ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) 2015 ฝันที่ยังไม่เป็นจริง (ตอนแรก)

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สังคมไทยให้ความสำคัญกับการมาถึงของประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) ในปี 2015 อย่างกว้างขวาง หลายภาคส่วนทั้งเอกชน ราชการต่างเร่งเตรียมตัว เพื่อรองรับการมาถึงของประชาคมอาเซียน โดยเฉพาะประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน บทความนี้ (แบ่งออกเป็น 2 ตอน) จะนำเสนอว่าเมื่อถึงสิ้นปี 2015 อาจไม่เกิดประชาคมอาเซียน หรือเกิดประชาคมอาเซียนแต่จะไม่เป็นไปตามแผนเดิมที่ประกาศไว้
จุดเริ่มของประชาคมอาเซียน :
            ประชาคมอาเซียนถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนตุลาคม 2003 ด้วยปฏิญญา“ข้อตกลงบาหลี2” (Bali Concord II) กำหนดวิสัยทัศน์อาเซียน 2020 สร้างประชาคมอาเซียนภายในปี 2020 โดยประกอบด้วย 3 เสาหลัก ได้แก่ ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Security Community หรือ ASC) ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community หรือ AEC) และประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community หรือ ASCC) 
            ต่อมาในเดือนกันยายน 2006 ที่ประชุมของการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Ministers Meeting หรือ AEM) เห็นด้วยที่จะร่วมจัดทำแผนงาน (blueprint) พัฒนาเศรษฐกิจอาเซียน แผนดังกล่าวบรรยายลักษณะเศรษฐกิจที่คาดหวังภายในปี 2015 มีรายละเอียดระบุเป้าหมายและแผนปฏิบัติการที่ต้องดำเนินในแต่ละช่วงเวลา
            ในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 12 ณ เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อเดือนมกราคม 2007 ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนเร็วขึ้นเป็นภายในปี 2015 เกิด ปฏิญญาเซบูว่าด้วยการเร่งจัดตั้งประชาคมอาเซียนภายในปี ค.ศ.2015” (Cebu Declaration on the Acceleration of the Establishment of an ASEAN Community by 2015) เพื่อเร่งการจัดตั้งประชาคมอาเซียนให้เร็วขึ้น 5 ปี จากปี 2020 เป็นปี 2015
สนใจคลิกที่รูป

            ข้อสังเกตคือ การเลื่อนมาเป็นปี 2015 นั้นสอดคล้องกับการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (AEM) ก่อนหน้านั้น ที่เห็นร่วมจัดทำแผนงานพัฒนาเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งกำหนดเป้าหมายที่ปี 2015 ไม่ใช่ 2020 ดังนั้น การเลื่อนจัดตั้งประชาคมอาเซียนให้เร็วขึ้น 5 ปีในสมัยนั้น น่ามาจากเหตุผลด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก ชาติสมาชิกในสมัยนั้นเห็นว่าเป้าหมายประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนสามารถบรรลุผลได้ภายในปี 2015 เร็วกว่าเดิม 5 ปี

ประชาคมอาเซียนเคยเลื่อนออกไปครั้งหนึ่งแล้ว :
            6 ปีต่อมา (หลังจากปฏิญญาในปี 2007) สถานการณ์เปลี่ยนเป็นตรงกันข้าม ในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2012 ที่ประชุมได้ประกาศเลื่อนกำหนดการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เป็นเวลา 12 เดือน จากเดิมกำหนดเปิดวันที่ 1 มกราคม 2015 เลื่อนออกไปเป็นวันที่ 31 ธันวาคม ปีเดียวกัน ซึ่งหมายความว่าคือการเลื่อนการเปิดประชาคมอาเซียนไปสู่ปลายปี 2015 ด้วย
            เหตุผลที่ให้ไว้คือ ยังมีอีกหลายประเด็นที่ต้องการเวลาเพิ่มเติมเพื่อจะได้ข้อสรุป เช่น การตรวจลงตรา ภาษีอากรสินค้า กฎระเบียบว่าด้วยการลงทุนระหว่างกัน รวมทั้งปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ปัญหาที่มีลักษณะข้ามชาติต่างๆ (transnational problems)
            ณ ปัจจุบัน เมื่อพูดถึงกำหนดเวลาเริ่มประชาคมอาเซียน จึงหมายถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2015

