คนไทยที่ทำงานอเมริกาหลายปีคิดกลับไทย
คนไทยที่ทำงานในอเมริกามานาน เมื่อต้องเผชิญความไม่แน่นอนทางกฎหมาย บรรยากาศสังคมที่ไม่เป็นมิตรอย่างเคย ประเด็นครอบครัว ทำให้อยากกลับไทยหรือต้องกลับไทย
คนที่คิดกลับส่วนใหญ่เป็นคนงานบริษัทเอกชนตำแหน่งทั่วไป
มีบ้างเป็นผู้เชี่ยวชาญ แรงงานฝีมือ คนเหล่านี้ฝังตัวทำงานในอเมริกานานหลายปี
บางคนมีลูกและกำลังเรียนหนังสือที่นั่น แต่ตอนนี้ต้องการกลับไทย
โดยหลายเหตุผลดังนี้
ประการแรก
ปัจจัยเศรษฐกิจกับค่าครองชีพ
หลายคนชอบดูแต่ตัวเลขว่าทำงานที่นั่นรายได้งาม
ค่าเฉลี่ยค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศปี 2026 อยู่ที่ 13-15 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง
หรือเท่ากับชั่วโมงละ 450-600 บาท ทำงานวันเดียวได้หลายพัน ต่อเดือนได้เป็นแสนบาท
ทำงานที่อเมริกาแล้วจะรวย เป็นการมองรายรับเพียงด้านเดียว
แม้รายได้สูงกว่าไทยมาก
แต่ค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้นมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทุกวันนี้แรงงานที่ได้รับค่าแรงขั้นต่ำยังคงประสบปัญหา
"Working Poor" หรือทำงานแต่ไม่พอเลี้ยงชีพ
เป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้คนเชื้อสายไทยในอเมริกาอยากกลับมาใช้ชีวิตที่ไทยซึ่งมีค่าครองชีพต่ำกว่ามาก
ระบบสวัสดิการสุขภาพเป็นอีกปัจจัยสำคัญ
แม้กระทั่งคนอเมริกันยังบ่นต้องจ่ายค่าประกันสุขภาพสูงมากและแพงขึ้นต่อเนื่อง ปี
2026 รัฐบาลยุติการอุดหนุนเบี้ยประกันในบางระดับ (Enhanced Subsidies) ทำให้เบี้ยประกันสุขภาพพุ่งสูงขึ้นอีก
สามีภรรยาที่มีลูกต้องจ่ายค่าประกันสุขภาพของบุตรหลาน จนบางคนจ่ายไม่ไหว
ในกรณีคนไทยยิ่งเป็นเรื่องซับซ้อนและราคาสูง การดูแลคนสูงวัยต้องจ่ายแพง
เบี้ยประกันสุขภาพเพียงเรื่องเดียวมีผลต่อการตัดสินใจ
ประการที่
2 ปัจจัยสังคมกับความปลอดภัย
แม้สหรัฐบอกว่าเป็นชาติเสรีประชาธิปไตย
ส่งเสริมสิทธิมนุษยชนสากล แต่บรรยากาศการเมืองแบ่งขั้วรุนแรง
ปัญหาความขัดแย้งเรื่องสีผิว/เชื้อชาติสูง ทำให้การใช้ชีวิตตึงเครียดต่อเนื่อง โดยเฉพาะสมัยรัฐบาลทรัมป์
(ตั้งแต่ทรัมป์สมัยแรก) ที่แสดงท่าทีต่อต้านคนต่างด้าว คนสีผิวอย่างเปิดเผย
กระแสต่อต้านคนเอเชียปะทุขึ้นในรัฐบาลทรัมป์สมัยแรก
เกี่ยวข้องกับนโยบายต้านจีนของทรัมป์ ที่โยนความผิดต่างๆ ให้จีน
ที่น่าตกใจคือไม่ใช่แค่เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับรัฐ แต่ลามถึงคนเชื้อสายจีน
ทรัมป์มักเรียกไวรัสโควิด-19 ว่า “China virus” กระแสต่อต้านคนจีนแรงขึ้นรวดเร็ว
การต้านจีนกระทบคนเอเชียด้วย
ส่วนหนึ่งเพราะคนอเมริกันบางคนแยกไม่ออกว่าใครคือคนจีน คนฟิลิปปินส์ หรือคนไทย
เมื่อมาถึงสมัยไบเดน
ประธานาธิบดีไบเดนยอมรับว่า การเหยียดผิวเหยียดเชื้อชาติอย่างเป็นระบบ (systemic
racism)
เป็นวัฒนธรรมของคนบางกลุ่มในสังคมอเมริกันที่มีมาเนิ่นนานแล้ว
