ศึกเลือกตั้งกลางเทอม 2018: ถอดบทเรียนที่ได้ ชัยชนะของทรัมป์

กระแสต่อต้านทรัมป์มีจริงแต่ไม่แรงอย่างที่หลายฝ่ายนำเสนอ รัฐบาลสามารถบริหารประเทศตามแนวทางของตนต่อไป ถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

            ไม่กี่วันก่อนเลือกตั้ง ผลโพลรายงานว่าพรรคเดโมแครทจะได้ ส.ส. เพิ่ม 23 ที่นั่ง ครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนฯ ในขณะที่รีพับลิกันยังครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา ในช่วงสุดท้ายของการหาเสียงประธานาธิบดีทรัมป์กับพรรครีพับลิกันของท่านเน้นหาเสียงให้กับวุฒิสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นแผนหรือเป็นการคาดการณ์ตามผลโพล ช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนเลือกตั้งทรัมป์เอ่ยเรื่องที่ต้องการได้ ส.ว.เพิ่มขึ้น ส.ส.ลดลง
“คลื่นน้ำเงิน” (Blue Wave):
            ถ้าใช้ข้อมูลที่พูดแง่ลบต่อทรัมป์ 3 สัปดาห์ก่อนเลือกตั้งทรัมป์ประกาศว่าหากรีพับลิกันแพ้ไม่ใช่ความผิดของตน ผลโพลหลายสำนักชี้ว่าคนจำนวนมากออกไปใช้สิทธิ์เพราะต้องการแสดงตนต่อต้านประธานาธิบดี ยกตัวอย่างผลโพลของ CNN ชี้ว่าร้อยละ 42 ของผู้ที่จะไปใช้สิทธิจะลงคะแนนเพื่อส่งสารแสดงตนบอกว่าผลงานรัฐบาลไม่เข้าตา ร้อยละ 28 ตั้งใจไปเลือกตั้งเพื่อสนับสนุนประธานาธิบดี และอีกร้อยละ 28 เช่นกันพูดว่าไม่ได้เลือกเพราะทรัมป์
นักวิชาการบางคนเห็นว่าเป็นไปตามทิศทางเลือกตั้งปี 2006 ที่คนส่วนใหญ่เลือกตั้งเพื่อแสดงตนต่อต้านประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช (George W. Bush) เป็นการเลือกตั้งที่หยั่งเสียงความนิยมต่อประธานาธิบดีโดยตรง บางคนถึงกับกล่าวว่าทรัมป์คือพรรครีพับลิกัน พวกรีพับลิกันคือทรัมป์
คะแนนนิยมต่อรัฐบาลเป็นอีกหลักฐานหนึ่ง ผลโพลการบริหารประเทศของทรัมป์จาก CNN ล่าสุดก่อนเลือกตั้งให้สอบตกถึงร้อยละ 55 ให้สอบผ่านเพียงร้อยละ 39 เมื่อเทียบกับโพลต้นเดือนตุลาคมคะแนนสอบผ่านอยู่ที่ 41 สอบตก 52 เป็นคะแนนก่อนเลือกตั้งกลางเทอมที่ต่ำสุดย้อนหลังไปถึงสมัยประธานาธิบดีไอเซนฮาว
อันที่จริงแล้วตั้งแต่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี คะแนนนิยมต่อทรัมป์ไม่ถึงครึ่งเรื่อยมา ไม่มีใครสามารถปฏิเสธเรื่องนี้
            ด้วยการนำเสนอผ่านสื่ออย่างต่อเนื่องบวกกับการรับรู้ตลอดเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดกระแส “คลื่นน้ำเงิน” (Blue Wave) หรือกระแสความคิดว่าพรรคเดโมแครท (แทนด้วยสีน้ำเงิน) จะชนะพรรครีพับลิกัน (สีแดง) อย่างถล่มทลาย

