ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เลือกตั้งฝรั่งเศส 2016 เส้นทางปกครองที่ยังค้นหาต่อไป

7 พฤษภาคม 2016
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 21 ฉบับที่ 7485 วันอาทิตย์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ.2560)

เอมมานูแอล มาครง (Emmanuel Macron) อายุ 39 ปี มีพื้นฐานทำงานด้านการธนาคาร อดีตรัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจ เพิ่งลงสมัครชิงตำแหน่งทางการเมืองครั้งแรก มีนโยบายสนับสนุนการค้าเสรี สิทธิมนุษยชน ชี้ว่านโยบายหันกลับมาใช้สกุลเงินฟรังก์ของ มารีน เลอเปน (Marie Le Pen) จะกระทบเศรษฐกิจ คนจะยากจนกว่าเดิม การขึ้นภาษีสินค้านำเข้าแปลว่าสินค้าอย่างทีวี โทรศัพท์จะแพงกว่าเดิม เกิดสงครามการค้า ถอยห่างจากพันธมิตรด้านความมั่นคง
ปัญหายังอยู่ที่ไม่มีคำตอบทางวิชาการที่สามารถฟันธงได้ว่าใช้สกุลฟรังก์ดีกว่าหรือไม่ ขึ้นภาษีสินค้านำเข้าแล้วจะเป็นอย่างไร นโยบายของมาครงช่วยได้จริงหรือ กลายเป็นเรื่องที่ต้องทำจริงจึงจะรู้ การเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบ 2 ในวันที่ 7 พฤษภาคมนี้จะเป็นเครื่องตัดสินว่าจะไปทางใด

เลือกมาครงเพราะกลัวเลอเปน :
            ในการเลือกตั้งรอบแรกเมื่อ 24 เมษายน มาครงได้อันดับหนึ่งด้วยคะแนนร้อยละ 23.7 ตามมาด้วยเลอเปน 21.7 โพลชี้ว่าเรื่องงาน (เพิ่มการจ้างงาน สวัสดิการ) เศรษฐกิจ นักการเมือง เป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจว่าจะเลือกใคร ให้ความสำคัญเรื่องปากท้องไม่ต่างจากประเทศอื่นๆ ไม่ว่าจะสหรัฐ ญี่ปุ่น อีกปัจจัยสำคัญคือคุณสมบัตินักการเมืองที่เห็นชัดในการเลือกตั้งคราวนี้ เป็นเหตุผลที่ผู้สมัครหน้าใหม่อย่างมาครงและสายประชานิยม (populism) อย่างเลอเปนเป็นผู้กำชัยในรอบแรก
เรื่องน่าสนใจคือมาครงไม่มีประสบการณ์ทางการเมือง ไม่มีฐานเสียง ไม่มี ส.ส. ส.ว.ในสังกัด แต่พลเมืองฝรั่งเศส พรรคกระแสหลักหลายพรรค แกนนำนักการเมืองหลายคนสนับสนุน หลังผลการเลือกตั้งรอบแรก http://gulfnews.com/logger/p.gif?a=1.2016052&d=/2.3803/2.3819/2.3867/2.3990&referrer=http://gulfnews.com/Francois Fillon ผู้สมัครสังกัดพรรครีพับลิกัน (Republican) Benoit Hamon จากพรรคสังคมนิยม (Socialist) ประกาศสนับสนุนมาครง เป็นอีกครั้งที่พรรคฝ่ายซ้ายอย่างพรรคสังคมนิยมฝรั่งเศสเห็นด้วยกับผู้สมัครที่ดำเนินนโยบายเสรี เกิดข้อสงสัยว่าผู้กุมอำนาจการเมืองร่วมมือกันต้านเลอเปน เลอเปนจึงโจมตีมาครงว่าเป็นหุ่นเชิดของขั้วอำนาจเก่า พวกคณาธิปไตย

