วันจันทร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

จุดแข็งกับจุดอ่อนของประชานิยม (populism) มารีน เลอเปน

30 เมษายน 2017
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 21 ฉบับที่ 747วันอาทิตย์ที่ 30 เมษายน พ.ศ.2560)

มารีน เลอเปน (Marie Le Pen) กลายเป็นนักการเมืองแนวหน้าของฝรั่งเศส เป็นที่จับตาของทั่วโลกโดยเฉพาะพวกชาติตะวันตก เนื่องจากการเคลื่อนไหวของพรรค Front National (FN) ภายใต้การนำของ เลอ เปน กำลังสร้างการความเปลี่ยนครั้งใหญ่

จุดแข็งของประชานิยมเลอเปน :
            แนวทางการเมืองของ เลอเปน มีลักษณะประชานิยม (populism) พยายามดึงประชาชนเข้ามาเป็นแนวร่วม เพื่อต่อต้านระบอบเก่า อาจเป็นระบอบการเมือง สังคม เศรษฐกิจ นโยบายต่างประเทศบางเรื่อง โลกาภิวัตน์ ขึ้นกับว่าอะไรคือสาเหตุแห่งความทุกข์ยาก มักเกิดขึ้นในภาวะที่ประชาชนไม่พอใจอย่างยิ่งต่อชีวิตความเป็นอยู่ โทษว่าเป็นความผิดของชนชั้นนำ
            สอดคล้องกับงานวิจัยของ Harris Interactive for the French office of Transparency International เมื่อปี 2016 พบว่าชาวฝรั่งเศสร้อย 54 เห็นว่าชนชั้นปกครองฉ้อฉล เฉพาะกลุ่ม ส.ส. ส.ว.ฉ้อฉลถึง 3 ใน 4 ประธานาธิบดีกับรัฐบาลมีเหตุอื้อฉาวอยู่เสมอ

            การเคลื่อนไหวของพรรค FN กลายเป็นความหวังของคนฝรั่งเศสจำนวนไม่น้อย คนเหล่านี้อาจไม่เห็นด้วยกับแนวทางของพรรคทุกอย่าง แต่โดยรวมแล้วเห็นว่าเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า ในการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีรอบแรกเมื่อ 24 เมษายนที่ผ่านมา เลอ เปน ได้คะแนนร้อยละ 21.7 มาเป็นที่ 2 รองจาก เอมมานูแอล มาครง (Emmanuel Macron) ที่ได้คะแนนร้อยละ 23.7

            ถ้ามองในแง่ดี เลอเปน มีความคิดเป็นอิสระ ไม่ยึดติดแนวทางเดิม พยายามหาหนทางใหม่ๆ แม้สวนกระแสความคิดเดิมของสังคม บนพื้นฐานเพื่อประโยชน์สุขของพลเมืองฝรั่งเศส ประกาศต่อต้านกลุ่มอำนาจดั้งเดิม (anti-establishment) ส่งเสริมสังคมที่ยึดปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เช่น จะเพิ่มตำรวจอีก 15,000 นาย จัดการหัวหน้ากลุ่มอาชญากรอย่างเด็ดขาด ขับไล่ชาวต่างชาติผู้กระทำผิดออกนอกประเทศทันที ลดราคาพลังงาน ลดภาษี เพิ่มมาตรการส่งเสริมธุรกิจรายเล็กมากกว่าเน้นรายใหญ่ ฯลฯ

            ไม่ว่า เลอเปน จะชนะการเลือกตั้งปีนี้หรือไม่ พรรค FN ได้ประกาศให้ชาวโลกรับรู้แล้วว่ากระแสประชานิยมฝรั่งเศสกำลังเติบโต เลอเปน ในวัย 48 ปีสามารถทำงานการเมืองได้อีกนาน เป็นความหวังของชาวฝรั่งเศสหลายคน ช่วงเวลาต่อจากนี้คือการสร้างฐานการเมืองให้เข้มแข็ง ได้ที่นั่ง ส.ส. ส.ว. เป็นกอบเป็นกำ และพัฒนาเป็นพรรคการเมืองหลักที่ไม่อยู่กับกระแสเท่านั้น

