เป้าหมายที่สหรัฐต้องการจากอิหร่าน

ต้องกำจัดผู้นำอีกมากจนกว่าอิทธิพลของพวกยอมนบนอบสหรัฐเหนือกว่า นี่คือแผนการรบของสหรัฐกับอิสราเอลที่จะเอาชนะโดยไม่ต้องส่งทหารเข้ายึดพื้นที่

            ตั้งแต่การโจมตีวันแรกประธานาธิบดีทรัมป์แถลงว่า “วัตถุประสงค์คือปกป้องชาวอเมริกันด้วยการกำจัดภัยคุกคามจวนตัว (imminent threats) จากระบอบอิหร่าน” อิหร่านเป็นภัยคุกคามสหรัฐมาแล้ว 47 ปี (นับจากการปฏิวัติอิหร่าน 1979) ขัดแย้งหนักหลายครั้ง

ศัตรูที่อยู่ร่วมโลกไม่ได้:

            ตั้งแต่ทรัมป์สมัยแรกประกาศอย่างชัดแจ้งอิหร่านเป็นปรปักษ์สำคัญลำดับต้น การพูดว่าอิหร่านเป็นภัยคุกคามร้ายแรง หวังสร้างอาวุธนิวเคลียร์ สนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย บ่อนทำลายความมั่นคงประเทศเพื่อนบ้าน ฯลฯ ล้วนเป็นเรื่องเก่าที่รัฐบาลสหรัฐทุกชุดพูดซ้ำหลายรอบ

            ด้านอิสราเอลมองว่าเป็นเรื่องปกป้องตัวเองไม่ถูกทำลายล้างจนสูญหายจากแผนที่โลก (ตามคำพูดของอิหร่าน) ถ้ามองจากมุมอิสราเอล รัฐบาลอิสราเอลย่อมต้องหาทาง “จัดการ” อิหร่าน ก่อนที่ตัวเองจะถูก “จัดการ”

            ส่วนฝั่งอิหร่านมองว่ารัฐบาลสหรัฐต้องการเข้าครอบงำ ตามยุทธศาสตร์ความเป็นเจ้า มีนาคม 2016 อยาตุลเลาะห์ ซัยยิด อาลี คาเมเนอี (Ayatollah Seyyed Ali Khamenei) ผู้นำจิตวิญญาณอิหร่านกล่าวว่าเป้าหมายที่รัฐบาลสหรัฐต้องการคือความเป็นเจ้า ครอบงำอิหร่านดังเช่นอดีต ด้วยเหตุนี้รัฐบาลสหรัฐจึงพยายามที่จะล้มล้างรัฐบาลอิหร่านเรื่อยมา

            หลักคิดของรัฐบาลอิหร่านตั้งอยู่บนคำสอนศาสนา ตีความว่าสหรัฐคือ “Great Satan” ที่เป็นศัตรูของศาสนา เมษายน 2019 อยาตุลเลาะห์คาเมเนอีกล่าวว่าอิหร่านจะไม่ยอมก้มหัวให้ “Great Satan” บัญญัติคำสอนศาสนาเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ต่อต้านสหรัฐกับอิสราเอลเรื่อยมา และจะไม่มีวันหยุดตราบเท่าที่ยังปกครองด้วยหลักอิสลามชีอะห์

            มุมมองของสหรัฐ อิสราเอลและอิหร่านต่างมองว่าอีกฝ่ายเป็นศัตรูที่อยู่ร่วมโลกไม่ได้


(YouTube:สหรัฐหวังให้อิหร่านเป็นรัฐล้มเหลว )

ต้องการรัฐบาลที่สนับสนุนแนวทางสหรัฐ:

            ผู้ติดตามสถานการณ์โลกจะพบว่า บ่อยครั้งจะได้ยินถ้อยคำของผู้นำสหรัฐโจมตีรัฐบาลประเทศอื่นว่าไม่เป็นประชาธิปไตย ละเมิดสิทธิมนุษยชน เรื่องนี้ผู้เชี่ยวชาญบางคนคิดว่าประเด็นไม่อยู่ที่เป็นระบอบมุสลิม ระบอบกษัตริย์ รัฐบาลทหารหรือประชาธิปไตย เรื่องเหล่านี้เป็นเพียงเครื่องมือเชิงนโยบาย (Policy Instrument) มากกว่าจะเป็นบรรทัดฐานที่ตายตัว โดยขึ้นอยู่กับการสอดประสานของผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์เป็นหลัก

            เหตุผลจริงๆ คือ รัฐบาลอิหร่านสนับสนุนผลประโยชน์สหรัฐหรือไม่

            การรบขณะนี้นอกจากทำลายฐานทัพ ระบบอาวุธ ยังมุ่งเป้ากำจัดผู้นำ หลังการรบเพียง 2 วันทรัมป์กล่าวว่ากำจัดผู้นำอิหร่านแล้ว 40 คน เรื่องนี้คล้ายกรณีอิสราเอลจัดการฮามาสกับอิซบอลเลาะห์ เนื่องจากระบอบอิหร่านตั้งขึ้นด้วยบัญญัติศาสนา ผู้นำระดับต่างๆ ต้องยึดมั่นชีอะห์ ดังนั้นการเปลี่ยนระบอบจะไม่สำเร็จด้วยการเปลี่ยนผู้นำระดับสูงไม่กี่คน