            หลายคนเห็นว่าเป็นการซ้ำรอยประวัติศาสตร์ปี 2002 พรรคกระแสหลักทั้งฝ่ายซ้ายฝ่ายขวาร่วมมือกันต้านพรรค Front National (FN) หรือที่เรียกว่าพันธมิตร “Republican Front” เพียงแต่รอบนี้คือเลอเปน
            นักวิชาการบางคนอธิบายว่าปี 2002 คนฝรั่งเศสตกใจกับการก้าวขึ้นมาของ FN ผ่านมาสิบกว่าปีสังคมเริ่มคุ้นเคย ชินกับแนวทางของ FN ปัจจัยอื่นที่มีผลคือกระแสผู้อพยพมุสลิมจากภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ปัญหาคนว่างงาน ปัญหาเศรษฐกิจที่ยังแก้ไม่ตก หลายคนจึงปฏิเสธพรรคกระแสหลักหันไปสนับสนุน FN

            แต่รอบนี้พรรคกระแสหลักบางพรรคไม่ออกตัวสนับสนุนมาครงเต็มตัว ผลโพลหลายสำนักชี้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้สมาชิกพรรคกระแสหลักส่วนหนึ่งจะเลือกเลอเปน สภาพการเป็นพันธมิตร “Republican Front” จึงอ่อนแอกว่าสมัยปี 2002 อย่างไรก็ตามผลโพลสัปดาห์สุดท้ายก่อนเลือกตั้งชี้ว่า เอมมานูแอล มาครง จะชนะ มารีน เลอเปน ด้วยคะแนน 60 ต่อ 40
            เหตุผลหลักอีกข้อคือ พลเมืองฝรั่งเศสส่วนหนึ่งยังชอบนโยบายกระแสหลัก ไม่ชอบเลอเปน กังวลนโยบายสุดโต่ง จึงเกิดกระแสให้มาครงชนะ ในการอภิปรายรอบสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง มาครงหยิบประเด็นนี้โจมตีว่าเลอเปนเสนอนโยบายด้วยเรื่องโกหกมดเท็จ ด้วยความกลัว ส่วนตนนั้นจะฟื้นฟูปฏิรูปประเทศ ไม่ปล่อยให้ประเทศแตกแยก ไม่สุดโต่งขวาจัด พยายามสร้างภาพให้ผู้คนเห็นว่าหากเลอเปนชนะประเทศจะแตกแยกวุ่นวาย
ด้วยแนวคิดนี้ ในการเลือกตั้งรอบสุดท้าย คะแนนที่กระจัดกระจายในพรรคหลักอาจเทให้มาครง และในมุมของนักการเมืองอาชีพมาครงคือตัวเลือกที่ดีกว่า ดังนั้น ถ้าจะสรุปว่ามาครงผู้ชนะเลือกตั้งคือม้ามืดหรือมือใหม่หัดขับคงไม่ใช่เหตุผลทั้งหมด แต่ด้วยปัจจัยอื่นๆ มารวมกัน ถ้าอธิบายอย่างเป็นเหตุเป็นผล พรรค FN ของเลอเปนมีนโยบายหลายข้อแตกต่างแปลกแยกจากขั้วการเมืองที่มีอยู่ ชาวฝรั่งเศสหลายคนเห็นชอบกับแนวทางแบบมาครงมากกว่า

            ข้อวิพากษ์คือถ้าเชื่อว่ามาครงจะบริหารประเทศด้วยแนวนโยบายไม่แตกต่างจากเดิมมากนัก เป็นไปได้ว่าผลเลือกตั้งประเทศจะเปลี่ยนเฉพาะผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเท่านั้น ส.ส. ส.ว. ส่วนใหญ่ยังเป็นคนหน้าเดิม เกิดคำถามว่าแล้วทำไมพลเมืองฝรั่งเศสที่เลือกมาครงจึงไม่เลือกพรรคการเมืองกระแสหลักตั้งแต่แรก เป็นภาพขัดแย้งที่ไม่ชอบนักการเมืองหน้าเก่า พรรคการเมืองเก่าๆ แล้วเลือกประธานาธิบดีหน้าใหม่ที่ใช้นโยบายไม่ต่างจากเดิมมากนัก
ด้วยเหตุนี้ คนที่หันไปสนับสนุนเลอเปนให้เหตุผลว่ามาครงคือพวกฝ่ายขวาเดิม เลือกถ้ามาครงก็ได้พรรคการเมืองเดิมๆ

