ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เมื่อเงิน 100 พันล้านยูโร ช่วยพยุงยูโรโซน

วันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน เป็นวันดีของรัฐบาลสเปน เมื่อ 17 ชาติสมาชิกยูโรโซนอนุมัติเงินช่วยเหลือ 100 พันล้านยูโรเพื่ออัดฉีดเข้าไปในธนาคารพาณิชย์หลายแห่งของสเปน
          นายกฯสเปน นาย Mariano Rajoy ถึงกับกล่าวว่า "ผมพอใจมาก ผมคิดว่าพวกเรา [ยูโรโซน] ได้ตัดสินใจก้าวสำคัญแล้ว"
'เพื่อสเปน' : ย้อนหลังที่มาของเรื่องเกิดจากการที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ของสเปนเกิดภาวะฟองสบู่ แบัละกลายเป็นหนี้ NPL ของธนาคารพาณิชย์หลายแห่งของสเปน ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่าธนาคารเหล่านี้รวมถึงธนาคารยักษ์ใหญ่อันดับ 1 กับอันดับ 3 ของสเปน
            คงนึกภาพออกว่รัฐบาลสเปนไม่อาจปล่อยให้ธนาคารเหล่านี้ล้ม เพราะจะกระเทือนระบบการเงินการธนาคารทั้งประเทศ เกิดวิกฤตระบบการเงินของประเทศ เศรษฐกิจสเปนที่แย่อยู่แล้วจะยิ่งแย่กว่าเดิมอีก อัตราว่างงานที่สูงระดับร้อยละ 25 น่าจะถีบตัวเพิ่มขึ้นไปอีก
            ในแง่ของผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คงยากจะรักษาตำแหน่ง ยากจะรักษาเสถียรภาพของรัฐบาลต่อไปอีก
            และไม่อยากคาดเดาว่าจะเกิดผลกระทบทางสังคมอย่างไร สังคมการปั่นป่วนวุ่นวายหรือไม่
            ภายใต้กรอบคิดข้างต้น เงิน 100 พันล้านยูโรจึงเป็นเงินเพียงเล็กน้อยเมื่อแลกกับการพยุงระบบเศรษฐกิจสเปน พยุงเสถียรภาพทางการเมือง เสถียรภาพทางสังคม
'เพื่อยูโรโซน' :            มีประเด็นถกเถียงในยุโรปว่า เงินก้อนดังกล่าวถือว่าเป็นเงินกอบกู้เศรษฐกิจ (bailout) หรือเป็นเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ (soft loan) 
            ด้านนายกฯสเปน ออกมาแถลงว่า เงิน 100 พันล้านยูโรที่ได้รับจากชาติสมาชิกยูโรโซน ไม่ใช่เงินช่วยเหลือเพื่อกอบกู้เศรษฐกิจสเปน แต่เป็นเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม ปราศจากเงื่อนไขอื่นนอกภาคการเงิน
            
            ไม่ว่าผลการถกเถียงประเด็นดังกล่าวจะลงเอยเช่นไร ใครจะเป็นฝ่ายกดดันใคร หรือใครจะเป็นฝ่ายง้อใคร เงินก้อนดังกล่าวจะช่วยยับยั้งภาวะ 'วิตกจริต' ของภาคการเงินยูโรโซน
            อย่างน้อยก็พอช่วยได้ระยะหนึ่ง ช่วยต่อลมหายใจให้ยูโรโซนได้อีกสักหน่อย
            คืนนี้ เหล่าผู้นำยูโรโซนคงจะนอนหลับและฝันดี
           100 พันล้านยูโร ถือเป็นค่ายาที่ต้องชำระวันนี้ เพื่อพยุงสุขภาพระบบการเงินของยูโรโซน
10 มิถุนายน 2012
ชาญชัย คุ้มปัญญา
-----------------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

American exceptionalism กับนโยบายต่างประเทศสหรัฐอเมริกา (1)

