วันแห่งความโกรธแค้นของเสื้อกั๊กเหลืองในประชาธิปไตยฝรั่งเศส

การชุมนุมที่ปะทุจากเหตุขึ้นภาษีน้ำมัน เหตุผลที่ลึกกว่าคือสะท้อนความไม่พอใจรัฐบาลที่เก็บกด เป็นวันแห่งความโกรธแค้นของคนเหล่านี้ต่อระบอบการเมืองของประเทศ

17 พฤศจิกายนผู้คนเริ่มประท้วงรัฐบาลหลังประกาศขึ้นภาษีน้ำมัน มีผลโพลระบุว่าคนปารีสร้อยละ 73 สนับสนุนผู้ชุมนุม ประธานาธิบดีเอมมานูแอล มาครง (Emmanuel Macron) ตีความว่าพวก เสื้อกั๊กเหลือง” (Yellow Vest) มาจากกลุ่มหัวรุนแรง (radical groups) ทั้งฝ่ายขวาจัดกับซ้ายจัดแฝงตัวอยู่ในกลุ่มผู้ประท้วงทำลายทรัพย์สิน เผาบ้านเผาเมือง กล่าวหากลุ่มสุดโต่งของมารีน เลอเปน (Marie Le Pen) เป็นหัวขบวนประท้วง ด้านเลอเปนปฏิเสธข้อกล่าวหา
            อันที่จริงแล้วมาครงประกาศขึ้นภาษีน้ำมันตั้งแต่ช่วงหาเสียง เป็นส่วนหนึ่งของแผนใช้พลังงานสะอาด รถยนต์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่กลายเป็นชนวนให้ผู้ประท้วงลุกฮือ
            เมื่อการประท้วงขยายวง ข้อมูลกระทรวงมหาดไทยระบุตัวเลขผู้ชุมนุมบางวันสูงถึงหลักแสนคน บ้างว่าสูงสุดกว่า 300,000 คน ประเด็นความไม่พอใจเพิ่มมากขึ้น เช่น เห็นว่าค่าครองชีพสูง ผู้ประท้วงปะทะกับตำรวจ รถยนต์หลายร้อยคันถูกเผาทำลาย ฌ็องเซลิเซ่ อเวนิว (Champs Elysees Avenue) แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังตกเป็นเป้าหมาย ร้านรวงต่างๆ ถูกปล้นสะดม นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะต่างชาติพากันหนีอลหม่าน โรงแรมหลายแห่งเกือบร้าง
            แม้มีผู้เสียชีวิตและหลายร้อยคนถูกกับกุม การชุมนุมเดินหน้าต่อ

รัฐบาลถอยไปตั้งหลักหรือฟังเสียงประชาชน :
            สัปดาห์ที่ 3 ของการชุมนุมรัฐบาลมาครงเริ่มถอย ประกาศระงับขึ้นภาษีน้ำมันไว้ก่อน พร้อมกับมีข่าวจะเพิ่มมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพคนยากจน นายกฯ Edouard Philippe กล่าวว่ารัฐบาลฟังเสียงประชาชน จะใช้เวลา 6 เดือนข้างหน้าเพื่อหารือว่าควรจัดการเรื่องภาษีน้ำมันอย่างไร แต่ผู้ชุมนุมบางคนไม่พอใจ เห็นว่าเป็นเพียงการซื้อเวลา บางคนยืนยันว่าตัวประธานาธิบดีกับรัฐบาลต้องลาออกทั้งคณะ ในขณะที่บางคนเห็นว่าแค่ต้องการให้รัฐบาลเปลี่ยนนโยบาย
            ประเด็นนี้สามารถถกและวิเคราะห์ว่ารัฐบาลฟังเสียงประชาชนหรือเป็นกลยุทธ์ทางการเมือง
            เป็นไปได้หรือไม่ว่าเหตุผลหลักที่มาครงถอยเพราะแรงกดดันจากความสูญเสียทางเศรษฐกิจ เช่น รถยนต์หลายร้อยคันถูกเผา ร้านค้านับร้อยถูกปล้นสะดม นักท่องเที่ยวต่างชาติเผ่นนี้ เหตุผลเหล่านี้ต่างหากที่กดดันให้รัฐบาลยอมถอย ไม่ใช่เพราะฟังเสียงผู้ชุมนุม
            ในอีกมุมหนึ่งควรชื่นชมรัฐบาลที่ยอมถอยเพื่อลดความสูญเสีย ลดความเสี่ยงที่จะวุ่นวายมากกว่านี้

