ทิศทาง American exceptionalism ของฮิลลารี คลินตัน

อเมริกาต้องยิ่งใหญ่ : ในงานประชุมของ American Legion ฮิลลารี คลินตัน (Hillary Clinton) ตัวแทนชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครทกล่าวปราศรัยพูดถึงหลักคิด “American exceptionalism”
“American exceptionalism” เป็นทัศนคติ มุมมอง ความเชื่อที่ปรากฏในสังคมอเมริกานานหลายทศวรรษแล้ว ส่วนหนึ่งหมายถึงการมีเสรีภาพหรือโอกาสที่จะมีเสรีภาพ และเป็นชาติที่มีพันธกิจ (mission) มีหน้าที่เป็นเสาหลักเสรีภาพโลก ความเป็นมหาอำนาจของอเมริกาเป็นประโยชน์ต่อประชาคมโลกเนื่องจากเป็นชาติประชาธิปไตยแตกต่างจากมหาอำนาจอื่นๆ ในประวัติศาสตร์
ไม่ว่าหลักคิดนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร มีสิ่งใดแอบแฝงหรือไม่ นักการเมือง ผู้นำประเทศมักเอ่ยถึงหลักคิดนี้ และกลายเป็นรากฐานยุทธศาสตร์แม่บท ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐเรื่อยมา
            ดังนั้น เมื่อผู้นำการเมืองเอ่ยถึง American exceptionalism จึงเท่ากับพูดถึงแนวยุทธศาสตร์นั่นเอง
            หนึ่งในประเด็นหาเสียงระหว่างฮิลลารีกับโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) คือการอธิบายว่าสหรัฐยังเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่หรือไม่ ต่างชาติเช่นประธานาธิบดีปูตินยังเห็นความเป็น American exceptionalism มากน้อยเพียงไร ผู้สมัครทั้ง 2 ท่านล้วนแสดงท่าทีต้องการสร้างอเมริกาให้ยิ่งใหญ่
            ฮิลลารีย้ำว่าความพิเศษแตกต่างของสหรัฐคือ ความสามารถในการทำให้เกิดสันติภาพและความก้าวหน้า เป็นนักส่งเสริมเสรีภาพ สหรัฐถือว่าเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบที่จะต้องนำ ด้วยใจถ่อม คิดรอบคอบ และยึดมั่นในค่านิยมของตนอย่างมั่นคง
            ความอีกตอนกล่าวว่า การที่บางประเทศตกอยู่ในภาวะสูญญากาศ (a vacuum) ก็เพราะสหรัฐไม่ได้แสดงบทบาทนำอย่างเพียงพอ “ไม่ว่าจะยากลำบากเพียงไรหรือท้าทายเพียงไร อเมริกาจะต้องนำ” คำถามจึงอยู่ที่จะนำอย่างไร ใช้แนวคิดหรือยุทธศาสตร์ใด ภาวะผู้นำอเมริกาหมายถึงการนำด้วยค่านิยมเพื่อผลประโยชน์และความมั่นคงของประเทศ เป็นพลังสู้เพื่อเสรีภาพ ความยุติธรรมของโลก เป็นอนาคตมนุษยชาติ ยินดีที่ประเทศเป็นพหุสังคม สนับสนุนแม้กระทั่งนิกายศาสนาปลีกย่อย ชนกลุ่มน้อย สตรี ผู้ทุพพลภาพ

