ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ติมอร์-เลสเต จะเป็นสมาชิกอาเซียนลำดับที่ 11 หรือไม่

12 กรกฎาคม 2013
ชาญชัย
(ได้รับการเผยแพร่ผ่าน ศูนย์โลกสัมพันธ์ไทย สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2556, http://www.thaiworld.org/thn/thailand_monitor/answera.php?question_id=1275)

            นับจากประเทศกัมพูชาเข้าร่วมสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เมื่อวันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 1999 จนถึงบัดนี้ยังไม่มีประเทศใดเข้าร่วมอาเซียนอีก อาเซียนปัจจุบันจึงคงมีสมาชิกทั้งสิ้น 10 ประเทศ ไม่กี่ปีที่ผ่านมารัฐบาลประเทศติมอร์-เลสเตพยายามขอเข้าร่วมสมาคมอาเซียน เกิดคำถามว่าอาเซียนจะมีสมาชิกใหม่หรือไม่ อะไรเป็นเหตุผลการรับหรือไม่รับเข้าเป็นสมาชิก

            เมื่อเอ่ยชื่อประเทศติมอร์-เลสเต (Timor-Leste) น้อยคนนักที่จะรู้จักหรือเคยไปเยือนประเทศนี้เนื่องจากเป็นรัฐเกิดใหม่ บางคนอาจรู้จักในนามติมอร์ตะวันออกจากข่าวการต่อสู้เพื่อเอกราชอย่างยาวนานกับอินโดนีเซีย ก่อนได้รับเอกราชอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ. 2002
            ติมอร์-เลสเต มีชื่ออย่างเป็นทางการว่าสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต ตั้งอยู่บนเกาะติมอร์ เดิมเป็นส่วนหนึ่งของอินโดนีเซีย เมื่อได้รับเอกราชแล้วอาณาเขตรัฐประกอบด้วยชนหลายกลุ่ม ทั้งพวกที่เคยต่อสู้เพื่อเอกราช พวกที่เดิมอาศัยอยู่ที่เขตเมืองหรือหมู่บ้านภายใต้การปกครองของอินโดนีเซีย และพวกที่ลี้ภัยออกนอกอาณาเขตเนื่องจากความไม่สงบที่ผ่านมา สภาพที่ประชาชนมีพื้นฐานมาจากหลายกลุ่มกลายเป็นปัญหาให้ประเทศไม่มีเอกภาพเท่าที่ควร เคยเกิดเหตุวุ่นวายภายในประเทศถึงขั้นต้องร้องขอกองกำลังรักษาความสงบจากประเทศเพื่อนบ้าน จากสหประชาชาติดังเช่นเหตุการณ์ที่เกิดเมื่อปี 2006
            ความที่เป็นรัฐเกิดใหม่ ประเทศเพิ่งจะเริ่มปกครองตามระบอบประชาธิปไตย สถาบันทางการเมืองต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการจึงยังอยู่ในขั้นก่อร่างสร้างตัว ประชาชนยังต้องเรียนรู้อีกมากกว่าจะมีวัฒนธรรมประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง ในขณะเดียวกลุ่มต่างๆ ในประเทศจะต้องสามารถอยู่ด้วยกันอย่างสันติ เหล่านี้เป็นสภาพการเมืองภายในของประเทศที่เพิ่งเกิดใหม่

            ความยากจนเป็นเรื่องที่องค์กรระหว่างประเทศให้ความสำคัญมากที่สุด ประเทศถูกจัดอยู่ในกลุ่มด้อยพัฒนา ประชากรราวร้อยละ 40 มีฐานะยากจน อัตราว่างงานสูง โดยเฉพาะในหมู่คนหนุ่มสาว ประเทศไม่สามารถผลิตอาหารเลี้ยงดูประชากรอย่างเพียงพอ ประมาณว่ามีประชาชนราว 350,000 คนอยู่ในภาวะอดอยาก ด้วยเหตุนี้คณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติจึงเห็นว่ารัฐบาลจะต้องมุ่งพัฒนาเกษตรกรรมเนื่องจากประชากรราว 3 ใน 4 เป็นเกษตรกรแต่มีฐานะยากจน จะต้องเพิ่มรายได้แก่กลุ่มเหล่านี้อันจะช่วยยกระดับฐานะของประชาชนส่วนใหญ่ ช่วยแก้ปัญหาคนว่างงานและทำให้ประเทศมีอาหารอย่างเพียงพอ
            มีผู้คาดหวังว่าอุตสาหกรรมน้ำมันกับก๊าซธรรมชาติน่าจะเป็นแหล่งรายได้สำคัญ นำมาช่วยพัฒนาประเทศที่ยังมีความต้องการอีกมาก อย่างไรก็ตาม ต้องระมัดระวังเรื่องการกระจายรายได้ ให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติของประเทศให้มากที่สุด

            การศึกษาเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่องค์กรระหว่างประเทศให้ความสำคัญและรู้สึกเป็นห่วง เนื่องจากประชากรยังด้อยการศึกษามาก ข้อมูลปี 2004 มีผู้ใหญ่ที่รู้หนังสือเพียงร้อยละ 50.1 ผู้ชายจะมีสัดส่วนรู้หนังสือมากกว่าผู้หญิง เด็กๆ เข้าเรียนหนังสือมากขึ้น แต่ยังมีอีกมากที่ไม่ได้เรียนหนังสือโดยเฉพาะจากครอบครัวยากจน เด็กน้อยกว่าครึ่งที่เข้าเรียนหนังสือจะเรียนจนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

            กล่าวได้ว่าติมอร์-เลสเตคือรัฐเกิดใหม่ที่ยังอยู่ในขั้นการสร้างตัวเอง ทางด้านการเมืองจำต้องมีสถาบันการเมืองที่เข้มแข็งเป็นทางการ ด้านสังคมต้องมีเอกภาพ ประชาชนมีความรู้มีการศึกษา ส่วนด้านเศรษฐกิจนั้นยังต้องพัฒนาอีกมาก เพื่อเป็นรัฐสมัยใหม่ที่สมภาคภูมิ

            ในปี 2007 รัฐบาลติมอร์-เลสเตเริ่มแสดงความปรารถนาอยากเป็นสมาชิกอาเซียน และยื่นเจตจำนงอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2011 นาย Roberto Sarmento de Oliveira Soares ผู้แทนประเทศ ให้เหตุผลที่ต้องการเข้าร่วมอาเซียนว่า “ต้องการอยู่ร่วมเป็นหนึ่งเดียว (กับประเทศอื่นๆ) ในภูมิภาคนี้ ดังเช่นที่บัญญัติไว้ในกฎบัตรอาเซียน นาย Roberto อ้างถึงหลักของกฎบัตรที่ว่าชาติสมาชิกอาเซียน “รวมกันด้วยความปรารถนาเดียวกันและเจตจำนงร่วมกันที่จะดำรงอยู่ในภูมิภาคแห่งสันติภาพ ความมั่นคงและเสถียรภาพที่ถาวร มีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน มีความมั่งคั่งและความก้าวหน้าทางสังคมร่วมกัน และที่จะส่งเสริมผลประโยชน์อุดมการณ์ และความมุ่งมาดปรารถนาที่สำคัญของเรา”
            ตลอดหลายปีที่ผ่านมารัฐบาลติมอร์-เลสเตได้แสดงความพยายามหลายอย่าง เช่น ผู้นำประเทศเดินสายเข้าพบผู้นำชาติสมาชิกอาเซียนเพื่อขอการสนับสนุน พยายามชี้แจงว่าแม้ประเทศเพิ่งก่อตั้งไม่นาน แต่กำลังพัฒนาในทุกด้าน ตั้งเป้าว่าจะตั้งสถานทูตของตนในทุกประเทศชาติสมาชิกอาเซียนภายในปี 2015

            ที่ผ่านมาชาติสมาชิกอาเซียนหลายประเทศแสดงท่าทีตอบรับ เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ไทย กัมพูชา บรูไน และเมียนมาร์ แต่การแสดงท่าทีเหล่านี้ไม่เพียงพอ ไม่อาจข้ามกฎเกณฑ์เงื่อนไขต่างๆ นายเลอ เลือง มินห์ (Le Luong Minh) เลขาธิการอาเซียนกล่าวว่าอาเซียนอยู่ระหว่างการพิจารณาตามคำร้องขอ เงื่อนไขคือ “ติมอร์-เลสเตจะต้องเข้าเกณฑ์กฎข้อบังคับทุกข้อในการเข้าเป็นสมาชิกอาเซียน” เพื่อจะสามารถดำเนินตามนโยบาย 3 เสาหลักของประชาคมอาเซียน (เสาประชาคมการเมืองและความมั่นคง เสาประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และเสาประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน)
            เรื่องที่เลขาธิการอาเซียนย้ำเน้นคือ อาเซียนมีกฎเกณฑ์การเข้ารับสมาชิกใหม่อย่างชัดเจนอยู่แล้ว กฎบัตรสมาคมแห่งประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้กำหนดเรื่องการรับสมาชิกใหม่ โดยมีหลักเกณฑ์ 4 ประการ คือ
            1. ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์อันเป็นที่ยอมรับว่าอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
            2. การยอมรับโดยรัฐสมาชิกอาเซียนทั้งปวง
            3. การตกลงที่จะผูกพันและเคารพกฎบัตรนี้ และ
            4. ความสามารถและความเต็มใจที่จะปฏิบัติตามพันธกรณีของสมาชิกภาพ
            และยังกำหนดอีกว่า “การรับสมาชิกให้ตัดสินโดยฉันทามติโดยที่ประชุมสุดยอดอาเซียน ตามข้อเสนอแนะของคณะมนตรีประสานงานอาเซียน”
          จะเห็นได้ว่าข้อสำคัญที่สุดคือการยอมรับโดยรัฐบาลจากชาติสมาชิกทั้งหมดพร้อมกัน การเข้าเป็นสมาชิกจะเป็นอันตกไปทันทีไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามหากประเทศใดประเทศหนึ่งไม่เห็นด้วย