หลักฐานการเลื่อนล่าสุด :
            แม้ว่าจะเลื่อนออกไป 1 ปี แต่ยิ่งใกล้กำหนดเริ่มประชาคมอาเซียนเท่าใด กระแสความไม่พร้อมของ AEC ก็ยิ่งดังหนาหู นักเศรษฐศาสตร์กับนักการทูตหลายคนตั้งข้อสงสัยนานแล้วว่าอาเซียนไม่น่าจะสามารถจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้ภายในปี 2015 ด้วยเหตุผลต่างๆ นานา แต่หลักฐานที่มีน้ำหนัก บ่งชี้ว่าอาเซียนจะเลื่อนกำหนดการเปิดประชาคมอาเซียนอีกครั้ง มาจากการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 22 ประเทศบรูไนเมื่อเดือนเมษายน 2013 ที่ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งนั้นประกาศว่าเป้าหมายที่เคยระบุว่าจะแล้วเสร็จในปี 2015 นั้น เป็น “เป้าหมายสุดท้าย” (milestone) ที่ต้องการไปให้ถึงซึ่งอาจกินเวลาเพิ่มอีกหลายปี ผลการประชุมของปี 2013 เป็นการพูดเปิดทางว่าประชาคมอาเซียนอาจไม่เกิดตามแผนที่วางไว้
            แถลงการณ์อาเซียนยอมรับว่า ในหมู่ชาติสมาชิก 10 ประเทศ มีทั้งประเทศที่มีความพร้อมมากกับประเทศที่มีความพร้อมน้อยกว่า 6 ประเทศซึ่งเป็นสมาชิกเก่าที่มีความพร้อมมากกว่าจึงต้องช่วยเหลืออีก 4 ประเทศที่มีความพร้อมน้อยกว่า มีแผนความช่วยเหลือที่ชัดเจน

            ประเด็นสำคัญอยู่ที่ส่วนสุดท้ายของแถลงการณ์ (การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนเมื่อเดือนพฤษภาคม 2014) กล่าวถึง วิสัยทัศน์ของอาเซียนในอนาคตว่ากำลังอยู่ระหว่างการจัดทำวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียนหลังปี 2015 (ASEAN Community’s Post 2015) เป็นวิสัยทัศน์ฉบับใหม่ที่ครอบคลุมทุกด้าน สามารถบรรลุผลได้ และมีกำหนดแผนปฏิบัติงานที่ชัดเจน ส่วนในระหว่างนี้จะเดินหน้าปฏิบัติตาม แผนงานการจัดตั้งประชาคมอาเซียน (ASEAN Community Blueprints)
            แถลงการณ์ของอาเซียนถ้าอ่านเผินๆ ดูเหมือนว่าจะใช้วิธีปรับเปลี่ยนแผนเดิมหรือขยายเวลาออกไปอีก เช่น อาจเลื่อนออกไปเป็นปี 2020 ตามเดิม แต่อาเซียนอาจใช้วิธี “ยกเครื่อง” แผนทั้งหมดเสียใหม่ ด้วยการกำหนดวิสัยทัศน์อาเซียนใหม่หลังปี 2015 แผนใหม่จะมีรายละเอียดมากกว่าเดิม เชื่อจะ
เป็นแผนปฏิบัติอย่างเป็นขั้นเป็นตอน แก้ไขจุดอ่อนที่เกิดขึ้น