ผู้นำแห่งความหวัง :
            พื้นฐานของ “American exceptionalism” คือความรักชาติ ลัทธิชาตินิยม มองแง่บวกต่อประเทศ เห็นว่าประเทศตนดีที่สุดในโลก คนอเมริกันรักและหวงแหนประเทศ
            ฮิลลารีเริ่มต้นด้วยการพูดว่า “สหรัฐอเมริกาเป็นชาติที่พิเศษแตกต่าง” (an exceptional nation) เพราะเป็นดินแดนที่ให้ความหวังที่ดีที่สุดในโลกนี้ มีกองทัพที่ทรงอานุภาพสูงสุด ขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่กว่าประเทศอื่นใดในโลก ยึดมั่นค่านิยมของสังคม (our values) ทุกคนเข้มแข็งทำงานหนัก มีความฝันอันยิ่งใหญ่ พยายามสร้างชาติและโลกให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ โลกจำต้องมีประเทศอย่างอเมริกา
            ผู้คนทั่วโลกจับตาและติดตามเรา หลายคนทั่วโลกอยากเป็นพลเมืองอเมริกัน สิ่งที่สหรัฐทำหรือไม่ทำส่งผลต่อผู้คนนับล้านและบางครั้งนับพันล้าน ทุกคนรู้เรื่องนี้ ทุกคนเห็นด้วยตาตัวเอง
            ข้อคิดสำคัญที่ได้คือ การสร้างอารยธรรมจะต้องมีผู้นำที่สามารถสร้างขวัญกำลังใจแก่คนทั้งประเทศ นำพาโดยมีวิสัยทัศน์ชัดเจน คิดวางแผนงานต่อเนื่อง เหนื่อยเป็นแต่ไม่ท้อ ลงมือลงแรงทำจนกว่าจะสำเร็จ ย้ำเตือนให้พลเมืองยึดมั่นอุดมการณ์ ค่านิยมที่ดีงาม ไม่ปล่อยปละละเลยและคิดว่านั่นคือ “เสรีภาพ” พลเมืองคนใดที่ใช้เสรีภาพทำลายสังคมประเทศชาติ เช่นนี้ยังควรนับเป็นพลเมืองหรือ
            ฮิลลารีต้องการให้คนอเมริกันทุกคนมีเอกภาพ เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน รวมความฝันของทุกคนเพื่อร่วมกันสร้างชาติ สร้างประเทศให้น่าอยู่กว่าเดิม พรุ่งนี้ต้องดีกว่าวันนี้ และจะต้องดีถึงขั้นเป็นแบบอย่างแก่ประชาคมโลก
            คนอเมริกันทุกคนรับรู้ว่าสังคมมีปัญหาเรื่องใด รุนแรงเพียงไร ลำพังการบ่นพูดแง่ลบไม่ช่วยแก้ปัญหา หากอยากเห็นสังคมที่ดีกว่าเดิมต้อง “ร่วมกันสร้าง” ฮิลลารี คลินตันเสนอตัวเป็นผู้นำสร้างชาติสร้างอนาคต

นโยบายต่อผู้ก่อการร้าย IS/ISIL/ISIS :
ฮิลลารียอมรับว่าต้องปราบปราม เพียงแค่ปิดล้อมไม่พอ และจะดำเนินโยบายปราบปรามจนสิ้นซาก การพูดเช่นนี้เท่ายอมรับว่านโยบายของรัฐบาลโอบามาไม่ได้ผล พร้อมกับเปิดช่องให้กับการส่งทหารเข้ารบภาคพื้นดิน เพียงแต่ย้ำว่าเป็นทางเลือกสุดท้ายเท่านั้น แสดงว่ายังกังวลกระแสคนอเมริกันที่ต้านการส่งทหารไปรบต่างแดน แต่มีนัยแตกต่างจากแนวทางของรัฐบาลโอบามาชัดเจน
ที่ผ่านมารัฐบาลโอบามาหลีกเลี่ยงการส่งกองทัพเข้ารบทางภาคพื้นดิน อาศัยการโจมตีทางอากาศ สกัดช่องทางการเงิน ใช้หน่วยรบพิเศษ ส่งอาวุธแก่ฝ่ายต่อต้าน หวังว่าผู้ก่อการร้ายจะอ่อนแรงลงเรื่อยๆ ถ้อยคำของฮิลลารีบ่งชี้ว่าแนวทางเช่นนี้ไม่เพียงพออีกแล้ว
ดังนั้น เมื่อรวมกับความคิดว่าต้องมุ่งปราบปรามผู้ก่อการร้าย ไม่ใช่เพียงปิดล้อม เท่ากับกำลังพูดว่าจะต้องใช้กำลังให้หนักกว่าที่เป็นอยู่ โอกาสที่จะส่งกองกำลังเข้ารบภาคพื้นดินจึงไม่น้อยเลยทีเดียว ขึ้นกับว่าสถานการณ์สุกงอมถึงขั้นต้องใช้ “ทางเลือกสุดท้าย” หรือไม่ อีกทั้งจำนวนทหารที่จะส่งไปนั้นจะมากหรือน้อยยังเป็นปริศนา อาจประกอบด้วยพันธมิตรหลายประเทศ
รวมความแล้วหากฮิลลารีชนะการเลือกตั้ง สถานการณ์ภูมิภาคตะวันออกกลางจะมีโอกาสร้อนแรงกว่าเดิม

