ภาวะฉุกเฉินแห่งชาติกับการขยายอำนาจเบ็ดเสร็จของประธานาธิบดี

การประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติของประธานาธิบดีทรัมป์กลายเป็นประเด็นร้อนแรงทางการเมือง เพราะกำลังใช้อำนาจเบ็ดเสร็จ แม้พรรคฝ่ายค้านไม่เห็นด้วย พลเมืองส่วนใหญ่ไม่สนับสนุน

            หลังพรรครีพับลิกันกับเดโมแครทบรรลุข้อตกลงอนุมัติงบประมาณ 1.375 พันล้านดอลลาร์เพื่อสร้างกำแพงกั้นพรมแดนเม็กซิโก แต่ประธานาธิบดีทรัมป์บ่นว่าไม่พอใจเท่าไหร่นัก ไม่กี่วันต่อมาทรัมป์ประกาศยอมรับข้อตกลงของ 2 พรรค พร้อมกับประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ (national emergency) เพื่อให้ได้งบสร้างกำแพงเพิ่มเติมอีก 8 พันล้านดอลลาร์ จากเดิมที่ขอไว้ 5.7 พันล้านดอลลาร์
            ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า “เรากำลังเผชิญหน้าวิกฤตความมั่นคงแห่งชาติที่พรมแดนตอนใต้ของเรา” การรุกรานจากยาเสพติด แก๊งอาชญากรและคน (ผู้อพยพต่างชาติ)
            เรื่องนี้ต้องตีความแยก 3 เรื่อง เรื่องแรกคือทรัมป์ยอมรับข้อตกลงที่ได้จาก 2 พรรค แต่ไม่ยอมแพ้การสร้างกำแพงตามที่ต้องการ ที่ร้ายแรงคือการใช้อำนาจภาวะฉุกเฉิน
            พวกพรรคเดโมแคทระบุทันทีว่าผิดกฎหมาย ในขณะที่ฝ่ายรีพับลิกันบางคนเห็นด้วยกับการใช้อำนาจพิเศษนี้
ผลโพลล่าสุดของ HuffPost/YouGov ชี้ว่าคนอเมริกันร้อยละ 55 ไม่เห็นด้วยกับการประกาศภาวะฉุกเฉิน ร้อยละ 37 เห็นด้วย ผลโพลนี้ให้คะแนนใกล้เคียงกับผลโพลอื่นๆ นั่นคือ คนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการสร้างกำแพง ในขณะที่ร้อยละ 40 เห็นด้วย โพลนี้คะแนนผู้สนับสนุนลดลงเล็กน้อย แต่โดยรวมแล้วพวกที่สนับสนุนส่วนใหญ่ยังคงสนับสนุนต่อไป
ความหมายของการประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ :
            การประกาศภาวะฉุกเฉินของประธานาธิบดีทรัมป์ตีความได้อย่างน้อย 2 นัย ข้อแรกคือทรัมป์ยืนยันการสร้างกำแพงตามต้องการ โดยไม่สนใจความคิดเห็นของฝ่ายนิติบัญญัติ อีกข้อคือต้องการเพิ่มขยายอำนาจของประธานาธิบดี
            ในประวัติศาสตร์การประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ (national emergency) ใช้ในยามเกิดศึกสงคราม เช่น สงครามโลก สงครามเกาหลี รัฐบาลประกาศใช้ภาวะฉุกเฉินแห่งชาติเพื่อของบกลาโหมเพิ่มขึ้น 4 เท่าตัวจากปกติ การประกาศเมื่อปี 1933 เพื่อสู้กับ Great Depression ปี 1977 จากวิกฤติน้ำมัน สถานทูตสหรัฐในอิหร่านถูกผู้ก่อการร้ายยึดเมื่อปี 1979
            การประกาศภาวะฉุกเฉินที่ผ่านมามี 3 ลักษณะที่เกิดขึ้น คือ เป็นภัยที่กระทบต่อทุกคนในชาติหรือคนจำนวนมากอย่างร้ายแรง มีความเร่งด่วน และเมื่อประกาศภาวะฉุกเฉินทุกคนจะได้รับผลจากคำประกาศ
            โดยกฎหมายแล้วประธานาธิบดีสามารถประกาศภาวะฉุกเฉิน ในขณะที่รัฐสภากับศาลสูงสุด (Supreme Court) สามารถยับยั้งคำประกาศของฝ่ายบริหาร โดยเฉพาะศาลสูงสุดมักมีบทบาทในเรื่องนี้
            หลังสงครามเวียดนามกับคดีวอเตอร์เกต (Watergate) จากเหตุประธานาธิบดีใช้อำนาจพิเศษอย่างผิดๆ รัฐสภาให้ความสำคัญกับดูแลการใช้อำนาจพิเศษของฝ่ายบริหารมากขึ้น ป้องกันไม่ได้เกิด “imperial presidency” อันหมายถึงประธานาธิบดีที่ใช้อำนาจเกินขอบเขตรัฐธรรมนูญ แต่การใช้อำนาจพิเศษยังคงมีเรื่อยมาในแทบทุกรัฐบาล

