ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เกาะติดประเด็นร้อน "การตอบโต้ระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐฯ และพันธมิตร” (9)

สรุปสถานการณ์: (อัพเดท 8 พ.ค. 9.40 น.) เมื่อปลายเดือนเมษายนทั้งเกาหลีเหนือกับสหรัฐฯ และพันธมิตรแสดงท่าทีเข้าสู่กระบวนการเจรจา ฝ่ายเกาหลีหนือประกาศว่ายืนยันว่าถ้าจะนั่งลงเจรจากับสหรัฐฯ จะหมายถึงการพูดคุยระหว่างสองประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์ และจะไม่มีการบังคับให้อีกฝ่ายต้องละทิ้งอาวุธนิวเคลียร์
            ข้อเรียกร้องของเกาหลีเหนือชัดเจนคือ สหรัฐฯ ต้องยอมรับว่าเกาหลีเหนือมีอาวุธนิวเคลียร์ และไม่ต้องละทิ้งอาวุธเหล่านี้ ส่วนจุดยืนของสหรัฐฯ คือเกาหลีเหนือต้องยกเลิกโครงการพัฒนาวุธนิวเคลียร์
            ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมาจึงยังไม่มีการเจรจาที่ปรากฎต่อสาธารณะ
คืบหน้าล่าสุด: (อัพเดท 8 พ.ค. 9.40 น.)
            ผลการพบปะระหว่างประธานาธิบดีบารัก โอบามากับประธานาธิบดีเกาหลีใต้ปาร์ค กึน-ฮเย ทั้งสองประเทศประกาศจุดยืนไม่ยอมอ่อนข้อแก่เกาหลีเหนือ ปธน.โอบามากล่าวว่า “ประธานาธิบดีปาร์คกับข้าพเจ้าเห็นร่วมกันว่าเราจะดำเนินการป้องปรามอย่างเข้มข้นต่อไป ไม่ให้รางวัลแก่พฤติกรรมยั่วยุ แต่ยังพร้อมเปิดการเจรจาพูดคุยเพื่อสันติภาพกับเกาหลีเหนือ”
(North Korea has gained nothing from recent threats, Obamasays, Reuters)
            ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ปาร์ค กึน-ฮเย กล่าวเตือนว่าถ้าเกาหลีเหนือ “ยั่วยุทางทหารและทำอันตรายต่อชีวิต ความปลอดภัยของประชาชน ในฐานะประธานาธิบดี...จะไม่ยอมปล่อยให้เรื่องผ่านไปเฉยๆ” หากกองทัพเห็นควรโต้ตอบเธอพร้อมจะสนับสนุนทันที
((3rd LD) Park says S. Korea, U.S. won't tolerate N. Koreanprovocations, Yonhap)
            เมื่อไม่กี่วันก่อนทางการเกาหลีเหนือยังแสดงจุดยืนเดิมว่า หากต้องการให้คาบสมุทรเกาหลีปลอดอาวุธนิวเคลียร์ สหรัฐฯ ต้องกำจัดอาวุธนิวเคลียร์ของตนทั้งหมดด้วย และชี้ว่าเป้าหมายที่สหรัฐฯ ต้องการให้คาบสมุทรเกาหลีปลอดอาวุธนิวเคลียร์ก็เพื่อจะมีความได้เปรียบบุกโจมตีเกาหลีเหนือได้โดยง่าย
(Denuclearization of U.S. and World Is Prerequisite to Thatof Korean Peninsula: Newspaper, KCNA)