จุดอ่อนของประชานิยมเลอเปน :
            แม้มีข้อดีจุดแข็งจำนวนมาก ประชานิยม เลอเปน มีจุดอ่อนเช่นกัน ดังนี้
            ประการแรก ต่อต้านโลกาภิวัตน์ ใช้ลัทธิปกป้องการค้า
            คนฝรั่งเศสบางส่วนเห็นว่าโลกาภิวัตน์ไม่ช่วยให้ชีวิตเขาดีขึ้นและแย่ลงกว่าเดิม โลกาภิวัตน์ให้ประโยชน์กับเมืองใหญ่ๆ แต่เมืองเล็กๆ ในชนบทห่างไกลเสียประโยชน์ ด้วยเหตุนี้กลุ่มคนที่เสียประโยชน์จึงต่อต้านโลกาภิวัตน์
เลอเปน ประกาศต่อต้านโลกาภิวัตน์ เสนอแก้ไขด้วยการปกป้องเศรษฐกิจ สนับสนุนชาตินิยม เห็นว่าคนฝรั่งเศสว่างงานเพราะการแย่งงานจากคนต่างด้าว เสนอใช้หลักคิดให้พลเมืองมีสิทธิ์ในตำแหน่งงานก่อน บริษัทที่จ้างแรงงานต่างด้าวจะต้องเสียภาษีเพิ่ม (รวมทั้งประเทศที่เป็นสมาชิกอียู) เช่นเดียวกับที่บริษัทใช้ฐานการผลิตต่างประเทศเพื่อผลิตและส่งสินค้ากลับมาขายในประเทศต้องเสียภาษีเพิ่ม ยกเลิกสิทธิ์คนต่างด้าวที่แต่งงานได้สัญชาติฝรั่งเศสทันที

ความคิดต่อต้านโลกาภิวัตน์ขัดแย้งในตัวเอง เพราะยอมรับว่าบางเมืองบางคนได้ประโยชน์ ปรากฏการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกับทุกประเทศทั่วโลก งานศึกษาต่างๆ พูดตั้งแต่ต้นและย้ำอยู่เสมอว่าแต่ละประเทศต้องปรับตัว บางภาคส่วนบางกิจการจะได้เปรียบ แต่จะเสียเปรียบในบางภาคส่วนเช่นกัน ที่ผ่านมาประเทศต่างๆ ล้วนแก้ไขในส่วนที่เสียเปรียบ เช่น ปรับปรุงให้มีความสามารถแข่งขันมากขึ้น หรือสนับสนุนให้หางานใหม่ๆ ปลูกหรือผลิตสิ่งที่ประเทศทำได้ดี การต่อต้านโลกาภิวัตน์จึงเป็นการกล่าวโทษอย่างผิดๆ เพราะไม่ได้ปฏิเสธโลกาภิวัตน์ทั้งหมด เพียงปรับแก้บางส่วนที่เห็นว่าฝรั่งเศสเสียประโยชน์ เป็นคำตอบเดียวกับแนวทางลัทธิปกป้องการค้าของ เลอ เปน
            ข้อสรุปคือ การกล่าวโทษเป็นการพยายามจุดประเด็นให้ฟังดูร้ายแรง ขึงขัง แต่ความจริงแล้วมีทั้งส่วนที่ได้ประโยชน์กับที่เสียประโยชน์ ไม่แตกต่างจากรัฐบาลประเทศอื่นๆ ที่ต้องปรับตัวรับมือโลกาภิวัตน์ การเชื่อมต่อเศรษฐกิจกับนานาชาติ

