ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

โจ ไบเดนกับใครสนับสนุน IS สงครามซุนนี-ชีอะห์และการโค่นล้มอัสซาด (ตอนที่ 3)

2 พฤศจิกายน 2014
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(คอลัมน์ สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 6571 วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ.2557, http://www.thaipost.net/sunday/021114/98410 และ http://www.ryt9.com/s/tpd/2020029)

            ข้อวิพากษ์ทั้งหลายมาจากคำถามแรกของนักศึกษา ถามว่ารัฐบาลโอบามาตอบสนองสถานการณ์ซีเรียช้าเกินไปหรือไม่ รองประธานาธิบดีโจ ไบเดนตอบว่ามีเหตุผล 2 อย่าง ข้อแรกคือ รัฐบาลพยายามมองหาฝ่ายต่อต้าน “สายกลาง” (moderate middle) และมาถึงเหตุผลข้อ 2 ที่เกิดข้อวิพากษ์
            เหตุผลข้อ 2 สามารถแยกแยะเป็น 3 ข้อย่อย ข้อแรก ชาติอาหรับมุ่งมั่นที่จะโค่นล้มรัฐบาลอัสซาด ข้อ 2 เป็นสงครามตัวแทนของซุนนี-ชีอะห์ และข้อ 3 ตุรกี ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และประเทศอื่นๆ เช่น กาตาร์ ให้เงิน อาวุธแก่ทุกกลุ่มที่ต่อสู้อัสซาด รวมทั้ง Al-Nusra อัลกออิดะห์ และกองกำลังรัฐอิสลาม (IS/ISIL/ISIS)

            สงครามกลางเมืองซีเรียเริ่มบานปลายเมื่อสันนิบาตอาหรับระงับสมาชิกภาพของซีเรีย ต่อมาในเดือนมกราคม 2012 สันนิบาตอาหรับเรียกร้องให้ประธานาธิบดีอัสซาดก้าวลงจากอำนาจ และขอให้คณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติสนับสนุน แต่รัสเซียกับจีนไม่เห็นด้วย
            การระงับสมาชิกภาพซีเรียคือความพ่ายแพ้ทางการเมืองระหว่างประเทศครั้งร้ายแรงของรัฐบาลอัสซาด ทำให้ถูกโดดเดี่ยวจากประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคและจากอีกหลายประเทศทั่วโลก เกิดเรื่องอื่นๆ ตามมามากมาย เป้าหมายสุดท้ายคือล้มรัฐบาลอัสซาด
            ไม่กี่เดือนต่อมา ฝ่ายต่อต้านเริ่มได้รับอาวุธจากต่างชาติ ส่งเสริมให้รวมกลุ่ม ปรากฏองค์กรชื่อ Free Syrian Army เป็นตัวแทนฝ่ายต่อต้านสายกลาง

            Reese Erlich ผู้ศึกษาสถานการณ์ซีเรียอย่างใกล้ชิด เห็นว่าพวก Free Syrian Army ส่วนใหญ่แม้จะละหมาดวันละ 5 ครั้งและถือศีลอดในช่วงรอมฎอน (Ramadan) แต่ไม่ได้ต่อต้านรัฐบาลด้วยแรงจูงใจทางศาสนาอย่างแท้จริง เป็นเพียงการแสดงออกให้เห็นว่าถือศาสนาเท่านั้น เพื่อที่จะร้องขอการสนับสนุนทางการเงินและอาวุธจากซาอุดิอาระเบียและการประเทศในภูมิภาคอ่าว
            มติโค่นล้มระบอบอัสซาดของสันนิบาตอาหรับเป็นการตัดสินใจทางการเมืองระหว่างประเทศที่สำคัญและมีพลัง เป็นจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ขั้นรุนแรง ทำให้ความขัดแย้งภายในประเทศซีเรียกลายเป็นความสงครามกลางเมืองที่มีตัวแสดงอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ตั้งแต่ชาติมหาอำนาจ ประเทศในภูมิภาค จนถึงผู้ก่อการร้ายหลายกลุ่ม รวมทั้งกองกำลังรัฐอิสลาม (IS/ISIL/ISIS)