เป็นความจริงที่สังคมอเมริกันหลายพื้นที่สงบสุขและน่าอยู่
แต่บางพื้นที่มีปัญหาความปลอดภัย โดยเฉพาะเขตคนสีผิว เขตคนยากจน
ปัญหาอาชญากรรมและปัญหายาเสพติดในเมืองใหญ่หลายแห่ง ทำให้อเมริกา
"ไม่น่าอยู่" ลงในสายตาของคนมีครอบครัวและลูกเล็ก
เมื่อผนวกความเป็นคนต่างด้าวด้วย ความปลอดภัยยิ่งลดลง
ประการที่
3 โอกาสในการทำงานและ Digital Nomad
ปัจจุบันบริษัทระดับโลกหลายแห่งยอมให้ทำงานจากที่ไหนก็ได้ (WFH) หลายคนเลือกกลับเมืองไทยโดยที่ยังรับเงินเดือนสกุลดอลลาร์
หรือใช้ไทยเป็นฐานทำงานฟรีแลนซ์
ในอีกด้านรัฐบาลไทยกำลังพยายามดึงดูดกลุ่ม
High-skilled labor ผ่านนโยบายอย่าง LTR Visa ซึ่งตอบโจทย์คนที่อยากนำความรู้จากต่างประเทศมาต่อยอดธุรกิจหรือเป็นที่ปรึกษาในไทย
คนเก่งผู้เชี่ยวชาญสามารถกลับมาทำงานที่เมืองไทยไม่ยาก
ได้รับข้อเสนอค่าตอบแทนที่น่าพอใจ ทั้งนี้ยังไม่รวมข้อดีอื่นๆ ของการอยู่ประเทศไทย
ประการที่
4 ปัจจัยจิตวิทยาและครอบครัว
ในขณะที่ตัวเขาอยู่อเมริกาได้ดีและอยากอยู่ต่อไป
แต่ครอบครัวเป็นปัจจัยที่มองข้ามไม่ได้ มีผลต่อการตัดสินใจ เช่น
ภรรยากับลูกอยู่เมืองไทย หรืออยากกลับมาดูแลพ่อแม่ที่แก่ตัวลงตามค่านิยมสังคมไทย
ส่วนเรื่องความทางเจริญทางวัตถุ โครงสร้างพื้นฐานบางเรื่องไม่ดีเท่า
แต่สามารถปรับปรุงได้ตามกำลังทรัพย์
คนอเมริกันกับชาวยุโรปสูงวัยหลายคนเลือกใช้ชีวิตบั้นปลายในประเทศไทย
เกิดชุมชนคนอเมริกัน คนยุโรปตามที่ต่างๆ คนเหล่านี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
ประการที่
5 ปัจจัยทรัมป์ 2.0
นโยบายทรัมป์สมัยที่
2 (ปี 2025-) มีผลกระทบ "กว้างและแรง" กว่าสมัยแรกมาก
โดยเฉพาะหลังคำประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและใช้อำนาจประธานาธิบดี (Executive
Orders) กระทบโดยตรงต่อทั้งคนไทยที่
"อยู่แบบไม่เป็นทางการ" กับ "กำลังจะไป" ดังนี้
5.1
การส่งกลับและกดดันให้กลับเอง
ประธานาธิบดีทรัมป์พยายามสกัดแรงงานต่างด้าว
ชี้ว่าเป็นต้นเหตุอาชญากรรม ปัญหาคนว่างงาน
เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าจริงเท็จแค่ไหน รุนแรงตามกล่าวหรือไม่ แต่ไม่ว่าเหตุผลจะถูกต้องเพียงใด
ข้อมูลจาก DHS (กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ) ระบุว่าในปี
2025 มีคนต่างด้าวถูกส่งกลับและสมัครใจกลับเองกว่า 2.5 - 3 ล้านคน
มาตรการที่ใช้ได้ผลและควรเอ่ยถึงคือ
"ทำให้การใช้ชีวิตยากขึ้น" เช่น จำกัดการเข้าถึงสวัสดิการ
การเข้มงวดนายจ้างที่จ้างคนไม่มีใบอนุญาตทำงาน
ประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อจับกุม
ทำให้หลายคนเลือกที่จะกลับไทยแทนถูกจับขังในศูนย์กักกัน
5.2
ระงับวีซ่าถาวร
21
มกราคม 2026 ทางการสหรัฐระงับวีซ่าถาวร (Immigrant Visa Pause) ต่อ 75 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย มาตรการนี้ไม่ใช่แค่การชะลอตัวปกติ แต่เป็นการแช่แข็งกระบวนการออกใบเขียว
