ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เกาะติดประเด็นร้อน “ความขัดแย้งในประเทศซีเรีย” (15)

สรุปสถานการณ์: (อัพเดท 10 ก.ย. 9.30 น.) สหภาพยุโรปเสียงแข็งเรียกร้องให้รัฐบาลโอบามารอผลการพิสูจน์การใช้อาวุธเคมีจากสหประชาชาติ แม้จะกล่าวทำนองว่ารัฐบาลอัสซาดน่าจะเป็นผู้ใช้อาวุธเคมี ในขณะที่รัฐบาลโอบามายังพยายามหว่านล้อมให้คนทั้งโลกเห็นความร้ายแรงของเหตุการใช้อาวุธเคมี
คืบหน้าล่าสุด: (อัพเดท 10 ก.ย. 20.00 น.)
            นักวิเคราะห์บางคนเห็นว่ารัฐบาลโอบามาจะเสียหน้าอย่างยิ่งหากแพ้โหวตในสภา บั่นทอนภาพลักษณ์ประธานาธิบดี ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงเชื่อว่าสมาชิกรัฐสภาหลายคนจะยกมือสนับสนุนการโจมตีซีเรียในที่สุด

            คุณ Radhika Miller นักเคลื่อนไหวต่อต้านสงครามของ ANSWER Coalition กล่าวว่า ลูกระเบิดที่อเมริกาทั้งในที่ต่างๆ ทั่วโลกจะระเบิดที่ประเทศของเรา ในขณะที่ชาวอเมริกันจำนวนมากยังตกงาน หลายคนได้รับความยากลำบากจากปัญหาเศรษฐกิจ แต่รัฐบาลกลับใช้เงินหลายพันล้านดอลลาร์ไปกับการโจมตีทางทหารในดินแดนที่ห่างไกล “พวกเราต่อต้านสงครามไม่ใช่เพราะเป็น isolationists แต่เพราะลูกระเบิดที่ทิ้งลงในซีเรียจะสังหารประชาชน เราไม่อนุญาตให้รัฐบาลฆ่าประชาชนในนามของเรา”
            คุณ Medea Benjamin ผู้ร่วมก่อต้านองค์กรต่อต้านสงคราม Code Pink กล่าวว่าสัปดาห์นี้ชาวอเมริกันจะได้พิสูจน์ว่ารัฐสภาฟังเสียงของประชาชนหรือเดินหน้าให้ทำสงครามอีกครั้ง “สงครามนี้ไม่ช่วยประชาชนซีเรีย ไม่ช่วยคนอเมริกัน และจะไม่ส่งเสริมนิติธรรมระหว่างประเทศ” และการโจมตีซีเรียเป็นเรื่องผิดกฎหมายถ้าสหประชาชาติไม่ให้การรับรอง
            ผลสำรวจล่าสุดของ CNN/ORC International poll พบว่าชาวอเมริกันกว่าร้อยละ 70 ไม่ต้องการให้รัฐสภาอนุมัติโจมตีซีเรีย การโจมตีไม่ก่อประโยชน์ต่อประเทศ และสหรัฐฯ ไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวกับสงครามกลางเมืองซีเรีย
            ชาวอเมริกันกว่าร้อยละ 70 แสดงความเห็นว่าการโจมตีไม่ช่วยทำให้อะไรดีขึ้น ยกตัวอย่างกรณีการรุกรานอิรัก เหตุการณ์อาหรับสปริงในลิเบีย อียิปต์ ที่ไม่เห็นว่าอเมริกาจะช่วยทำให้สถานการณ์ดีขึ้นได้
            Keating Holland CNN Polling Director กล่าวว่าต่อให้รัฐสภาสนับสนุนประธานาธิบดีก็ไม่ช่วยให้ประชาชนจะลดแรงต่อต้าน “การอนุมัติจากคองเกรสมีส่วนช่วยโอบามาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น คนส่วนใหญ่ยังต่อต้านการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายในซีเรีย” “ถ้าคองเกสอนุมัติให้ใช้ปฏิบัติการทางทหาร ชาวอเมริกันร้อยละ 55 จะต่อต้านการโจมตีดังกล่าว”

