมาณกลาโหมโดยใช้เงินภาษีของชาวอเมริกัน ตอนนี้ไม่ใช่ยุคสงครามเย็น
มิถุนายน 2013 Ivo Daalder เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำนาโต พูดย้ำตรงไปตรงมาว่า สัดส่วนที่ชาติยุโรปแบกรับน้อยเกินไปจนถึงระดับที่อยู่ไม่ได้อีกแล้ว (unsustainable level)
การเรียกร้องให้สมาชิกนาโตอื่นๆ ช่วยแบกรับภาระงบประมาณนาโตจึงไม่ใช่เรื่องใหม่

ความเป็นนาโตในปัจจุบัน :
นาโตกลับมาให้ความสำคัญกับพลังอำนาจของรัสเซียอีกครั้งเมื่อรัฐบาลปูตินเข้าแทรกแซงสถานการณ์ในยูเครน ส่งทหารเข้ายึดครองไครเมีย (Crimea) เมื่อปี 2014 ไม่ว่าจะมองว่าเป็นการรุกรานหรือป้องกัน เรื่องนี้กลายเป็นสถานการณ์ร้อนแรงให้กลุ่มยุโรปตะวันตกต้องทบทวนขีดความสามารถกองทัพ ทบทวนนโยบายความมั่นคงระหว่างประเทศครั้งใหญ่
จากเหตุการณ์ดังกล่าว ชาติสมาชิกอียูร้องขอให้สหรัฐเพิ่มกำลังทหารในยุโรป รัฐบาลโอบามาส่งทหารเข้ายุโรปเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่มุ่งคว่ำบาตรเศรษฐกิจรัสเซียเป็นหลัก ไม่คิดเผชิญหน้าทางทหาร เชื่อว่าสามารถแก้ไขด้วยวิถีทางการทูต พร้อมกับย้ำความร่วมมือกับยุโรป ประธานาธิบดีโอบามากล่าวว่า “ยุโรปกับอเมริการวมเป็นหนึ่งเพื่อสนับสนุนรัฐบาลยูเครนและประชาชนยูเครน” “เรารวมใจเพื่อให้รัสเซียจ่ายราคาในสิ่งที่ได้กระทำในทางใดทางหนึ่ง”
กรณียูเครนเห็นความร่วมมือระหว่างสหรัฐกับนาโต แต่ไม่ใช่ยุโรปจะตามใจสหรัฐทุกอย่าง

ทรัมป์พูดถึงสมาชิกนาโต 2 ประเทศที่เข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีผู้ก่อการร้าย IS ในซีเรีย ซึ่งหมายถึง อังกฤษกับฝรั่งเศส ถ้าจะพูดประเด็นนี้ในเชิงลึกจะเป็นเรื่องอ่อนไหวมาก เพราะสมาชิกนาโตหลายประเทศเห็นต่างในการแก้ปัญหาซีเรีย แนวคิดที่ว่า IS เป็นผู้ก่อการร้ายที่รัฐอุปถัมภ์ เป็นเรื่องของรัฐบาลบางประเทศต้องการล้มล้างรัฐบาลอัสซาดแห่งซีเรีย
            เป็นอีกกรณีตัวอย่างที่ชี้ว่านาโตปัจจุบันแตกต่างจากอดีต

วิเคราะห์องค์รวมและสรุป :
ทรัมป์พูดถูกว่าควรปฏิรูปองค์การนาโต เพื่อรองรับภัยคุกคามในสมัยศตวรรษที่ 21 ที่แตกต่างจากสมัยสงครามเย็น ข้อวิพากษ์ของทรัมป์เป็นเรื่องจริงทั้งหมด แต่เป็นเรื่องเก่าทั้งหมดเช่นกัน เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายได้หารือปรับปรุงแก้ไขเรื่อยมา มีความเห็นต่างมากมายในหมู่สมาชิก แต่รัฐบาลสหรัฐไม่เคยพูดเรื่องคิดถอนตัวจากนาโต เพราะทุกวันนี้ได้ประโยชน์จากนาโตมากอยู่แล้ว การเจรจาต่อรองที่ดำเนินเรื่อยมาก็เพื่อการปรับปรุงนาโตให้อยู่ในสภาพที่ทุกฝ่ายยอมรับได้
สิ่งที่ปรากฏ ณ วันนี้คือผลจากการเจรจาต่อรองที่ดำเนินต่อเนื่องเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

ปัจจุบัน สหรัฐไม่เพียงกังวลรัสเซีย ยังกังวลจีนที่กำลังก้าวขึ้นมาเช่นกัน และทั้ง 2 ประเทศมีผลประโยชน์ร่วม ผูกความสัมพันธ์แนบแน่น ครั้งหนึ่งประธานาธิบดีปูตินกล่าวถึงความสัมพันธ์กับจีนว่า “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างจีนกับรัสเซียมีความสำคัญยิ่งทั้งในระดับทวิภาคีและระดับโลก”
จีนกับรัสเซียพยายามทำลายนโยบายที่เรียกว่า “ปิดล้อมคู่” (dual containment) พยายามสร้างระบบการเมืองโลก เศรษฐกิจระหว่างประเทศใหม่
            ถ้าพูดเฉพาะด้านการทหาร รัสเซียมีสินค้า (อาวุธกับเทคโนโลยี) ที่จีนต้องการ ส่วนจีนมีเงินมหาศาลพร้อมที่จะใช้จ่าย ความร่วมมือของ 2 ประเทศต่างส่งเสริมซึ่งกันและกัน