ใครคือปรปักษ์ของอเมริกา :
            เนื้อหาหลายตอนเอ่ยถึงปรปักษ์ของอเมริกา เริ่มด้วยการพูดว่ารัสเซียกับจีนไม่มีพันธมิตรอย่างที่สหรัฐมี กองทัพชาติอื่นต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับกองทัพสหรัฐ
            ประโยคดังกล่าวชี้ว่าฮิลลารีไม่ถือว่ารัสเซียกับจีนเป็นมิตร อย่างน้อยไม่อยู่ในกลุ่มพันธมิตร
            ความอีกตอนหนึ่ง ฮิลลารีพูดชัดเจนว่าประเทศกำลังเผชิญภัยคุกคามจากประเทศรัสเซีย จีน อิหร่านและเกาหลีเหนือ จากอาชญากรและผู้ก่อการร้ายอย่าง ISIS ต้องเตรียมกองทัพให้พร้อมที่จะเผชิญภัยคุกคามเหล่านี้ไม่ว่าจะมาทางใด แม้กระทั่งทางไซเบอร์

            ถ้าได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี จะทุ่มงบประมาณเรื่องไซเบอร์ ดังที่รู้กันว่ารัสเซียแฮกข้อมูลของ Democratic National Committee และอีกหลายที่ เช่นเดียวกับจีน สหรัฐต้องป้องกันการโจมตีและตอบโต้ทางไซเบอร์ ถือว่าการโจมตีทางไซเบอร์ไม่ต่างจากการโจมตีรูปแบบอื่น จะให้ประเทศเป็นผู้นำโลกในการวางกฎควบคุมระบบไซเบอร์ ถ้าสหรัฐไม่นำก็จะมีผู้อื่นนำ ดังนั้นต้องเตรียมพร้อมที่จะชนะการสู้รบทั้งในวันนี้และพรุ่งนี้

            ในรายชื่อที่เอ่ยถึงทั้งหมด นโยบายต่อจีนคือส่วนที่แตกต่างจากสมัยรัฐบาลโอบามา ตลอดสมัยรัฐบาลโอบามา รัฐบาลสหรัฐกับจีนดำเนินนโยบายสร้างสัมพันธ์ที่เรียกว่าความสัมพันธ์รูปแบบใหม่
            ในการประชุมสุดยอดผู้นำสหรัฐ-จีนเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2014 ประธานาธิบดีโอบามากล่าวว่า “พวกเราได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเมื่อเราร่วมมือกัน สหรัฐอเมริกากับจีนมีส่วนสำคัญต่อการสร้างความมั่นคงและความมั่งคั่งของภูมิภาคและโลกนี้” “สหรัฐยินดีที่จีนมีความสงบ มั่งคั่งและมีเสถียรภาพ”
            ด้านประธานาธิบดีประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ชี้ว่าความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ระหว่าง 2 ประเทศจะก่อประโยชน์แก่ประชาชน 2 ฝ่าย ต่อภูมิภาคและโลก “มหาสมุทรแปซิฟิกกว้างพอที่จะรองรับการพัฒนาทั้งของจีนกับสหรัฐอเมริกา พวกเรา 2 ประเทศจะทำงานร่วมกันเพื่อส่งเสริมความมั่นคงของเอเชีย”
            ไม่ว่า 2 ฝ่ายจะจริงใจต่อกันเพียงไร รัฐบาลโอบามาไม่เคยระบุว่าจีนคือภัยคุกคาม อยู่กลุ่มเดียวกับปรปักษ์สำคัญอีก 3 ประเทศ