(Green Card) จากสถานทูตสหรัฐทั่วโลก
ส่งผลต่อโดยตรงต่อหลายคนที่หวังใช้ช่องทางดังกล่าว
1)
Family-Based Visas: การขอวีซ่าเพื่อรวมญาติ (เช่น
พี่น้องบุตรบุญธรรม หรือพ่อแม่ของพลเมืองอเมริกัน) ซึ่งทรัมป์มองว่าเป็น "Chain
Migration" ที่ต้องกำจัด คนไทยที่ทำงานหลายปีจนเป็น citizen
แต่อยากกลับไทยเพราะภรรยากับลูกไม่สามารถอยู่อเมริกาอีกต่อไป
2)
Employment-Based Visas: กระทบต่อกลุ่มแรงงานฝีมือในบางสาขาที่รัฐบาลมองว่า
"แย่งงานคนอเมริกัน" ข้อนี้ตรงตามนโยบายทรัมป์ที่ต้องการผลักดันแรงงานต่างด้าวออกไป
(ยกเว้นแรงงานฝีมือที่ต้องการจริงๆ)
3)
Diversity Visa (Lotto): ถูกระงับโดยสิ้นเชิง
ทั้งหมดนี้
รัฐบาลทรัมป์อ้างว่าคนจากกลุ่มประเทศเหล่านี้
"ใช้สวัสดิการรัฐมากเกินไป" หรือเป็นภาระทางภาษี ด้านกระทรวงการต่างประเทศไทยทักท้วง
ตั้งคำถามว่าทำไมไทยจึงอยู่ในรายการ ทั้งๆ ที่เป็นมิตรต่อกันแต่สหรัฐยังคงนโยบายนี้ต่อไทย
5.3 การเพิ่มต้นทุนและอุปสรรค
H-1B Visa: มีการกำหนดให้บริษัทที่จ้างงานต้องจ่ายค่าธรรมเนียมสูงถึง
100,000 ดอลลาร์ต่อเคส (เพื่อบีบให้จ้างคนอเมริกันแทน)
เว้นแต่ตำแหน่งงานหรือสาขาที่จำเป็นต่อความมั่นคงจริงๆ ข้อนี้ส่งผลต่อแรงงานทั่วไป
ตำแหน่งระดับล่างของบริษัทต่างๆ
นากจากนี้ใช้ระบบตรวจสอบย้อนหลัง นโยบาย Re-review หรือการตรวจสอบสิทธิ์ของผู้ที่เคยได้รับสถานะเข้าเมืองในช่วงปี
2021-2024 ว่าได้มาโดยถูกต้องหรือเป็นภาระต่อสังคมหรือไม่
ในเชิงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ:
นักวิชาการบางคนอธิบายว่ารัฐบาลทรัมป์ยึดแนวคิด
"Isolationism" และ "Nativism" ที่เข้มข้นขึ้น สหรัฐกำลังเปลี่ยนจากการเป็นหม้อหลอมวัฒนธรรมสู่การเป็น
"Gated Community" (ชุมชนปิด)
โดยใช้กฎหมายคนเข้าเมืองเป็นเครื่องมือกรองเฉพาะทรัพยากรที่เขาต้องการจริงๆ
คงเร็วเกินไปถ้าจะฟันธงว่าสหรัฐกำลังเป็นชุมชนปิด น่าจะตีความว่ารัฐบาลทรัมป์กำลังแก้ปัญหาคนต่างด้าวที่มีมากเกินไป
แต่หากอนาคตต้องการแรงงานเพิ่ม ย่อมเปิดทางรับแรงงานต่างด้าวแน่นอน
เป็นกระบวนการปรับสมดุลมากกว่า
คนไทยที่ทำงานในอเมริกามานาน
เมื่อต้องเผชิญความไม่แน่นอนทางกฎหมาย บรรยากาศสังคมที่ไม่เป็นมิตรอย่างเคย
ประเด็นครอบครัว ทั้งหมดรวมเป็นปัจจัยที่ทำให้อยากกลับไทยหรือต้องกลับไทย
-------------------
1. Asian American health workers fight virus and racist attacks. (2021, May 8).
AP. Retrieved from
https://apnews.com/article/donald-trump-asia-business-race-and-ethnicity-immigration-954b84d1cd5d15aade8edeb262dfc37e
2. Biden calls ‘systemic racism’ a ‘stain on our nation’s soul’.
(2021, April 21). inquirerdotnet.
Retrieved from
https://newsinfo.inquirer.net/1421771/biden-calls-systemic-racism-a-stain-on-our-nations-soul
-----------------
.png)

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น