Blue Wave มีจริงแต่ไม่แรงพอ:
            เลือกตั้งรอบนี้ ส.ว.ที่ต้องเลือกมีทั้งหมดมี 35 ที่นั่ง (ปกติมีเพียง 33 ที่นั่ง อีก 2 ที่นั่งเป็นกรณีพิเศษ) ในจำนวนนี้ 24 ที่นั่งเดิมเป็นของพรรคเดโมแครท 2 คนเป็นผู้สมัครอิสระแต่ขอสังกัดพรรคเดโมแครท ที่เหลืออีก 9 ที่นั่งเป็นของรีพับลิกัน
            ส่วนส.ส.435 ที่นั่งต้องเลือกใหม่หมด (เพราะมีวาระเพียง 2 ปี) รีพับลิกันครองอยู่เดิม 235 ที่นั่ง เดโมแครท 193 ที่นั่ง (อีก 7 ที่นั่งว่างเนื่องจากลาออกหรือเหตุอื่นๆ)
            ผลการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรล่าสุดพรรคเดโมแครทได้ 225 ที่นั่ง รีพับลิกันได้ 197 ที่นั่ง  ส่วนเลือกตั้งวุฒิสภาพรรครีพับลิกันได้ 51 ที่นั่ง เดโมแครทได้ 46 ที่นั่ง ผลการเลือกตั้งบ่งชี้ว่าในระดับส.ส. พวกเดโมแครทชนะจริง แต่ระดับ ส.ว.ไม่เป็นเช่นนั้น เป็นหลักฐานบ่งบอกว่ากระแส คลื่นน้ำเงิน มีจริงแต่ไม่แรงอย่างที่คิด และตัวประธานาธิบดีไม่มีผลต่อการเลือกตั้งมากอย่างที่คิดเช่นกัน หลายคนใช้สิทธิเลือกผู้แทนด้วยเหตุผลอื่นๆ อีกหลายข้อที่ไม่ใช่ “เอาทรัมป์” หรือ “ไม่เอาทรัมป์” เท่านั้น

การที่ผู้สมัครจะชนะหรือไม่ สังคมอเมริกันยังมองเรื่องความนิยม คุณภาพ นโยบายระดับท้องถิ่นจากตัวผู้สมัคร รวมทั้งเทคนิควิธีหาเสียงของแต่ละพื้นที่
            ควรสรุปว่าทั้งรีพับลิกันกับเดโมแครทต่างได้รับชัยชนะ เพียงแต่ไม่บรรลุเป้าหมายสูงสุดที่วางไว้
            ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือผู้สมัครหญิงจำนวนมากชนะเลือกตั้งส.ส. ว่าที่ส.ส.หญิงเหล่านี้จำนวนไม่น้อยต่อต้านทรัมป์ (โดยเฉพาะจากเดโมแครท) ที่ผ่านมากลุ่มสตรีหลายกลุ่มเคยร่วมชุมนุมต่อต้านทรัมป์มาแล้วหลายครั้ง เป็นโอกาสดีที่ผู้หญิงจะแสดงพลังทางการเมืองตามครรลองประชาธิปไตย หากทำเช่นนี้ได้จริงนับเป็น “คลื่นชมพู” (Pink Wave) ที่น่ายกย่อง เป็นประเด็นที่น่าติดตามต่อไป

ผลการเลือกตั้งมีผลต่อการบริหารประเทศหรือไม่ :
            คำตอบคืออาจมีผลเพียงช่วงสั้นๆ และในบางประเด็นเท่านั้น
            หากคิดว่าผลการเลือกตั้งกลางเทอมเปรียบเสมือนประชามติ ส่งสารไปถึงรัฐบาลทรัมป์ดังที่หลายคนถูกปลุกให้ออกไปเลือกตั้งด้วยเหตุผลนี้ ควรเข้าใจว่านับตั้งแต่ได้รัฐบาลทรัมป์ ตลอดเกือบ 2 ปีที่ผ่านมาประชาชนได้ส่งเสียงเรื่อยมา มีโพลจากสำนักต่างๆ มากมาย แทบทุกโพลสรุปว่าทรัมป์ “สอบตก” ผลงานโดยรวมไม่เข้าตาประชาชน แต่รัฐบาลทรัมป์ยังคงเป็นรัฐบาลทรัมป์ ผลโพลที่ทำและนำเสนอเรื่อยมาเป็นหลักฐานในตัวเองว่าตลอด 2 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลทรัมป์ไม่สนใจเสียงประชาชนที่ตำราการเมืองประชาธิปไตยตะวันตกบอกว่าเสียงประชาชนคือ “เสียงสวรรค์” ทางการเมือง