            ประการที่ 2 ไม่ต้อนรับผู้อพยพ ปฏิเสธพหุสังคม ต่อต้านมุสลิม
            ให้เหตุผลว่ามีผลต่ออัตลักษณ์ชาติ เกรงว่าจะเกิดความขัดแย้งระหว่างชุมชนที่อัตลักษณ์ต่างกัน ต้องการสังคมที่ใช้ภาษาเดียว มีวัฒนธรรมเดียว
            น่าคิดว่าเป็นการต่อต้านพหุสังคมหรือเลือกปฏิบัติต่อชนบางกลุ่ม เพราะความเป็นฝรั่งเศสมีความหลากหลายอยู่แล้ว แนวคิดเช่นนี้เป็นการกีดกันตามบริบทเฉพาะหน้า การไม่ต้อนรับผู้อพยพ ปฏิเสธพหุสังคม สัมพันธ์กับการต่อต้านมุสลิมในระยะนี้

ข้อมูลจาก Central Intelligence Agency พบว่าฝรั่งเศสมีประชากรทั้งสิ้น 66,836,154 คน (ข้อมูลปี 2016) ประกาศตัวว่านับถือคริสต์ร้อยละ 63-66 อิสลาม 7-9 (ราว 4.7-6 ล้านคน) ไม่นับถือศาสนาใด 23-28 (ที่เหลือนับถือศาสนาอื่นๆ) นักวิชาการบางคนให้ความสำคัญกับการขยายจำนวนของมุสลิมในฝรั่งเศส ชี้ว่าเป็นประเทศที่มุสลิมเพิ่มจำนวนรวดเร็วที่สุดในหมู่ประเทศยุโรปตะวันตก
            ชาวฝรั่งเศสบางคนเห็นว่าวิถีชีวิตของมุสลิมแตกต่างจากพวกตน ดังที่ เลอ เปน กล่าวว่า “ความเชื่อของคนเหล่านี้ คุณค่า และการปฏิบัติที่ไม่ใช่แบบพวกเรา คนที่ไม่พักร้อนของฝรั่งเศส” (คนฝรั่งเศสจะมีช่วงพักร้อนประจำปีกินเวลาหลายสัปดาห์จนถึงเป็นเดือน) ในอีกวาระกล่าวว่า “เราไม่ต้องการใช้ชีวิตภายใต้กฎหรือการคุกคามจากอิสลามสุดโต่ง (Islamic fundamentalism) ที่หวังแบ่งแยกชายหญิงในที่สาธารณะด้วยการใส่ผ้าคลุมทั้งตัวหรือบางส่วน ต้องการห้องอธิษฐานในที่ทำงาน อธิษฐานตามตรอกซอกซอย มีมัสยิดขนาดใหญ่”

            เลอเปน มีนโยบายต่อต้านมุสลิมอย่างชัดเจน ปัญหาไม่เฉพาะกีดกันมุสลิมต่างด้าวเท่านั้น แต่จะเกิดกับชาวฝรั่งเศสโดยตรง เพราะในระยะหลังชาวฝรั่งเศสจำนวนไม่น้อยหันไปนับถืออิสลาม การกีดกันมุสลิมเห็นได้ชัดว่าขัดแย้งหลักเสรีประชาธิปไตย

