ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ข้อคิดจากการชุมนุมประท้วงของชาวเวียดนามต่อกรณีแท่นขุดเจาะจีน

6 มิถุนายน 2014
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ได้รับการเผยแพร่ผ่าน ศูนย์โลกสัมพันธ์ไทย สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2557, http://www.thaiworld.org/thn/thailand_monitor/answera.php?question_id=1353)

            นับจากรัฐบาลจีนติดตั้งแท่นขุดเจาะ Haiyang Shiyou-981 (HYSY981) บริเวณใกล้หมู่เกาะพาราเซล (Paracel Islands) ตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างเวียดนามกับจีนอยู่ในภาวะตึงเครียด
            ในมุมมองของเวียดนาม บริเวณที่ตั้งแท่นขุดเจาะอยู่เขตอธิปไตยของตน เพราะอยู่ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ 200 ไมล์ทะเลและอยู่ในเขตไหล่ทวีป (continental shelf) ที่ตำแหน่ง 119 ไมล์ทะเล ตามนิยามของกฎหมายทะเลขององค์การสหประชาชาติ (United Nations Convention on the Law of the Sea หรือ UNCLOS) ฉบับปี 1982 รัฐบาลเวียดนามเตือนจีนอย่างต่อเนื่องว่ากำลังลุกล้ำอธิปไตย ละเมิดปฏิญญาว่าด้วยแนวปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้ (Declaration on the Conduct of Parties in the South China Sea หรือ DOC) ในขณะที่จีนอ้างว่าตำแหน่งแท่นขุดเจาะอยู่ในเขตอธิปไตยใกล้หมู่เกาะพาราเซล หรือในชื่อจีนคือหมู่เกาะซีซา (Xisha Islands) ที่จีนอ้างว่าเป็นของตน
            ความขัดแย้งอันเนื่องจากทะเลจีนใต้ หมู่เกาะพาราเซล ไม่ใช่เรื่องใหม่ ย้อนหลังได้เป็นร้อยปีที่เวียดนามยังอยู่ภายใต้การปกครองของราชวงศ์เหงียน (Nguyen) ส่วนจีนคือราชวงศ์ชิง ทั้งรัฐบาลเวียดนามกับจีนพยายามแก้ปัญหาดังกล่าวเรื่อยมาทั้งระดับทวิภาคีกับพหุภาคี เมื่อปีที่แล้วมีข้อตกลงว่าจะควบคุมไม่ให้ข้อพิพาททางทะเลลุกลามบานปลาย วางระบบโทรศัพท์สายด่วนหากเกิดปัญหาข้อพิพาท สองฝ่ายประกาศว่าจะปฏิบัติตามปฏิญญาว่าด้วยแนวปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้อย่างเคร่งครัด

            เมื่อความขัดแย้งรอบใหม่ปะทุขึ้น  นายเหงียน เติ๊น สุง (Nguyen Tan Dung) นายกรัฐมนตรีเวียดนาม กล่าวว่าการติดตั้งแท่นขุดเจาะน้ำมันดังกล่าวเป็นภัยคุกคามสันติภาพ เสถียรภาพและเสรีภาพการเดินเรือ พร้อมกับเรียกร้องให้ชาติสมาชิกอาเซียนและประเทศอื่นๆ ทั่วโลกต่อต้านการกระทำดังกล่าว
            ไม่กี่วันต่อมา กระแสการชุมนุมประท้วงในประเทศเวียดนามเริ่มก่อตัวขึ้น และจากการชุมนุมโดยสงบกลายเป็นเหตุวุ่นวาย เกิดการปะทะระหว่างผู้ชุมนุมกับชาวต่างชาติในเวียดนาม ทั้งชาวจีน ชาวไต้หวัน เกาหลีใต้และญี่ปุ่น มีผู้เสียชีวิตหลายรายซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติ มีผู้เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลนับร้อยคน สื่อ Tuoi Tre News ของเวียดนามรายงานว่า มีพวกฉวยโอกาส เข้าปล้นทรัพย์สินของคนเชื้อสายจีน สถานประกอบการหลายร้อยแห่งในเมือง Binh Duong ถูกบุกรุกทำลาย โรงงานหลายแห่งถูกเผา คนเวียดนาม 300 คนถูกจับกุมด้วยข้อหาลักขโมย ทำลายทรัพย์สิน ก่อเหตุวุ่นวาย ขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่
            การชุมนุมเพื่อต่อต้านจีนที่เริ่มต้นขึ้นได้เพียงไม่กี่วัน ลงเอยด้วยเหตุวุ่นวาย จนทางการเวียดนามต้องสั่งระงับและเข้าควบคุมมวลชนทันที