            บางคนอาจยกประเด็นว่าในช่วงหาเสียงพวกเดโมแครทย้ำว่าต้องเลือกพวกตน เพราะทรัมป์มีข้อเสียร้อยแปดพันเก้า ความเข้าใจที่ถูกต้องคือ ผลการเลือกตั้งไม่ได้บอกว่าทรัมป์จะต้องเปลี่ยนนิสัยหรือเปลี่ยนแนวทางรัฐบาล ไม่มีกฎหมายบังคับว่าทรัมป์ต้องเปลี่ยน การหาเสียงโดยพยายามชี้ว่าทรัมป์มีข้อเสียเป็นวิธีหาเสียงเชิงจิตวิทยาเพื่อให้ต่อต้านทรัมป์
          กรณีที่มีผลจริงๆ คือเมื่อรัฐบาลต้องการใช้นโยบายที่ผ่านการอนุมัติจากรัฐสภา แต่กฎหมายปัจจุบันให้อำนาจประธานาธิบดีทำได้หลายอย่างมากกว่าอดีต
          ที่สำคัญคือพรรครีพับลิกันสนับสนุนทรัมป์

            เป็นไปได้ว่ารัฐบาลทรัมป์อาจยอมโอนอ่อนผ่อนปรนบางเรื่องบางจุด ปรับเปลี่ยนให้ตรงความประสงค์ของพวกเดโมแครทมากขึ้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปกระแสเลือกตั้งกลางเทอมพ้นผ่าน เป็นไปได้ว่ารัฐบาลทรัมป์จะกลับมาเป็นเช่นเดิม
ข้อสรุปคือ รัฐบาลทรัมป์สามารถดำเนินนโยบายประชานิยมต่อไป ประชาธิปไตยเชิงอำนาจนิยมจะหยั่งรากลงลึกในประเทศนี้ และควรด้วยพูดว่าคนอเมริกันส่วนหนึ่งเห็นด้วยกับแนวทางนี้

            อีกประเด็นที่ควรเอ่ยถึงคือในช่วงหาเสียงมีการพูดถึงความร่วมมือระหว่างทรัมป์กับพรรครีพับลิกันอย่างชัดเจน ควรบันทึกไว้ว่าทรัมป์ไม่ได้ดำเนินนโยบายตามลำพัง ได้รับการสนับสนุนจากพรรค แม้สมาชิกพรรคบางคนไม่เห็นด้วยกับทรัมป์ในบางเรื่อง แต่โดยรวมแล้วพรรครีพับลิกันกับทรัมป์ทำงานร่วมกัน นั่นหมายความว่า หากมีเรื่องจะกล่าวโทษหรือชมเชย ไม่ควรกล่าวโทษหรือชมเชยประธานาธิบดีเพียงคนเดียว ต้องไม่ลืมเติมพรรครีพับลิกันเข้าไปด้วย เป็นที่มาของประโยคว่าบัดนี้พวกเดโมแครทสามารถถ่วงดุลอำนาจในรัฐสภาแล้ว
            นักวิเคราะห์บางคนเห็นว่าแนวทางของทรัมป์จะขยายออกไปสู่อีกหลายประเทศทั่วโลก และมีให้เห็นเป็นตัวอย่างแล้วว่าฝ่ายขวาชาตินิยมในหลายประเทศชนะเลือกตั้ง การหาเสียงด้วยนโยบายประชานิยมกำลังเป็นที่นิยม (การที่กลุ่มเหล่านี้เป็นที่นิยมมาจากหลายปัจจัย ทรัมป์เป็นเพียงปัจจัยสนับสนุนหนึ่ง)
สรุป :
            ตามสถิติพรรครัฐบาลมักเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำในการเลือกตั้งการเทอม การเลือกตั้งครั้งนี้รีพับลิกันครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาต่อ จึงไม่อาจกล่าวว่าพรรครัฐบาลแพ้หมดรูป ในทางกลับกันเป็นหลักฐานชี้ว่ากระแสต่อต้านประธานาธิบดีทรัมป์ไม่มีผลกระทบมากอย่างที่บางฝ่ายนำเสนอ คนอเมริกันจำนวนไม่น้อยสนับสนุนทรัมป์กับตัวแทนจากพรรครีพับลิกัน เป็นชัยชนะครั้งสำคัญของทรัมป์ น่าจะสามารถบริหารประเทศจนครบเทอม
            การบริการประเทศของทรัมป์จากนี้จะมีผลในอีก 2 ปีข้างหน้าเมื่อถึงเวลาต้องเลือกประธานาธิบดีอีกรอบ เมื่อนั้นพรรคเดโมแครทคงจะพูดไม่ต่างจากเดิม ที่มีเพิ่มเติมคือหลักฐานชี้ว่ารัฐบาลเลวร้ายเพียงไร ทำนองเดียวกับที่หาเสียงเลือกตั้งกลางเทอม
            ในขณะที่ทรัมป์กับพวกรีพับลิกันจะพูดว่าตนบริหารประเทศจนตัวเลขเศรษฐกิจเติบโตสูงมากเพียงไร คนที่กำลังหางานเหลือที่คน พูดแต่ข้อดีละเลยข้อบกพร่อง ไม่เอ่ยปัญหาที่พยายามปกปิดเก็บซ่อน
ข้อสรุปนี้จะถูกต้องหรือไม่ อีก 2 ปีจะได้รู้กัน
            ที่ควรบันทึกอีกเรื่องคือเป็นชัยชนะของระบบการเมืองอเมริกา ฝ่ายการเมืองเดินหน้าบริหารประเทศต่อไป
11 พฤศจิกายน 2018
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ สถานการณ์โลกไทยโพสต์ ปีที่ 23 ฉบับที่ 8037 วันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ.2561)
-------------------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง 
ศึกเลือกตั้งกลางเทอม 2018: จากประชานิยมถึงระเบิดประชาธิปไตย
เป็นธรรมดาที่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งผู้สมัครทุกคนทุกพรรคจะทุ่มเทใช้ทุกอย่างที่มีในช่วงนี้เพื่อให้ได้คะแนนเสียง ไม่ว่าจะด้วยนโยบายหรืออื่นๆ คำถามคือสิ่งที่ใช้จะเป็นโทษต่ออนาคตหรือไม่

