วันจันทร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2556

นโยบายโจมตีซีเรีย ประเด็นถกเถียงประชาธิปไตยอเมริกา

14 กันยายน 2013
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 17 ฉบับที่ 6159 วันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน พ.ศ.2556 และได้รับการเผยแพร่ผ่าน US Watch” โดย กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศ, http://uswatch.mfa.go.th/uswatch/th/article/detail.php?article=1746)

            สถานการณ์ความขัดแย้งในซีเรียดำเนินต่อเนื่องมาสองปีครึ่งแล้ว จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงหนึ่งแสนคนในปัจจุบัน พร้อมกับผู้อพยพออกจากประเทศอีกราว 2 ล้าน มีข่าวเหตุการณ์ความรุนแรงในซีเรียอย่างต่อเนื่อง และช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมากลายเป็นประเด็นร้อนของโลกเมื่อประธานาธิบดีบารัก โอบามาประกาศคิดจะโจมตีซีเรียเนื่องจากการใช้อาวุธเคมีเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม
            บทความนี้จะวิเคราะห์วิพากษ์ประเด็นถกเถียงระบอบประชาธิปไตยอเมริกาโดยนำนโยบายโจมตีซีเรียเป็นกรณีตัวอย่าง มีประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้

            ประการแรก ฝ่ายบริหารกับนิติบัญญัติควรฟังเสียงประชาชนหรือฟังหลักเหตุผล
            ในขณะที่ประธานาธิบดีโอบามายืนยันว่ารัฐบาลอัสซาดเป็นผู้ใช้อาวุธเคมี เห็นว่าการอยู่นิ่งเฉยจะเป็นเหตุให้มีผู้ใช้อาวุธเคมีอีกในอนาคต และอาวุธดังกล่าวอาจตกอยู่ในมือของผู้ก่อการร้ายและนำมาโจมตีอเมริกาในที่สุด สั่งการหน่วยงานความมั่นคงเตรียมการโจมตี ประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส และหลายประเทศในโลกอาหรับให้การสนับสนุนรัฐบาลโอบามาอย่างเต็มที่ แต่ผลสำรวจของ CNN/ORC ชี้ว่าชาวอเมริกันกว่าร้อยละ 70 ไม่ต้องการให้รัฐสภาอนุมัติโจมตีซีเรีย ด้วยเหตุผลว่าการโจมตีไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ สหรัฐไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวกับสงครามกลางเมืองซีเรีย ผลสำรวจดังกล่าวสอดคล้องกับอีกหลายสำนักวิจัยที่ชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่าประชาชนกว่าครึ่งไม่ต้องการให้ประเทศโจมตีซีเรีย
            คำถามคือประธานาธิบดีควรตัดสินใจอย่างไร เมื่อรัฐบาลเห็นว่าควรโจมตีด้วยเหตุผลต่างๆ นานาแต่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย
            น่าเสียดายที่ประธานาธิบดีโอบามาสั่งให้รัฐสภาหยุดพิจารณาเรื่องการโจมตีซีเรียไว้ก่อน เนื่องจากเห็นด้วยกับข้อเสนอของรัสเซียที่ต้องการให้สหประชาชาติเข้าควบคุมอาวุธเคมีในซีเรีย แต่ยังเป็นคำถามว่าหากไม่มีทางออกจากรัสเซีย รัฐสภาจะตัดสินใจอย่างไร จะฟังเสียงของประชาชนหรือฟังเหตุผลของรัฐบาล

            เมื่อพิจารณาผลสำรวจโดยละเอียดพบว่าชาวอเมริกันส่วนใหญ่ไม่เพียงไม่ต้องการโจมตีซีเรียเท่านั้น ยังไม่ต้องการให้ประเทศแสดงบทบาทเป็นตำรวจโลก (ลงโทษโจมตีซีเรียด้วยเหตุผลใช้อาวุธเคมีผิดกฎหมายระหว่างประเทศ) ไม่ต้องการให้รัฐบาลต่อต้านภัยคุกคามก่อการร้ายที่อยู่ไกลตัว (ข้ออ้างเรื่องผู้ก่อการร้ายอาจใช้อาวุธเคมีซีเรียโจมตีสหรัฐ)
            มุมมองของประชาชนคือเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน เช่น เรื่องคนว่างงาน เรื่องสวัสดิการรักษาพยาบาล แก้ปัญหาการขาดดุลงบประมาณ
            รัฐบาลโอบามาเปรียบเสมือนผู้ที่มองการณ์ไกล ให้ความสำคัญกับทุกเรื่องอย่างครอบคลุม ส่วนประชาชนให้ความสำคัญกับเรื่องใกล้ตัวเป็นหลัก เกิดคำถามว่ารัฐบาลควรทำตามข้อเสนอของชาวอเมริกันหรือไม่ อีกนัยหนึ่งคือรัฐบาลควรทำตามความเห็นของประชาชนทุกเรื่องหรือไม่ หรือรัฐบาลควรดำเนินการในสิ่งที่ถูกต้องแม้ประชาชนส่วนใหญ่จะไม่เห็นด้วย เป็นประเด็นที่ต้องถกเถียงต่อไป
            หากกลับมาพูดเรื่องโจมตีซีเรีย นักการเมืองอเมริกันบางคนสนับสนุนฝ่ายต่อต้านอย่างเต็มที่ ถึงกับเรียกร้องให้รัฐบาลโอบามาส่งทหารโค่นล้มรัฐบาลอัสซาดเหมือนดังที่เคยทำกับรัฐบาลของซัดดัม ฮุสเซน แห่งอิรัก