            ประการที่ 3 ถอนตัวออกจากนาโต
            เห็นด้วยกับการถอนตัวจากนาโตหากการเป็นสมาชิกเป็นเหตุให้ถูกลากเข้าไปในสงครามที่ไม่ใช่ของฝรั่งเศส เช่น การสนับสนุนฝ่ายต่อต้านในลิเบียกับซีเรียเป็นเหตุบั่นทอนสันติภาพโลก
            เลอเปน มีส่วนถูกว่าหลายสงครามที่นาโตเข้าร่วมนั้นเป็นประโยชน์แก่บางประเทศมากกว่าฝรั่งเศส นโยบายถอนตัวจากนาโตฟังดูดีแต่ยากจะปฏิบัติ ที่ผ่านมาคนฝรั่งเศสอาจไม่ชอบนโยบายนาโตหลายอย่าง ไม่เห็นด้วยกับหลายสงคราม ปัญหาอยู่ที่ทางปฏิบัติจะทำได้อย่างไร เพราะสิ่งที่นาโตทำมีทั้งตอบสนองต่อผลประโยชน์ของฝรั่งเศสกับเป็นผลเสีย จะชั่งน้ำหนักอย่างไร และถ้าถอนตัวแล้วอนาคตหากมีประเด็นที่อยากร่วมมือกับนาโตเมื่อนั้นจะทำอย่างไร การจะถอนตัวกับการจะเข้าร่วมไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่เหมือนเด็กเล่นขายของ อยากซื้อก็ซื้อ ไม่อยากซื้อก็ไม่ซื้อ
            เลอเปน อาจไม่เข้าใจหรือไม่ยอมอธิบายลงรายละเอียดว่า ถ้าไม่มีนาโตทุกประเทศร่วมมือกันแบบเฉพาะกิจจะมีข้อเสียร้ายแรงคือขาดการประสานพลัง นาโตเข้มแข็งเพราะความเป็นพันธมิตรก่อให้เกิดความร่วมมือใกล้ชิดต่อเนื่องยาวนาน  ทหารร่วมซ้อมรบเป็นประจำ ประสานงานใกล้ชิดต่อเนื่อง ฯลฯ การร่วมมือเฉพาะกิจย่อมไม่สามารถประสานพลังเท่ากับการเป็นพันธมิตร ในแง่นี้การถอนตัวออกจากนาโตย่อมบั่นทอนความมั่นคงฝรั่งเศส
            แนวคิดถอนตัวออกจากนาโตเป็นตัวอย่างนโยบายประชานิยมอีกข้อที่ฟังดูดี ราวกับตอบสนองความต้องการ ถ้าจะวิพากษ์ต้องพูดว่าเป็นนโยบายที่เสนอเพื่อเอาใจประชาชนเท่านั้น แต่จะทำไม่ได้จริง และถ้าทำจริงอาจเป็นผลเสียมากกว่า

ถอยห่างจากประชาธิปไตย มุ่งชาตินิยม :
            โดยรวมแล้ว แนวทางของ เลอเปน คือให้ความสำคัญกับคนในชาติ แม้จะต้องลดความเป็นประชาธิปไตย หากความเป็นประชาธิปไตยเป็นเหตุบั่นทอนผลประโยชน์ฝรั่งเศส (ตามนิยามของเธอ)
เลอเปน มักพูดว่าเสรีภาพสำคัญที่สุด แต่เสรีภาพของเธอหมายถึงการกีดกันทุกวัฒนธรรม ทุกศาสนาที่เห็นว่าไม่ใช่ “ฝรั่งเศส” เสรีภาพเช่นนี้ย่อมไม่ใช่เสรีภาพตามนิยามที่ยึดถือเป็นสากล สังคมที่มีเสรีภาพในการนับถือศาสนา
คำว่าเสรีภาพของ เลอเปน เป็นการนิยามใหม่ เป็นเสรีภาพที่สัมพันธ์กับชาตินิยม เสรีภาพใดๆ ที่ขัดขวางชาตินิยม สิ่งนั้นไม่เรียกว่าเสรีภาพ

            ถ้าวิเคราะห์อย่างถ้วนถี่จะพบว่า เลอเปน สับสนในตัวเองและไม่มีจุดยืนชัดเจน เนื่องจากสังคมฝรั่งเศสปราศจากนิยามว่าอะไรคือฝรั่งเศส อะไรไม่ใช่ฝรั่งเศส ดังนั้น ถ้าต้องตัดสินความเป็นฝรั่งเศสจะหมายถึงความคิดเห็นของเธอเองซึ่งอาจสอดคล้องกับความจริงหรือไม่ก็เป็นได้
            ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการกีดกันมุสลิม เพราะเห็นว่าไม่ใช่ฝรั่งเศส ข้อโต้แย้งคือ เลอเปน ใช้อะไรเป็นฐานความคิดว่ามุสลิมหรืออิสลามไม่ใช่ฝรั่งเศส เนื่องจากการนับถือศาสนาอิสลามในฝรั่งเศสมีมานานก่อนสถาปนาประเทศฝรั่งเศส (รัฐสมัยใหม่) ก่อนฝรั่งเศสเป็นประชาธิปไตย มุสลิมหรืออิสลามเป็นส่วนหนึ่งของชาติตั้งแต่ก่อตั้งประเทศ
จึงไม่สมควรถือว่า เลอเปน เป็นนักต่อสู้เพื่อเสรีภาพตามนิยามเสรีภาพภายใต้ระบอบประชาธิปไตย