อนาคตคือความไม่แน่นอน :
            เป็นคำถามที่ดีถ้าจะถามว่าการเมืองฝรั่งเศสมาจึงจุดนี้ได้อย่างไร พรรคการเมืองหลักหายไปไหน นักการเมืองผู้ช่ำชองเรืองนามทำไมถึงพ่ายแพ้การเลือกตั้ง
            พรรค FN ของเลอเปนทำงานการเมืองมานานแล้ว ที่ผ่านมาเป็นเพียงพรรคเล็กๆ ไม่มีผลงานบริหารประเทศ อะไรเป็นเหตุการก้าวขึ้นมาของเลอเปน คำตอบสั้นๆ คือพลเมืองฝรั่งเศสหลายคนปฏิเสธพรรคการเมืองกระแสหลัก เริ่มคุ้นชินกับนโยบายสุดโต่ง
            ขยายความว่าชาวฝรั่งเศสจำนวนหนึ่งไม่เชื่อวางใจนักการเมือง ไม่คิดว่าพวกเขากำลังทำหน้าที่เพื่อประชาชน เพื่อประเทศอย่างจริงจัง ดังรายงานวิจัยของ Harris Interactive for the French office of Transparency International เมื่อปี 2016 พบว่าชาวฝรั่งเศสร้อยละ 54 เห็นว่าชนชั้นปกครองของประเทศฉ้อฉล เฉพาะกลุ่ม ส.ส. ส.ว. ฉ้อฉลถึง 3 ใน 4 ประธานาธิบดีกับรัฐบาลมีเหตุอื้อฉาวอยู่เสมอ
นักการเมืองพยายามบอกให้ประชาชนรักษากฎหมาย แต่นักการเมืองนี่แหละที่ละเมิดกฎหมายมากกว่าใคร จึงคิดลองของใหม่ แม้มีความเสี่ยงแต่ดีกว่าที่ต้องอยู่กับการเมืองแบบเดิมๆ อีก จึงเป็นโอกาสของพวกประชานิยมและผู้สมัครหน้าใหม่อย่างที่เห็น

            อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาให้ดีพรรคการเมืองกระแสหลักยังอยู่อันดับที่ 3-5 ด้วยคะแนนที่ไม่ห่างจากเลอเปนมากนัก พรรคเก่าไม่ได้สูญเสียคะแนนทั้งหมด เพียงแต่เลอเปนสามารถขึ้นมานำเป็นอันดับ 2 ในการเลือกตั้งรอบแรก สภาพที่เกิดขึ้นควรอธิบายว่าเป็นเหตุการณ์เฉพาะกิจเท่านั้น จนกว่าพรรค FN จะสามารถครองฐานเสียงจำนวนมากอย่างถาวรเฉกเช่นพรรคใหญ่อื่นๆ ดังนั้น FN หรือเลอเปนจะก้าวขึ้นอย่างมั่นคงหรือไม่จึงเป็นเรื่องที่จะสรุปในอนาคต รวมความแล้วประเทศฝรั่งเศสยังอยู่ระหว่างการหาเส้นทางการปกครองใหม่ หลักนโยบายใหม่