โอบามาต้องการโค่นล้มระบอบอัสซาดเช่นเดียวพันธมิตรอาหรับ:
            ในงานแสดงปาฐกถา รองประธานาธิบดีไบเดนกล่าวอย่างชัดเจนว่า “ปัญหาใหญ่ที่สุดคือพันธมิตรของเราเอง” ตุรกี ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และประเทศอื่นๆ เช่นกาตาร์ “มุ่งมั่งโค่นล้มอัสซาดและทำสงครามตัวแทนของซุนนี-ชีอะห์
            ประเด็นสำคัญที่รองประธานาธิบดีไม่เอ่ยถึงคือ รัฐบาลโอบามามีนโยบายไม่แตกต่างจากพันธมิตรอาหรับ นั่นคือ โค่นล้มระบอบอัสซาด รัฐบาลโอบามาประกาศจุดยืนดังกล่าวไม่กี่เดือนหลังการประท้วงในซีเรียกลายเป็นเหตุนองเลือด เหตุผลหลักที่ประธานาธิบดีโอบามายกขึ้นมาอ้างคือรัฐบาลอำนาจนิยมอัสซาดปราบปรามและเข่นฆ่าประชาชนที่ชุมนุมอย่างสงบ สหรัฐไม่ยอมรับหลักการที่อ้างอธิปไตยแล้วสามารถสังหารหมู่พลเรือน

            สถานการณ์ในปีแรกนั้น รัฐบาลโอบามาอาจประเมินว่ารัฐบาลอัสซาดคงจะล้มในไม่ช้า ไม่ต่างจากกรณีอาหรับสปริงในประเทศอื่นๆ ที่กำลังเกิดขึ้นพร้อมๆ กันในอีก 2-3 ประเทศ คิดว่าการสนับสนุนทางการทูต การคว่ำบาตรรัฐบาลอัสซาดน่าจะเพียงพอ และในช่วงปีแรกนั้น ฝ่ายรัฐบาลซีเรียพ่ายแพ้ในหลายพื้นที่ รัฐบาลขาดเสถียรภาพ
            แต่จนบัดนี้ผ่านมาแล้ว 3 ปีครึ่ง สงครามกลางเมืองซีเรียที่ตอนแรกมีผู้เสียชีวิตไม่กี่ร้อยคน กลายเป็นหลักพัน ต่อมากลายเป็นหลักหมื่น ล่าสุดมีคนเสียชีวิตถึง 200,000 คน เพราะทุกรัฐบาลที่เกี่ยวข้องต่างยึดมั่นในจุดยืนของตน รวมทั้งรัฐบาลโอบามาด้วย

            ข้อเท็จจริงคือ ในขณะที่รองประธานาธิบดีไบเดนวิพากษ์ว่าความยืดเยื้อของสงครามกลางเมืองซีเรียเกิดจากความต้องการของพันธมิตรในภูมิภาค แต่รัฐบาลโอบามากลับสนับสนุนฝ่ายต่อต้านอย่างต่อเนื่อง
            ประธานาธิบดีโอบามาเคยพูดว่าไม่สามารถแก้ปัญหาซีเรียด้วยการใช้กำลัง กล่าวว่า ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา “ข้าพเจ้าไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอให้ใช้ปฏิบัติการทางทหาร เพราะเราไม่สามารถแก้ปัญหาสงครามกลางเมืองของผู้หนึ่งผู้ใดด้วยการใช้กำลัง โดยเฉพาะหลังจาก (ประสบการณ์) หนึ่งทศวรรษแห่งการทำสงครามในอิรักกับอัฟกานิสถาน”
            แต่บัดนี้ รัฐบาลโอบามาประกาศอนุมัติให้อาวุธแก่ฝ่ายต่อต้าน เป็นมติเอกฉันท์จากสภาครองเกรส

            ประเด็นที่ควรย้ำคือ การติดอาวุธฝ่ายต่อต้านเป็นต้นเหตุสำคัญทำให้สงครามยืดเยื้อ มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดยไม่เห็นวี่แววว่าจะยุติเมื่อไหร่ การเข้าแทรกแซงโดยอ้างว่าเพราะเหตุรัฐบาลอัสซาดปราบปรามผู้ประท้วงอย่างรุนแรง กลายเป็นต้นเหตุทำให้ผู้คนล้มตายมากกว่าตอนแรกนับสิบนับร้อยเท่า
            และขณะนี้รัฐบาลโอบามาได้ส่งอาวุธที่มีประสิทธิภาพกว่าเดิม มีอานุภาพทำลายล้างมากกว่าเดิมเข้าสู่สมรภูมิซีเรียแล้ว