            เรื่องนี้อาจอธิบายได้ว่าในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์ในทะเลจีนใต้ตึงเครียดมากขึ้น รัฐบาลโอบามาเริ่มแสดงท่าทีต่อต้านจีน ต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แอช คาร์เตอร์ (Ash Carter) รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมระบุว่าจากนี้ไปสหรัฐจะให้ความสำคัญต่อยุทธศาสตร์ปรับสมดุลเอเชียแปซิฟิกมากกว่าเดิม เอ่ยถึงโครงสร้างความมั่นคงภูมิภาคแบบใหม่
ในขณะที่รัฐมนตรีคาร์เตอร์พูดว่าทุกประเทศสามารถมีส่วนในโครงสร้างความมั่นคงใหม่ ต้องการให้ทุกประเทศในภูมิภาคมีส่วนร่วม รวมทั้งจีน อีกด้านหนึ่งรัฐมนตรีคาร์เตอร์พูดว่าพฤติกรรมของจีนกำลังนำพาให้จีน “โดดเดี่ยวตัวเอง”
            รัฐมนตรีคาร์เตอร์พูดอย่างน่าคิดว่า “สหรัฐไม่ได้พยายามสร้างสงครามเย็น (Cold War) รูปแบบใดๆ หรือแบ่งแยก เผชิญหน้า” กับใครในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สหรัฐหวังระบบที่ทุกประเทศมีส่วนร่วม ทุกคนทำงานร่วมกัน ไม่ได้พยายามผลักให้แยกจากกัน “เราไม่ต้องการขัดแย้งกับรัสเซียหรือจีน พวกเราเป็นมหาอำนาจและเคารพกัน” “แต่พวกเขาต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของเขาเองซึ่งอาจชักนำให้เป็นปรปักษ์กับสหรัฐอเมริกาหรือประเทศอื่นๆ ทั่วโลก”
            บัดนี้ ฮิลลารีประกาศชัดแล้วว่าจีนเป็นปรปักษ์ ต้องเตรียมกองทัพเพื่อเผชิญหน้าภัยคุกคามจากจีน ทำนองเดียวกับที่ต้องรับมือรัสเซีย อิหร่าน เกาหลีเหนือ ผู้ก่อการร้าย IS

วิเคราะห์องค์รวมและสรุป :
ถ้าวิเคราะห์ภาพรวม Daniel Larison เห็นว่าสุนทรพจน์ของฮิลลารีไม่มีอะไรแปลกใหม่ เป้าหมายหลักคิดนี้คือส่งเสริมนโยบายต่างประเทศ ให้สหรัฐเป็นผู้นำโลก มีความชอบธรรมที่จะแทรกแซงทุกหนแห่งทั่วโลก การที่ฮิลลารีเอ่ยว่าหลักคิด American exceptionalism อยู่เหนือการเมือง เท่ากับปล่อยให้การตัดสินใจนโยบายต่างประเทศจำกัดอยู่ในคนกลุ่มเล็กๆ ต่อไป ห้ามใครคิดเปลี่ยนแปลง