            ในเชิงหลักการ การเลือกตั้งฝรั่งเศสแสดงให้เห็นความเข้มแข็งของประชาธิปไตยประเทศนี้ พลเมืองส่วนใหญ่ตัดสินใจเลือกด้วยเสรีภาพอย่างแท้จริง ไม่มีประเด็นซื้อสิทธิ์ขายเสียง ผลการเลือกตั้งจึงมาจากเจตน์จำนงพลเมือง เป็นเรื่องน่าชื่นชมไม่ว่าจะเลือกพรรคฝ่ายขวา ฝ่ายซ้าย ผู้สมัครหน้าใหม่ หรือสายประชานิยม
            ในอีกด้านหนึ่ง การที่สังคมฝรั่งเศสเบื่อหน่ายนักการเมือง พรรคกระแสหลัก หลายคนยอมรับการมีอยู่ของกลุ่มผู้ทรงอำนาจ (establishment) รวมทั้งเลอเปนกับมาครง มาครงยอมรับว่าฝรั่งเศสมีสิ่งที่เรียกว่าชนชั้นปกครอง กลุ่มผู้ทรงอำนาจ บ่อยครั้งที่คนเหล่านี้แสดงความไร้ศีลธรรม ตนตั้งใจปฏิรูปการเมืองเสียใหม่ ตั้งใจหาวิธีใหม่ๆ ต้องการให้ผู้ออกเสียงเลือกตั้งเชื่อถือไว้ใจผู้ที่เขาเลือก ปราศจากผลประโยชน์ทับซ้อน

            การดำรงอยู่ของกลุ่มผู้ทรงอำนาจที่ไม่ได้ทำเพื่อผลประโยชน์แห่งชาติเป็นเครื่องบ่งชี้ความอ่อนแอของประชาธิปไตยฝรั่งเศสหรือไม่ เพราะ ส.ส. ส.ว. มาจากการเลือกโดยพลเมืองฝรั่งเศสมิใช่หรือ จะเกินไปหรือไม่ถ้าจะพูดว่าเสรีภาพทางการเมืองของคนฝรั่งเศสเป็นเสรีภาพที่อยู่ใต้การครอบงำของชนชั้นปกครอง ที่ประชาชนเป็นผู้ยินยอมมอบให้

            ถ้ามองอนาคต ประเด็นสำคัญที่ต้องเข้าใจคือการเลือกตั้งประธานาธิบดีไม่ใช่จุดสิ้นสุด การแข่งขันครั้งสำคัญรออยู่เดือนหน้า (มิถุนายน) นั่นคือการเลือกตั้ง ส.ส. ส.ว. ทั่วประเทศ  คำถามสำคัญคือพรรค FN ของเลอเปนจะได้กี่ที่นั่ง (ปัจจุบันมีแค่ 2) พรรคหลักอื่นๆ จะสูญเสียคะแนนมากเพียงใด
            มีแนวโน้มว่าหากมาครงชนะเลือกตั้งรัฐบาลชุดใหม่จะเป็นรัฐบาลผสมหลายพรรค เกิดคำถามว่ารัฐบาลใหม่ยังประกอบด้วย ส.ส. ส.ว. หน้าเดิมๆ หรือไม่ ประธานาธิบดีมาครงจะสามารถควบคุมกลุ่มอำนาจเก่าได้แค่ไหน หรือเป็นเพียงวาทะหาเสียงเท่านั้น มาครง “กำลังต่อสู้เพื่อประเทศ (the Republic) กับเสรีประชาธิปไตย” จริงหรือไม่ นี่เป็นคำถามจากพวกต่อต้านขั้วอำนาจเดิม