เหตุผลความล่าช้า :
            ความล่าช้าที่เกิดขึ้น อาจแบ่งออกเป็น 2 ประการ ยึดถือตามกลุ่มสมาชิกเก่ากับใหม่ ดังนี้
            ประการแรก ความไม่พร้อมของสมาชิกใหม่
            เมื่ออาเซียนมีสมาชิกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึง 10 ประเทศ ความแตกต่างของชาติสมาชิก ทำให้อาเซียนคงอยู่คู่กับความแตกต่างทั้งด้านการเมืองการปกครอง ความเติบโตทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรมที่หลากหลาย
            ในแผนงานสร้างประชาคมอาเซียน ระบุชัดว่า การพัฒนาสู่  AEC ให้ความสำคัญต่อชาติสมาชิกที่มีระดับการพัฒนาแตกต่างกัน จึงมีแผนส่งเสริมพัฒนาเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศที่มีความพร้อมน้อยกว่า 4 ชาติ ได้แก่ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม (CLMV) อาเซียนมีแผนพัฒนาเฉพาะกลุ่มประเทศเหล่านี้เป็นพิเศษ เช่น แผนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การเสริมสร้างศักยภาพ ให้คำปรึกษาทางนโยบายเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด ช่วยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายติดต่อสื่อสาร ฯลฯ
            โดยประกาศใช้ “แผนงานการจัดตั้งประชาคมอาเซียน” (ASEAN Community Blueprints) ทั้ง 3 เสาควบคู่กับ แผนงานข้อริเริ่มเพื่อการรวมตัวของอาเซียน ฉบับที่สอง ค.ศ.2009-2015” (2nd Initiative for ASEAN Integration (IAI) Work Plan) ซึ่งเป็นแผนงานเพื่อลดช่องว่างทางการพัฒนา และส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อให้ทุกประเทศได้รับประโยชน์จากการเป็นประชาคมอาเซียนให้มากที่สุด
            รวมความแล้ว ประเทศในกลุ่ม CLMV อันหมายถึง กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาร์และเวียดนามที่เพิ่งเข้าร่วมในทศวรรษ 1990 ยังไม่ค่อยพร้อม มีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการรวมตัว ประเทศเหล่านี้มีความตั้งใจที่จะพัฒนาเศรษฐกิจสู่ความทันสมัย แต่จำต้องอาศัยเวลามากกว่านี้

            ประการที่สอง ความไม่พร้อมของทั้งสมาชิกใหม่กับสมาชิกเก่า
            ไม่เพียงแต่สมาชิกใหมที่ไม่พร้อม ในบางเรื่องบางประเด็น สมาชิกเก่ามีปัญหาเรื่องความพร้อมเช่นกัน กลายเป็นความไม่พร้อมของทั้ง 2 กลุ่ม
            ในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนเมื่อเดือนพฤษภาคม 2014 คุณ Ko Kyaw Lin Oo จาก ASEAN People’s Forum แสดงความเห็นว่าประเทศสมาชิกส่วนใหญ่มีความพร้อมราวร้อยละ 80 โดยเฉพาะการรวมตัวทางเศรษฐกิจ การเปิดเสรีการค้าต่ออัน พร้อมกับวิพากษ์ว่า หากยึดที่ตัวเลขดูเหมือนว่าอาเซียนมีความพร้อม แต่ความจริงแล้วร้อยละ 20 ที่เหลือนั้นนักเศรษฐศาสตร์หลายคนให้ความเห็นว่าคือส่วนที่ทำได้ยาก และไม่แน่ใจว่าจะต้องกินเวลาอีกมากน้อยเพียงใด

            ความไม่พร้อมเรื่องร้อยละ 20 ที่เหลือ ไม่เกิดเฉพาะชาติสมาชิกใหม่เท่านั้น ชาติสมาชิกเก่าบางประเทศก็มีปัญหานี้เช่นกัน
            ความไม่พร้อมในที่นี้ยังรวมถึง การไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขบางประการ เนื่องจากในแต่ละประเทศ มีกลุ่มผลประโยชน์จำนวนมากเป็นอุปสรรคขัดขวาง หลายประเทศยังต้องการคงมาตรการการกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษี ไม่เห็นด้วยที่จะให้แรงงานทุกกลุ่มทุกประเทศเคลื่อนย้ายได้โดยเสรี เช่น มาเลเซียลังเลที่จะเปิดเสรีอุตสาหกรรมรถยนต์เนื่องจากเกรงการแข่งขันจากบรรษัทรถยนต์ต่างชาติ อินโดนีเซียหันกลับมาจำกัดการเป็นเจ้าของเหมืองโดยคนต่างชาติ

            จะสังเกตได้ว่า การเลื่อนประกาศจัดตั้งประชาคมอาเซียน ขึ้นกับความพร้อมของจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเป็นสำคัญ ไม่ต่างจากการเลื่อนครั้งก่อนที่เลื่อนจากต้นปี 2015 เป็นสิ้นปี 2015