            และถ้าจะพูดถึงการเปลี่ยนแปลง ควรยอมรับว่าสังคมฝรั่งเศสกำลังมุ่งสู่ความเป็นประเทศไร้ศาสนา ดังสถิติที่ชี้ว่าปัจจุบันมีผู้ประกาศตัวว่าไม่นับถือศาสนาใดถึงร้อยละ 23-28 มากกว่ามุสลิม 3-4 เท่าตัว (บนฐานคิดว่าแต่เดิมทุกคนนับถือคริสต์) นั่นหมายความว่า แม้จำนวนมุสลิมจะเพิ่มมากขึ้นแต่ยังเป็นส่วนน้อยของสังคม น้อยกว่าพวกไร้ศาสนาหลายเท่าตัว หากไม่ระวังตัวให้ดี อารยธรรมหลักของฝรั่งเศสจะกลายเป็นอายธรรมของพวกไร้ศาสนา
            เช่นนี้คือความเป็นฝรั่งเศสตามนิยามของ เลอเปน หรือไม่
---------------------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง :
การรณรงค์ประชานิยมแต่ละครั้งมีข้อดี-ข้อเสียขึ้นกับแง่มุมมอง บางครั้งมีข้อดีหลายข้อ บางครั้งมีข้อเสียมากกว่า ทั้งนี้ขึ้นกับการรณรงค์แต่ละครั้ง โดยรวมแล้วข้อดีคือเป็นอีกช่องทางของประชาชน ช่วยให้ประชาธิปไตยสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ส่วนข้อเสียคือเป็นการทำลายประชาธิปไตย ไม่ต่างจากระบอบเดิมที่ไม่ได้ทำเพื่อประชาชนจริงๆ

บรรณานุกรม:
1. Bershidsky, Leonid. (2017, February 10). Think the U.S. Election Was Dirty? Look at France. Bloomberg. Retrieved from https://www.bloomberg.com/view/articles/2017-02-10/think-the-u-s-election-was-dirty-look-at-france
2. Central Intelligence Agency. (2016). France. In The World Factbook. Retrieved from https://www.cia.gov/library/publications/the-world-factbook/geos/fr.html
3. Coman, Julian. (2017, March 26). Marine Le Pen and Emmanuel Macron face off for the soul of France. The Guardian. Retrieved from https://www.theguardian.com/world/2017/mar/26/marine-le-pen-emmanuel-macron-french-elections
4. French election: Le Pen hails 'historic' result. (2017, April 24). Gulf News. Retrieved from http://gulfnews.com/news/europe/france/french-election-le-pen-hails-historic-result-1.2016052
5. 'French first': This is what a 'President Marine Le Pen' has in mind for France. (2017, February 10). The Local. Retrieved from http://www.thelocal.fr/20170210/marine-le-pen-election-france-have-in-mind-for-france-presidency-marine-le-pen
6. Gilpin, Robert G. (2014). Globalization, Civilizations, and World Order. In Dallmayr, Fred., Kayapınar, M. Akif., & Yaylacı, Ismail. (Eds.), Civilizations and World Order: Geopolitics and Cultural Difference (pp.155-168). UK: Lexington Books.
7. Le Pen wants dual nationality ban. (2017, February 10). The Connexion. Retrieved from http://www.connexionfrance.com/The%20candidate%20spoke%20of%20stopping%20people%20having%20both%20French%20and%20a%20non-EU%20nationality%20and%20favouring%20the-18876-view-article.html
8. Parvez, Z. Fareen, (2017). Politicizing Islam: The Islamic Revival in France and India. New York: Oxford University Press.
9. Serhan, Yasmeen. (2017, February 24). Marine Le Pen: Madame Présidente? The Atlantic. Retrieved from https://www.theatlantic.com/news/archive/2017/02/marine-le-pen-france/517155/
-----------------------------

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น