เมื่อประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาแสดงสุนทรพจน์ที่เกี่ยวข้องนโยบายต่างประเทศมักจะมีการเอ่ยถึงAmerican exceptionalism หรือหลักการที่อยู่ภายในลัทธิหรือแนวคิดดังกล่าว แม้เป็นคำที่มีการพูดถึงแต่ในทางวิชาการเป็นที่ถกเถียงในความหมาย การตีความ การนำไปใช้ เนื่องจากลัทธิหรือแนวคิดนี้ขาดการพัฒนาอย่างเป็นระบบ อีกทั้งพบว่าบ่อยครั้งผู้ใช้แต่ละคนจะใช้ในความหมายที่แตกต่างกันด้วยเหตุผลเฉพาะเจาะจง ในที่นี้จะอธิบายความหมาย การนำไปใช้ ผลที่เกิดขึ้นทั้งด้านบวกด้านลบ และข้อวิพากษ์ (หมายเหตุ : เนื่องจากความยาวของบทความ จึงแบ่งออกเป็น 3 ตอน)
นิยาม American exceptionalism คือ ลัทธิความเชื่อว่าคนอเมริกันนั้นมีความพิเศษเหนือชนชาติอื่น มีรากฐานมาจากสองแนวคิดคือ อเมริกาเป็นประเทศที่แตกต่างจากประเทศอื่นๆ กับอเมริกาเป็นประเทศที่พิเศษกว่าประเทศอื่นๆ             คำว่า ‘แตกต่าง’ หมายถึงการแตกต่างจากชาติชนชาติอื่นๆ แม้บรรพบุรุษชาวอเมริกันคือชนชาติที่สืบเชื้อสายจากยุโรป แต่คนเหล่านี้ได้พัฒนาค่านิยมวัฒนธรรมของตนเองแตกต่างจากชาวยุโรป ชาวอเมริกันมีจุดเริ่มต้นที่ต้องการเป็นเสรีชน ชนชาติที่ไร้ชนชั้น สังคมปราศจากการแบ่งแยกหรือการต่อส…

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

อุดมการณ์ทางการเมือง (1) นิยาม อุดมการณ์ทางการเมือง

หมายถึง ความคิด ความเชื่อ ที่มีแบบแผนเกี่ยวกับหลักการและคุณค่าทางการเมือง เป็นความคิดความเชื่อที่มีแนวทางแน่นอน มีเหตุผล มีจุดหมายปลายทาง และวัตถุประสงค์ที่มนุษย์พยายามจะดำเนินการให้สัมฤทธิผล
“นิยาม อุดมการณ์ทางการเมือง”
1.ความหมายของอุดมการณ์ทางการเมือง (Political Ideology) มีผู้นิยามหลากหลาย 1.1.หมายถึง ความคิด ความเชื่อ ที่มีแบบแผนเกี่ยวกับหลักการและคุณค่าทางการเมือง เป็นความคิดความเชื่อที่มีแนวทางแน่นอน มีเหตุผล มีจุดหมายปลายทาง และวัตถุประสงค์ที่มนุษย์พยายามจะดำเนินการให้สัมฤทธิผล 1.2.หมายถึง ความคิดความเชื่อที่ทำให้เกิดกลไกควบคุม เพื่อบรรลุเป้าหมายแห่งความคิดความเชื่อนั้น 1.2.1.เช่นอุดมการณ์มาร์กซิสม์ ก่อให้เกิดพรรคคอมมิวนิสต์เพื่อสร้างและควบคุมให้การปกครองบรรลุเป้าหมายของอุดมการณ์ 1.2.2.อุดมการณ์ประชาธิปไตย คือ การเพิ่มพูน ปกป้องเสรีภาพส่วนบุคคล ทำให้เกิดไกกลต่างๆ เช่น พรรคการเมือง กลุ่มผลประโยชน์ การลงมติ เพื่อรักษาความเป็นประชาธิปไตย 1.3.อุดมการณ์มิใช่เป็นเพียงปรัชญาการเมือง อุดมการณ์ทางการเมืองจะเรียกร้องให้มีการกระทำจากผู้ศรัทธาในอุดมการณ์ เกิดความรู้สึกว่าถูกต้องที่จะกระทำตามน…