ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 :
            ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
            รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโลก
            ทั้ง 2 ฝ่ายกำลังทำงานเพื่อให้การเจรจาความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (Trans-Pacific Strategic Economic Partnership Agreement: TPP) บรรลุผล สหรัฐชื่นชมการปฏิรูปเศรษฐกิจเวียดนาม ยอมรับว่าเวียดนามสนใจพัฒนาเศรษฐกิจแบบตลาด ทั้ง 2 ประเทศสนับสนุนการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและจะหารือเรื่องนี้อย่างสร้างสรรค์

            ทั้ง 2 ประเทศยึดมั่นที่จะส่งเสริมความร่วมมือในภูมิภาคและประเด็นระดับโลกที่เป็นผลประโยชน์และสนใจร่วม ส่งเสริมความร่วมมือเช่นในกรอบเอเปก อาเซียน ตระหนักความสำคัญที่อาเซียนจะต้องเข้มแข็ง บทบาทของอาเซียนในการเป็นศูนย์กลางความมั่นคงทางการเมืองและโครงสร้างความมั่นคงภูมิภาค ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างสหรัฐกับอาเซียน (United States–ASEAN Strategic Partnership)
            ทั้ง 2 ประเทศเห็นว่าสถานการณ์ในทะเลจีนใต้ตึงเครียดมากขึ้น ความไว้วางใจลดน้อยลง เป็นภัยคุกคาม เห็นความสำคัญที่จะต้องรักษาการเดินเรือการบินเสรี ส่งเสริมแก้ไขข้อพิพาทตามกฎหมายระหว่างประเทศ UNCLOS ส่งเสริมให้ปฏิบัติตามปฏิญญาว่าด้วยแนวปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้ (Declaration on the Conduct of Parties in the South China Sea) อย่างสมบูรณ์ และพยายามให้ได้ข้อสรุป “แนวปฏิบัติในทะเลจีนใต้” (Code of Conduct on South China Sea)
            นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือผ่านข้อตกลงต่างๆ อีกหลายเรื่อง จะเห็นว่ามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันรอบด้าน การเยือนรอบนี้ได้ตอกย้ำวิสัยทัศน์ดังกล่าว

เป็นมิตรกันได้แม้เป็นคอมมิวนิสต์ :
            ทั้งๆ ที่เวียดนามในขณะนี้ยังปกครองด้วยระบอบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ที่รัฐบาลโลกเสรีอย่างสหรัฐเคยต่อต้านอย่างหนัก แต่ 20 ปีที่ผ่านมานับจากเริ่มฟื้นฟูความสัมพันธ์ความแตกต่างของระบบเศรษฐกิจการเมืองไม่เป็นอุปสรรคอย่างที่เคย
ในระหว่างเยือนประธานาธิบดีโอบามากล่าวตอนหนึ่งว่า แม้ว่าความสัมพันธ์ 2 ประเทศจะก้าวไปข้างหน้า “ยังมีส่วนที่รัฐบาลทั้ง 2 เห็นต่าง รวมทั้งเรื่องประชาธิปไตยกับสิทธิมนุษยชน และข้าพเจ้าพูดอย่างชัดเจนว่าสหรัฐอเมริกาไม่ได้พยายามยัดเยียดรูปแบบการปกครองแก่เวียดนามหรือประเทศอื่นใด เราเคารพอธิปไตยและอิสรภาพของเวียดนาม ในขณะเดียวกัน เรายังคงพูดเรื่องสิทธิมนุษยชนที่เราเชื่อว่าเป็นเรื่องสากล รวมถึงเสรีภาพการพูด เสรีภาพของสื่อ เสรีภาพทางศาสนาและเสรีภาพในการชุมนุม” บนพื้นฐานความเชื่อว่าประเทศจะเข้มแข็งและมั่งคั่งยิ่งขึ้นถ้ายึดถือสิทธิมนุษยชนสากล
            กลายเป็นว่าประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนไม่ใช่ปัญหาใหญ่ 2 ฝ่ายหารือสม่ำเสมอบนพื้นฐานสร้างความไว้วางใจ แถลงการณ์ร่วม “Joint Statement: Between the United States of America and the Socialist Republic of Vietnam” จากการเยือนรอบนี้ระบุอย่างชัดเจนว่า “สหรัฐอเมริกาตอบรับความพยายามของเวียดนามที่กำลังปรับปรุงระบบกฎหมาย กำลังปฏิบัติกฎหมายเพื่อประกันสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพพื้นฐานให้ดีกว่าเดิมตามกรอบรัฐธรรมนูญเวียดนาม 2013”