            Sergei Lavrov รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ เห็นว่าหากสหรัฐฯ โจมตีซีเรียจะทำให้ผู้ก่อการร้ายเพิ่มจำนวนมากขึ้น การแก้ปัญหาจะต้องเน้น “การเคารพกฎหมายระหว่างประเทศและข้อตกลงต่างๆ ต้องนำรายงานเรื่องการใช้อาวุธเคมีทุกชิ้นมาพิสูจน์ค้นหาความจริง” และอ้างถึงเจ้าหน้าที่สหประชาชาติ “Carla del Ponte ที่เคยพูดว่าฝ่ายต่อต้านเป็นผู้ใช้อาวุธเคมี”
            
            รัฐบาลรัสเซียเสนอให้หน่วยงานระหว่างประเทศเข้าควบคุมอาวุธเคมีของซีเรียแลกกับที่สหรัฐฯ จะไม่โจมตีซีเรีย ประธานาธิบดีบารัก โอบามาเห็นว่าแนวทางดังกล่าว “น่าจะช่วยผ่านทางตันได้” ด้านวุฒิสภาเลื่อนการลงมติญัตติโจมตีซีเรียในวันพุธออกไป เพื่อพิจารณาข้อเสนอจากรัสเซีย
            Sergei Lavrov รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศกล่าวเสริมว่า รัสเซีย “ได้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวแก่ นาย Walid al-Moualem (รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศซีเรีย) แล้ว หวังว่าจะได้รับคำตอบในทางบวกโดยเร็ว”
            ส่วนนาย Walid al-Moualem กล่าวตอบรับทันทีว่า “ยินดีรับพิจารณาข้อเสนอของรัสเซีย บนพื้นฐานความห่วงใยชีวิตของประชาชนของรัฐบาลซีเรียและความมั่นคงของประเทศ”

            ล่าสุด นาย Laurent Fabius รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศสเตรียมยื่นร่างมติเสนอคณะมนตรีความมั่นคงประชาชาติ กำหนดระเบียบที่หน่วยงานระหว่างประเทศจะควบคุมอาวุธเคมีของซีเรีย “เป้าหมายของเราคือการประณามการสังหารหมู่เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม” โดยรัฐบาลซีเรีย และขู่ว่าหากรัฐบาลซีเรียไม่ทำตามจะต้องได้รับโทษอย่างรุนแรง

วิเคราะห์: (อัพเดท 10 ก.ย. 20.00 น.)
            วิเคราะห์ประเด็นทางการเมือง:
            1. คาดการณ์คองเกรสจะอนุมัติหรือไม่
            สองสามวันก่อนหน้านี้การคาดการณ์คำถามว่าที่คองเกรสจะอนุมัติหรือไม่ ยังมีการตีความในสองทิศทาง
            ฝ่ายแรกเห็นว่า ด้วยแรงต้านจากอียู จากผลโพลล์ที่ชี้ว่าคนอเมริกันส่วนใหญ่ไม่อยากให้โจมตี น่าจะเป็นแรงกดดันให้รัฐสภาไม่ผ่านร่างญัตติ
            อีกฝ่ายเห็นว่า รัฐบาลโอบามายังสู้ไม่ถอย พยายามล็อบบี้สมาชิกรัฐสภา อ้างเหตุผลหลายข้อที่มีจุดประสงค์ขอการสนับสนุนจากประชาชน นายเคอร์รีเดินสายของการสนับสนุนจากชาติพันธมิตร
            แต่สถานการณ์ล่าสุดอาจเป็นจุดพลิกผัน เมื่อประธานาธิบดีโอบามาเห็นดีเห็นงามกับข้อเสนอของรัสเซียที่เสนอให้หน่วยงานระหว่างประเทศเข้าควบคุมอาวุธเคมีของซีเรีย คองเกรสถึงกับเลื่อนการลงมติออกไป (แบบยังไม่มีกำหนดการใหม่) เพื่อพิจารณาข้อเสนอดังกล่าว

            2.ทางเลือกของคองเกรส
            ดังที่วิเคราะห์ครั้งก่อนว่า คองเกรสมีทางเลือกหลักคือลงมติอนุมัติกับไม่อนุมัติ การที่จะไม่อนุมัติก็มีเหตุผลต่างๆ นานาที่สามารถอ้างได้ ข้อเสนอของรัสเซียกลายเป็นเหตุผลข้ออ้างล่าสุดเพื่อให้คองเกรสไม่ต้องอนุมัติโจมตีซีเรีย ข้อสรุปที่ยังอยู่ระหว่างการหารืออาจออกมาว่าขอโอกาสหน่วยงานระหว่างประเทศไดทำงานก่อน หากผลการทำงานไม่เป็นที่น่าพอใจ ไม่น่าจะควบคุมอาวุธเคมีซีเรียได้จริง ค่อยมาพิจารณาญัตติโจมตีซีเรียใหม่อีกรอบ
            หากรัฐบาลอเมริกายังต้องการโจมตี น่าจะปัดข้อเสนอรัสเซียตั้งแต่ต้น อ้างว่าเป็นวิธีการที่ไม่ได้ผล เพราะรัฐบาลอัสซาดอาจปกปิดไม่เปิดเผยอาวุธเคมีทั้งหมด หรืออาจผลิตขึ้นมาใหม่ในอนาคต ฯลฯ

