ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เมื่อเงิน 100 พันล้านยูโร ช่วยพยุงยูโรโซน

บทความ ฉบับวันที่ 10 มิถุนายน 2012
ชาญชัย
          วันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน เป็นวันดีของรัฐบาลสเปน เมื่อ 17 ชาติสมาชิกยูโรโซนอนุมัติเงินช่วยเหลือ 100 พันล้านยูโรเพื่ออัดฉีดเข้าไปในธนาคารพาณิชย์หลายแห่งของสเปน
          นายกฯสเปน นาย Mariano Rajoy ถึงกับกล่าวว่า "ผมพอใจมาก ผมคิดว่าพวกเรา [ยูโรโซน] ได้ตัดสินใจก้าวสำคัญแล้ว"

'เพื่อสเปน'

            ย้อนหลังที่มาของเรื่องเกิดจากการที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ของสเปนเกิดภาวะฟองสบู่ แบัละกลายเป็นหนี้ NPL ของธนาคารพาณิชย์หลายแห่งของสเปน ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่าธนาคารเหล่านี้รวมถึงธนาคารยักษ์ใหญ่อันดับ 1 กับอันดับ 3 ของสเปน
            คงนึกภาพออกว่รัฐบาลสเปนไม่อาจปล่อยให้ธนาคารเหล่านี้ล้ม เพราะจะกระเทือนระบบการเงินการธนาคารทั้งประเทศ เกิดวิกฤตระบบการเงินของประเทศ เศรษฐกิจสเปนที่แย่อยู่แล้วจะยิ่งแย่กว่าเดิมอีก อัตราว่างงานที่สูงระดับร้อยละ 25 น่าจะถีบตัวเพิ่มขึ้นไปอีก
            ในแง่ของผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คงยากจะรักษาตำแหน่ง ยากจะรักษาเสถียรภาพของรัฐบาลต่อไปอีก
            และไม่อยากคาดเดาว่าจะเกิดผลกระทบทางสังคมอย่างไร สังคมการปั่นป่วนวุ่นวายหรือไม่
            ภายใต้กรอบคิดข้างต้น เงิน 100 พันล้านยูโรจึงเป็นเงินเพียงเล็กน้อยเมื่อแลกกับการพยุงระบบเศรษฐกิจสเปน พยุงเสถียรภาพทางการเมือง เสถียรภาพทางสังคม

'เพื่อยูโรโซน'

            มีประเด็นถกเถียงในยุโรปว่า เงินก้อนดังกล่าวถือว่าเป็นเงินกอบกู้เศรษฐกิจ (bailout) หรือเป็นเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ (soft loan) 
            ด้านนายกฯสเปน ออกมาแถลงว่า เงิน 100 พันล้านยูโรที่ได้รับจากชาติสมาชิกยูโรโซน ไม่ใช่เงินช่วยเหลือเพื่อกอบกู้เศรษฐกิจสเปน แต่เป็นเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม ปราศจากเงื่อนไขอื่นนอกภาคการเงิน
            ผมคิดว่าไม่ว่าผลการถกเถียงประเด็นดังกล่าวจะลงเอยเช่นไร ใครจะเป็นฝ่ายกดดันใคร หรือใครจะเป็นฝ่ายง้อใคร เงินก้อนดังกล่าวจะช่วยยับยั้งภาวะ 'วิตกจริต' ของภาคการเงินยูโรโซน
            อย่างน้อยก็พอช่วยได้ระยะหนึ่ง ช่วยต่อลมหายใจให้ยูโรโซนได้อีกสักหน่อย
            คืนนี้ เหล่าผู้นำยูโรโซนคงจะนอนหลับและฝันดี
           100 พันล้านยูโร ถือเป็นค่ายาที่ต้องชำระวันนี้ เพื่อพยุงสุขภาพระบบการเงินของยูโรโซน


ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“อุดมการณ์เสรีนิยม”
·เกริ่นนำ oเสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเ…

มายาคติ เลือกตั้งกับไม่เลือกตั้ง

เลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้งเป็นเพียงวิธีการ เป้าหมายคือสังคมอยู่เย็นเป็นสุข เริ่มต้นด้วยการได้ผู้ปกครองที่รับใช้ประชาชน


เลือกตั้งดีกว่า : มีเลือกตั้งคือเป็นประชาธิปไตย ทุกครั้งที่จะเลือกตั้งน่าจะเริ่มด้วยการทบทวนว่าทำไมจึงควรมีการเลือกตั้ง เพราะรัฐบาลที่แล้วทำหน้าที่ได้ดีหรือเพราะล้มเหลวต่อหน้าที่ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐล่าสุด หลายคนต่อต้านฮิลลารี คลินตันเพราะคิดว่าเธอจะแย่กว่าโอบามา ในการชิงชัยเพื่อเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน (Presidential primaries) ปรากฏว่านักการเมืองหน้าเก่า ผู้คร่ำหวอดการเมืองพ่ายแพ้โดนัลด์ ทรัมป์ผู้มีภาพลักษณ์เป็นนักธุรกิจ ปลอดจากการเป็นชนชั้นปกครองอเมริกา การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส มารีน เลอเปน (Marine Le Pen) แม้ไม่ชนะเลือกตั้ง แต่กวาดคะแนนได้มาก ทั้งๆ ที่ชูนโยบายสุดโต่ง ไม่ใช่ปกติวิสัยของประเทศนี้ เอมมานูแอล มาครง (Emmanuel Macron) ผู้ชนะเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ เพิ่งมีบทบาททางการเมืองเพียงไม่กี่ปี อเล็กซิส ซีปราส (Alexis Tsipras) นายกรัฐมนตรีกรีซปัจจุบันมาจากเดิมที่เป็นพรรคเล็กๆ ไม่มีใครสนใจ ที่ชนะเลือกตั้งเพราะประชาชนเบื่อหน่ายทั้งพรรคฝ่ายซ้ายกับฝ่ายขวาท…

ลักษณะทั่วไปของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หน้า 4

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 ลักษณะทั่วไปของวิชารัฐศาสตร์ ชาญชัย ทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
“ลักษณะแนวคิดหรือทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ”
            ประการแรก ไม่มีแนวคิดหรือทฤษฎีใดที่สามารถใช้ครอบคลุมกับทุกเหตุการณ์
            ประการที่สอง แต่ละแนวคิดหรือทฤษฎีมีความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์ในตัวเอง
            จนทุกวันนี้ ในแวดวงนักวิชาการที่เชี่ยวชาญด้านทฤษฎียังถกเถียงกันอยู่เสมอถึงความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์กันอยู่เสมอ
            ประการที่สาม เหตุการณ์บางเรื่องไม่สามารถอธิบายได้ด้วยแนวคิดหรือทฤษฎีใดๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน
            กลายเป็นความท้าทายของนักทฤษฎีที่จะค้นคว้าและสร้างทฤษฎีใหม่ๆเพื่ออธิบาย วิเคราะห์ คาดการณ์เหตุการณ์เหล่านั้นต่อไป

“สัจนิยม”
            · สัจนิยมเป็นสำนักความคิด (school of thought) ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นมุมมองที่สำคัญที่สุดในทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 
            · เป็นแนวคิดที่ได้รับความนิยมที่สุดในปัจจุบัน
            · หรือ “เป็นกระบวนทัศน์นำ” (dominant paradigm)
            · “เป็นแนวที่ใชักันอยู่ในทาง…