ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เกาะติดประเด็นร้อน "การตอบโต้ระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐฯ และพันธมิตร” (4)

สรุปสถานการณ์: (อัพเดท 9 เม.ษ. 7.00 น.) สถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลียังตกเป็นข่าวรายวัน ทางการเกาหลีเหนือคงใช้วาจา พฤติกรรมยั่วยุ ก้าวร้าวอย่างต่อเนื่อง
            อีกด้านหนึ่ง มีผู้ให้มุมมองว่าพฤติกรรมรัฐบาลเปียงยางเป็นเพียงการขู่มากกว่า เช่นจากโฆษกทำเนียบขาว นายเจย์ คาร์นีย์ และล่าสุดคือรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักร นายวิลเลียม เฮก กับนายคิม จังซู หัวหน้าที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงของประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ทั้งหมดชี้ว่าเกาหลีเหนือไม่มีการเคลื่อนพลหรือเตรียมตัวทำสงครามแต่อย่างไร
            แต่การติดตั้งขีปนาวุธพิสัยกลางมูซูดาน (Musudan) พิสัย 3-4 พันกิโลเมตร ที่ชายฝั่งด้านตะวันออกยังอยู่ในการติดตามอย่างใกล้ชิด ส่วนเรื่องการทดสอบนิวเคลียร์ทางการเกาหลีใต้ออกมาปฏิเสธแล้วหลังจากที่มีข่าวดังกล่าว
คืบหน้าล่าสุด: (อัพเดท 9 เม.ษ. 14.10 น.)
            ทางการเกาหลีเหนือกล่าวว่าสถานการณ์คาบสมุทรเกาหลีตึงเครียดเนื่องจากสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้เตรียมทำสงครามนิวเคลียร์ และทำให้เขตอุตสาหกรรม (เคซอง) กลายเป็นเวทีเผชิญหน้าระหว่างกัน และเกาหลีเหนือได้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจเพียงน้อยนิดเมื่อเทียบกับเกาหลีใต้ที่เก็บเกี่ยวผลประโยชน์มหาศาล เป็นที่น่าเศร้าใจว่าเขตอุตสาหกรรมที่น่าจะสร้างความสมานฉันท์บัดนี้กลายเป็นพื้นที่เผชิญหน้าระหว่างสองรัฐบาล (Important Steps Declared as Regards Kaesong Industrial Zone, KCNA)
            สำนักข่าว Yonhap รายงานข่าวว่าทางการเกาหลีเหนือประกาศเตือนชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเกาหลีใต้ให้รีบหาที่หลบซ่อนหรืออพยพออกจากประเทศ และย้ำกว่าจะทำให้เกาหลีใต้กับสหรัฐฯ กลายเป็น “ทะเลเพลิง” ด้วยการชิงโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ก่อน (N. Korea calls on foreigners living in S. Korea to deviseevacuation plans, Yonhap)
            สำนักข่าว Yonhap รายงานว่าวันนี้ (9 เมษายน) ไม่มีคนงานเกาหลีเหนือเข้ามาทำงานในศูนย์อุตสาหกรรมเคซอง (Kaesong Industrial Complex) ตามที่ทางการเกาหลีเหนือประกาศเมื่อวานว่าจะถอนคนงานทั้งหมดจากศูนย์อุตสาหกรรม (N. Korean workers fail to report to work at Kaesong complex, Yonhap)
            นายนารุชิเกะ มิชิชีตะ (Narushige Michishita) อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมและผู้อำนวยการ Security and International Studies Program ของ Tokyo’s National Graduate Institute for Policy Studies ให้ข้อมูลว่า ผู้เชี่ยวชาญของญี่ปุ่นหลายคนมีความเชื่อมากขึ้นว่าเกาหลีเหนืออาจมีขีปนาวุธพิสัยกลางโรดอง (Rodong) [หรือ Nodong] อย่างน้อย 1 ลูกที่บรรจุหัวรบนิวเคลียร์ ขีปนาวุธชนิดนี้มีพิสัย 1,300 กิโลเมตรสามารถยิงใส่ญี่ปุ่นหรือฐานทัพสหรัฐในญี่ปุ่น หากยิงใส่กรุงโตเกียวจะถึงเป้าหมายภายในเวลา 10 นาที เกาหลีเหนือเคยยิงทดสอบตัวขีปนาวุธมาแล้ว 300 ครั้ง ในขณะเดียวกันผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าเกาหลีเหนือยังขาดความรู้อีกมากในเรื่องการใช้อาวุธนิวเคลียร์ (Japan increasingly nervous about North Koreanmissiles, Japan Today)