            Talleyrand ตั้งคำถามว่าการไม่แทรกแซงคือการแทรกแซงรูปแบบหนึ่ง แต่การแทรกแซงที่ยิ่งทำให้ผู้คนล้มตายมากขึ้น นั่นคือการปกป้องสิทธิมนุษยชนด้วยการละเมิดสิทธิมนุษยชนหนักกว่าเดิมหรือไม่ และชี้ว่าการแทรกแซงควรมีเป้าหมายเพื่อยุติความรุนแรง แก้ปัญหาด้วยการเจรจา

แรงกดดันจากพันธมิตรอาหรับ :
            ในมุมมองของรองประธานาธิบดีไบเดน ปัญหาความวุ่นวายในซีเรียทั้งหมดมีต้นกำเนิดจากพันธมิตรอาหรับ ดังประโยคแรกที่กล่าวว่า “ปัญหาใหญ่ที่สุดคือพันธมิตรของเราเอง” ก่อนจะร่ายยาวอีกหลายประโยค
            ถ้าไม่วิพากษ์ว่าท่านพยายามเบี่ยงเบนประเด็นสงครามกลางเมืองซีเรียว่าเป็นเรื่องความขัดแย้งของประเทศในภูมิภาค รัฐบาลโอบามาเพียงทำหน้าที่ปราบปรามผู้ก่อการร้าย ไม่วิพากษ์ว่าเป็นการโยนความผิดแก่รัฐบาลชาติอาหรับที่สหรัฐเรียกว่า “พันธมิตร” แก่นแท้ของเรื่องนี้คือ รัฐบาลในภูมิภาคกดดันรัฐบาลโอบามา ทำให้รัฐบาลโอบามาที่ตอนแรกเพียงสนับสนุนทางการทูต ส่งมอบความช่วยเหลือที่ไม่ใช่อาวุธ (non-lethal aid) จากนั้นเปลี่ยนเป็นการพยายามหาข้ออ้างใช้กำลังทหารโจมตีรัฐบาลอัสซาด อ้างว่าฝ่ายอัสซาดใช้อาวุธเคมีสังหารพลเรือนจำนวนมาก แต่ไม่อาจแสดงหลักฐานต่อสาธารณชนเมื่อรัสเซียร้องขอ ในที่สุดประธานาธิบดีโอบามาไม่ยอมสั่งโจมตีแม้มีอำนาจ กลับโยนเรื่องให้สภาคองเครสตัดสินใจ และเรื่องเงียบไปในที่สุด
            ต่อมา กองกำลัง IS มีความเข้มแข็งมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อบุกอิรักตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา สถาปนารัฐอิสลาม เป็นเหตุให้สหรัฐกับชาติพันธมิตรหลายประเทศร่วมกันจัดตั้งกองกำลังโจมตี IS ดังที่เป็นข่าวในขณะนี้ (รายละเอียดเคยวิเคราะห์แล้ว)
            ดังนั้น คำพูดของรองประธานาธิบดีไบเดนที่ชี้ว่าปัญหาความวุ่นวายในซีเรียทั้งหมดมีต้นกำเนิดจากพันธมิตรอาหรับจึงน่าจะถูกต้องไม่มากก็น้อย และเกิดคำถามว่านโยบายของสหรัฐต่อซีเรียมาจากผู้ใด และเพื่อผลประโยชน์ของใครกันแน่