            ตำราตะวันตกมักยกย่องฝรั่งเศสว่าเป็นหนึ่งในต้นแบบประชาธิปไตย การปฏิวัติสู่ประชาธิปไตยแบบตัวแทนสมัยใหม่ (modern representative democracy) ที่แรกของยุโรป ชี้ให้เห็นถึงจิตวิญญาณของปัจเจกผู้รักเทิดทูนเสรีภาพ ต่อสู้เสียเลือดเนื้อเพื่อเสรีภาพ แต่งานศึกษาระยะหลังพบว่ามีความซับซ้อนกว่านั้นมาก ไม่สามารถอธิบายง่ายๆ อีกทั้งมีผู้ให้คำอธิบายแตกต่างกัน
นักวิชาการสมัยใหม่บางคนเห็นว่าต้นเหตุการปฏิวัติไม่ได้มาจากพวก bourgeoisie เท่านั้น กลุ่มที่เป็นต้นเหตุสำคัญคือพวกข้าราชการกับนักกฎหมายที่ไม่ใช่ขุนนาง (non-noble officeholders and legal professions) ความต้องการของคนเหล่านี้ไม่ใช่เพื่อการค้าการลงทุนอย่างที่พวก bourgeoisie ต้องการ พวกเขาต้องการเข้าถึงความเป็นขุนนาง มีอภิสิทธิ์และใช้ชีวิตอย่างขุนนาง
การช่วงชิงอำนาจทำให้ระบอบอ่อนแอ สังคมปั่นป่วนวุ่นวาย จากนั้นกลุ่มอื่นๆ เข้าร่วมช่วงชิงอำนาจบริหารจัดการประเทศ กลายเป็นความวุ่นวายที่ควบคุมไม่ได้ เป็นรัฐล้มเหลว (state failure) ส่งผลให้ระบบล่มสลาย เกิดสุญญากาศทางการเมือง เปิดช่องให้กับแนวคิดใหม่ ระบอบการปกครองใหม่ ขั้วอำนาจใหม่
ดังนั้น การล่มสลายของระบอบกษัตริย์จึงไม่ได้มาจากอุดมการณ์ทางการเมืองใดๆ โดยตรง ไม่ใช่เรื่องของประชาชนผู้รักเสรีภาพ เป็นเพียงผลของความปั่นป่วนวุ่นวายที่ควบคุมไม่ได้

ทุกวันนี้ในทางวิชาการยังปราศจากข้อสรุปที่ยอมรับกันทั่วไปว่าอะไรคือต้นเหตุปฏิวัติฝรั่งเศส รวมทั้งอะไรคือเป้าหมายของการปฏิวัติครั้งนั้น แนวคำตอบใหม่ๆ ชี้ว่าไม่ใช่เพื่อประชาธิปไตยอย่างที่หลายคนเข้าใจ ที่แน่นอนคือนับจากปฏิวัติฝรั่งเศส (ค.ศ.1789) เกือบ 230 ปีแล้วที่ประเทศนี้ยังอยู่ระหว่างแสวงหาการปกครอง หลักนโยบายที่เหมาะสมกับตัวเอง
----------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง 
ความเป็นประชานิยมเป็นความหวังของพลเมืองฝรั่งเศสหลายคน หลายนโยบายแสดงถึงการไม่ยึดติดแนวทางเดิม ต่อต้านระบอบอำนาจที่ขัดขวางความเจริญรุ่งเรือง การเลือกตั้งปีนี้เห็นชัดว่ากระแสประชานิยมกำลังก้าวขึ้นมา ในอีกด้านหนึ่งการต่อต้านโลกาภิวัตน์เป็นการกล่าวอ้างเกินจริง การถอนตัวจากนาโตอาจบั่นทอนความมั่นคงมากกว่าเดิม การต่อต้านมุสลิมเห็นได้ชัดว่าประชาธิปไตยกำลังถดถอย เลอเปนทำทุกอย่างเพื่อให้ชนะเลือกตั้งเท่านั้น ไม่สนใจผลเสียที่จะตามมา