การ “เหมารวม” กับความชิงชังที่ฝังลึก :
            เหตุวุ่นวายจากการชุมนุมประท้วง นำมาซึ่งการวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นานา ประเด็นที่พูดถึงมากสุดคือ การตั้งคำถามว่า “ทำไมจึงพลเรือนต่างชาติจึงถูกทำร้าย”
            นาย Wang Aihua นักวิเคราะห์ชาวจีนแสดงความเห็นว่า ไม่ว่าการประท้วงจะมาจากความรักชาติหรือเหตุผลทางการเมือง เวียดนามควรตระหนักว่าจีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่นเป็นนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดของเวียดนาม หากรัฐบาลเวียดนามเชื่อว่ากำลังมีประเด็นพิพาทกับจีน ก็ควรแก้ปัญหาดังกล่าวด้วยวิถีทางการทูตระหว่างรัฐบาล ไม่ใช่มุ่งเป้าที่พลเรือน จีนกับเวียดนามมีสัมพันธ์นับพันปี การเป็นศัตรูต่อกันไม่เคยส่งผลดี เวียดนามน่าจะจดจำประวัติศาสตร์เหล่านั้นได้
            การวิพากษ์แนวทางนี้ชี้ว่า คนงานหรือผู้ประกอบการต่างชาติเป็นเอกชน ไม่ใช่รัฐบาล หากชาวเวียดนามไม่พอใจการติดตั้งแท่นขุดเจาะ ควรประท้วงหรือกระทำการต่อรัฐบาลจีน ไม่ใช่พลเรือน การกระทำแบบ “เหมารวม” ถือว่าคนจีนคือรัฐบาลจีน ย่อมเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้อง ขาดการแยกแยะ
            ในทางกลับกัน การจะตีความว่าเพราะชาวเวียดนามไม่พอใจจึงทำร้ายชาวจีนเป็นข้อสรุปแบบ “เหมารวม” เช่นกัน ควร “แยกแยะ” ระหว่าง ชาวเวียดนามที่ประท้วงโดยสงบกับพวกฉวยโอกาส ซึ่งกลุ่มหลังอาจมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น เมื่อเทียบกับชาวเวียดนามทั้งประเทศ นอกจากนี้ เหตุร้ายที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งน่าจะมาจากความเข้าใจผิด คิดว่าชาวไต้หวันกับชาวจีนคือคนประเทศเดียวกัน หรือแยกแยะไม่ออกว่าใครเป็นคนไต้หวันหรือคนจีน เพราะหน้าตาคล้ายกัน พูดภาษาจีนเหมือนกัน และอาจเป็นเรื่องของเหตุผลส่วนตัว เช่น ไม่ชอบเป็นการส่วนตัว ด้วยเหตุผลทั้งหมดจึงเป็นเหตุทำให้คนไต้หวัน เกาหลีและญี่ปุ่นถูกทำร้ายด้วย ดังนั้น หากจะตีความเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าชาวเวียดนามนิยมความรุนแรง ทำร้ายชาวต่างชาติจึงเป็นการตีความที่ผิดจากความจริง

            ในแง่ของรัฐบาล ทางการเวียดนามคงไม่เคยคิดว่าเหตุการณ์จะกลายเป็นเช่นนี้ การชุมนุมแทนที่จะเกิดผลดี แสดงพลังความรักชาติของชาวเวียดนาม กลายเป็นเกิดผลร้ายมากกว่า จึงต้องเข้าควบคุมการชุมนุมประท้วง