            อีกไม่ถึงปีครึ่งก็ถึงกำหนดสิ้นปี 2015 แล้ว คาดว่าการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนในเดือนพฤศจิกายนนี้ หรือในเดือนเมษายนปีหน้า จะมีการประกาศว่าจะไม่เกิดประชาคมอาเซียนตามแผนเดิม หรืออาจเกิดประชาคมอาเซียนในลักษณะที่ไม่ตรงกับแผนเดิมที่วางไว้
            ความไม่พร้อมของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) คือเหตุผลสำคัญต่อการประกาศจัดตั้งประชาคมอาเซียน ในตอนหน้าจะกล่าวถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นทั้งทางบวกทางลบในทุกด้าน แนวทางแก้ไขปัญหาของอาเซียน พร้อมข้อวิพากษ์
            และไม่ว่าจะมี AEC ในปี 2015 หรือไม่ การก่อตั้งอาเซียน การเตรียมตัวจัดตั้งประชาคมอาเซียน ล้วนได้สร้างคุณประโยชน์แก่ชาติสมาชิกมากมาย โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง
20 กรกฎาคม 2015
ชาญชัย คุ้มปัญญา

(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6466 วันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ.2557)
-------------------------
ประชาสัมพันธ์ :
เชิญมาร่วมธุรกิจเครือข่ายกับคุณก้อง อรรฆรัตน์ นิติพล ผู้ผลิตรายการอายุน้อยร้อยล้าน
INDEEM (อินดีม) เครือข่ายผู้บริโภค สินค้าคุณภาพ ใช้ดีแล้วบอกต่อ เพิ่มโอกาสเพิ่มรายได้ เครือข่ายที่ให้ความสำคัญกับสมาชิกทุกคน

โทร 083-0725036 ไลน์ @7chanchai

บทความที่เกี่ยวข้อง :
ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชนทั่วไปกำลังเตรียมรับการมาของ AEC แต่ถ้าไม่เกิด AEC ตามแผนที่กำหนดไว้เมื่อถึงสิ้นปี 2015 ย่อมส่งผลกระทบทางลบ ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ทุกฝ่ายจำต้องปรับความเข้าใจและปรับแผน ติดตามแผนพัฒนาประชาคมอาเซียนหลังปี 2015 ฉบับใหม่ที่น่าจะประกาศในเดือนพฤศจิกายนนี้ หรือไม่ก็เมษายนปีหน้า

2.เข้าใจอาเซียน ตอนกำเนิดอาเซียน
อาเซียนก่อตั้งมาเกือบ 50 ปีแล้ว อาเซียนมีความร่วมมือหลากหลายด้าน แต่อะไรเป็นจุดเริ่มต้นหรือวัตถุประสงค์สำคัญเมื่อเริ่มแรกก่อตั้ง

บรรณานุกรม:
 1. ประกาศเลื่อนกำหนดการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ออกไปอีก 1 ปี. (2012, พฤศจิกายน 21). ASEAN Watch. Retrieved from http://aseanwatch.org/2012/11/21/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%9B/
2. CHAIRMAN’S STATEMENT OF THE 22nd ASEAN SUMMIT. (2013, April 24-25). Association of Southeast Asian Nations. Retrieved from http://www.asean.org/news/asean-statement-communiques/item/chairmans-statement-of-the-22nd-asean-summit-our-people-our-future-together
3. Chairman's Statement of the 24th ASEAN Summit: "Moving forward in Unity to a Peaceful and Prosperous Community". (2014, May 11). Association of Southeast Asian Nations. Retrieved from http://www.asean.org/images/documents/24thASEANSummit/24th%20ASEAN%20Summit%20C.hairman's%20Statement.pdf
4. Grudgings, Stuart. (2013, April 26). Southeast Asia's 2015 unity dream collides with reality, Reuters. Retrieved from http://uk.news.yahoo.com/southeast-asias-2015-unity-dream-collides-reality-211202266.html
5. Key ASEAN strategy announcement expected in Nay Pyi Taw. (2014, May 9). The Myanmar Times. Retrieved from http://www.mmtimes.com/index.php/national-news/10279-key-asean-strategy-announcement-expected-in-nay-pyi-taw.html
6. Roadmap for an ASEAN Community 2009-2015. (2009). Association of Southeast Asian Nations. Jakarta: ASEAN Secretariat.
-----------------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