วิเคราะห์: (อัพเดท 9 เม.ษ. 7.00 น.)
            ไม่ว่าเป้าหมายของรัฐบาลเปียงยางคือเพียงแค่ต้องการแสดงออกถึงความเข้มแข็ง ไม่คิดทำสงครามจริง ไม่คิดชิงลงมือโจมตีก่อนตามคำกล่าวอ้าง การวิเคราะห์ยังคงให้ความสำคัญกับคำตอบว่าที่สุดแล้วเรื่องจะลงเอยอย่างไร
            แนวคิดที่ให้เฝ้าระวังเหตุการณ์ช่วงวันที่ 10-15 เมษายน เป็นแนวทางที่น่าสนใจ เพราะทางการเกาหลีเหนือมักแสดงแสนยานุภาพในโอกาสสำคัญๆ เสมอ วันที่ 15 เป็นเป็นวันครบรอบวันเกิดของอดีตผู้นำคิม อิลซุง ผู้ก่อตั้งประเทศเกาหลีเหนือ และตรงกับช่วงเวลาที่รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ นายจอห์น เคอร์รีเยือนเกาหลีใต้อย่างเป็นทางการ รัฐบาลเปียงยางอาจมี “เซอร์ไพรส์” ไว้รอต้อนรับนายเคอร์รีก็เป็นได้
            มีโอกาสเป็นไปได้ที่เกาหลีเหนืออาจยิงขีปนาวุธพิสัยกลาง หรือพิสัยใกล้หลายชนิดพร้อมๆ กันเป็นจำนวนหลายสิบลูก เหตุการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วเช่นกัน แต่ทั้งสองเหตุการณ์ไม่ใช่การโจมตีสหรัฐฯ หรือเกาหลีใต้ เป็นเพียงการแสดงแสนยานุภาพและวาทะกรรม
9 เมษายน 2013
ชาญชัย คุ้มปัญญา
-------------------
บทวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้อง:
-------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

สงครามการค้าสหรัฐกับจีน ความจริงกับภาพลวงตา

รัฐบาลทรัมป์ชี้ว่าต้องแก้ปัญหาขาดดุลด้วยการขึ้นภาษีสินค้าจีนและกำลังไปด้วยดี แต่นักวิชาการ องค์การระหว่างประเทศหลายแห่งให้มุมมองตรงข้าม ท่ามกลางผู้คนจำนวนไม่น้อยยังอยู่ในวังวนภาพลวงตา

ความขัดแย้งทางการค้าหรือที่บางคนเรียกว่าสงครามการค้าระหว่างประเทศมีอยู่จริง โดยเฉพาะในกรณีสหรัฐกับจีน อย่างไรก็ตามการนำเสนอให้เป็นเรื่องใหญ่โต เบี่ยงเบนลดทอนความสำคัญของประเด็นอื่นๆ ที่สำคัญไม่แพ้การขาดดุลการค้า
เหตุผลทำไมเป็นการเบี่ยงเบนประเด็น : ประการแรก ไม่แก้ขาดดุลได้จริง จุดเริ่มต้นสงครามการค้าที่พูดกันคือเมื่อรัฐบาลทรัมป์ขึ้นภาษีร้อยละ 10-25 ต่อกลุ่มสินค้าจีน 34,000 ล้านดอลลาร์ ฝ่ายจีนตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีในมูลค่าสินค้าเท่ากัน จากนั้นมีการขึ้นภาษีสินค้าเพิ่มเติม รวมความแล้ว ณ ขณะนี้สหรัฐขึ้นภาษีสินค้าจีนทั้งหมดมูลค่า 200,000 ล้านดอลลาร์ จากการวิเคราะห์พบว่าการขึ้นภาษีสินค้าจีนอาจลดการซื้อสินค้าบางรายการ แต่ไม่น่าจะหยุดการซื้อสินค้าทั้งหมด โดยเฉพาะสินค้าที่ภาษีเพิ่มเพียงร้อยละ 10 ราคาที่สูงขึ้นผู้ขายน่าจะผลักภาระให้กับผู้บริโภค การที่ผู้บริโภคอเมริกันต้องเป็นผู้แบกรับภาระภาษีที่เพิ่มขึ้น เป็นประเด็นที…

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเป็นแง่ลบคือ หมายถึง ความหย่อนยานในทางศีลธรรมจรรยา การไม่คำนึงถึงระเบียบวินัยทางเพศและศาสนา (เช่นพวกฮิปปี้ในอเมริกา) หลักสำค…

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…