รากปัญหาคืออะไร :
ดังที่นำเสนอแล้วว่ามาครงประกาศขึ้นภาษีน้ำมันตั้งแต่ช่วงหาเสียง เป็นส่วนหนึ่งของแผนใช้พลังงานสะอาด ถ้ามองในมุมบวกรัฐบาลกำลังดำเนินนโยบายที่ดี ทั้งยังเป็นการทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้
เมื่อการชุมนุมดำเนินต่อเนื่องระยะหนึ่งก็เริ่มชัดเจนว่าเหตุผลการประท้วงคือต้องการให้รัฐบาลดูแลปัญหาปากท้อง The Institute of Public Policies รายงานว่าครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำสุดร้อยละ 20 (นับจากผู้มีรายได้ต่ำสุดขึ้นมา 20 เปอร์เซ็นต์) รายได้ที่เพิ่มขึ้นไม่ทันค่าครองชีพที่สูงเร็วกว่า สรุปสั้นๆ คือรายได้ไม่พอรายจ่าย คุณภาพชีวิตของคนจนนับวันจะย่ำแย่ลง
ไม่ว่ารัฐบาลจะชี้แจงอย่างไรในมุมของคนหาเช้ากินค่ำ การเพิ่มภาษีน้ำมันคือการซ้ำเติมปัญหาปากท้องนั่นเอง (ฝรั่งเศสเป็นอีกประเทศที่รัฐเก็บภาษีสูงมาก เก็บภาษีแทบทุกอย่าง การขึ้นภาษีแต่ละครั้งคือการเรียกเงินจากประชาชน)

เหตุผลอื่นที่ทับถมเข้ามาคือ การหยิบยกนโยบายบางข้อที่รัฐส่งเสริมภาคเอกชน ลดภาษีคนรวย บางคนยอมรับการขึ้นภาษีแต่คนรวยควรเสียมากกว่านี้ ผู้นำฝรั่งเศสจึงถูกตีตราว่าเป็น “ประธานาธิบดีของคนรวย”
พูดอีกอย่างคือเป็นผู้ปกครองที่กดขี่คนยากจนนั่นเอง
ประเด็นเหล่านี้สามารถถกเถียงอภิปรายถึงความถูกต้องเหมาะสม แต่ความเข้าใจของคนส่วนใหญ่ในขณะนี้ส่อว่าพวกเขามองรัฐบาลในแง่ลบ นำสู่การตั้งเป้าล้มรัฐบาล

ถ้าตีตราว่าผู้ก่อเหตุผิดกฎหมายคือพวกหัวรุนแรง เป็นพวกต่อต้านรัฐบาลแบบหัวชนฝา อาศัยจังหวะนี้ก่อเหตุวุ่นวาย เหตุผลเช่นนี้น่าจะถูกต้องเพราะมีคนกลุ่มนี้จริง แต่ไม่อาจปฏิเสธผลโพลคะแนนนิยมรัฐบาลที่หดหายอย่างรวดเร็ว ผลโพลของ IFOP (The Institut français d'opinion publique) เมื่อ 4 ธันวาคม ผู้ตอบแบบสอบถามเพียงร้อยละ 23 ให้มาครงสอบผ่าน เป็นคะแนนต่ำสุดนับจากเริ่มรัฐบาลชุดนี้
ถ้ายึดผลโพลต้องสรุปว่าคนฝรั่งเศสส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นพวกหัวรุนแรงหรือคนทั่วไปต่างไม่พอใจผลงานรัฐบาล
อันที่จริงแล้วในหมู่ผู้ชุมนุมนับแสนมีผู้ก่อเหตุร้ายหลักร้อยหลักพันเท่านั้น ที่น่าสนใจคือ ผู้ชุมนุมอย่างสันติบางคนเห็นด้วยกับการก่อเหตุรุนแรง เห็นว่าจำต้องทำเพราะเป็นวิธีเดียวที่จะหยุดรัฐบาล และก็ได้ผล รัฐบาลประกาศไม่ขึ้นภาษีน้ำมันตลอดปีงบประมาณ 2019 นายกฯ Philippe กล่าวต่อรัฐสภาว่าถึงเวลาแล้วที่จะอภิปรายเรื่องนี้ในระดับประเทศ แต่ดูเหมือนช้าเกินไป