            ข้างวิเคราะห์ข้างต้น อธิบายว่าความรุนแรงเกิดจากคนหลายกลุ่ม หลายเหตุผล แต่หากกลับมาที่เหตุผลหลัก การชุมนุมประท้วงไม่เพียงเพราะความขัดแย้งอันเนื่องจากการอ้างกรรมสิทธิ์ทับซ้อนเหนือน่านน้ำในทะเลจีนใต้ แต่สะท้อนความบาดหมางที่ร้าวลึกระหว่างคนเวียดนามกับจีน
            นายเหงียนคักเวียน (Nguyen Khac Vien) นักปราชญ์ นักลัทธิมาร์กซ์ และนักประวัติศาสตร์ อธิบายว่าเวียดนามตั้งแต่ยุคอาณาจักรโบราณถูกจีนรุกรานมาโดยตลอด เป็นประวัติศาสตร์แห่งการต่อสู้เพื่อความเป็นไท มีการกบฏนับร้อยครั้งและถูกทางการจีนปราบได้เสียเป็นส่วนใหญ่ ชาวเวียดนามต้องพลีชีพนับหมื่นนับแสน แต่ไม่เป็นเหตุให้ชาวเวียดนามท้อถอย พยายามต่อสู้มาโดยตลอด จนได้รับการปลดปล่อยอย่างแท้จริงในยุคที่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามปฏิวัติสำเร็จ
            เวียดนามในปัจจุบันยังเป็นประเทศสังคมนิยม ชาวเวียดนามได้รับข้อมูลจำกัด มุมมองที่ชาวเวียดนามมีต่อจีนจึงอยู่ในกรอบที่จำกัดเช่นกัน หากจะปรับความสัมพันธ์ในระดับรากหญ้า จำต้องปรับทัศนคติเหล่านี้เสียก่อน

ผลเสียต่อเวียดนามและจีน :
            ไม่ว่ารัฐบาลเวียดนามจะยอมรับหรือไม่ ว่าตั้งใจใช้การชุมนุมประท้วงเป็นเครื่องมือทางการเมือง แต่ผลลัพธ์เป็นอย่างที่เห็น แทนที่การชุมนุมประท้วงจะเป็นเครื่องมือแสดงออกทางการเมืองอย่างหนึ่งของเวียดนาม เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นเป็นผลเสียมากกว่าผลดี เป็นอุทาหรณ์ให้รัฐบาลต้องไตร่ตรองอีกครั้ง หากในวันข้างหน้าจะสนับสนุนให้ประชาชนลุกขึ้นชุมนุมประท้วงอีก ดังที่นายกฯ เหงียน สั่งการให้ดำเนินมาตรการป้องกันและลงโทษผู้ก่อเหตุร้ายจากการชุมนุมประท้วง และขอให้เจ้าหน้าที่ดูแลเรื่องความปลอดภัยของทุกคนทุกฝ่าย อย่างไรก็ตามท่านชื่นชมที่ชาวเวียดนาม “ทั่วประเทศได้แสดงความรักชาติ” ต่อต้านแท่นขุดเจาะน้ำมันจีนที่มาตั้งอยู่ในน่านน้ำของประเทศ