ด้านประธานาธิบดีเจิ่น ดั่ย กวาง ประมุขแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม กล่าวตอบว่ารัฐบาลปกป้องและส่งเสริมหลักสิทธิมนุษยชนตามรัฐธรรมนูญ แม้สหรัฐกับเวียดนามจะเห็นต่างในบางเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องสิทธิมนุษยชน แต่ความเห็นของทั้ง 2 รัฐบาล “ตั้งอยู่บนการเคารพต่อความเข้าใจซึ่งกันและกัน เราจำต้องทำงานใกล้ชิดยิ่งขึ้นและหารือร่วมกันมากขึ้น และด้วยการทำเช่นนี้จะลดช่องว่างความเข้าใจและลดความแตกต่างระหว่าง 2 ประเทศโดยเฉพาะเรื่องสิทธิมนุษยชน”
            โดยพื้นฐานแล้วระบอบคอมมิวนิสต์เข้ากับหลักสิทธิมนุษยชนสากลไม่ได้อยู่แล้ว การที่รัฐบาลโอบามาประกาศตอบรับรัฐธรรมนูญเวียดนาม เท่ากับยอมรับอธิปไตยเวียดนาม รวมทั้งระดับสิทธิมนุษยชน เสรีภาพตามมาตรฐานเวียดนามในระดับหนึ่ง

            ในยุคโลกาภิวัตน์ รัฐบาลทุกประเทศมุ่งให้ความสำคัญด้านเศรษฐกิจ จึงพยายามยกระดับความสัมพันธ์ทางการค้าการ นับจากปี 1995 เป็นต้นมา ปริมาณการค้าทวิภาคีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จาก 451 ล้านดอลลาร์ในปี 1995 เพิ่มขึ้นเกือบร้อยเท่ากลายเป็น 45 พันล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน เฉพาะปี 2015 สหรัฐส่งออกไปเวียดนามเพิ่มขึ้นร้อยละ 23 เป็นสถิติสูงสุดเมื่อเทียบกับประเทศคู่ค้าอื่นๆ และเป็นอัตราเติบโตสูงสุดอันดับ 2 ในช่วงปี 2010-15 เป็นอีกหลักฐานแสดงให้เห็นความร่วมมือ

ร่วมกันต้านจีน :
            เรื่องที่บรรดานักวิเคราะห์ให้ความสำคัญคือความร่วมมือเพื่อป้องปรามจีน
            ถ้านับเฉพาะตั้งแต่ที่ 2 ประเทศปกครองด้วยระบอบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์เหมือนกัน ใช่ว่าความสัมพันธ์ทวิภาคีจะราบรื่นตลอด บางช่วงขัดแย้งกันอย่างรุนแรง จีนถึงกับส่งกองทัพข้ามพรมแดนทำสงครามสั่งสอนเวียดนามในปี 1979

            ภัยคุกคามทางทหารคือภัยจากจีน เพราะมีพรมแดนติดกันทั้งทางบกทางทะเล ยิ่งจีนพัฒนากำลังรบเพียงใด เวียดนามต้องไล่ตามให้ทัน อย่างน้อยให้เพียงพอที่จะป้องกันตัวในระดับหนึ่ง หลายปีที่ผ่านมารัฐบาลจีนพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์ทวิภาคีและดีขึ้นในหลายด้าน แต่ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลยังคงอยู่ ไม่มีวี่แววจะจบลงง่ายๆ กลายเป็นประเด็นให้เกิดการเผชิญหน้าเป็นระยะๆ
เช่นเมื่อพฤษภาคม 2014 เกิดการเผชิญหน้าอีกครั้งเมื่อทางการจีนติดตั้งแท่นขุดเจาะ Haiyang Shiyou-981 (HYSY981) ใกล้หมู่เกาะซีซา (Xisha Islands) หรือพาราเซล (Paracel Islands) รัฐบาลเวียดนามดำเนินมาตรการหลายอย่างเพื่อผลักดันให้จีนถอนแท่นขุดเจาะดังกล่าว กล่าวหาว่าจีนละเมิดอธิปไตยแต่รัฐบาลจีนยืนยันว่าอยู่ในน่านน้ำของตน
            ในครั้งนั้น นายเหงียน เติ๊น สุง (Nguyen Tan Dung) นายกรัฐมนตรีเวียดนามถึงกับเดินทางไปฟิลิปปินส์เพื่อขอการสนับสนุนจากรัฐบาลอากีโนที่ 3 และได้รับการตอบรับอย่างดี
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐออกโรงวิจารณ์ว่าการสำรวจขุดเจาะของจีนเป็น “การยั่วยุและไม่ช่วยรักษาสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาค”
เหตุการณ์ลงเอยด้วยจีนถอนแท่นขุดเจาะหลังเสร็จสิ้นภารกิจ