            การรบจะจบช้าหรือเร็วให้ดูที่รัฐบาลอิหร่านยอมตามสหรัฐหรือไม่ อาจต้องกำจัดผู้นำอีกมากจนกว่าอิทธิพลของพวกยอมนบนอบสหรัฐเหนือกว่า นี่คือแผนการรบของสหรัฐกับอิสราเอลที่จะเอาชนะโดยไม่ต้องส่งทหารเข้ายึดพื้นที่ ขอเพียงได้รัฐบาลที่ยอมก้มหัวให้ก็พอ

            จึงคาดการณ์ว่าสหรัฐกับอิสราเอลจะโจมตีหนักอีกสักพัก แต่อีกไม่นานการรบจะเบาบางลง ทั้งจากการต้านทานกับการตอบโต้ของอิหร่าน ฝ่ายสหรัฐเหลือเป้าโจมตีไม่มาก เป็นไปได้ว่าในระยะยาวจะเหลือแต่อิสราเอลที่ลงมือเป็นครั้งคราว เหมือนที่ทำต่อฮามาสกับฮิซบอลเลาะห์ (สงครามอิสราเอล-ฮามาสเริ่มตุลาคม 2023 จนบัดนี้ยังไม่จบ อิสราเอลยังคงกวาดล้างต่อเนื่อง ช่วงนี้โจมตีพวกฮิซยอลเลาะห์อย่างหนัก)

หวังควบคุมน้ำมันอิหร่านหรือไม่:

            ประเด็นคำถามที่น่าคิดคือ รัฐบาลสหรัฐหวังควบคุมทรัพยากรกับอุตสาหกรรมน้ำมันอิหร่านหรือไม่ นี่คือประเด็นที่ยังไม่ค่อยมีคนเอ่ยถึง

            อิหร่านเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับ 3 ของกลุ่ม OPEC และติดอันดับ Top 10 ของโลก ช่วงกลางปี 2025 ถึงต้นปี 2026 อิหร่านทำสถิติผลิตน้ำมันดิบสูงสุดในรอบหลายปี ราว 3.2 - 3.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน น้ำมันอิหร่านสำคัญต่อจีนที่รับซื้อจำนวนมาก

            ในกรอบกว้างพลังงานฟอสซิลคือผลประโยชน์สำคัญของสหรัฐในภูมิภาคตะวันออกกลางเรื่อยมา รัฐบาลสหรัฐไม่ว่ามาจากพรรครีพับลิกันหรือเดโมเครทต่างยึดยุทธศาสตร์นี้

ยุทธศาสตร์จัดระเบียบโลกด้วยน้ำมัน:

            ตั้งแต่เรือรบ รถถังและเครื่องบินใช้น้ำมันเป็นพลังงาน “ทองคำดำ” (Black Gold) กลายเป็นของมีค่าพิเศษ เป็นยุทธปัจจัยที่มหาอำนาจต้องครอบครอง และไม่อาจปล่อยมือ (แค่ไม่มีน้ำมันอาวุธหลักก็ใช้ไม่ได้)

            ถ้ามองผ่านบรรษัทน้ำมันสหรัฐ แรกเริ่มนั้น Standard Oil คือผู้ตั้งราคาน้ำมันดิบที่ขายในสหรัฐ ต่อมาในช่วงปี 1928-73 บรรษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ 7 แห่ง (Seven Sisters—Exxon, Mobil, Chevron, Texaco, Gulf, Shell, และ BP) เป็นผู้ควบคุมน้ำมันดิบส่วนใหญ่ของโลก เป็นผู้กำหนดราคาน้ำมันดิบโลก

            เมื่อน้ำมันกลายเป็นพลังงานหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หากน้ำมันแพงย่อมกระทบต่อเศรษฐกิจสังคมอย่างรุนแรง รัฐบาลสหรัฐจึงไม่อาจปล่อยมือตะวันออกกลางที่เป็นแหล่งทรัพยากรน้ำมันโลก การล้มระบอบซัดดัมแห่งอิรักเพราะหวังควบคุมอิรัก ให้มั่นใจว่าจะมีน้ำมันออกจากอิรักเต็มที่ ปัจจุบันทรัพยากรน้ำมันอิรักจำนวนมากทำงานร่วมกับบรรษัทตะวันตก

            วิเคราะห์: ไม่ว่าจะควบคุมด้วยรูปแบบใด เป้าหมายไม่เปลี่ยนแปลงคือต้องควบคุมการผลิต การส่งออกน้ำมันของประเทศต่างๆ และควบคุมราคา หลายครั้งที่ความสำคัญของการควบคุมไม่อยู่ที่ปริมาณ เพราะโลกมีกำลังผลิตเหลือเฟือ สิ่งที่จะแตกต่างคือ “ราคา”