บรรณานุกรม :
1. CNN Poll: In final days, Democrats maintain advantage. (2018, November 5). CNN. Retrieved from https://edition.cnn.com/2018/11/05/politics/cnn-poll-midterms-democrats-advantage/index.html
2. Ginsberg, Benjamin., Lowi, Theodore J., Weir, Margaret., Tolbert, Caroline J., & Spitzer, Robert J. (2015). We the People: An Introduction To American Politics. (Tenth Essentials Edition). NY.: W. W. Norton & Company.
3. “In a sense, I am on the ticket,” Trump seeks voter support. (2018, November 6). AP. Retrieved from https://www.apnews.com/a548d15bf67c417383ab8c7135ac3fa8
4. News Analysis: "Pink Wave" in U.S. midterm elections. (2018, November 7).
Xinhua.
Retrieved from http://www.xinhuanet.com/english/2018-11/07/c_137587000.htm
5. Obama warns against fear, Trump touts economy on campaign trail. (2018, November 3). Reuters. Retrieved from https://www.reuters.com/article/us-usa-election/obama-warns-against-fear-trump-touts-economy-on-campaign-trail-idUSKCN1N724J
6. Trump rallies for 2018 Republicans _ with an eye toward 2020. (2018, November 3). AP. Retrieved from https://www.apnews.com/a5cb5cc16f7e42c781aa949d303e7649
-----------------------------

ประกันสุขภาพ ไข้หวัดใหญ่ มือเท้าเปื่อย และ 5 โรคจากยุง

ประกันสุขภาพ ไข้หวัดใหญ่ มือเท้าเปื่อย และ 5 โรคจากยุง
เบี้ยหลักร้อย คุ้มครองหลักหมื่นครับ สนใจคลิกดูก่อนครับ

ลิงก์เดียวซื้อประกันได้ทุกชนิด สนใจคลิกครับ

ลิงก์เดียวซื้อประกันได้ทุกชนิด สนใจคลิกครับ
ซื้อประกันออนไลน์สะดวก รวดเร็ว ติดต่อ 24 ชม.

เลือกซื้อประกันชีวิตแบบที่ต้องการ

เลือกซื้อประกันชีวิตแบบที่ต้องการ
ซื้อออนไลน์ด้วยตัวเอง ไม่ยุ่งยาก ไม่ซับซ้อน สอบถาม 24 ชม. สนใจคลิกดูก่อน

ยินดีให้คำปรึกษา ซื้อหรือขายประกันรถยนต์ และอื่นๆ

ยินดีให้คำปรึกษา ซื้อหรือขายประกันรถยนต์ และอื่นๆ
ติดต่อ ไลน์ ck09105

ซื้อประกัน พ.ร.บ. รถยนต์ แล้วต่อภาษีได้เลย ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก ซื้อได้ทั่วประเทศ

ซื้อประกัน พ.ร.บ. รถยนต์ แล้วต่อภาษีได้เลย ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก ซื้อได้ทั่วประเทศ
ซื้อหรือสอบถามคลิกที่รูป หรือโทร 091-0597905

รวมทุกบริษัทประกันไวรัสโคโรนา โควิด-19

รวมทุกบริษัทประกันไวรัสโคโรนา โควิด-19
สนใจคลิกที่รูป