            ผลเสียอีกด้านที่เห็นชัดคือ ผลกระทบทางเศรษฐกิจ สื่อจีนรายงานว่าเหตุความวุ่นวายทำให้โรงงานของผู้ประกอบการต่างชาติ 400 แห่งได้รับความเสียหาย เจ้าของโรงงานเหล่านี้มีทั้งชาวจีน ชาวไต้หวัน ฮ่องกง เกาหลีใต้ ญี่ปุ่นและสิงคโปร์ และอาจเป็นเรื่องน่าเจ็บใจสำหรับชาวเวียดนามบางคน หากรู้ว่าจีนไม่ใช่นักลงทุนรายใหญ่ ปัจจุบันจีนเป็นนักลงทุนอันดับ 13 ของเวียดนาม อีกทั้งผู้ประกอบการชาวไต้หวันที่ลงทุนในเวียดนามคือผู้ที่ได้รับความเสียหายมากที่สุด โรงงานที่เสียหาย 224 แห่งเป็นของชาวไต้หวัน ในจำนวน 18 แห่งไฟไหม้ และ 5 แห่งเสียหายทั้งหมด โรงงานต่างชาติทั้งหมดราว 1,100 แห่งปิดทำการเนื่องจากกังวลในความปลอดภัย เพียงชั่วข้ามคืนชาวเวียดนาม 6 หมื่นคนกลางเป็นผู้ว่างงาน
            ในระยะยาว นักลงทุนต่างชาติหลายคนอาจตัดสินใจถอนการลงทุนออกจากเวียดนาม ส่วนผู้ประกอบการต่างชาติที่เคยคิดจะมาลงทุนในเวียดนาม คงต้องพิจารณาทบทวนใหม่อีกครั้ง เรื่องนี้เป็นเรื่องร้ายแรงเพราะข้อมูลปี 2012 พบว่าผลิตผลจากโรงงานอุตสาหกรรมราวร้อยละ 50 มาจากโรงงานของผู้ประกอบการต่างชาติ รวมความแล้ว เหตุชุมนุมเพียงไม่กี่วันกระทบต่อการลงทุนของต่างชาติ กระทบต่อเศรษฐกิจ และชีวิตความเป็นอยู่ของคนเวียดนามนับหมื่นนับแสนคน

            นอกจากพิจารณาผลเสียต่อเวียดนาม ควรพิจารณาผลเสียต่อจีนด้วย เพราะผลเสียที่เกิดขึ้นต่อฝ่ายหนึ่งจะกระทบต่ออีกฝ่าย
            ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ท่ามกลางความตึงเครียด ความไม่ไว้วางใจต่อกัน รัฐบาลจีนพยายามปรับความสัมพันธ์กับรัฐบาลเวียดนาม เมื่อปีที่แล้ว นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีนเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการ กล่าวว่าการที่ตนเยือนเวียดนามเป็นการแสดงออกว่าจีนต้องการเป็นมิตร ขยายความสัมพันธ์ระหว่างกัน และสองฝ่ายเห็นร่วมกันว่าจะต้องใช้เศรษฐกิจความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นตัวนำ “เพื่อเศรษฐกิจของสองประเทศจะพัฒนาและมั่งคั่งอย่างยั่งยืน พลเมืองสองประเทศมีคุณภาพมีชีวิตที่ดี”
            นายกฯ หลี่ เห็นว่าสองฝ่ายควรเร่งพัฒนาความสัมพันธ์ที่เป็นประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย ความร่วมมือทวิภาคีไม่เพียงแต่สร้างผลประโยชน์ต่อประชาชนทั้งสองประเทศ ยังส่งเสริมสันติภาพ การพัฒนาและความมั่งคั่งของภูมิภาคด้วย
            ด้านนายกฯ เหงียน กล่าวเห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคี พร้อมจะทำงานร่วมกับจีนในด้านการติดต่อระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูง สร้างความไว้วางใจทางการเมือง เพิ่มความร่วมมือทั้งทางทะเล ทางบกและความร่วมมือทางการเงิน เวียดนามจะร่วมมือกับจีนเพื่อความร่วมมือในประเด็นระดับภูมิภาคและระดับโลก
            แต่การประท้วงของชาวเวียดนาม เป็นตัวบ่งชี้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนามกับจีนกลับสู่ความตึงเครียดอย่างหนักอีกครั้ง สะท้อนความสัมพันธ์อันเปราะบาง ความไม่ไว้วางใจต่อจีน และยากจะมีความร่วมมือใดๆ อย่างจริงจัง
            และควรตีความว่าทั้ง 2 ประเทศต่างต้องเสียหาย เสียโอกาสจากความไม่ไว้วางใจ ขาดความร่วมมือระหว่างกัน แทนที่จะใช้ทรัพยากรชาติเพื่อเพิ่มขยายความร่วมมือ นำความสุขแก่ประชาชน สร้างความเจริญแก่ประเทศ กลับกลายเป็นต้องใช้ทรัพยากรชาติเพื่อต่อต้าน ต่อกรกับอีกฝ่าย