            เมื่อผู้นำประเทศ ผู้นำการเมืองสหรัฐเอ่ยถึง “American exceptionalism” จะเป็นเวลาเชิดชูความพิเศษโดดเด่นของอเมริกาว่าเหนือประเทศอื่นๆ ทั้งหมด การแสดงความเป็นชาตินิยม ความรักนับถือต่อประเทศตัวเองเป็นเรื่องควรส่งเสริม ในขณะเดียวกันต้องพิจารณารายละเอียดว่าเอ่ยถึงประเทศอื่นอย่างไร ฮิลลารีไม่ต่างจากผู้นำการเมืองหลายคนในอดีต (ไมว่าจะพรรครีพับลิกันหรือเดโมแครท) ที่ระบุชัดว่าประเทศใดเป็นมิตรประเทศใดเป็นศัตรู เอ่ยถึงการใช้กำลังทหารซึ่งหมายถึงการทำสงคราม หากฮิลลารีได้เป็นประธานาธิบดีคนต่อไป คาดเดาได้ว่าอเมริกาจะอยู่ในสงครามต่อไป ที่เหลือคือวิเคราะห์ว่าสงครามนั้นจะรุนแรงเพียงไร ซับซ้อนแค่ไหน เป็นส่วนหนึ่งของความเป็น “American exceptionalism” ในตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา
4 กันยายน 2016
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7241 วันอาทิตย์ที่ กันยายน พ.ศ.2559)
-------------------
บทความที่่เกี่ยวข้อง : 
เมื่อประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาแสดงสุนทรพจน์ที่เกี่ยวข้องนโยบายต่างประเทศมักจะมีการเอ่ยถึงAmerican exceptionalism หรือหลักการที่อยู่ภายในลัทธิหรือแนวคิดดังกล่าว แม้เป็นคำที่มีการพูดถึงแต่ในทางวิชาการเป็นที่ถกเถียงในความหมาย อีกทั้งพบว่าบ่อยครั้งผู้ใช้แต่ละคนจะใช้ในความหมายที่แตกต่างกันด้วยเหตุผลเฉพาะเจาะจง บทความนี้จะอธิบายความหมาย การนำไปใช้ ผลที่เกิดขึ้นทั้งด้านบวกด้านลบ และข้อวิพากษ์
บรรณานุกรม:
1. Ashton Carter. (2015, May 30). The United States and Challenges of Asia-Pacific Security: Ashton Carter. IISS Shangri-La Dialogue 2015. Retrieved from http://www.iiss.org/en/events/shangri%20la%20dialogue/archive/shangri-la-dialogue-2015-862b/plenary1-976e/carter-7fa0
2. Bell, Daniel. (1975). The End of American Exceptionalism. The Public Interest 41(3):
193–224. Retrieved from http://www.nationalaffairs.com/doclib/20080527_197504111theendofamericanexceptionalismdanielbell.pdf
3. Ceaser, James W. (2012). The Origins and Character of American Exceptionalism.  American Political Thought: A Journal of Ideas, Institutions, and Culture, vol. 1 (Spring 2012). Retrieved from http://www.polisci.wisc.edu/Uploads/Documents/Ceaser.pdf
4. Larison, Daniel. (2016, August 31). Clinton’s American Legion Speech. The American Conservative. Retrieved from http://www.theamericanconservative.com/larison/clintons-american-legion-speech/
5. Parrish, Karen. (2016, June 4). Carter Outlines ‘Principled Network Security’ Actions for Asia-Pacific. DoD News. Retrieved from http://www.defense.gov/News-Article-View/Article/791274/carter-outlines-principled-network-security-actions-for-asia-pacific
6. Read Hillary Clinton’s Speech Touting ‘American Exceptionalism’. (2016, August 31). Time. Retrieved from http://time.com/4474619/read-hillary-clinton-american-legion-speech/
7. The White House. (2014, November 12). Remarks by President Obama and President Xi Jinping in Joint Press Conference. Retrieved from http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2014/11/12/remarks-president-obama-and-president-xi-jinping-joint-press-conference
-----------------------------

ประกันสุขภาพ ไข้หวัดใหญ่ มือเท้าเปื่อย และ 5 โรคจากยุง

ประกันสุขภาพ ไข้หวัดใหญ่ มือเท้าเปื่อย และ 5 โรคจากยุง
เบี้ยหลักร้อย คุ้มครองหลักหมื่นครับ สนใจคลิกดูก่อนครับ

ลิงก์เดียวซื้อประกันได้ทุกชนิด สนใจคลิกครับ

ลิงก์เดียวซื้อประกันได้ทุกชนิด สนใจคลิกครับ
ซื้อประกันออนไลน์สะดวก รวดเร็ว ติดต่อ 24 ชม.

เลือกซื้อประกันชีวิตแบบที่ต้องการ

เลือกซื้อประกันชีวิตแบบที่ต้องการ
ซื้อออนไลน์ด้วยตัวเอง ไม่ยุ่งยาก ไม่ซับซ้อน สอบถาม 24 ชม. สนใจคลิกดูก่อน

ยินดีให้คำปรึกษา ซื้อหรือขายประกันรถยนต์ และอื่นๆ

ยินดีให้คำปรึกษา ซื้อหรือขายประกันรถยนต์ และอื่นๆ
ติดต่อ ไลน์ ck09105

ซื้อประกัน พ.ร.บ. รถยนต์ แล้วต่อภาษีได้เลย ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก ซื้อได้ทั่วประเทศ

ซื้อประกัน พ.ร.บ. รถยนต์ แล้วต่อภาษีได้เลย ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก ซื้อได้ทั่วประเทศ
ซื้อหรือสอบถามคลิกที่รูป หรือโทร 091-0597905

รวมทุกบริษัทประกันไวรัสโคโรนา โควิด-19

รวมทุกบริษัทประกันไวรัสโคโรนา โควิด-19
สนใจคลิกที่รูป