วิบากกรรมของมาครง :
            เอมมานูแอล มาครง ในวัย 39 ได้รับตำแหน่งประธานาธิบดีหลังชนะเลือกตั้งเมื่อพฤษภาคม 2017 เป็นผู้สมัครหน้าใหม่ที่เพิ่งสมัครชิงตำแหน่งทางการเมืองครั้งแรก ตำแหน่งสุดท้ายคือรัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจ สนับสนุนการค้าเสรี สิทธิมนุษยชน ดำเนินนโยบายสายกลาง
            18 เดือนหลังการเลือกตั้งคะแนนนิยมเหลือแค่ 20 ไม่ว่ามาครงจะหน้าตาดี สดใหม่ทางการเมือง วาทศิลป์เป็นเยี่ยม ได้รับการสนับสนุนจากพรรคการเมืองหลัก สุดท้ายผลการบริหารประเทศที่ประชาชนรับรู้ได้จริงเป็นตัวตัดสินใจ แม้หากการชุมนุมยุติด้วยการเจรจา งานนี้รัฐบาลมาครงเสียคะแนนย่อยยับ ยากที่จะเรียกความเชื่อมั่นคืนกลับมา
การมองภาพปารีสถูกเผานั่นเป็นเรื่องหนึ่ง คำถามที่น่าคิดคือทำไมนักการเมืองหน้าใหม่อย่างมาครงจึงสามารถก้าวสู่ตำแหน่งทางการเมืองสูงสุดด้วยการลงสนามเลือกตั้งเพียงครั้งแรกครั้งเดียว คำอธิบายที่เคยนำเสนอแล้วคือพรรคการเมืองกระแสหลักทั้งฝ่ายขวากับฝ่ายซ้ายสนับสนุน นักการเมืองรุ่นเก๋ามากประสบการณ์ต่างพากันพ่ายแพ้
            เป็นอีกครั้งที่พรรคฝ่ายซ้ายอย่างพรรคสังคมนิยมฝรั่งเศสเห็นด้วยกับผู้สมัครที่ดำเนินนโยบายแบบเสรีนิยม เกิดข้อสงสัยว่าแท้จริงแล้วผู้กุมอำนาจการเมืองร่วมมือกัน เลอเปนจึงโจมตีมาครงว่าเป็นหุ่นเชิดของขั้วอำนาจเก่า พวกคณาธิปไตยเลือกมาครง
            บัดนี้ดูเหมือนว่าคำกล่าวหาของเลอเปนถูกต้อง