หากสหรัฐถอนตัวจากนาโต ปล่อยให้พวกยุโรปป้องกันตัวเอง ดังที่พูดกับญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เป็นไปได้ว่ารัสเซียจะจับมือกับอียูทำสนธิสัญญาไม่รุกรานต่อกัน อียูเลิกล้มนโยบายขยายตัวสู่ตะวันออก เป็นประโยชน์ต่ออียูที่สามารถปรับลดงบประมาณกลาโหมให้ต่ำกว่าเดิม ส่วนรัสเซียสามารถทุ่มงบประมาณพัฒนาเศรษฐกิจสังคม หรือทุ่มงบประมาณกลาโหมไปสู่เอเชีย ภูมิภาคอื่นๆ

            หลักความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจึงให้ความสำคัญกับการสร้างพันธมิตร หุ้นส่วน สหรัฐไม่สามารถดำเนินการตามลำพัง ต้องอาศัยความร่วมมือจากพันธมิตร มิตรประเทศต่างๆ เหตุผลหนึ่งที่สหรัฐเป็นมหาอำนาจในปัจจุบันเพราะมีพันธมิตรมาก
            กลุ่มอียูเป็นหนึ่งที่สำคัญ โดยเฉพาะการต่อต้านรัสเซีย แม้รัฐบาลอียูบางประเทศอาจไม่พอใจนโยบายบางอย่างของสหรัฐแต่ความร่วมมือต้านรัสเซียเป็นประโยชน์มากกว่า ทำนองเดียวกับที่รัฐบาลสหรัฐไม่พอใจอียู
ฮิลลารีกล่าวว่า “รัสเซียกับจีนขาดพลังพันธมิตรอย่างที่สหรัฐมี” 2 ประเทศนี้คงอยากเห็นประธานาธิบดีทรัมป์ที่ทำให้ประเทศตัวเองอ่อนแอ แต่ชาวอเมริกันจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องเช่นนี้
ความคิดที่สหรัฐจะทิ้งนาโตเป็นไปได้ยาก ถ้าคิดจะทิ้งคงทิ้งไปนานแล้วไม่ต้องรอให้ทรัมป์พูด

ประเด็นสำคัญที่สุดคือ แท้จริงแล้วนโยบายของทรัมป์ต่อนาโตไม่มีอะไรแปลกใหม่ เป็นหลักนโยบายที่มีอยู่แล้วและกำลังดำเนินอยู่แล้ว แต่วิธีการพูดของทรัมป์อาจทำให้คนฟังรู้สึกแปลกใหม่ ที่แปลกใหม่จริงคงมีเพียงประโยคที่ว่าขู่ว่าจะ “ถอนตัวจากนาโต”
ถ้าตัดประโยคนี้ทิ้ง นโยบายของทรัมป์ต่อนาโตคือ เคยทำอย่างไรก็ทำอย่างนั้นต่อไป
ตุลาคม 2016
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7276 วันอาทิตย์ที่ ตุลาคม พ.ศ.
2559)
-------------------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง 
ทรัมป์ชูนโยบายทบทวนความสัมพันธ์กับชาติพันธมิตร เห็นว่าการคงทหารหลายหมื่นนายในญี่ปุ่น เกาหลีใต้ไม่ก่อประโยชน์ต่อสหรัฐฯ เท่าที่ควร ต้องสูญเสียงบประมาณจำนวนมาก ไม่คุ้มค่า ไม่สนใจว่าหากถอนการเป็นพันธมิตรจะส่งผลต่อระบบความมั่นคงภูมิภาคและโลกอย่างไร ความจริงที่ต้องเข้าใจคือประเทศเหล่านี้ช่วยแบ่งเบาภาระงบประมาณมานานแล้ว และยังคงเจรจาต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้
2. ความจริงที่ซ่อนอยู่ในความสัมพันธ์กับชาติพันธมิตรของทรัมป์(3)
ความสัมพันธ์กับซาอุดิอาระเบียเป็นอีกกรณีที่ทรัมป์ชี้ว่าต้องทบทวนความสัมพันธ์เพราะประเทศเสียงบประมาณกลาโหมแก่ซาอุฯ มากเกินไป โดยไม่เอ่ยถึงผลประโยชน์อื่นๆ ที่สหรัฐฯ ได้จากภูมิภาค ลดทอนความสำคัญการนำเข้าน้ำมันจากซาอุฯ ทั้งๆ ที่ทุกรัฐบาลมีนโยบายลดการนำเข้าจากทุกประเทศอยู่แล้ว ฮิลลารี คลินตันใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนของทรัมป์ “สร้างความกลัวแก่ชาวอเมริกัน” ด้วยการชี้ว่า “ทรัมป์” คือภัยคุกคามใกล้ตัวที่สุด ร้ายแรงที่สุด