America First, America Lonely

โดนัลด์ ทรัมป์ชูแนวคิด America First พร้อมทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ประเทศ แต่หลายนโยบายที่ยึดแนวทางนี้ส่งผลให้สหรัฐโดดเดี่ยวตัวเอง โลกกำลังก้าวสู่ความเป็นพหุภาคีมากขึ้น

หลักนโยบายแม่บทของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) หรือ “หลักนิยมทรัมป์” (Trump’s Doctrine) ตั้งอยู่บนแนวคิด “America First” (อเมริกาต้องมาก่อน) หมายถึงการบริหารประเทศที่ถือผลประโยชน์ของชาติกับพลเมืองเป็นที่ตั้ง แม้จะขัดแย้งประเทศอื่นๆ ละเมิดศีลธรรมคุณธรรม ตั้งอยู่บนหลักความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแบบสัจนิยม (Realism) แบบสุดขั้ว ระบบโลกเหมือนป่าดงดิบที่สัตว์ป่าทั้งหลายต่างดิ้นรนหาทางอยู่รอดโดยไม่คำนึงกฎใดๆ ยึดอธิปไตยชาติเป็นสำคัญ รัฐบาลทุกประเทศมีสิทธิ์และมีความรับผิดชอบต่อพลเมืองของตน เป็นลัทธิอเมริกานิยม (Americanism) ไม่ใช่โลกนิยม (globalism) บทความนี้เขียนขึ้นหลังประธานาธิบดีทรัมป์บริหารประเทศกว่าปีครึ่งแล้ว ความเป็น “อเมริกาต้องมาก่อน” ปรากฏชัดเจนมากขึ้น ในที่นี้จะนำเสนอบางตัวอย่างเพื่อให้เข้าใจหลักการดังกล่าวและปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น ไม่สนกติกาองค์การค้าโลกอีกต่อไป : ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวโจมตีองค์การค้าโลกเมื่อ…

ถึงเวลาแล้วที่เยอรมันจะก้าวขึ้นมาเป็นปากเสียงสำคัญของโลก

หากเยอรมันหรืออียูตั้งใจอยู่ร่วมกับประเทศอื่นๆ อย่างสงบ แก้ปัญหาด้วยสันติวิธีจริงๆ มุ่งการค้าพหุภาคีตามกติกา ให้โลกเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน เช่นนี้สมควรเป็นประเทศหรือกลุ่มภาคีที่น่าสนับสนุน

ปลายเดือนพฤษภาคม 2017 อังเกลา แมร์เคิล (Angela Merkel) นายกรัฐมนตรีเยอรมนีเอ่ยถึงนโยบายต่างประเทศว่า “ห้วงเวลาที่เราต้องพึ่งพาประเทศอื่นอย่างสิ้นเชิงได้สิ้นสุดแล้ว” ประโยคดังกล่าวไม่ได้เอ่ยชื่อประเทศใดแต่ทุกคนรู้ดีว่าหมายถึงสหรัฐอเมริกา ขณะพูดอยู่ในช่วงหาเสียงจึงอาจตีความว่าพูดหาเสียง แต่ไหนแต่ไรคนเยอรมัน (รวมทั้งหลายประเทศในยุโรป) ไม่ค่อยชอบรัฐบาลอเมริกันอยู่แล้ว ยิ่งเป็นประธานาธิบดีทรัมป์ยิ่งหนักข้อ แมร์เคิลหวังแสดงความเป็นผู้นำว่าสามารถเผชิญหน้ากับคนอย่างทรัมป์ สามารถดูแลผลประโยชน์ของคนชาวเยอรมันและยุโรป การพึ่งพาที่ว่าคือการพึ่งพาความมั่นคงทางทหารที่ดำเนินเรื่อยมาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ความเป็นพันธมิตรทางทหารแลกด้วยการที่สหรัฐมีอิทธิพลต่อการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจสังคม อดีตประธานาธิบดีชาร์ล เดอ โกล (Charles de Gaulle) แห่งฝรั่งเศสเห็นว่านาโตคือเครื่องมือสร้างความเป็นเจ้าของสหรัฐ การกล่…