นโยบายของมาครงไม่ได้มาจากตัวท่านเอง น่าจะเป็นแรงผลักดันจากบรรดาพรรคการเมืองที่สนับสนุนซึ่งก็คือบรรดาพรรคการเมืองเดิมๆ นั่นเอง
แนวคิดนี้อธิบายว่ามาครงเป็นเพียงแต่ตัวละครที่ถูกยกขึ้นในยามที่การเมืองประชาธิปไตยฝรั่งเศสกำลังสับสน แม้แต่มาครงก็ยอมรับว่าประเทศมีสิ่งที่เรียกว่ากลุ่มผู้ทรงอำนาจผู้ควบคุมการเมือง (the establishment) บ่อยครั้งที่คนเหล่านี้ทำเรื่องไร้ศีลธรรม
            แต่การเลือกตั้งเป็นเรื่องหนึ่ง การบริหารประเทศเป็นอีกเรื่อง ผู้ชนะเลือกตั้งไม่ได้หมายความว่าจะบริหารประเทศได้ดี รัฐบาลมาครงกำลังเป็นอีกกรณีตัวอย่าง
ถ้ามองในกรอบกว้างๆ คำถามที่ลึกกว่าคือ อย่างไรเรียกว่านโยบายที่ดี อะไรคือสิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่ยอมรับได้ เสียงประชาชนคือความรุ่งเรืองยั่งยืนหรือไม่ รากปัญหาที่แท้จริงคืออะไรกันแน่ แทนที่จะโทษฝ่ายการเมืองเพียงอย่างเดียวพลเมืองฝรั่งเศสมีส่วนต้องปฏิรูปตัวเองหรือไม่
เหล่านี้คือคำถามใหญ่ของประชาธิปไตยฝรั่งเศส ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวเกือบ 230 ปี อีกประเทศที่ตำราตะวันตกระบุว่าเป็นต้นแบบเป็นแบบอย่างประชาธิปไตยตะวันตก
การชุมนุมที่ปะทุจากเหตุรัฐบาลประกาศขึ้นภาษีน้ำมัน กลุ่มผู้ชุมนุมมาจากหลายที่หลายกลุ่ม บ้างชุมนุมที่เมืองตนเอง บ้างรวมตัวที่กรุงปารีส ไม่ว่าเหตุผลคืออะไรทั้งหมดสะท้อนความไม่พอใจรัฐบาลที่เก็บกด เป็นวันแห่งความโกรธแค้นของคนเหล่านี้ต่อระบอบการเมืองของประเทศ เรื่องราวที่เกิดขึ้นจึงเป็นปรากฏการณ์อย่างหนึ่ง การจะแก้ไขไม่ใช่เรื่องง่ายและจำต้องแก้ที่รากปัญหา มิฉะนั้นจะเป็นเพียงแค่ซื้อเวลาอีกรอบเหมือนที่ทำมาแล้วหลายครั้ง เป็นโจทย์ใหญ่ของระบอบประชาธิปไตยประเทศนี้
9 ธันวาคม 2018
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ สถานการณ์โลกไทยโพสต์ ปีที่ 23 ฉบับที่ 8065 วันอาทิตย์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ.2561)
-----------------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง : 
การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส 2016 มีลักษณะเด่นประการหนึ่งคือปราศจากตัวแทนของพรรคใหญ่ สังคมฝรั่งเศสมาถึงมาแพร่งว่าควรเลือกนักการเมืองหน้าใหม่อย่าง เอมมานูแอล มาครง หรือผู้มาด้วยนโยบายสุดโต่งอย่าง มารีน เลอเปน ควรสนับสนุนมาครงเพื่อต้านเลอเปนหรือไม่ มาครงซึ่งปราศจากฐานเสียงจะสามารถคุม ส.ส. ส.ว. หน้าเดิมๆ ได้มากเพียงไร นับจากปฏิวัติฝรั่งเศสเกือบ 230 ปีแล้วที่ประเทศนี้ยังอยู่ระหว่างแสวงหาการปกครอง หลักนโยบายที่เหมาะสมกับตัวเอง
บรรณานุกรม :
1. AP Explains: The French protesters’ economic discontents. (2018, December 5). AP. Retrieved from https://www.apnews.com/f9625562f6774dcabfbfc91812d29669
2. Click to copyhttps://apnews.com/34b61fddaee04fbd936544cd30ddf102. (2018, December 1). AFP. Retrieved from https://www.apnews.com/34b61fddaee04fbd936544cd30ddf102
3. Facing Tough Odds in French Vote, Le Pen Assails Macron. (2017, April 27). The New York Times. Retrieved from https://www.nytimes.com/2017/04/27/world/europe/france-marine-le-pen-emmanuel-macron.html?_r=0
4. French government preparing to suspend fuel tax increases: source. (2018, December 4). Reuters.  Retrieved from https://www.reuters.com/article/us-france-protests/french-government-preparing-to-suspend-fuel-tax-increases-source-idUSKBN1O30MX
5. French government scraps fuel tax hike after yellow-vest protests. (2018, December 5). Deutsche Welle. Retrieved from https://www.dw.com/en/french-government-scraps-fuel-tax-hike-after-yellow-vest-protests/a-46606137
6. French govt considers imposing state of emergency after 'Yellow Vest' protest violence. (2018, December 2). France 24. Retrieved from https://www.france24.com/en/20181202-france-consider-state-emergency-prevent-riots-recurring
7. 'I Am Offering the French Renewal'. (2017, March 17). Spiegel Online. Retrieved from http://www.spiegel.de/international/europe/emmanuel-macron-interview-on-french-election-campaign-a-1139214.html
8. Macron Mocks Le Pen's ‘Monopoly Money’ Amid Paris Demonstrations. (2017, May 2). Bloomberg. Retrieved from https://www.bloomberg.com/politics/articles/2017-05-01/macron-mocks-le-pen-s-monopoly-money-amid-paris-demonstrations
9. Macron retreats on fuel tax hikes in bid to calm French protests. (2018, December 4). AFP.  https://www.afp.com/en/news/3954/macron-retreats-fuel-tax-hikes-bid-calm-french-protests-doc-1ba2bq15
10. Macron tells French voters democracy is under threat from 'anti-France' Le Pen. (2017, May 2). The Local. Retrieved from https://www.thelocal.fr/20170502/france-election-emmanuel-macron-tells-french-voters-democracy-is-under-threat-from-anti-france-le-pen
11. PARIS BURNS: Riot police fire tear gas as 30,000 protestors furious at Macron hit France. (2018, November 24). Express. Retrieved from https://www.express.co.uk/news/world/1049731/France-protests-paris-riots-police-emmanuel-macron-latest-france-news
12. Spotlight: Haunted by "Yellow Vests," Macron seeks to get out of social uprising via risky moratorium. (2018, December 5). Xinhua. Retrieved from http://www.xinhuanet.com/english/2018-12/05/c_137651097.htm
-----------------------------
unsplash-logoMohamed Nohassi