บรรณานุกรม:
1. Garcia, Feliks. (2016, April 28). Donald Trump foreign policy speech: 5 contradictions in the presidential hopeful's plan. The Independent. Retrieved from http://www.independent.co.uk/news/world/americas/donald-trump-foreign-policy-speech-5-contradictions-in-the-presidential-hopefuls-plan-a7005711.html
2. Gelb, Leslie H., Simes, Dimitri K. (2013, June 25). Beware Collusion of China, Russia. The National Interest. Retrieved from http://nationalinterest.org/article/beware-collusion-china-russia-8640
3. Hale, Thomas., Held, David., & Young, Kevin. (2013). Gridlock: Why Global Cooperation is Failing when We Need It Most. UK: Polity Press.
4. Harper, Jo. (2016, June 2). Clinton blasts Trump as 'unfit' for presidency in foreign policy speech. Deutsche Welle. Retrieved from http://www.dw.com/en/clinton-blasts-trump-as-unfit-for-presidency-in-foreign-policy-speech/a-19303490
5. Howorth, Jolyon. (2015). Implications of the US Rebalance toward Asia: European Security and NATO. In Origins and Evolution of the US Rebalance toward Asia: Diplomatic, Military, and Economic Dimensions. (Pp.197-222). New York: Palgrave Macmillan.
6. Lucas, Edward. (2008). The New Cold War: Putin's Russia and the Threat to the West. New York: Palgrave Macmillan.
7. Obama Finds Cold War Echoes in Face-Off With Putin. (2014, March 24). Bloomberg. Retrieved from http://www.bloomberg.com/news/2014-03-23/obama-finds-cold-war-echoes-in-face-off-with-putin.html
8. Rubin, Jennifer. (2016, April 28). Donald Trump’s incoherent speech on foreign policy shows why he’s unfit to be president. The Independent. Retrieved from http://www.independent.co.uk/news/world/americas/us-elections/us-election-2016-trump-s-incoherent-speech-on-foreign-policy-shows-why-he-s-unfit-to-be-president-a7004671.html
9. Samuels, Richard J. (Ed.). (2006). Burdensharing. In Encyclopedia Of United States National Security. (p.96). California: Sage Publications.
10. The White House. (2014, April 24). Joint Press Conference with President Obama and Prime Minister Abe of Japan. Retrieved from http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2014/04/24/joint-press-conference-president-obama-and-prime-minister-abe-japan
11. Transcript: Donald Trump Expounds on His Foreign Policy Views. (2016, April 26). The New York Times. Retrieved from http://www.nytimes.com/2016/03/27/us/politics/donald-trump-transcript.html
12. Trump predicts "very massive recession" in U.S. (2016, April 3). CNBC/Reuters. Retrieved from http://www.cnbc.com/2016/04/03/trump-predicts-very-massive-recession-in-us.html
13. Trybus, Martin. (2014). Buying Defence and Security in Europe. UK: Cambridge University Press.
14. Ye, Zicheng. (2011). Inside China's Grand Strategy: The Perspective from the People's Republic. USA: The University Press of Kentucky.
-----------------------------

ประกันสุขภาพ ไข้หวัดใหญ่ มือเท้าเปื่อย และ 5 โรคจากยุง

ประกันสุขภาพ ไข้หวัดใหญ่ มือเท้าเปื่อย และ 5 โรคจากยุง
เบี้ยหลักร้อย คุ้มครองหลักหมื่นครับ สนใจคลิกดูก่อนครับ

ลิงก์เดียวซื้อประกันได้ทุกชนิด สนใจคลิกครับ

ลิงก์เดียวซื้อประกันได้ทุกชนิด สนใจคลิกครับ
ซื้อประกันออนไลน์สะดวก รวดเร็ว ติดต่อ 24 ชม.

เลือกซื้อประกันชีวิตแบบที่ต้องการ

เลือกซื้อประกันชีวิตแบบที่ต้องการ
ซื้อออนไลน์ด้วยตัวเอง ไม่ยุ่งยาก ไม่ซับซ้อน สอบถาม 24 ชม. สนใจคลิกดูก่อน

ยินดีให้คำปรึกษา ซื้อหรือขายประกันรถยนต์ และอื่นๆ

ยินดีให้คำปรึกษา ซื้อหรือขายประกันรถยนต์ และอื่นๆ
ติดต่อ ไลน์ ck09105

ซื้อประกัน พ.ร.บ. รถยนต์ แล้วต่อภาษีได้เลย ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก ซื้อได้ทั่วประเทศ

ซื้อประกัน พ.ร.บ. รถยนต์ แล้วต่อภาษีได้เลย ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก ซื้อได้ทั่วประเทศ
ซื้อหรือสอบถามคลิกที่รูป หรือโทร 091-0597905

รวมทุกบริษัทประกันไวรัสโคโรนา โควิด-19

รวมทุกบริษัทประกันไวรัสโคโรนา โควิด-19
สนใจคลิกที่รูป