การใช้อำนาจพิเศษ :
            เป้าหมายการให้อำนาจพิเศษของประธานาธิบดี คือ เพื่อตอบสนองภัยคุกคามระดับประเทศที่ต้องอาศัยความรวดเร็วสูงสุด ลดความสูญเสียให้มากที่สุด จึงข้ามขั้นตอนตามระเบียบแบบแผน  เช่น ไม่ต้องรอให้สภาประชุมก่อน (การประชุมสภาต้องนัดหมายและรอครบองค์ประชุม) ไม่ต้องรอศาลพิจารณาไต่สวนซึ่งอาจเป็นเหตุให้ประเทศชาติเสียหายหนักจากความล่าช้า เช่น เมื่อเกิดศึกสงคราม ผู้ก่อการร้ายโจมตีอเมริกาในเหตุ 9/11 เกิดภัยพิบัติร้ายแรง
            ในทางปฏิบัติก่อนประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ ประธานาธิบดีจะหารือแกนนำพรรคการเมือง ประธานศาลเพื่อขอคำแนะนำและเห็นชอบเป็นการส่วนตัวหรือในวงประชุมเล็กๆ ดังนั้น แม้ไม่ถูกต้องครบขั้นตอนตามแบบแผน ผู้นำฝ่ายบริหารได้หารือกับผู้นำฝ่ายนิติบัญญัติและศาลแล้ว ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้นกันให้ประธานาธิบดีใช้อำนาจพิเศษนี้
            ในกรณีการสร้างกำแพง การใช้อำนาจภาวะฉุกเฉินคือการโยกย้ายใช้งบประมาณโดยไม่ผ่านการรับรองจากรัฐสภา พูดให้ชัดคือประธานาธิบดีกำลังใช้อำนาจเบ็ดเสร็จ ทำสิ่งที่ตนเห็นชอบ โดยไม่สนใจว่าฝ่ายนิติบัญญัติจะคิดเห็นอย่างไร ประเด็นสำคัญไม่อยู่ที่จำนวนเงินหรือการสร้างกำแพง แต่อยู่ที่การใช้อำนาจโดยมิชอบ มีข้อสงสัยว่าประเด็นที่ถกกันอยู่เป็นภัยร้ายแรงระดับชาติหรือไม่ มีความเร่งด่วนจริงหรือไม่ การสร้างกำแพงช่วยแก้ปัญหาได้หรือไม่
            แต่ทรัมป์อ้างว่าทำได้ พยายามชี้ว่าการเข้าเมืองผิดกฎหมายเป็นเรื่องร้ายแรงกระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติ ต้องรีบเร่งจัดการโดยด่วน
ทรัมป์ตั้งธงแต่แรกแล้วหรือไม่ว่าต้องการประกาศภาวะฉุกเฉิน :
            ประเด็นน่าคิดคือประธานาธิบดีทรัมป์รู้อยู่แล้วว่าฝ่ายเดโมแครทจะไม่ยอมให้สร้างกำแพง เพราะเป็นจุดยืนที่เดโมแครทประกาศไว้นานแล้ว ยิ่งยามนี้ที่เดโมแครทกลับมาเป็นฝ่ายเสียงข้างมากในสภาผู้แทน (หลังชนะเลือกตั้งกลางเทอม) ยิ่งไร้เหตุผลหากจะยอมให้ทรัมป์สร้างกำแพง ดังนั้น ข้อเสนออนุมัติงบ 1.375 พันล้านดอลลาร์น่าจะเป็นทางออกที่ดี ที่ทั้ง 2 พรรคเห็นพ้องต้องกัน แต่ทรัมป์ไม่ยอมหยุดตรงนี้ กลับเลือกที่จะเพิ่มความขัดแย้งด้วยการประกาศภาวะฉุกเฉินที่ครั้งหนึ่งทรัมป์บอกว่าไม่เห็นด้วยเหมือนกัน
            เป็นไปได้ว่าลึกๆ แล้วเป้าหมายที่ทรัมป์ต้องการคือ ทดลอง ขยับขยายอำนาจประธานาธิบดี
            ที่สุดแล้วทรัมป์จะสามารถใช้อำนาจพิเศษในภาวะฉุกเฉินแห่งชาติได้หรือไม่ เป็นเรื่องน่าติดตาม เพราะหากทำได้เท่ากับผู้นำฝ่ายบริหารกำลังใช้อำนาจอธิปไตยตามลำพัง (แม้ไม่สมบูรณ์) นับจากนี้ประธานาธิบดีจะทำได้อีกหลายอย่างด้วยการอ้างว่า เพื่อความมั่นคงแห่งชาติแม้ขัดแย้งความเห็นของพลเมืองส่วนใหญ่ พรรคฝ่ายตรงข้ามที่เป็นเสียงข้างมาก
            ความแหลมคมของเรื่องนี้จึงไม่อยู่ที่การสร้างหรือไม่สร้างกำแพง
            ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ตีตราหลายเรื่องว่าเป็นภัยคุกคามความมั่นคง เช่น ค่าเงินหยวนจีน การขาดดุลการค้ากับบางประเทศ การขึ้นภาษีเหล็ก อลูมิเนียม ร้อยละ 10 เป็นอีกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม เพียงแต่ประเด็นเหล่านี้ยังไม่ใช้ “อำนาจพิเศษ”
            เมื่อไม่นานนี้ทรัมป์เอ่ยเรื่องรถยนต์นำเข้าจากยุโรปอีก พร้อมกับพูดว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติ
            คงไม่เกินเลยถ้าจะวิเคราะห์ว่าในอนาคตทรัมป์อาจประกาศขอให้ยุติการสอบสวนไต่สวนคดีที่เกี่ยวข้องกับตน เพราะเป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติเช่นกัน
ประชาธิปไตยอเมริกาเสื่อมถอย :
            ถ้าการสร้างกำแพงเป็นเรื่องวิกฤตของชาติ หลายข้อที่เอ่ยถึงข้างต้นเป็นวิกฤตมากกว่า และจะร้ายแรงขึ้นอีกถ้าในอนาคตประธานาธิบดีทำอีกหลายอย่างด้วยการอ้างเพื่อความมั่นคงแห่งชาติ
นี่คือความเสื่อมถอยของประชาธิปไตยอเมริกาใช่หรือไม่