            เห็นได้ว่าทั้งประธานาธิบดีโอบามา สมาชิกสภาคองเกรสจำนวนหนึ่งพยายามเลี่ยงการโจมตีซีเรีย ดังที่เคยวิเคราะห์ว่าการพิจารณาของคองเกรสน่าจะเป็นสัญญาณสุดท้ายแล้ว หากคองเกรสพิจารณาให้โอกาสหน่วยงานระหว่างประเทศ เท่ากับว่าความคิดโจมตีซีเรียรอบนี้ยุติแล้ว


            ล่าสุดคือ ฝรั่งเศสจะเสนอร่างมติแก่คณะมนตรีความมั่นคง เป็นระเบียบ แนวทางการควบคุมอาวุธเคมีซีเรีย จากท่าทีของประธานาธิบดีโอบามา รัสเซีย ซีเรีย จนล่าสุดคือฝรั่งเศส เชื่อว่าคณะมนตรีฯ จะมีข้อมติดังกล่าว ผลคือเมื่อหน่วยงานระหว่างประเทศเข้าควบคุมอาวุธเคมีซีเรียแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่คองเกรสต้องพิจารณาเรื่องการโจมตีซีเรียอีก (เว้นแต่ว่าในอนาคตจะมีประเด็นใหม่)

            ประเด็นร้อนเรื่องการใช้อาวุธเคมีเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2013 ชานกรุงดามัสกัส น่าจะจบลงเพียงเท่านี้
10 กันยายน 2013
ชาญชัย คุ้มปัญญา
----------------------

บทวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้อง:
(อัพเดท 1 ก.ย. 20.40 น.) ประธานาธิบดีโอบามาร้องขอให้รัฐสภาอภิปรายเพื่อลงมติโจมตีซีเรีย สัญญาณการโจมตีเปลี่ยนจาก “ชัดเจน” มาเป็นจุดเดิมคืออาจโจมตีหรือไม่โจมตีก็เป็นได้ และมีแนวโน้มว่าหากเป็นการโจมตีคงต้องรออีกเป็นสัปดาห์
(อัพเดท 4 ก.ย. 1.15 น.) สถานการณ์ขณะนี้คือประธานาธิบดีโอบามากำลังรวบรวมให้ได้เสียงข้างมาก เพียงพอที่รัฐสภาจะประกาศโจมตีซีเรีย โดยไม่รอผลการตรวจสอบหลักฐานจากเจ้าหน้าที่สหประชาชาติ หากเป็นเช่นนั้นจริง การโจมตีน่าจะเกิดขึ้นภายในสัปดาห์หน้า หลังการอภิปรายและรัฐสภาลงมติ
(อัพเดท 8 ก.ย. 21.50 น.) อเมริกากับรัสเซียเสริมกองทัพอย่างต่อเนื่อง อียูเรียกร้องให้รอการพิสูจน์การใช้อาวุธเคมีจากสหประชาชาติ สัปดาห์นี้รัฐสภาอเมริกันพิจารณาญัตติโจมตีซีเรีย

บรรณานุกรม:
1. Obama Hones Pitch on Syria As Opposition Rises at Home, The Wall Street Journal, 8 September 2013, http://online.wsj.com/article/SB10001424127887324094704579062930548599924.html
2. Obama meets resistance as he presses case for Syria strike, Xinhua, 8 September 2013, http://news.xinhuanet.com/english/world/2013-09/08/c_132701636.htm
3. “U.S. strike on Syria risks emboldening terrorists: Russian, Syrian FMs”, Xinhua, 9 September 2013, http://news.xinhuanet.com/english/world/2013-09/09/c_132705487.htm
4. CNN poll: Public against Syria strike resolution, CNN, 9 September 2013, http://edition.cnn.com/2013/09/09/politics/syria-poll-main/
5. Obama sees potential ‘breakthrough’ in Russia’s Syria proposal, The Washington Post, 10 September 2013, http://www.washingtonpost.com/world/middle_east/john-kerry-in-london-campaigns-for-world-to-support-military-strike-against-syria/2013/09/09/e8ad7a72-193d-11e3-80ac-96205cacb45a_story.html
6. France to float UN resolution on Syria chemical weapons, France 24, 10 September 2013, http://www.france24.com/en/20130910-france-propose-new-un-resolution-syria-chemical-weapons-arms
----------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

