ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ประเด็นโลก ประเด็นร้อน 17 – 23 กันยายน 2012

เผาสถานกงสุล ทูตสหรัฐฯ เสียชีวิต เรื่องใหม่หรือเรื่องเก่า
13 กันยายน 2012
ชาญชัย
เหตุเผากงสุลสหรัฐฯ กับการเสียชีวิตของเอกอัครราชทูตและเจ้าหน้าที่อีก 3 คน ที่เมืองเบงกาซี ประเทศอียิปต์สร้างความตื่นตกใจแก่ชาวอเมริกันอย่างยิ่ง สื่อส่วนใหญ่รายงานว่าต้นเหตุเกิดจากวีดีโอต่อต้านอิสลามชื่อ ‘Innocence of Muslims’ แต่งเรื่องกำกับการผลิตและสร้างโดยนายแซม เบซิล (Sam Bacile) นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์คนหนึ่งที่มีเชื้อสายกึ่งอเมริกันกึ่งอิสราเอล ภาพยนตร์เรื่องนี้มีเนื้อหาดูหมิ่นศาสนาอิสลาม
การประท้วงมีลักษณะคล้ายคลึงกันหลายอย่าง เริ่มจากเกิดขึ้นพร้อมกันหลายประเทศ เช่น ลิเบีย อียิปต์ ตูนีเซีย ซูดาน และที่เขตฉนวนกาซา ปาเลสไตน์ กำหนดวันพร้อมกันคือตรงกับวันที่ 11 กันยาหรือตรงกับวันเกิดเหตุ 9/11 สถานที่ประท้วงเหมือนกันคือหน้าสถานทูตหรือสถานกงสุลสหรัฐฯ และที่อียิปต์กับลิเบียมีธงดำสัญลักษณ์ของกลุ่มอัลกออิดะห์
ไม่น่าแปลกใจถ้าจะใครคิดว่าการประท้วงเกิดจากการวางแผน เตรียมการมาอย่างดี มีประสานงานล่วงหน้าไว้ก่อนแล้ว
เหตุประท้วงรุนแรงเกิดใน 2 ประเทศคือลิเบียกับอียิปต์
            ที่อียิปต์ วันแรกที่เกิดเหตุ ผู้ประท้วง 2-3 พันคนรวมตัวประท้วงหน้าสถานทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงไคโร หลายคนข้ามรั้วกำแพงสถานทูตและเปลี่ยนธงชาติสหรัฐฯ เป็นธงดำสัญลักษณ์ของอัลกออิดะห์ (AP/Fox News) แสดงถึงการประกาศชัยชนะ
            ส่วนที่ลิเบียที่เกิดเหตุเผากงสุล มีผู้เสียชีวิตนั้น ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่าในกลุ่มผู้ประท้วงมีปืนกลมือ ลูกระเบิดและจรวด RPGs (Al Jazeera) ไว้เครายาวและใส่ชุดสั้น (shortened dress) เป็นลักษณะของพวกมุสลิมหัวรุนแรง ได้บุกเข้าไปจุดไฟเผาอาคารกงสุลกับอาคารอีกหลายหลังในบริเวณเดียวกันนั้น
            เจ้าหน้าที่อาวุโสสหรัฐฯ คนหนึ่งกล่าวว่า “เป็นการโจมตีที่ซับซ้อน...ดูเหมือนพวกเขาใช้เหตุประท้วงเป็นโอกาส” (AFP/BBC)
            เป็นไปได้ว่าอัลกออิดะห์กำหนดแผน โดยให้ประชาชนโกรธแค้นเรื่องภาพยนตร์ ประสานให้ก่อการประท้วงพร้อมกันหลายประเทศ และอีกส่วนเข้าเผากงสุลเบงกาซี แต่ไม่ว่าแผนเป็นอย่างไร ซับซ้อนหรือไม่ ล้วนพาดพิงถึงเหตุโจมตี 9/11 กับกลุ่มอัลกออิดะห์
            ลักษณะของเหตุการณ์ที่เกิดอย่างมีระเบียบแบบแผนดังกล่าวข้างต้น ชวนให้สงสัยว่าการที่มุสลิมหลายประเทศพร้อมใจกันประท้วงนั้นมุ่งกระทำต่อเฉพาะบุคคลที่กระทำผิด (ผู้สร้างภาพยนตร์) หรือต่อประเทศอเมริกาโดยรวม แต่หากเป็นอย่างหลัง เรื่องนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องใหม่ ย้อนหลังได้ตั้งแต่ความแค้นเคืองที่มุสลิมบางกลุ่มมีมานานแล้ว ไล่มาจนถึงสงครามต่อต้านก่อการร้ายที่อดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุช ทิ้งไว้เป็นมรดกแก่คนอเมริกัน
ต้องไม่ลืมว่า ณ ขณะนี้สหรัฐฯ กำลังทำสงครามกับอัลกออิดะห์ ประเทศอัฟกานิสถาน ชายแดนปากีสถานยังเป็นสมรภูมิรบอยู่ และอีกหลายจุดที่เครื่องบินไร้คนขับสหรัฐฯ ถล่มโจมตีสังหารพวกที่ถูกตีตราว่าเป็นอัลกออิดะห์อยู่เนืองๆ
          กรณีประท้วงจึงเป็นมากกว่าภาพยนตร์หมิ่นศาสนา แต่คือการโต้กลับของอัลกออิดะห์ หรือชาวมุสลิมที่โกรธแค้นสหรัฐฯ มาเนิ่นนานแล้ว
ประเด็นที่ต้องติดตามคือ การประท้วงจะยืดเยื้อหรือไม่ จะมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นอีกหรือไม่ (ล่าสุดการประท้วงขยายตัวไปที่ประเทศเยเมนแล้ว เจ้าหน้าที่ทูตสหรัฐฯ ต้องอพยพออกจากสถานทูต) และข้อมูลที่ปรากฏตามสื่อนั้นยังมีอีกหลายเรื่องที่ไม่ชัดเจน ต้องรอให้ข้อเท็จจริงอีกหลายเรื่องปรากฏ
ข้อสงสัยประการหนึ่งคือ เมื่อการประท้วงเกี่ยวข้องกับคนหลายพันคน มีการประสานงานเตรียมการล่วงหน้ามานานแล้ว สหรัฐฯ ติดตามตรวจสอบพวกอัลกออิดาะห์อยู่ตลอดเวลา เหตุใดที่หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ไม่รับรู้ล่วงหน้า หรือว่างานนี้ต้องโทษการทำงานของฝ่ายข่าว
ขอทิ้งท้ายว่าการวิเคราะห์ข้างต้นตอกย้ำหลักคิดที่ว่าอัลกออิดะห์เกี่ยวข้องกับ 9/11 และชาวอเมริกันยังไม่ปลอดภัยแม้เหตุการณ์ 9/11 จะผ่านมาแล้วกว่า 11 ปี
--------------------


ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

สงครามการค้าสหรัฐกับจีน ความจริงกับภาพลวงตา

รัฐบาลทรัมป์ชี้ว่าต้องแก้ปัญหาขาดดุลด้วยการขึ้นภาษีสินค้าจีนและกำลังไปด้วยดี แต่นักวิชาการ องค์การระหว่างประเทศหลายแห่งให้มุมมองตรงข้าม ท่ามกลางผู้คนจำนวนไม่น้อยยังอยู่ในวังวนภาพลวงตา

ความขัดแย้งทางการค้าหรือที่บางคนเรียกว่าสงครามการค้าระหว่างประเทศมีอยู่จริง โดยเฉพาะในกรณีสหรัฐกับจีน อย่างไรก็ตามการนำเสนอให้เป็นเรื่องใหญ่โต เบี่ยงเบนลดทอนความสำคัญของประเด็นอื่นๆ ที่สำคัญไม่แพ้การขาดดุลการค้า
เหตุผลทำไมเป็นการเบี่ยงเบนประเด็น : ประการแรก ไม่แก้ขาดดุลได้จริง จุดเริ่มต้นสงครามการค้าที่พูดกันคือเมื่อรัฐบาลทรัมป์ขึ้นภาษีร้อยละ 10-25 ต่อกลุ่มสินค้าจีน 34,000 ล้านดอลลาร์ ฝ่ายจีนตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีในมูลค่าสินค้าเท่ากัน จากนั้นมีการขึ้นภาษีสินค้าเพิ่มเติม รวมความแล้ว ณ ขณะนี้สหรัฐขึ้นภาษีสินค้าจีนทั้งหมดมูลค่า 200,000 ล้านดอลลาร์ จากการวิเคราะห์พบว่าการขึ้นภาษีสินค้าจีนอาจลดการซื้อสินค้าบางรายการ แต่ไม่น่าจะหยุดการซื้อสินค้าทั้งหมด โดยเฉพาะสินค้าที่ภาษีเพิ่มเพียงร้อยละ 10 ราคาที่สูงขึ้นผู้ขายน่าจะผลักภาระให้กับผู้บริโภค การที่ผู้บริโภคอเมริกันต้องเป็นผู้แบกรับภาระภาษีที่เพิ่มขึ้น เป็นประเด็นที…

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเป็นแง่ลบคือ หมายถึง ความหย่อนยานในทางศีลธรรมจรรยา การไม่คำนึงถึงระเบียบวินัยทางเพศและศาสนา (เช่นพวกฮิปปี้ในอเมริกา) หลักสำค…

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…