จากเหตุการณ์แท่นขุดเจาะและอื่นๆ ชักนำให้เวียดนามเข้าหาสหรัฐมากขึ้น ควบคู่กับการฟื้นฟูความสัมพันธ์ เช่น การยกเลิกคว่ำบาตรอาวุธทำให้รัฐบาลสหรัฐสามารถขายอาวุธแก่เวียดนาม
เป็นที่รู้กันว่าอาวุธยุทโธปกรณ์ที่เวียดนามซื้อใช้ส่วนใหญ่เป็นสายพันธ์รัสเซีย ไม่กี่ปีที่ผ่านมาเวียดนามสั่งซื้ออาวุธหลักเพิ่มเติมหลายอย่าง เช่น เรือดำน้ำชั้น Kilo เรือฟรีเกต Gepard ระบบขีปนาวุธพื้นสู่พื้นป้องกันชายฝั่ง Bastion K-300P เครื่องบินรบ Su-30 MK2 ระบบขีปนาวุธพื้นสู่อากาศ S-300
ในระหว่างการเยือนรัฐบาลโอบามาประกาศว่ากำลังจัดเตรียมเรือตรวจการขนาดเล็ก MetalShark จำนวน 18 ลำเพื่อมอบให้เวียดนามตามคำร้องขอจากเวียดนาม แน่นอนว่าสหรัฐมีอาวุธทั้งใหม่และเก่าจำนวนมากที่สามารถมอบให้เวียดนาม ถ้าเวียดนามต้องการ

            การยกเลิกคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธเป็นเครื่องบ่งชี้ความสัมพันธ์ด้านการป้องกันประเทศที่ใกล้ชิดขึ้น อนาคตเรือรบสหรัฐอาจแวะเวียนมาจอดที่ฐานทัพเรืออ่าวกามแรง/คัมรานห์ (Cam Ranh) ถี่ขึ้น อาจมีกิจกรรมร่วมซ้อมรบ ซ้อมบรรเทาภัยพิบัติ
            ถ้ามองในมุมเวียดนาม นับจากนี้เวียดนามสามารถใช้ “ไพ่สหรัฐ” ได้ดีกว่าเก่า ประเด็นอยู่ที่เวียดนามไม่คิดจะใช้ ไม่อยากจะใช้ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ

ถ้าไม่เป็นศัตรูจะก่อความร่วมมือทุกด้าน :
สงครามเวียดนามในเป็นอีกสมรภูมิแห่งการทำลายล้างและลามถึงประเทศใกล้เคียงอย่างลาว กัมพูชา ข้อมูลบางแหล่งสรุปว่าทหารที่บาดเจ็บผู้เสียชีวิตจากสงครามเวียดนามมีทั้งสิ้นราว 2,500,000 คน (ส่วนใหญ่เป็นทหารเวียดนาม) ส่วนพลเรือนของทั้งเวียดนามเหนือ-ใต้ ลาว และกัมพูชาเสียชีวิตราว 4 ล้านคน ประเทศเสียหายยับเยินกว่าจะฟื้นตัวต้องอาศัยเวลาหลายสิบปี
            ในอีกด้านหนึ่งทั้งเวียดนามกับจีนต่างเป็นประเทศสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ แต่ขัดแย้งกันหลายเรื่อง รัฐบาลเวียดนามไม่ไว้ใจจีน ถึงขั้นขอความช่วยเหลือจากฝ่ายเสรีประชาธิปไตย ลักษณะเช่นนี้ซ้ำรอยกรณีการเป็นปรปักษ์ระหว่างคอมมิวนิสต์โซเวียตกับจีนในอดีต