บรรณานุกรม:
1. As it happened: Macron and Le Pen repeatedly clash in final French election debate. (2017, May 4). The Local. Retrieved from https://www.thelocal.fr/20170504/french-debate-live-macron-vs-le-pen-in-tv-clash-before-election
2. Bershidsky, Leonid. (2017, February 10). Think the U.S. Election Was Dirty? Look at France. Bloomberg. Retrieved from https://www.bloomberg.com/view/articles/2017-02-10/think-the-u-s-election-was-dirty-look-at-france
3. Deen, Mark., Amiel, Geraldine. (2017, May 2). Macron Mocks Le Pen's ‘Monopoly Money’ Amid Paris Demonstrations. Bloomberg. Retrieved from https://www.bloomberg.com/politics/articles/2017-05-01/macron-mocks-le-pen-s-monopoly-money-amid-paris-demonstrations
4. Deen, Mark., Follain, John. (2017, April 24). France Braces for Runoff Between Nationalism and Globalism. Bloomberg. Retrieved from https://www.bloomberg.com/politics/articles/2017-04-24/france-braces-for-runoff-fight-between-nationalism-and-globalism
5. French election: Le Pen hails 'historic' result. (2017, April 24). Gulf News. Retrieved from http://gulfnews.com/news/europe/france/french-election-le-pen-hails-historic-result-1.2016052
6. Fouquet, Helene., Viscusi, Gregory. (2017, February 20). Le Pen Advances in French Polls as Security Concerns Sway Voters. Bloomberg. Retrieved from https://www.bloomberg.com/politics/articles/2017-02-20/le-pen-advances-in-french-polls-as-security-concerns-sway-voters
7. Heyer, Julia Amalia., Sandberg, Britta. (2017, March 17). 'I Am Offering the French Renewal'. Spiegel Online. Retrieved from http://www.spiegel.de/international/europe/emmanuel-macron-interview-on-french-election-campaign-a-1139214.html
8. Kidner, Frank L., Bucur, Maria., Mathisen, Ralph., McKee, Sally. & Weeks, Theodore R. (2009). Making Europe People Politics and Culture. USA: Houghton Mifflin.
9. Kirby, Paul. (2017, April 27). Does Le Pen have a chance of winning French presidency?
 BBC. Retrieved from http://www.bbc.com/news/39719866
10. Macron tells French voters democracy is under threat from 'anti-France' Le Pen. (2017, May 2). The Local. Retrieved from https://www.thelocal.fr/20170502/france-election-emmanuel-macron-tells-french-voters-democracy-is-under-threat-from-anti-france-le-pen
11. McAuley, James . (2017, May 2). Where is France's famed ‘Republican Front’ in 2017? The Washington Post. Retrieved from https://www.washingtonpost.com/world/europe/where-is-frances-famed-republican-front-in-2017/2017/05/02/3a9b15fa-f764-4bec-9526-9292712fdd6e_story.html?utm_term=.f6b2af9f07fe
12. McPhee, Peter. (Ed.). (2013). A Companion to the French Revolution. USA: Blackwell Publishing.
13. Nossiter, Adam. (2017, April 27). Facing Tough Odds in French Vote, Le Pen Assails Macron. The New York Times. Retrieved from https://www.nytimes.com/2017/04/27/world/europe/france-marine-le-pen-emmanuel-macron.html?_r=0
14. Serhan, Yasmeen. (2017, February 24). Marine Le Pen: Madame Présidente? The Atlantic. Retrieved from https://www.theatlantic.com/news/archive/2017/02/marine-le-pen-france/517155/
15. The Latest: France’s Macron asks his critics to fight Le Pen. (2017, May 1). The Washington Post/AP. Retrieved from https://www.washingtonpost.com/business/the-latest-macron-honors-man-killed-by-french-far-right/2017/05/01/f814e4d6-2e48-11e7-a335-fa0ae1940305_story.html
-----------------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“อุดมการณ์เสรีนิยม”
·เกริ่นนำ oเสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเ…

มายาคติ เลือกตั้งกับไม่เลือกตั้ง

เลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้งเป็นเพียงวิธีการ เป้าหมายคือสังคมอยู่เย็นเป็นสุข เริ่มต้นด้วยการได้ผู้ปกครองที่รับใช้ประชาชน