ข้อคิด ข้อเสนอ :
            เหตุความวุ่นวายที่เกิดขึ้นจนนำสู่ความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สิน บางคนอาจโทษว่าเพราะรัฐบาลจีนเป็นต้นเหตุติดตั้งแท่นขุดเจาะในน่านน้ำพิพาท บางคนอาจโทษว่าเพราะรัฐบาลเวียดนามหวังใช้การชุมนุมประท้วงเป็นเครื่องมือทางการเมือง แต่ไม่ควร “เหมารวม” ว่าชาวเวียดนามทุกคนเป็นพวกนิยมความรุนแรง ฉวยโอกาสชิงทรัพย์ของคนอื่น เช่นเดียวกับที่ต้องรู้จัก “แยกแยะ” ระหว่างรัฐบาลกับเอกชน
            เมื่อประเทศถูกรุกราน ละเมิดอธิปไตย ประชาชนสมควรที่จะแสดงออกซึ่งความรักชาติ การชุมนุมประท้วงเป็นการแสดงพลังอย่างหนึ่ง เพื่อให้ต่างชาติระมัดระวังที่จะกระทำการใดๆ แต่การแสดงความรักชาติสามารถกระทำได้ในหลากหลายรูปแบบ ไม่จำต้องเป็นการชุมนุมประท้วงเพียงอย่างเดียว เป็นไปได้ไหมหากจะใช้พลังในทางสร้างสรรค์ ที่ก่อประโยชน์ทั้งต่อตัวเอง ต่อครอบครัว สังคมและประเทศชาติ เช่น นักเรียนแสดงความรักชาติด้วยการลดดูโทรทัศน์วันละ 1 ชั่วโมง เพื่ออ่านหนังสือเรียน ช่วยทำงานบ้าน นักศึกษารวมตัวทั้งสถาบันใช้วันหยุดสุดสัปดาห์ทำกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ ข้าราชการรณรงค์ต่อต้านคอร์รัปชัน นักธุรกิจผู้ประกอบการแบ่งกำไรส่วนหนึ่งสนับสนุนกิจกรรมสาธารณะประโยชน์
            หากประเทศใดๆ ประท้วงด้วยการใช้พลังในทางสร้างสรรค์ จะก่อประโยชน์มหาศาล ตั้งแต่ระดับปัจเจกบุคคล ครอบครัว ชุมชน จนถึงระดับชาติ ประเทศคู่ปรปักษ์จะต้องไตร่ตรองทบทวนอีกครั้ง เพราะทุกทั้งที่เกิดความขัดแย้งจะชักนำให้คนในประเทศนั้นแสดงความรักชาติและใช้พลังในทางสร้างสรรค์ยิ่งขึ้น
-----------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง
ถ้ามองว่าการติดตั้งแท่นขุดเจาะเป็นเรื่องของ “การละเมิดอธิปไตย” จะกลายเป็นโจทย์ยาก แต่ถ้ามองว่าความขัดแย้งรอบนี้มีต้นเหตุจาก “แท่นขุดเจาะ” จะกลายเป็นโจทย์ว่าย และหากมองว่าเป็นเรื่องการช่วงชิงอิทธิพลทางการเมืองระหว่างประเทศในระดับภูมิภาคนั้นเป็นโจทย์ซับซ้อน ประเทศที่เกี่ยวข้องควรระมัดระวังผลต่อมุมมองของประเทศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