            ประการที่สอง รัฐบาลควรยึดถือเจตจำนงของประชาชนโดยรวมหรือกลุ่มผลประโยชน์
            ระบบประชาธิปไตยอเมริกันเป็นประชาธิปไตยโดยอ้อม (Indirect Democracy) หรือประชาธิปไตยแบบตัวแทน (Representative Democracy) ประชาชนผู้เป็นพลเมืองมีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้แทนราษฎรเข้าไปทำหน้าที่แทนตัวเองในรัฐสภา และเจตจำนงของรัฐสภาถือเป็นความต้องการของประชาชนและต้องสะท้อนความต้องการของประชาชน
            ในแง่หนึ่งนโยบายโจมตีซีเรียเป็นตัวอย่างเพื่อวิพากษ์ว่ารัฐบาลเข้าใจความต้องการของประชาชนโดยรวมหรือไม่ หากรัฐบาลโอบามาเข้าใจความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริงก็ไม่น่าจะประกาศนโยบายโจมตีซีเรีย หรือว่าระบบการเมืองมีประเด็นที่ซับซ้อนกว่านั้น
            ประเด็นหนึ่งที่ไม่อาจละเลยคือ ตามระบอบการเมืองอเมริกา ประชาชนผู้เรียกร้องต่อต้านสงครามไม่ใช่กลุ่มผู้มีผลต่อการตัดสินใจของรัฐบาลเพียงกลุ่มเดียว การดำเนินนโยบายขึ้นกับปัจจัยอื่นๆ ขึ้นกับกลุ่มผลประโยชน์จำนวนมาก แต่ละวันแต่ละเดือนกลุ่มผลประโยชน์หลายพันกลุ่มกำลังวิ่งเต้นให้รัฐบาลทำตามความต้องการของตน ที่สำคัญคือไม่มีกฎหมายควบคุมว่ากลุ่มเหล่านี้จะต้องทำเพื่อผลประโยชน์ของสังคมโดยรวม เพราะหลักประชาธิปไตยในแง่นี้ต้องการให้ทุกกลุ่มต่างแข่งขันกัน รัฐบาลจะเป็นผู้ทำหน้าที่กลั่นกรองอีกชั้นเอง

            แนวคิดการโจมตีซีเรียอาจเริ่มต้นจากกลุ่มผลประโยชน์เล็กๆ แต่ทรงอิทธิพล ดังที่กล่าวแล้วว่าสมาชิกรัฐสภาบางคนถึงกับกดดันให้รัฐบาลส่งทหารบุกซีเรียโค่นล้มรัฐบาลอัสซาด ซึ่งชาวอเมริกันส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยเพราะหวนนึกถึงกรณีสงครามอิรัก อัฟกานิสถานที่ทหารอเมริกันต้องเสียชีวิตหลายพันนาย รัฐสูญเสียงบประมาณมหาศาลโดยที่ประชาชนไม่แน่ใจว่าสงครามดังกล่าวช่วยให้ประเทศมีความมั่นคงขึ้นหรือไม่
            โดยวัฒนธรรมแล้วสังคมอเมริกันไม่มีชนชั้น ทุกคนมีความเสมอภาคทางสังคม แต่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลมีอิทธิพลมากน้อยแตกต่างกัน ต่างพยายามมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของรัฐบาล ส่วนรัฐบาลมีหน้าที่ต้องนำความต้องการของทุกคนทุกฝ่ายมาประมวลเพื่อกำหนดนโยบาย ก่อนจะมีการโจมตีซีเรียการต่อสู้อย่างเข้มข้นเกิดขึ้นในระบบการเมืองอเมริกา