America First, America Lonely

โดนัลด์ ทรัมป์ชูแนวคิด America First พร้อมทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ประเทศ แต่หลายนโยบายที่ยึดแนวทางนี้ส่งผลให้สหรัฐโดดเดี่ยวตัวเอง โลกกำลังก้าวสู่ความเป็นพหุภาคีมากขึ้น

หลักนโยบายแม่บทของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) หรือ “หลักนิยมทรัมป์” (Trump’s Doctrine) ตั้งอยู่บนแนวคิด “America First” (อเมริกาต้องมาก่อน) หมายถึงการบริหารประเทศที่ถือผลประโยชน์ของชาติกับพลเมืองเป็นที่ตั้ง แม้จะขัดแย้งประเทศอื่นๆ ละเมิดศีลธรรมคุณธรรม ตั้งอยู่บนหลักความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแบบสัจนิยม (Realism) แบบสุดขั้ว ระบบโลกเหมือนป่าดงดิบที่สัตว์ป่าทั้งหลายต่างดิ้นรนหาทางอยู่รอดโดยไม่คำนึงกฎใดๆ ยึดอธิปไตยชาติเป็นสำคัญ รัฐบาลทุกประเทศมีสิทธิ์และมีความรับผิดชอบต่อพลเมืองของตน เป็นลัทธิอเมริกานิยม (Americanism) ไม่ใช่โลกนิยม (globalism) บทความนี้เขียนขึ้นหลังประธานาธิบดีทรัมป์บริหารประเทศกว่าปีครึ่งแล้ว ความเป็น “อเมริกาต้องมาก่อน” ปรากฏชัดเจนมากขึ้น ในที่นี้จะนำเสนอบางตัวอย่างเพื่อให้เข้าใจหลักการดังกล่าวและปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น ไม่สนกติกาองค์การค้าโลกอีกต่อไป : ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวโจมตีองค์การค้าโลกเมื่อ…

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

ติมอร์-เลสเต จะเป็นสมาชิกอาเซียนลำดับที่ 11 หรือไม่

นับจากประเทศกัมพูชาเข้าร่วมสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เมื่อวันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 1999 จนถึงบัดนี้ยังไม่มีประเทศใดเข้าร่วมอาเซียนอีก อาเซียนปัจจุบันจึงคงมีสมาชิกทั้งสิ้น 10 ประเทศ ไม่กี่ปีที่ผ่านมารัฐบาลประเทศติมอร์-เลสเตพยายามขอเข้าร่วมสมาคมอาเซียน เกิดคำถามว่าอาเซียนจะมีสมาชิกใหม่หรือไม่ อะไรเป็นเหตุผลการรับหรือไม่รับเข้าเป็นสมาชิก             เมื่อเอ่ยชื่อประเทศติมอร์-เลสเต (Timor-Leste) น้อยคนนักที่จะรู้จักหรือเคยไปเยือนประเทศนี้เนื่องจากเป็นรัฐเกิดใหม่ บางคนอาจรู้จักในนามติมอร์ตะวันออกจากข่าวการต่อสู้เพื่อเอกราชอย่างยาวนานกับอินโดนีเซีย ก่อนได้รับเอกราชอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ. 2002             ติมอร์-เลสเต มีชื่ออย่างเป็นทางการว่าสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต ตั้งอยู่บนเกาะติมอร์ เดิมเป็นส่วนหนึ่งของอินโดนีเซีย เมื่อได้รับเอกราชแล้วอาณาเขตรัฐประกอบด้วยชนหลายกลุ่ม ทั้งพวกที่เคยต่อสู้เพื่อเอกราช พวกที่เดิมอาศัยอยู่ที่เขตเมืองหรือหมู่บ้านภายใต้การปกครองของอินโดนีเซีย และพวกที่ลี้ภัยออกนอกอาณาเขตเนื่องจากความไม่สงบที่ผ่านมา สภาพที่ประชาชนมี…