บรรณานุกรม:
1. Nguyen Khac Vien. (2552). เวียดนาม: ประวัติศาสตร์ฉบับพิสดาร. ต้นฉบับ Vietnam: A Long History. แปลโดย เพ็ชรี สุมิตร. พิมพ์ครั้งที่ 2 กรุงเทพ: ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
2. Anti-Chinese rioting in Vietnam turns deadly. (2014, May 15). The Sydney Morning Herald. Retrieved from http://www.smh.com.au/world/antichinese-rioting-in-vietnam-turns-deadly-20140515-zrdzl.html
3. China leader visits Viet Nam. (2013, October 14). Viet Nam News. Retrieved from http://vietnamnews.vn/politics-laws/246197/china-leader-visits-viet-nam.html
4. China’s deployment of oil rig endangers peace, marine safety: Vietnam premier. (2014, May 11). Tuoi Tre News. Retrieved from http://tuoitrenews.vn/politics/19581/chinas-deployment-of-oil-rig-endangers-peace-marine-safety-vietnam-premier
5. China, Vietnam agree to deepen partnership. (2013, October 14). Viet Nam News. http://vietnamnews.vn/politics-laws/246235/china-vietnam-agree-to-deepen-partnership.html
6. China, Vietnam agree to deepen partnership along three tracks. (2013, October 14). Xinhua. Retrieved from http://news.xinhuanet.com/english/china/2013-10/13/c_132795280.htm
7. 2 Chinese dead in Vietnam riots: police chief. (2014, May 18). Tuoi Tre News. Retrieved from http://tuoitrenews.vn/society/19713/2-chinese-dead-in-vietnam-riots-police-chief
8. Chinese state councilor meets Vietnamese defense minister in Myanmar. (2014, May 19). Xinhua. Retrieved from http://news.xinhuanet.com/english/china/2014-05/20/c_126520563.htm
9. PM orders action to protect law, order. (2014, May 16). VNS. Retrieved from http://vietnamnews.vn/politics-laws/254936/pm-orders-action-to-protect-law-order.html
10. Taiwan, Vietnam in discussions over protecting investors. (2014, May 20). Taipei Times. Retrieved from http://www.taipeitimes.com/News/front/archives/2014/05/20/2003590777
11. Vietnam police detain over 600 rioters in southern localitiess. (2014, May 14). Tuoi Tre News. Retrieved from http://tuoitrenews.vn/society/19644/fgagd
12. Vietnam’s PM, President request withdrawal of China’s illicit oil rig. (2014, May 16). Tuoi Tre News. Retrieved from http://tuoitrenews.vn/politics/19682/vietnams-prime-minister-president-request-withdrawal-of-chinas-illicit-oil-rig
13. VN: China must withdraw oil rig. (2014, May 7). VNS. Retrieved from http://vietnamnews.vn/politics-laws/254480/vn-china-must-withdraw-oil-rig.html
14. Wang Aihua. (2014, May 16). China Voice: Vietnam cannot afford foreigner enmity. Retrieved from http://news.xinhuanet.com/english/world/2014-05/16/c_133339728.htm
---------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“อุดมการณ์เสรีนิยม”
·เกริ่นนำ oเสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเ…

รูปแบบการปกครอง (1) รูปบการปกครองแบบกรีก

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553 ชาญชัย  รูปแบบการปกครอง การจะบอกว่ามีกี่รูปแบบการปกครอง (Forms of Government) และแต่ละรูปแบบเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่ใช้ในการจัด ซึ่งพอจะมีวิธีแบ่งได้หลายแบบ เช่น เกณฑ์จำนวนผู้มีอำนาจปกครอง เกณฑ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน เป็นต้น
“รูปแบบการปกครองที่ใช้เกณฑ์จำนวนผู้ปกครองและเป้าหมายของการปกครอง”             รูปแบบนี้นักวิชาการบางท่านเรียกว่า รูปแบบการปกครองแบบกรีก (Greek Typology of Governments) โดยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก คือ รูปแบบที่รัฐบาลมีเหตุผลและดำรงอยู่เพื่อความดีงามของรัฐ (polis) กับรูปแบบตรงกันข้ามที่รัฐบาลไม่มีเหตุผลและดำรงอยู่เพื่อผลประโยชน์ของผู้ปกครองเท่านั้น ในแต่ละรูปแบบหลักแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบย่อยตามจำนวนผู้ปกครอง คือ 1 คน (one) จำนวนเล็กน้อย (few) และ หลายคน (many)
Government Pure Form Impure Form คนเดียว (of One) ราชาธิปไตย (Monarchy) ทรราชย์ (Tyranny) จำนวนน้อย (of the Few) อภิชนาธิปไตย (Aristocracy) คณาธิปไตย (Oligarchy) จำนวนมาก (of the Many) มัชฌิมวิถีอธิปไตย (Polity) ประชาธิปไตย (Democracy)
รูปแบ…