นักการเมืองอาวุโสมิตต์ รอมนีย์ (Mitt Romney) กล่าวว่าผู้เป็นประธานาธิบดีต้องแสดงออกถึงความซื่อสัตย์และเสมอต้นเสมอปลาย น่าเคารพยกย่อง เป็นแบบอย่างที่ดี สมกับเป็นบุคคลที่โลกจับตา เรื่องเหล่านี้สำคัญยิ่งไม่แพ้ภาวะเศรษฐกิจ เสรีภาพของคนอเมริกัน ยิ่งโลกถูกปกครองด้วยระบอบอำนาจนิยม (authoritarian regimes) มากเพียงไร โลกกับอเมริกาจะยิ่งยากจน ขาดเสรีภาพและสันติภาพ ตนขอต่อต้านผู้นำที่ทุจริตและบ่อนทำลายสถาบันประชาธิปไตย
            จากนี้ต้องติดตามว่า ส.ส. ส.ว.ของพรรครีพับลิกันจะลงมติคัดค้านหรือไม่ เป็นการพิสูจน์ว่าพรรคสนับสนุนประธานาธิบดีของตน และอาจตีความว่าในกรณีนี้พรรครีพับลิกันกับทรัมป์เป็นพวกเดียวกัน ไม่ใช่เรื่องที่ทรัมป์คิดเองทำเอง
            การต่อสู้ครั้งนี้จะกินเวลาอีกพอสมควร ผ่านอีกหลายกระบวนการ ทั้งหมดบ่งชี้ภาวะประชาธิปไตยของประเทศนี้ เป็นเรื่องที่น่าติดตาม
            การสร้างกำแพงกั้นพรมแดนเม็กซิโกในยามนี้ไม่ใช่วิกฤตการต่อสู้ทางการเมืองของ 2 พรรคเท่านั้น ถ้าคิดไกลกว่านั้นในแง่ร้ายสุดคือการเพิ่มขยายอำนาจประธานาธิบดีให้สามารถใช้อำนาจเบ็ดเสร็จตามต้องการ แม้ฝ่ายค้านไม่เห็นด้วย แม้พลเมืองอเมริกันส่วนใหญ่ไม่สนับสนุน ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ ประชาธิปไตยอเมริกากำลังขยับไปสู่ความเป็นอำนาจนิยมมากขึ้นอีกขั้น
24 กุมภาพันธ์ 2019
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ สถานการณ์โลกไทยโพสต์ ปีที่ 23 ฉบับที่ 8141 วันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2562)
-------------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง :
ประธานาธิบดีทรัมป์ร้องขอความร่วมมือทางการเมือง ไม่เห็นด้วยกับการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลที่มุ่งเล่นงานตน กลายเป็นคำถามว่าอย่างไรที่เรียกว่าความเป็นเอกภาพทางการเมือง
นักวิเคราะห์ตะวันตกบางคนยอมรับมากขึ้นแล้วว่าระบอบเสรีนิยมประชาธิปไตยตะวันตก (Western liberal democracy) ไม่ได้ทำหน้าที่อย่างสมควร ลัทธิอำนาจนิยมกำลังเบ่งบาน
บรรณานุกรม :
1. Emergency declaration a shattering step, even for Trump. (2019, February 15). The Age. Retrieved from https://www.theage.com.au/world/north-america/emergency-declaration-a-shattering-step-even-for-trump-20190215-p50y2b.html
2. Gibson, Tobias T. (2009). Dames & Moore v. Regan 453 U.S. 654 (1981). In Encyclopedia of  the United States Constitution (p. 185). New York: Facts On File.
3. Most Americans Disapprove Of Trump’s National Emergency Declaration: Poll. (2019, February 18). Huff Post. Retrieved from https://www.huffpost.com/entry/national-emergency-border-wall-poll_n_5c6af9fde4b01757c36ea872
4. Painter, D. Byron. (2011). defense budget. In Encyclopedia of American History (Revised edition, pp. 83-84). New York: Infobase Publishing.
5. Samuels, Richard J. (Ed.). (2006). Executive Orders. In Encyclopedia Of United States National Security. (pp.248-250). California: Sage Publications.
6. Sorrentino, Frank M. (2010). Emergency Banking Act. In Encyclopedia of the American Presidency (Revised Ed., pp.173-174). New York: Facts On File.
7. Trump's declaring a national emergency to get his wall. He's forcing a constitutional crisis.. (2019, February 16). NBC News. Retrieved from https://www.nbcnews.com/politics/white-house/trump-asked-wall-he-s-forcing-constitutional-crisis-n971911
8. Trump’s emergency declaration is legal and needed to protect America – Here’s why. (2019, February 16). Fox News. Retrieved from https://www.foxnews.com/opinion/trumps-emergency-declaration-is-legal-and-needed-to-protect-america-heres-why
-----------------------------