การมีโบรกเกอร์ประกันภัยรถยนต์หลายแห่งเป็นเรื่องดี

การมีโบรกเกอร์ประกันภัยรถยนต์หลายแห่งเป็นเรื่องดี
“724 insure” เป็นหนึ่งในนั้น คลิกที่รูป

คุ้มครองบ้านและทรัพย์สิน จากไฟไหม้ ภัยธรรมชาติ น้ำท่วม จารกรรม

คุ้มครองบ้านและทรัพย์สิน จากไฟไหม้ ภัยธรรมชาติ น้ำท่วม จารกรรม
สนใจคลิกที่รูป

ซื้อใช้ได้ส่วนลด ขายได้เปอร์เซ็นต์เก็บกินตลอดไป กับบริษัทศรีกรุงโบรคเกอร์ที่ก่อตั้งมากว่า 30 ปี

ซื้อใช้ได้ส่วนลด ขายได้เปอร์เซ็นต์เก็บกินตลอดไป กับบริษัทศรีกรุงโบรคเกอร์ที่ก่อตั้งมากว่า 30 ปี
สนใจคลิกที่รูป

ประกันชั้น 1 ทั้งเก่งกับกระบะเพียง 7,500 บาทต่อปีและไม่ต้องตรวจสภาพ

ประกันชั้น 1 ทั้งเก่งกับกระบะเพียง 7,500 บาทต่อปีและไม่ต้องตรวจสภาพ
ซื้อหรือสอบถาม คลิกที่รูป

ประกันสุขภาพ 3 โรคสุดฮิต เริ่มต้นเพียง 150 บาท

ประกันสุขภาพ 3 โรคสุดฮิต เริ่มต้นเพียง 150 บาท
ซื้อหรือสอบถามคลิกที่รูป หรือ ติดต่อไลน์ @7chanchai (มีเครื่องหมาย @) หรือโทร 083-072 5036

เพียง 650 บาท ประกันอุบัติเหตุทั้งครอบครัว ตลอดปี

เพียง 650 บาท ประกันอุบัติเหตุทั้งครอบครัว ตลอดปี
สอบถามหรือซื้อ เชิญคลิกที่รูป

ประกันชั้น 3 เริ่ม 1,800 บาทต่อปี

ประกันชั้น 3 เริ่ม 1,800 บาทต่อปี
ซื้อหรือสอบถาม คลิกที่รูป

ประกันสุขภาพที่รับพิจารณา แม้คุณมีความเสี่ยงสุขภาพ และต่ออายุได้ถึง 99 ปี

ประกันสุขภาพที่รับพิจารณา แม้คุณมีความเสี่ยงสุขภาพ และต่ออายุได้ถึง 99 ปี
ซื้อหรือสอบถาม คลิกที่รูป