            แนวทางหนึ่งที่มีการพูดถึงกันคือการเป็นสมาชิกชั่วคราว (transitional period) เพื่อทดลองดูว่าติมอร์-เลสเตจะสามารถปฏิบัติตามอย่างที่สมาชิกควรทำได้หรือไม่ แต่สิงคโปร์ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าวเพราะเห็นว่าติมอร์-เลสเตยังไม่พร้อม ดังนั้นจึงยังต้องยึดถือกฎเกณฑ์การเข้าเป็นสมาชิกใหม่อย่างเคร่งครัดต่อไป
            ในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 22 ประจำปี 2013 ณ กรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน ประเทศบรูไน เมื่อวันที่ 24-25 เมษายน 2013 อาเซียนตกลงให้ติมอร์-เลสเตมีส่วนร่วมประชุมในฐานะผู้เข้าร่วม นับว่าอาเซียนให้เกียรติติมอร์-เลสเตในฐานะผู้แสดงเจตจำนงเข้าเป็นสมาชิก

            ผู้ที่ศึกษาเรื่องราวของอาเซียนจะพบว่าสมาคมอาเซียนไม่ได้ตั้งขึ้นลอยๆ แต่มีเป้าหมายสำคัญยิ่งรองรับ นั่นคือเพื่อความมั่นคงของชาติสมาชิกในยุคสงครามเย็น ยุคที่เกิดสงครามอินโดจีน มีการสู้รบกันอย่างรุนแรงระหว่างฝ่ายประเทศประชาธิปไตยกับฝ่ายประเทศสังคมนิยม เป็นช่วงที่ลัทธิคอมมิวนิสต์กำลังคุกคามหลายรัฐบาลในภูมิภาค กล่าวได้ว่าสมาคมอาเซียนในยุคนั้นมีเพื่อความมั่นคงของประเทศโดยแท้
            หลายปีต่อมาเมื่อบรรยากาศตึงเครียดของสงครามเย็นเริ่มคลายตัว สหรัฐอเมริกาถอนตัวจากสงครามเวียดนาม ชาติมหาอำนาจหันหน้าเข้าหากันมากขึ้น สมาคมอาเซียนในขณะนั้นซึ่งมีสมาชิกอยู่ 6 ประเทศ (ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และบรูไน) ก็เปิดรับกลุ่มประเทศสังคมนิยมเข้ามาเป็นสมาชิกอาเซียนด้วย นั่นคือการรับประเทศเวียดนาม ลาว เมียนมาร์และกัมพูชาตามลำดับ เหตุผลที่รับกลุ่มประเทศสังคมนิยมดังกล่าวเข้าร่วมสมาคมฯ ก็ด้วยเหตุผลด้านความมั่นของภูมิภาคเป็นสำคัญ เป็นการเชื่อมต่อไมตรี เกิดเวทีพูดคุยหารืออย่างเปิดอกโดยไม่ต้องมีประเทศนอกภูมิภาคเข้ามาเกี่ยวข้อง สานสัมพันธ์การค้าการลงทุน ศิลปวัฒนธรรม เพื่อสมานประเทศเหล่านี้ที่มีความแตกต่างกันทั้งด้านอุดมการณ์การเมือง ระบบเศรษฐกิจ ความแตกต่างทางสังคม ศาสนา ภาษา วัฒนธรรม
            การกำเนิดของสมาคมอาเซียนจึงตั้งอยู่บนเหตุผลที่สำคัญยิ่ง เช่นเดียวกับการรับสมาชิกใหม่ก็ดำเนินการด้วยแนวทางเดียวกัน ดังนั้น หากติมอร์-เลสตต้องการเข้าร่วมจำต้องมีเหตุผลที่ดีเพียงพอ เหตุผลที่เข้ากับบริบทโลกปัจจุบัน สถานการณ์ของภูมิภาค การอ้างเหตุผลว่าติมอร์-เลสเตอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น