            การควบคุมน้ำมันในตะวันออกกลางจึงให้ผลประโยชน์อย่างน้อย 2 ด้าน คือ ผลประโยชน์จากน้ำมันโดยตรงกับการสำแดงความเป็นมหาอำนาจโลก

            รัฐบาลสหรัฐตั้งใจควบคุมทรัพยากรกับอุตสาหกรรมน้ำมันของนานาชาติ เวเนซุเอลาเป็นตัวอย่างเมื่อไม่นานนี้ อิหร่านน่าจะเป็นรายต่อไป

            บางคนอาจแย้งว่าปัจจุบันมีพลังงานทางเลือก มีรถ EVs ทำไมพลังงานฟอสซิสยังสำคัญ คำตอบคือน้ำมันกับก๊าซธรรมชาติยังจำเป็นในทุกภาคส่วน เครื่องบินกับเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ต้องใช้น้ำมัน ที่สำคัญคือก๊าซธรรมชาติทำหน้าที่เป็นโรงไฟฟ้าสำรองที่ตอบสนองไว สามารถเร่งเครื่องผลิตไฟได้ทันทีที่พลังงานสะอาดขาดช่วง ซึ่งแบตเตอรี่สำรองไฟระดับเมือง (Grid-scale storage) ปัจจุบันยังมีราคาสูงเกินกว่าจะใช้สำรองไฟได้ทั้งคืนในระดับประเทศ

            น้ำมันจึงเปรียบเสมือนเลือดที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจสังคม ประเทศใดที่ขาดน้ำมันจะอ่อนแอลงจนพิกลพิการในที่สุด และจะเป็นเวลาล้มระบอบประเทศนั้น คิวบาในขณะนี้เป็นตัวอย่างประเทศที่โดนเล่นงานด้วยการห้ามนานาชาติส่งน้ำมันเข้าคิวบา สหรัฐทำเพียงเท่านี้ คิวบาก็แย่แล้ว

          ทางออกของหลายประเทศจึงเลือกยึดนโยบายสนับสนุนสหรัฐ นี่คือยุทธศาสตร์ที่สหรัฐใช้มานาน

ให้เป็นรัฐล้มเหลว:

            ในขั้นต่อไป เพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านฟื้นตัวและเป็นตัวอย่างแก่ผู้คิดตั้งตนเป็นปรปักษ์ รัฐบาลสหรัฐอาจทำให้อิหร่านกลายเป็นรัฐล้มเหลว ประเทศแตกแยกไม่เป็นเอกภาพ (ดังข่าวสหรัฐสนับสนุนชาวเคิร์ดในอิหร่านให้ต่อต้านขัดขืนรัฐบาลกลาง สหรัฐทำเช่นนี้กับอิรัก ซีเรีย) เกิดความขัดแย้งภายไม่รู้จบ เศรษฐกิจสังคมสั่นคลอน ประเทศไม่พัฒนาประเทศ ลักษณะเช่นนี้จะคล้ายอิรัก ลิเบียและซีเรีย ที่หลังล้มระบอบกลายเป็นรัฐล้มเหลวหรือกึ่งล้มเหลว ยากจะฟื้นกลับมาอีกครั้ง

            ถ้าสถานการณ์บีบให้ต้องจบเร็ว ทรัมป์อาจเลือกให้ได้บางอย่างที่ต้องการก่อน แต่ถ้าสหรัฐกับอิสราเอลไม่รีบและอยู่ในฐานะได้เปรียบ การรบจะดำเนินต่ออีกนาน ฮามาสกับฮิซบอลเลาะห์เป็นตัวอย่าง

            ถ้ามองจากนโยบายของทรัมป์ การล้มระบอบอิหร่านคืออีกเรื่องที่ทำให้อเมริกายิ่งใหญ่อีกครั้ง (to make America great again) ต่อจากการล้มรัฐบาลเวเนซุเอลา

8 มีนาคม 2026
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 30 ฉบับที่ 10703 วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569)

---------------


บรรณานุกรม :

1. Ayatollah Khamenei says Iran to export oil as much as it needs. (2019, April 24). Tehran Times.  Retrieved from https://www.tehrantimes.com/news/435037/Ayatollah-Khamenei-says-Iran-to-export-oil-as-much-as-it-needs

2. Engdahl, William. (2004). A Century of War: Anglo-American Oil Politics and the New World Order, (Revised Ed.). London: Pluto Press.

3. Iran Politics: Ayatollah Khamenei Says US Wants Back. (2016, March 21). FNA. Retrieved from http://en.farsnews.com/newstext.aspx?nn=13950102000350

4. Trump Calls for Overthrow of Iran’s Government. (2026, February 28). NYT. Retrieved from https://www.nytimes.com/2026/02/28/world/middleeast/trump-iran-strikes-video.html

5. ​Trump says 48 Iranian leaders killed in US attacks. (2026, March 1). Rudaw. Retrieved from https://www.rudaw.net/english/world/010320261

-----------------

ความคิดเห็น