unsplash-logoPawel Janiak

การมีโบรกเกอร์ประกันภัยรถยนต์หลายแห่งเป็นเรื่องดี

การมีโบรกเกอร์ประกันภัยรถยนต์หลายแห่งเป็นเรื่องดี
“724 insure” เป็นหนึ่งในนั้น คลิกที่รูป

คุ้มครองบ้านและทรัพย์สิน จากไฟไหม้ ภัยธรรมชาติ น้ำท่วม จารกรรม

คุ้มครองบ้านและทรัพย์สิน จากไฟไหม้ ภัยธรรมชาติ น้ำท่วม จารกรรม
สนใจคลิกที่รูป

ซื้อใช้ได้ส่วนลด ขายได้เปอร์เซ็นต์เก็บกินตลอดไป กับบริษัทศรีกรุงโบรคเกอร์ที่ก่อตั้งมากว่า 30 ปี

ซื้อใช้ได้ส่วนลด ขายได้เปอร์เซ็นต์เก็บกินตลอดไป กับบริษัทศรีกรุงโบรคเกอร์ที่ก่อตั้งมากว่า 30 ปี
สนใจคลิกที่รูป

ประกันชั้น 1 ทั้งเก่งกับกระบะเพียง 7,500 บาทต่อปีและไม่ต้องตรวจสภาพ

ประกันชั้น 1 ทั้งเก่งกับกระบะเพียง 7,500 บาทต่อปีและไม่ต้องตรวจสภาพ
ซื้อหรือสอบถาม คลิกที่รูป

ประกันสุขภาพ 3 โรคสุดฮิต เริ่มต้นเพียง 150 บาท

ประกันสุขภาพ 3 โรคสุดฮิต เริ่มต้นเพียง 150 บาท
ซื้อหรือสอบถามคลิกที่รูป หรือ ติดต่อไลน์ @7chanchai (มีเครื่องหมาย @) หรือโทร 083-072 5036

เพียง 650 บาท ประกันอุบัติเหตุทั้งครอบครัว ตลอดปี

เพียง 650 บาท ประกันอุบัติเหตุทั้งครอบครัว ตลอดปี
สอบถามหรือซื้อ เชิญคลิกที่รูป

ประกันชั้น 3 เริ่ม 1,800 บาทต่อปี

ประกันชั้น 3 เริ่ม 1,800 บาทต่อปี
ซื้อหรือสอบถาม คลิกที่รูป

ประกันสุขภาพที่รับพิจารณา แม้คุณมีความเสี่ยงสุขภาพ และต่ออายุได้ถึง 99 ปี

ประกันสุขภาพที่รับพิจารณา แม้คุณมีความเสี่ยงสุขภาพ และต่ออายุได้ถึง 99 ปี
ซื้อหรือสอบถาม คลิกที่รูป