            ประเด็นหนึ่งที่พูดกันมากในขณะนี้คือ การเข้าเป็นสมาชิกต้องเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มมากกว่าจะเป็นภาระแก่กลุ่ม หากพิจารณาในด้านเศรษฐกิจ การเข้าร่วมหมายถึงติมอร์-เลสเตต้องมีระบบเศรษฐกิจที่เป็นสากล อย่างน้อยสามารถเชื่อมต่อกับชาติสมาชิกอาเซียนทั้งหลาย เช่นระบบศุลกากร ระบบธนาคาร การทำธุรกรรมระหว่างประเทศ เรื่องเหล่านี้เป็นมากกว่านโยบายหรือแผนเพราะต้องปฏิบัติได้จริง เรื่องกำลังคนก็เป็นเรื่องสำคัญ แม้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับประเทศอื่นๆ แต่เป็นเรื่องใหญ่สำหรับประเทศนี้ที่ยังขาดเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าร่วมประชุมอาเซียนในระดับต่างๆ ที่มีปีละกว่าร้อยการประชุม รัฐบาลติมอร์-เลสเตเข้าใจเหตุผลเหล่านี้ นายชูเซ มานูเอล รามุส-ออร์ตา (José Manuel Ramos-Horta) ขณะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีกล่าวว่า “เมื่อเราเข้าร่วมอาเซียนแล้ว ข้าพเจ้ามั่นใจว่าเราจะเป็นประโยชน์มากกว่าเป็นภาระ” แก่อาเซียน

            เป็นธรรมดาที่ประเทศเพิ่งเกิดใหม่อย่างติมอร์-เลสเตย่อมขาดความพร้อมในหลายด้าน ยิ่งหากเข้าใจว่าเพื่อให้ได้มาซึ่งเอกราช ติมอร์ตะวันออก (ชื่อขณะนั้น) ได้ต่อสู้กับอินโดนีเซียอย่างยาวนานหลายปี ยังผลให้ประชาชนกว่า 180,000 รายเสียชีวิต ระบบสาธารณูปโภคกว่าร้อยละ 70 ถูกทำลาย เศรษฐกิจถดถอยอย่างรุนแรง ซ้ำเติมสภาพเดิมที่ประชากรยากจนอยู่แล้วให้ยากจนกว่าเดิม กลายเป็นประเทศที่ก่อตั้งใหม่บนซากปรักหักพัง อุปสรรคสำคัญของติมอร์-เลสเตจึงอยู่ที่ความพร้อมของประเทศตนเอง รัฐบาลต้องมุ่งมั่นพัฒนาประเทศสู่ความเจริญในทุกด้าน
            หากพิจารณาตามหลักเกณฑ์การเข้าเป็นสมาชิกใหม่ของสมาคมอาเซียน ติมอร์-เลสเตอาจต้องใช้เวลาอีกนานหลายปี แต่ระหว่างหลายปีนี้ติมอร์-เลสเตสามารถสร้างสัมพันธ์อันดีกับชาติสมาชิกอาเซียน และเชื่อว่าทุกชาติต่างยินดีมีความสัมพันธ์ด้วยในทุกด้าน ดังนั้น ไม่ว่าจะได้เป็นสมาชิกหรือไม่ก็จะได้ประโยชน์จากความสัมพันธ์ดังกล่าวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ถูกผูกมัดตามกฎเกณฑ์อันซับซ้อนมากมายของประชาคมอาเซียนที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