            ประการที่สาม วิพากษ์คะแนนนิยมของประธานาธิบดี
            ผลสำรวจชนิดหนึ่งที่มักทำเสมอคือ การสำรวจว่าประชาชนให้คะแนนรัฐบาลเท่าใด ให้สอบผ่านหรือสอบตก
            สำนักวิจัย Gallup ที่ติดตามสำรวจความคิดเห็นของชาวอเมริกันต่อผลงานของประธานาธิบดี รายงานผลเมื่อวันที่ 13 กันยายน ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 45 ให้สอบผ่าน ร้อยละ 47 ให้สอบตก และตั้งแต่เดือนมีนาคม 2010 เป็นต้นมาคะแนนของประธานาธิบดีโอบามาอยู่ในลักษณะก้ำกึ่งระหว่างคะแนนสอบได้กับสอบตกเรื่อยมา ช่วงที่ได้คะแนนสอบผ่านสูงคือช่วงเลือกตั้งประธานาธิบดีสมัยที่สองเมื่อปลายปีที่แล้ว ประชาชนให้สอบผ่านราวร้อยละ 50 สอบตกร้อยละ 40

            การดูคะแนนรัฐบาลหรือผู้นำประเทศว่าสอบได้หรือสอบตก ถ้าดูที่คะแนนรวมจะได้ผลสรุปแบบง่ายๆ คือสอบผ่านหรือไม่ผ่าน แต่หากดูในรายละเอียดจะกลายเป็นเรื่องซับซ้อนแต่น่าสนใจ
            ยกตัวอย่าง สมมุติว่าประธานาธิบดีโอบามาสั่งโจมตีซีเรียโดยไม่ฟังเสียงคัดค้านของชาวอเมริกัน หากคิดในกรอบเรื่องนี้เพียงเรื่องเดียวประธานาธิบดีโอบามาน่าจะสอบตก แต่ในความเป็นจริงการวัดผลงานของรัฐบาลต้องคำนวณจากหลายเรื่องหลายด้าน ดังนั้นหากประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่ารัฐบาลสามารถดำเนินนโยบายด้านอื่นๆ ได้ดี เช่น เศรษฐกิจประเทศกำลังดีขึ้นเรื่อยๆ อัตราคนว่างงานลดน้อยลงทุกที นโยบายสวัสดิการรักษาโรคเป็นที่พอใจและมีประสิทธิภาพ สามารถแก้ปัญหาการขาดดุล ผลคะแนนรวมของประธานาธิบดีน่าจะได้คะแนนสอบผ่าน
            เท่ากับว่าเรื่องการโจมตีซีเรียลดความสำคัญลงไปมาก ทุกรัฐบาลสามารถใช้กลวิธีเช่นนี้ในการบริหารประเทศ รู้จังหวะว่าเมื่อใดควรดำเนินนโยบายอะไร ถ้าเป็นช่วงใกล้เลือกตั้งต้องดำเนินนโยบายที่จะได้คะแนน ดึงให้ตัวเองมีคะแนนสูงสุด แต่หากพึ่งผ่านพ้นการเลือกตั้งคะแนนนิยมอาจไม่มีความจำเป็นมากเท่าช่วงกำลังหาเสียง ฯลฯ

            การวิเคราะห์แนวนี้ชี้ให้เห็นว่านักการเมืองกำลังเล่นกับคะแนนเสียงของตนเอง เล่นกับความคิดเห็นความรู้สึกของประชาชน หลักฐานที่ดีที่สุดดูได้จากผลสำรวจ
            ผลสำรวจของ Gallup นำเสนอเมื่อวันที่ 11 กันยายนชี้ว่าในช่วงความคิดที่จะโจมตีซีเรียกำลังเป็นประเด็นร้อน แม้ผลสำรวจหลายสำนักต่างรายงานในทำนองเดียวกันว่าชาวอเมริกันกว่าราวร้อยละ 70 ไม่เห็นด้วยกับการโจมตีซีเรีย แต่มีชาวอเมริกันเพียงร้อยละ 8 เท่านั้นที่เห็นว่าสถานการณ์ซีเรียเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของประเทศ ประเด็นเรื่องภาวะเศรษฐกิจ อัตราคนว่างงาน ความไม่พอใจต่อการบริหารประเทศโดยรวม และประเด็นการรักษาพยาบาลยังเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สุดตามลำดับ
            สถานการณ์ซีเรียที่กลายเป็นประเด็นร้อนสามารถกดคะแนนของประเด็นเศรษฐกิจและอีกสามอันดับถัดมา แต่ทั้งสี่อันดับแรกดังกล่าวยังคงตำแหน่งเดิม (ดูตารางประกอบ บรรณานุกรม 5)
            รายงานของ Gallup ทำให้ได้ข้อสรุปว่าประเด็นโจมตีซีเรียในขณะนี้ยังไม่กระทบต่อความนิยมของประธานาธิบดีเท่าไรนัก ผู้คนหลายล้านคนทั่วโลกอาจเห็นเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญยิ่งแต่ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ไม่คิดเช่นนั้น เป็นความเข้าใจที่ผู้สนใจความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจำต้องตระหนักไว้เสมอ อีกเรื่องหนึ่งคือแม้ในระยะหลังผลคะแนนรวมของประธานาธิบดีคือสอบตกหรือก้ำกึ่ง ท่านก็ยังบริหารประเทศต่อไป ไม่ปรากฏข่าวว่าสมาชิกรัฐสภากลุ่มใดคนใดต้องการให้ท่านลาออกจากตำแหน่ง

            สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีพัฒนาการประชาธิปไตยอย่างยาวนาน มีสถาบันทางการเมืองที่เข้มแข็ง หลายประเทศให้การยอมรับความเป็นประชาธิปไตยของอเมริกา แต่ภายใต้บริบทดังกล่าวยังมีประเด็นให้วิพากษ์ได้อีกมากว่าประชาธิปไตยที่เข้มแข็งคืออะไร ที่เห็นได้ชัดภายใต้ระบบการเมืองอเมริกาคือการต่อสู้ของประชาชน กลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ เพื่อให้รัฐทำตามความต้องการของตน การอยู่นิ่งเฉยมีแต่จะเสียผลประโยชน์และอาจเป็นภัยต่อตนเอง
            ในภาพกว้าง ความเป็นไปในทางการเมืองของอเมริกาเกี่ยวข้องโดยตรงกับนโยบายต่างประเทศ แนวทางที่สหรัฐสัมพันธ์กับนานาประเทศ ส่งผลต่อความเป็นไปของโลกอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้
--------------------
ตาราง: แนวโน้มปัญหาที่สำคัญที่สุดของสหรัฐอเมริกาในระยะนี้
(ดูใน) ที่มา: Andrew Dugan, “In U.S., Syria Emerges as a Top Problem, but Trails Economy”, Gallup, 11 September 2013, http://www.gallup.com/poll/164348/syria-emerges-top-problem-trails-economy.aspx

บทความที่เกี่ยวข้อง:
(อัพเดท 10 ก.ย. 20.00 น.) รัสเซียเสนอให้หน่วยงานระหว่างประเทศเข้าควบคุมอาวุธเคมีของซีเรีย ข้อเสนอดังกล่าวได้รับการตอบรับจากรัฐบาลโอบามา รัฐสภาอเมริกันขอพิจารณารายละเอียดข้อเสนอ ล่าสุด ฝรั่งเศสจะเสนอร่างมติแก่คณะมนตรีความมั่นคง เป็นระเบียบ แนวทางการควบคุมอาวุธเคมีซีเรีย จากท่าทีของประธานาธิบดีโอบามา รัสเซีย ซีเรีย จนล่าสุดคือฝรั่งเศส เชื่อว่าคณะมนตรีฯ จะมีข้อมติดังกล่าว ผลคือเมื่อหน่วยงานระหว่างประเทศเข้าควบคุมอาวุธเคมีซีเรียแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่คองเกรสต้องพิจารณาเรื่องการโจมตีซีเรียอีก (เว้นแต่ว่าในอนาคตจะมีประเด็นใหม่)

บรรณานุกรม:
1. CNN poll: Public against Syria strike resolution, CNN, 9 September 2013, http://edition.cnn.com/2013/09/09/politics/syria-poll-main/
2. U.S. weapons reaching Syrian rebels, The Washington Post, 12 September 2013, http://www.washingtonpost.com/world/national-security/cia-begins-weapons-delivery-to-syrian-rebels/2013/09/11/9fcf2ed8-1b0c-11e3-a628-7e6dde8f889d_story.html
3. สมบัติ ธำรงธัญวงศ์, การเมือง: แนวความคิดและการพัฒนา, พิมพ์ครั้งที่ 18 (กรุงเทพฯ: เสมาธรรม, 2553)
4. Gallup Daily: Obama Job Approval, Gallup, http://www.gallup.com/poll/113980/gallup-daily-obama-job-approval.aspx, accessed 14 September 2013
5. Andrew Dugan, “In U.S., Syria Emerges as a Top Problem, but Trails Economy”, Gallup, 11 September 2013, http://www.gallup.com/poll/164348/syria-emerges-top-problem-trails-economy.aspx, accessed 12 September 2013
6. Barbara A. Bardes, Mack C. Shelley and Steffen W. Schmidt, “American Government and Politics Today: Essentials”, 2011 - 2012 Edition, (USA: Wadsworth, Cengage Learning, 2012).
7. G. William Domhoff, “Who Rules America? Power, Politics and Social Change”, 5th ed (NY: McGrawHillm, 2006).
-------------------------------

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

อาเซียนแทรกแซงเมียนมา หรือเมียนมาแทรกแซงอาเซียน

15 ตุลาคม 2017 ชาญชัย คุ้มปัญญา (ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “ สถานการณ์โลก ” ไทยโพสต์ ปีที่ 21 ฉบับที่ 7646 วันอาทิตย์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ.2560) ...