            ในทางกลับกัน ถ้าไม่ถือว่าเป็นศัตรูต่อกัน ประเทศต่างๆ สามารถอยู่ร่วมกันได้ ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐ-เวียดนามในปัจจุบันเป็นตัวอย่างที่ประเทศไม่จำต้องมีระบอบการปกครองและเศรษฐกิจเหมือนกัน มีลักษณะสังคม ความคิดเห็นแตกต่างกันบางประเด็น แต่สามารถอยู่ร่วมกันอย่างสงบเป็นมิตรต่อกัน
ประธานาธิบดีเจิ่น ดั่ย กวาง กล่าวสุนทรพจน์ต้อนรับประธานาธิบดีโอบามา ความตอนหนึ่งว่า “ระหว่างที่บาดแผลจากสงครามของทั้ง 2 ประเทศยังไม่หายสนิท และยังมีความแตกต่างในความสัมพันธ์ทวิภาคี แต่เมื่อเวลาผ่านไปเรายิ่งตระหนักเรื่องราวในอดีตและปัจจุบันมากขึ้น และมั่นใจอย่างยิ่งว่าสัมพันธ์ในความร่วมมือและเป็นมิตรของประเทศทั้งสองให้ประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนของ 2 ประเทศ”
            หลักการ “ลืมอดีต มุ่งปัจจุบัน มองอนาคต” ไม่ถือว่าใครเป็นศัตรู แก้ไขความขัดแย้งด้วยสันติวิธี แบ่งปันผลประโยชน์อย่างยุติธรรม ร่วมพัฒนาสังคมบนพื้นฐานความยั่งยืน จึงเป็นนโยบายที่จะสร้างสันติภาพโลกอย่างแท้จริง
29 พฤษภาคม 2016
ชาญชัย คุ้มปัญญา

(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7143 วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ.2559)
----------------------------
ประชาสัมพันธ์ :
มีรายได้เป็น Passive Income ค่อยๆ เข้ามาทีละนิดทีละหน่อย แม้ยังไม่เป็นกอบเป็นกำ แต่เป็นรายได้เสริมแน่นอน


บทความที่เกี่ยวข้อง :
ถ้ามองว่าการติดตั้งแท่นขุดเจาะเป็นเรื่องของ “การละเมิดอธิปไตย” จะกลายเป็นโจทย์ยาก แต่ถ้ามองว่าความขัดแย้งรอบนี้มีต้นเหตุจาก “แท่นขุดเจาะ” จะกลายเป็นโจทย์ว่าย และหากมองว่าเป็นเรื่องการช่วงชิงอิทธิพลทางการเมืองระหว่างประเทศในระดับภูมิภาคนั้นเป็นโจทย์ซับซ้อน ประเทศที่เกี่ยวข้องควรระมัดระวังผลต่อมุมมองของประเทศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

บรรณานุกรม:
1. รุ่งพงษ์ ชัยนาม, รศ.ดร. (2554) สงครามกับการเปลี่ยนแปลงในสังคมโลก ใน เอกสารการสอนชุดวิชาสังคมโลก นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
2. China Focus: China urges Vietnam to respect its sovereign rights over Xisha Islands. (2014, May 9). Xinhua. Retrieved from http://news.xinhuanet.com/english/china/2014-05/09/c_133322583.htm
3. Farley, Robert. (2014, July 12). If Vietnam and China Went to War: Five Weapons Beijing Should Fear. The National Interest.  Retrieved from http://nationalinterest.org/feature/if-vietnam-china-went-war-five-weapons-beijing-should-fear-10861
4. Mogato, Mauel., & Ruwitch, John. (2014, May 21). Vietnam, Philippines jointly denounce China's maritime moves. Reuters. Retrieved from http://uk.reuters.com/article/2014/05/21/uk-southchinasea-idUKKBN0E112A20140521
5. Obama arrives in Vit Nam. (2016, May 23). Viet Nam News. Retrieved from http://vietnamnews.vn/politics-laws/297110/obama-arrives-in-viet-nam.html
6. Shambaugh, David. (2014). International Relations in Asia: A Multidimensional Analysis. In David Shambaugh and Michael Yahuda (Eds.), International Relations of Asia (2nd ed.). Maryland: Rowman & Littlefield.
7. The White House. (2015, July 7). United States – Vietnam Joint Vision Statement. Retrieved from https://www.whitehouse.gov/the-press-office/2015/07/07/united-states-%E2%80%93-vietnam-joint-vision-statement
8. The White House. (2016, May 23). Joint Statement: Between the United States of America and the Socialist Republic of Vietnam. Retrieved from https://www.whitehouse.gov/the-press-office/2016/05/23/joint-statement-between-united-states-america-and-socialist-republic
9. The White House. (2016, May 23). Remarks by President Obama and President Quang of Vietnam in Joint Press Conference. Retrieved from https://www.whitehouse.gov/the-press-office/2016/05/23/remarks-president-obama-and-president-quang-vietnam-joint-press
10. The White House. (2016, May 23). Toast Remarks by President Obama and President Quang of Vietnam at State Luncheon. Retrieved from https://www.whitehouse.gov/the-press-office/2016/05/23/toast-remarks-president-obama-and-president-quang-vietnam-state-luncheon
11. The White House. (2016, May 24). FACT SHEET: Trade and Investment with Vietnam.  Retrieved from https://www.whitehouse.gov/the-press-office/2016/05/24/fact-sheet-trade-and-investment-vietnam
12. Torode, Greg. (2015, Dec 18). Factbox: Inside Vietnam's military modernization. Reuters. Retrieved from http://www.reuters.com/article/us-vietnam-china-conflict-factbox-idUSKBN0U10SE20151218
13. VN: China must withdraw oil rig. (2014, May 7). VNS. Retrieved from http://vietnamnews.vn/politics-laws/254480/vn-china-must-withdraw-oil-rig.html
-----------------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“อุดมการณ์เสรีนิยม”
·เกริ่นนำ oเสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเ…