            สำหรับการเข้าเป็นสมาชิกอาเซียน รัฐบาลติมอร์-เลสเตควรเปิดอกพูดคุยกับสมาคมอาเซียนและชาติสมาชิกทั้งหลายเพื่อร่วมกำหนดยุทธศาสตร์ แผนดำเนินการอย่างเป็นขั้นเป็นตอนเพื่อนำติมอร์-เลสเตเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างสง่าผ่าเผย ล่าสุดที่ประชุมรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอาเซียน (AMM) ครั้งที่ 46 ระหว่างวันที่ 29-30 มิถุนายน 2013 ที่ประเทศบรูไน มีแถลงการณ์ให้ติมอร์-เลสเตเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของอาเซียนที่จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพเกื้อหนุนให้ติมอร์-เลสเตสามารถเป็นสมาชิกในอนาคต เมื่ออาเซียนได้แสดงการสนับสนุนดังนี้แล้วส่วนที่เหลือขึ้นกับความพยายามของติมอร์-เลสเตเป็นสำคัญ
-----------------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง:
อาเซียนก่อตั้งมาเกือบ 50 ปีแล้ว อาเซียนมีความร่วมมือหลากหลายด้าน แต่อะไรเป็นจุดเริ่มต้นหรือวัตถุประสงค์สำคัญเมื่อเริ่มแรกก่อตั้ง
ทุกคนทราบว่าอาเซียนมีชาติสมาชิกสิบประเทศ แต่แรกเริ่มมีเพียงห้าประเทศ ต่อมารวมเอาประเทศในภูมิภาคเข้ามาอีกห้าประเทศ อะไรคือเหตุผลของการเพิ่มจำนวนสมาชิก
บทความนี้อธิบายว่าทำไมอาเซียนจึงไม่ขยายจำนวนมากกว่าที่เป็นอยู่ ทั้งๆ ที่มีประเทศขอเข้าร่วมกลุ่ม

บรรณานุกรม:
1. Report of the Secretary-General on Timor-Leste pursuant to Security Council resolution 1690 (2006), Security Council, http://www.un.org/ga/search/view_doc.asp?symbol=S/2006/628, accessed 25 June 2013
2. Timor-Leste's human development 2006, United Nations Development Programme, http://hdr.undp.org/en/reports/national/asiathepacific/timorleste/TIMOR_LESTE_2006_en.pdf
3. Timor Leste remains hopeful to gain Asean membership, The Brunei Times/Asia News Network, 12 November 2011, http://www.asiaone.com/News/Latest%2BNews/Asia/Story/A1Story20111112-310256.html
4. Timor Leste remains hopeful to gain Asean membership, The Brunei Times/Asia News Network, 12 November 2011, http://www.asiaone.com/News/Latest%2BNews/Asia/Story/A1Story20111112-310256.html
5. ASEAN considering Timor Leste bid for membership: Secretary-General, The Jakarta Post, 25 June 2013, http://www.thejakartapost.com/news/2013/04/30/asean-considering-timor-leste-bid-membership-secretary-general.html
6. TIMOR-LESTE: On the way up but still a long way to go, IRIN, 16 June 2011, http://www.irinnews.org/report/92984/timor-leste-on-the-way-up-but-still-a-long-way-to-go
7. “Joint Communiqué 46th ASEAN Foreign Ministers’ Meeting Bandar Seri Begawan, Brunei Darussalam 29 – 30 June 2013”, ASEAN Secretariat, http://www.asean.org/images/2013/news/joint%20communique%20of%20the%2046th%20asean%20foreign%20ministers%20meeting%2046th%20amm%20-%20final%20-%2030%20june%202013.pdf, accessed 1 July 2013.
----------------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“อุดมการณ์เสรีนิยม”
·เกริ่นนำ oเสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเ…

รูปแบบการปกครอง (1) รูปบการปกครองแบบกรีก

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553 ชาญชัย  รูปแบบการปกครอง การจะบอกว่ามีกี่รูปแบบการปกครอง (Forms of Government) และแต่ละรูปแบบเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่ใช้ในการจัด ซึ่งพอจะมีวิธีแบ่งได้หลายแบบ เช่น เกณฑ์จำนวนผู้มีอำนาจปกครอง เกณฑ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน เป็นต้น
“รูปแบบการปกครองที่ใช้เกณฑ์จำนวนผู้ปกครองและเป้าหมายของการปกครอง”             รูปแบบนี้นักวิชาการบางท่านเรียกว่า รูปแบบการปกครองแบบกรีก (Greek Typology of Governments) โดยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก คือ รูปแบบที่รัฐบาลมีเหตุผลและดำรงอยู่เพื่อความดีงามของรัฐ (polis) กับรูปแบบตรงกันข้ามที่รัฐบาลไม่มีเหตุผลและดำรงอยู่เพื่อผลประโยชน์ของผู้ปกครองเท่านั้น ในแต่ละรูปแบบหลักแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบย่อยตามจำนวนผู้ปกครอง คือ 1 คน (one) จำนวนเล็กน้อย (few) และ หลายคน (many)
Government Pure Form Impure Form คนเดียว (of One) ราชาธิปไตย (Monarchy) ทรราชย์ (Tyranny) จำนวนน้อย (of the Few) อภิชนาธิปไตย (Aristocracy) คณาธิปไตย (Oligarchy) จำนวนมาก (of the Many) มัชฌิมวิถีอธิปไตย (Polity) ประชาธิปไตย (Democracy)
รูปแบ…