เลือกตั้งดีกว่า : มีเลือกตั้งคือเป็นประชาธิปไตย ทุกครั้งที่จะเลือกตั้งน่าจะเริ่มด้วยการทบทวนว่าทำไมจึงควรมีการเลือกตั้ง เพราะรัฐบาลที่แล้วทำหน้าที่ได้ดีหรือเพราะล้มเหลวต่อหน้าที่ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐล่าสุด หลายคนต่อต้านฮิลลารี คลินตันเพราะคิดว่าเธอจะแย่กว่าโอบามา ในการชิงชัยเพื่อเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน (Presidential primaries) ปรากฏว่านักการเมืองหน้าเก่า ผู้คร่ำหวอดการเมืองพ่ายแพ้โดนัลด์ ทรัมป์ผู้มีภาพลักษณ์เป็นนักธุรกิจ ปลอดจากการเป็นชนชั้นปกครองอเมริกา การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส มารีน เลอเปน (Marine Le Pen) แม้ไม่ชนะเลือกตั้ง แต่กวาดคะแนนได้มาก ทั้งๆ ที่ชูนโยบายสุดโต่ง ไม่ใช่ปกติวิสัยของประเทศนี้ เอมมานูแอล มาครง (Emmanuel Macron) ผู้ชนะเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ เพิ่งมีบทบาททางการเมืองเพียงไม่กี่ปี อเล็กซิส ซีปราส (Alexis Tsipras) นายกรัฐมนตรีกรีซปัจจุบันมาจากเดิมที่เป็นพรรคเล็กๆ ไม่มีใครสนใจ ที่ชนะเลือกตั้งเพราะประชาชนเบื่อหน่ายทั้งพรรคฝ่ายซ้ายกับฝ่ายขวาท…

อุดมการณ์ทางการเมือง (1) นิยาม อุดมการณ์ทางการเมือง

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553 ชาญชัย
อุดมการณ์ทางการเมือง
“นิยาม อุดมการณ์ทางการเมือง”
1.ความหมายของอุดมการณ์ทางการเมือง (Political Ideology) มีผู้นิยามหลากหลาย 1.1.หมายถึง ความคิด ความเชื่อ ที่มีแบบแผนเกี่ยวกับหลักการและคุณค่าทางการเมือง เป็นความคิดความเชื่อที่มีแนวทางแน่นอน มีเหตุผล มีจุดหมายปลายทาง และวัตถุประสงค์ที่มนุษย์พยายามจะดำเนินการให้สัมฤทธิผล 1.2.หมายถึง ความคิดความเชื่อที่ทำให้เกิดกลไกควบคุม เพื่อบรรลุเป้าหมายแห่งความคิดความเชื่อนั้น 1.2.1.เช่นอุดมการณ์มาร์กซิสม์ ก่อให้เกิดพรรคคอมมิวนิสต์เพื่อสร้างและควบคุมให้การปกครองบรรลุเป้าหมายของอุดมการณ์ 1.2.2.อุดมการณ์ประชาธิปไตย คือ การเพิ่มพูน ปกป้องเสรีภาพส่วนบุคคล ทำให้เกิดไกกลต่างๆ เช่น พรรคการเมือง กลุ่มผลประโยชน์ การลงมติ เพื่อรักษาความเป็นประชาธิปไตย 1.3.อุดมการณ์มิใช่เป็นเพียงปรัชญาการเมือง อุดมการณ์ทางการเมืองจะเรียกร้องให้มีการกระทำจากผู้ศรัทธาในอุดมการณ์ เกิดความรู้สึกว่าถูกต้องที่จะกระทำตามนั้น อุดมการณ์ทางการเมืองมักจะเชื่อมโยงกลุ่มคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นพิเศษ 1.4.สมเกียรติ วันท…