มายาคติ เลือกตั้งกับไม่เลือกตั้ง

เลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้งเป็นเพียงวิธีการ เป้าหมายคือสังคมอยู่เย็นเป็นสุข เริ่มต้นด้วยการได้ผู้ปกครองที่รับใช้ประชาชน


เลือกตั้งดีกว่า : มีเลือกตั้งคือเป็นประชาธิปไตย ทุกครั้งที่จะเลือกตั้งน่าจะเริ่มด้วยการทบทวนว่าทำไมจึงควรมีการเลือกตั้ง เพราะรัฐบาลที่แล้วทำหน้าที่ได้ดีหรือเพราะล้มเหลวต่อหน้าที่ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐล่าสุด หลายคนต่อต้านฮิลลารี คลินตันเพราะคิดว่าเธอจะแย่กว่าโอบามา ในการชิงชัยเพื่อเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน (Presidential primaries) ปรากฏว่านักการเมืองหน้าเก่า ผู้คร่ำหวอดการเมืองพ่ายแพ้โดนัลด์ ทรัมป์ผู้มีภาพลักษณ์เป็นนักธุรกิจ ปลอดจากการเป็นชนชั้นปกครองอเมริกา การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส มารีน เลอเปน (Marine Le Pen) แม้ไม่ชนะเลือกตั้ง แต่กวาดคะแนนได้มาก ทั้งๆ ที่ชูนโยบายสุดโต่ง ไม่ใช่ปกติวิสัยของประเทศนี้ เอมมานูแอล มาครง (Emmanuel Macron) ผู้ชนะเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ เพิ่งมีบทบาททางการเมืองเพียงไม่กี่ปี อเล็กซิส ซีปราส (Alexis Tsipras) นายกรัฐมนตรีกรีซปัจจุบันมาจากเดิมที่เป็นพรรคเล็กๆ ไม่มีใครสนใจ ที่ชนะเลือกตั้งเพราะประชาชนเบื่อหน่ายทั้งพรรคฝ่ายซ้ายกับฝ่ายขวาท…

ลักษณะทั่วไปของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หน้า 4

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 ลักษณะทั่วไปของวิชารัฐศาสตร์ ชาญชัย ทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
“ลักษณะแนวคิดหรือทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ”
            ประการแรก ไม่มีแนวคิดหรือทฤษฎีใดที่สามารถใช้ครอบคลุมกับทุกเหตุการณ์
            ประการที่สอง แต่ละแนวคิดหรือทฤษฎีมีความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์ในตัวเอง
            จนทุกวันนี้ ในแวดวงนักวิชาการที่เชี่ยวชาญด้านทฤษฎียังถกเถียงกันอยู่เสมอถึงความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์กันอยู่เสมอ
            ประการที่สาม เหตุการณ์บางเรื่องไม่สามารถอธิบายได้ด้วยแนวคิดหรือทฤษฎีใดๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน
            กลายเป็นความท้าทายของนักทฤษฎีที่จะค้นคว้าและสร้างทฤษฎีใหม่ๆเพื่ออธิบาย วิเคราะห์ คาดการณ์เหตุการณ์เหล่านั้นต่อไป

“สัจนิยม”
            · สัจนิยมเป็นสำนักความคิด (school of thought) ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นมุมมองที่สำคัญที่สุดในทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 
            · เป็นแนวคิดที่ได้รับความนิยมที่สุดในปัจจุบัน
            · หรือ “เป็นกระบวนทัศน์นำ” (dominant paradigm)
            · “เป็นแนวที่ใชักันอยู่ในทาง…