ข้อเสนอและคาดการณ์สถานการณ์ซีเรียในอนาคต :
            ตลอด 3 ปีครึ่งที่ผ่านมา ทุกฝ่ายยอมรับว่าที่สุดแล้วการยุติสงครามกลางเมืองซีเรียต้องใช้วิถีทางการเมือง หากรัฐบาลโอบามาหวังให้ซีเรียมีสันติภาพโดยเร็ว ผู้คนไม่ล้มตายมากกว่านี้ ควรยกเลิกนโยบายโค่นล้มรัฐบาลอัสซาด ให้ทุกฝ่ายระงับการส่งอาวุธแก่ทั้งรัฐบาลซีเรียและฝ่ายต่อต้าน กองทัพสหรัฐกับพันธมิตร รวมทั้งกองทัพรัฐบาลซีเรียเข้าปราบปรามกวาดล้างกองกำลังติดอาวุธต่างชาติ กลุ่มก่อการร้ายต่างๆ จากนั้นให้กองกำลังรักษาสันติภาพสหประชาชาติ (UN Peacekeeping) เข้าควบคุมสถานการณ์อีกชั้นหนึ่ง พร้อมกับจัดเลือกตั้งใหม่ ให้สหประชาชาติเป็นผู้ดำเนินการ ให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม รัฐบาลใหม่ดำเนินนโยบายสร้างความปรองดอง
            ทั้งหมดนี้อยู่บนเงื่อนไขว่า รัฐบาลโอบามาจะต้องให้ความสำคัญกับสิทธิส่วนบุคคล อิสรภาพ เสรีภาพของชาวซีเรีย

            สถานการณ์ซีเรียล่าสุด รัฐบาลอัสซาดยังคงอยู่ IS ขยายปฏิบัติการไปสู่เมืองโคบานีถิ่นอาศัยของพวกเคิร์ดซีเรียที่พยายามจะปกครองตนเอง การปะทะระหว่าง IS กับพวกเคิร์ดไม่ส่งผลโดยตรงต่อเสถียรภาพของรัฐบาลอัสซาด ทั้งยังเป็นประโยชน์ในแง่ที่ฝ่ายต่อต้านรัฐบาล 2 กลุ่มสู้กันเอง
            รัฐบาลโอบามายืนยันว่าการปราบปราม IS ต้องใช้เวลา เมื่อผนวกกับการให้ความช่วยเหลือฝ่ายต่อต้านอย่างต่อเนื่อง ให้อาวุธที่มีอานุภาพมากขึ้น เครื่องกระสุนดินดำที่เต็มคลังอยู่เสมอ คาดว่าซีเรียยังอยู่ในสถานการณ์สู้รบต่อไป เป็นไปได้ว่าอาจต้องรอถึงปี 2017 นั่นคือต้องรอให้สหรัฐได้ประธานาธิบดีคนใหม่ ให้ผู้นำประเทศคนต่อไปเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร มีเหตุอ้างว่าเป็นความต้องการของชาวอเมริกัน
            แต่การปล่อยให้เวลายืดยาวออกไปย่อมหมายถึงมีผู้บาดเจ็บล้มตายมากขึ้น ก่อนจะถึงปี 2017 ตัวเลขอาจกลายเป็น 300,000 คนหรือมากกว่าก็เป็นได้

            ตามหลักความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การวิเคราะห์เหตุการณ์ในซีเรีย อิรัก มีได้หลายแนวทาง บางแนวทางอธิบายว่าการที่ประเทศหนึ่งบ่อนทำลายอีกประเทศเป็นเรื่องปกติ มีหลักฐานให้เห็นมากมาย คำพูดที่ฟังดูมีมนุษยธรรมนั้นเป็นเพียงคำหวาน เป็นโฆษณาชวนเชื่อ เป็นส่วนหนึ่งของสงครามนอกแบบ (unconventional warfare) ระดับโลก แต่ไม่ว่าจะวิเคราะห์วิพากษ์อย่างไร ประเทศทั้งหลายควรตั้งคำถามว่าอยากให้ตนเป็นซีเรียหรืออิรักรายต่อไปหรือไม่ นี่คือโจทย์ที่ทุกคนในสังคมควรมีคำตอบร่วมกัน และควรจะได้คำตอบร่วมก่อนเกิดเหตุวุ่นวายในประเทศ เพราะเมื่อถึงเวลานั้นอาจสายเกินไป
----------------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง :
ในโลกมุสลิมมีผู้เชื่อว่าซุนนีกับชีอะห์มีความขัดแย้ง และในขณะนี้มีผู้พยายามอ้างว่าสงครามในซีเรียกับอิรักคือสงครามตัวแทนซุนนี-ชีอะห์ โดยเชื่อมโยงว่า IS คือเครื่องมือของซุนนี แต่เมื่อองค์กร ผู้นำจิตวิญญาณอิสลามประกาศชัดว่า IS ไม่ใช่อิสลาม การอ้าง IS เป็นเหตุผลสงครามตัวแทนซุนนี-ชีอะห์จึงตกไป น่าแปลกใจที่รองประธานาธิบดีไบเดนกลับพยายามดึง IS เข้าไปอยู่ในอิสลาม ยังยืนยันว่า IS อยู่ในกลุ่มซุนนี กำลังทำสงครามตัวแทนซุนนี-ชีอะห์