วิเคราะห์: (อัพเดท 8 พ.ค. 9.40 น.)
            สองสัปดาห์หลังจากที่ทุกฝ่ายเริ่มต้นเห็นร่วมว่าควรเจรจา ประเด็นเจรจาที่สำคัญคือสหรัฐฯ กับจีนเรียกร้องให้เกาหลีเหนือยกเลิกโครงการนิวเคลียร์ ในขณะที่รัฐบาลเปียงยางอ้างว่าตนเองมีอาวุธนิวเคลียร์พร้อมใช้แล้ว (แต่รัฐบาลโอบามาไม่ยอมรับ) และยืนยันว่าจะต้องคงอาวุธเหล่านี้ไว้
            การที่รัฐบาลเกาหลีเหนือยืนกรานให้รัฐบาลอเมริกายอมรับว่าประเทศตนมีอาวุธนิวเคลียร์ไว้ในครอบครอง และจะไม่ปลดอาวุธหรือเลิกล้มโครงการนิวเคลียร์กลายเป็นการวางอุปสรรคในส่วนสำคัญที่สุดของการเจรจา ณ บัดนี้ รัฐบาลโอบามาแสดงท่าทีชัดแล้วว่า จะไม่ยอมอ่อนข้อ ยืนกรานจุดยืนเดิม พร้อมดำเนินนโยบายป้องปรามอย่างเข้มข้น ยอมให้สถานการณ์ยืดเยื้อต่อไป
            เมื่อสหรัฐฯ ให้คำตอบเช่นนี้ ต้องติดตามต่อว่าทางเกาหลีเหนือจะตอบโต้อย่างไร จะแสดงพฤติกรรมยั่วยุอีกรอบหรือไม่ เช่น ยิงขีปนาวุธ หรือโจมตีเกาหลีใต้แบบจำกัดขอบเขต เรื่องเหล่านี้มีความเป็นไปได้เพราะรัฐบาลเปียงยางเคยทำเช่นนี้มาแล้ว และจากคำพูดของประธานาธิบดีเกาหลีใต้ที่ประกาศพร้อมจะตอบโต้ทางทหาร คำพูดลักษณะนี้เป็นการกล่าวซ้ำหลายรอบแล้ว จึงดูเหมือนว่ารัฐบาลเกาหลีใต้ได้คิดถึงโอกาสที่จะเป็นไปได้ในเรื่องนี้เหมือนกัน
            การเจรจาจะเกิดขึ้นโดยเร็วหรือไม่เป็นเรื่องหนึ่ง แต่เชื่อว่าคงกินเวลาอีกนานหลายเดือนกว่าจะมีข้อสรุปจากการเจรจา
            ในช่วงระหว่างการเตรียมเจรจา การเจรจาที่ยาวนานหลายเดือนหรือเป็นปี น่าจะเป็นช่วงเวลาแห่งความสงบสุขของคาบสมุทรเกาหลี เว้นแต่จะเกิดพฤติกรรมยั่วยุอีกรอบ
8 พฤษภาคม 2013
ชาญชัย คุ้มปัญญา
-------------------
บทวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้อง:
1. ข้อเรียกร้องของรัฐบาลเปียงยางเหมือนดั่งอยู่คนละโลก
รัฐบาลเกาหลีเหนือยื่นเงื่อนไขหลายข้อสำหรับการเจรจายุติความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี เป็นเงื่อนไขที่สร้างบิดเบือนความจริง สร้างความสับสน ยากจะปฏิบัติตาม ความสงบสุขอาจจะคืนสู่คาบสมุทรในไม่ช้า แต่ความตึงเครียดพร้อมจะปะทุใหม่อีกรอบ
(อัพเดท 23 เม.ษ. 12.50 น.) สถานการณ์คาบสมุทรเกาหลีเข้าสู่สถานะเจรจาแล้ว เกาหลีเหนือตั้งเงื่อนไขเจรจาว่าประเทศตนไม่ต้องยกเลิกโครงการนิวเคลียร์
-------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

ศึกเลือกตั้งกลางเทอม 2018: ถอดบทเรียนที่ได้ ชัยชนะของทรัมป์

กระแสต่อต้านทรัมป์มีจริงแต่ไม่แรงอย่างที่หลายฝ่ายนำเสนอ รัฐบาลสามารถบริหารประเทศตามแนวทางของตนต่อไป ถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ไม่กี่วันก่อนเลือกตั้ง ผลโพลรายงานว่าพรรคเดโมแครทจะได้ ส.ส. เพิ่ม 23 ที่นั่ง ครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนฯ ในขณะที่รีพับลิกันยังครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา ในช่วงสุดท้ายของการหาเสียงประธานาธิบดีทรัมป์กับพรรครีพับลิกันของท่านเน้นหาเสียงให้กับวุฒิสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นแผนหรือเป็นการคาดการณ์ตามผลโพล ช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนเลือกตั้งทรัมป์เอ่ยเรื่องที่ต้องการได้ ส.ว.เพิ่มขึ้น ส.ส.ลดลง “คลื่นน้ำเงิน” (Blue Wave): ถ้าใช้ข้อมูลที่พูดแง่ลบต่อทรัมป์ 3 สัปดาห์ก่อนเลือกตั้งทรัมป์ประกาศว่าหากรีพับลิกันแพ้ไม่ใช่ความผิดของตน ผลโพลหลายสำนักชี้ว่าคนจำนวนมากออกไปใช้สิทธิ์เพราะต้องการแสดงตนต่อต้านประธานาธิบดี ยกตัวอย่างผลโพลของ CNN ชี้ว่าร้อยละ 42 ของผู้ที่จะไปใช้สิทธิจะลงคะแนนเพื่อส่งสารแสดงตนบอกว่าผลงานรัฐบาลไม่เข้าตา ร้อยละ 28 ตั้งใจไปเลือกตั้งเพื่อสนับสนุนประธานาธิบดี และอีกร้อยละ 28 เช่นกันพูดว่าไม่ได้เลือกเพราะทรัมป์ นักวิชาการบางคนเห็นว่าเป็นไปตามทิศทางเล…

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเป็นแง่ลบคือ หมายถึง ความหย่อนยานในทางศีลธรรมจรรยา การไม่คำนึงถึงระเบียบวินัยทางเพศและศาสนา (เช่นพวกฮิปปี้ในอเมริกา) หลักสำค…