รองประธานาธิบดีไบเดนอ้างว่ารัฐบาลตุรกี ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกาตาร์ ให้เงินและอาวุธกับผู้ก่อการร้าย รวมทั้งกลุ่ม IS แม้ว่าทำเนียบขาวจะชี้แจงว่าท่านไม่ได้ตั้งใจหมายความเช่นนั้นจริง แต่เป็นอีกข้อมูลอีกชิ้นที่ชี้ว่าชาติอาหรับให้การสนับสนุนผู้ก่อการร้าย และเกิดคำถามว่าคำพูดของท่านสร้างความกระจ่างหรือสร้างความสับสนกันแน่

บรรณานุกรม ตอนที่ 3:
1. Erlich, Reese. (2014). Inside Syria: The Backstory of Their Civil War and What the World Can Expect. New York: Prometheus Books.
2. Falk, Richard. (2014). Global Security and International Law. In Kaldor, Mary., & Rangelov, Iavor. (Eds.), The Handbook of Global Security Policy (pp.320-337). USA: John Wiley & Sons Ltd
3. Masters, Jonathan. (2013, September 11). Syria's Crisis and the Global Response. Council on Foreign Relations. Retrieved from http://www.cfr.org/syria/syrias-crisis-global-response/p28402
4. Pazzanese, Christina. (2014, October 3). All Politics is Personal; VP Biden Delivers Address at Kennedy School Forum. Retrieved from http://www.hks.harvard.edu/news-events/news/articles/joe-biden-forum-event) – สามารถดูเทปบันทึกได้ในเว็บไซต์นี้
5. Remarks by President Obama in Address to the United Nations General Assembly. (2013, September 24). The White House. Retrieved from http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2013/09/24/remarks-president-obama-address-united-nations-general-assembly
6. Remarks by the President in Address to the Nation on Syria. (2013, September 10). The White House. Retrieved from http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2013/09/10/remarks-president-address-nation-syria
7. Remarks by the Vice President at the John F. Kennedy Forum. (2014, October 3). The White House. Retrieved from http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2014/10/03/remarks-vice-president-john-f-kennedy-forum
--------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“อุดมการณ์เสรีนิยม”
·เกริ่นนำ oเสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเ…

รูปแบบการปกครอง (1) รูปบการปกครองแบบกรีก

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553 ชาญชัย  รูปแบบการปกครอง การจะบอกว่ามีกี่รูปแบบการปกครอง (Forms of Government) และแต่ละรูปแบบเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่ใช้ในการจัด ซึ่งพอจะมีวิธีแบ่งได้หลายแบบ เช่น เกณฑ์จำนวนผู้มีอำนาจปกครอง เกณฑ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน เป็นต้น
“รูปแบบการปกครองที่ใช้เกณฑ์จำนวนผู้ปกครองและเป้าหมายของการปกครอง”             รูปแบบนี้นักวิชาการบางท่านเรียกว่า รูปแบบการปกครองแบบกรีก (Greek Typology of Governments) โดยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก คือ รูปแบบที่รัฐบาลมีเหตุผลและดำรงอยู่เพื่อความดีงามของรัฐ (polis) กับรูปแบบตรงกันข้ามที่รัฐบาลไม่มีเหตุผลและดำรงอยู่เพื่อผลประโยชน์ของผู้ปกครองเท่านั้น ในแต่ละรูปแบบหลักแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบย่อยตามจำนวนผู้ปกครอง คือ 1 คน (one) จำนวนเล็กน้อย (few) และ หลายคน (many)
Government Pure Form Impure Form คนเดียว (of One) ราชาธิปไตย (Monarchy) ทรราชย์ (Tyranny) จำนวนน้อย (of the Few) อภิชนาธิปไตย (Aristocracy) คณาธิปไตย (Oligarchy) จำนวนมาก (of the Many) มัชฌิมวิถีอธิปไตย (Polity) ประชาธิปไตย (Democracy)
รูปแบ…