จากโอบามาแคร์สู่การเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะ

อีกครั้งหนึ่งที่กฎหมายระบบประกันสุขภาพของประธานาธิบดีบารัก โอบามาที่มีชื่อเต็มๆ ว่า Patient Protection and Affordable Care Act (PPACA) บางคนเรียกว่า Affordable Care Act (ACA) หรือที่นิยมเรียกติดปากว่าโอบามาแคร์ (Obamacare) กลายเป็นประเด็นการต่อสู้ทางการเมืองอีกครั้ง
            หากพิจารณาประเด็นต่อสู้จะเห็นว่าก็ยังคงเป็นประเด็นเดิมๆ ประเด็นถกเถียงพื้นฐานคือ เป็นหน้าที่ของสังคมหรือไม่ที่จะต้องปกป้องผู้มีรายได้น้อยจนถึงขั้นส่งผลเสียต่อประเทศ รัฐบาลกำลังริดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนหรือไม่ หลายคนไม่เห็นด้วยกับหลักการดังกล่าว นายจอห์น โบเนอร์ (John Boehner) วุฒิสมาชิกและโฆษกพรรครีพับลิกันกล่าวว่าพรรคกำลังทำหน้าที่เพื่อดำรงไว้ซึ่ง “ความยุติธรรมแก่ชาวอเมริกันทุกคน”
            ถ้าจะพูดถึงข้อดี พระราชบัญญัติดังกล่าวช่วยให้คนยากจนอีกหลายหมื่นหลายแสนคนสามารถซื้อกรรมธรรม์ประกันสุขภาพในราคาถูกกว่าเดิม ช่วยให้ผู้มีรายได้น้อยสามารถซื้อกรรมธรรม์ประกันสุขภาพใหม่ที่ให้สิทธิประโยชน์ในการรักษาสุขภาพมากกว่าเดิมโดยที่รัฐบาลใช้งบประมาณอุดหนุนบางส่วน ประธานาธิบดีโอบามาชี้ว่าการผ่านงบประมาณระบบประกันสุขภาพนั้นเป็นเรื่องร้ายแรงเท่าชีวิต “แต่ละปีชาวอเมริกันนับหลายหมื่นคนต้องจบชีวิตเพราะเขาไม่สามารถชำระค่าประกันสุขภาพ”
            ปัญหาติดอยู่ที่โครงการดังกล่าวกับโครงการสวัสดิการอื่นๆ ทำให้รัฐบาลต้องแบกรับภาระมากขึ้นทุกขณะในยามที่รัฐบาลขาดดุลเรื่อยมา และกำลังเผชิญแรงกดดันว่าหนี้สาธารณะกำลังจะเลยเพดานตามที่กฎหมายกำหนดคือ 16.7 ล้านล้านดอลลาร์แล้ว
            ณ วันนี้จึงมีปัญหาสองเรื่องใหญ่คือโอบามาแคร์กับเพดานหนี้สาธารณะ แต่เรื่องโอบามาแคร์ลดตัวกลายเป็นประเด็นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับประเด็นหนี้สาธารณะ และจะต้องมีข้อสรุปภายวันที่ 17 ตุลาคมเนื่องจากถึงวันครบกำหนดชำระหนี้ หากร่างงบประมาณยังไม่ผ่าน จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่สหรัฐขาดการชำระหนี้
ปัญหาหนี้สาธารณะที่ซ้ำซาก:
            เป็นเวลานานแล้วชาวอเมริกันคุ้นเคยกับปัญหาการใช้จ่ายของรัฐบาลกลาง การต่อสู้เรื่องอัตราภาษี ควรลดหรือควรเพิ่ม ควรขึ้นภาษีคนรวยหรือคนจน ต้องแก้ปัญหาขาดดุลหรือจะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจ เหล่านี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับทุกรัฐบาล และถกเถียงกันอยู่ตลอดเวลาว่าควรบริหารประเทศอย่างไร บ่อยครั้งที่รัฐบาลใหม่เริ่มต้นด้วยการพูดว่าจะลดการขาดดุลแต่สุดท้ายคือหนี้สินสาธารณะเพิ่มสูงขึ้นอีก
            เมื่อเดือนสิงหาคม 2011 รัฐบาลอเมริกันเกือบต้องขาดชำระหนี้มาครั้งหนึ่งแล้ว เนื่องจากพรรครีพับลิกันตั้งเงื่อนไขว่าทุกดอลลาร์ที่ปรับขึ้นเพดานหนี้สาธารณะจะต้องปรับลดงบประมาณในจำนวนที่เท่ากัน เหตุการณ์ครั้งนั้นลงเอยด้วยสองพรรคบรรลุข้อตกลงก่อนถึงกำหนดชำระหนี้เพียงสองวัน โดยที่รัฐบาลกำหนดแผนปรับลดรายจ่ายจำนวน 9 แสนล้านดอลลาร์ ($900 billion) ในช่วง 10 ปีข้างหน้า และจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมเพื่อวางแผนปรับลดการขาดดุลอีก 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วง 10 ปีดังกล่าวด้วย แต่ไม่กี่เดือนต่อมาคณะกรรมาธิการสลายตัวไม่สามารถบรรลุข้อตกลงใดๆ
            ทุกรัฐบาลทุกพรรคการเมืองพูดถึงการแก้ปัญหาหนี้สาธารณะ แต่ผลลัพธ์เกิดขึ้นเพียงเล็กน้อย หนี้สิ้นมีแต่จะพอกพูน

ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหากไม่ขึ้นเพดาน:
            กระทรวงการคลังสหรัฐนำเสนอรายงานฉบับหนึ่งเมื่อต้นเดือนตุลาคม ชี้ว่าประเทศไม่เคยผิดนัดชำระหนี้ แต่หากเกิดขึ้นจะส่งผลเสียหายใหญ่หลวง ค่าเงินจะลดลง อัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบทั่วโลกเป็นลูกโซ่ และอาจเกิดวิกฤตการเงิน เศรษฐกิจถดถอยเหมือนเช่นปี 2008 หรืออาจเลวร้ายกว่านั้น
            รายงานยังบรรยายสถานการณ์ย้อนหลังในปี 2011 เพื่อเตือนความจำว่าในช่วงนั้นความเชื่อมั่นของผู้บริโภคกับภาคธุรกิจลดต่ำลงมาก (ความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงร้อยละ 22 ภาคธุรกิจลดลงร้อยละ 3) ตลาดเงินอยู่ในภาวะตึงเครียด การจ้างงานลดลง รัฐบาลถูกปรับลดเครดิต หุ้นตกและมีความผันผวนอย่างรุนแรง เป็นเช่นนี้นานหลายเดือน
            ผลกระทบต่อตลาดเงินส่งผลโดยตรงต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ประชาชนจำนวนมากที่ลงทุนในหลักทรัพย์ต่างๆ หลายครอบครัวกับธุรกิจหลายแห่งจับจ่ายใช้สอยด้วยเงินที่มาจากการกู้ยืม ดังนั้น ราคาหุ้นที่ลดต่ำลงกับอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้นจะกดดันให้ครอบครัวกับธุรกิจลดการใช้จ่าย เหตุการณ์เมื่อเดือนสิงหาคม 2011 ส่งผลกระทบเป็นเวลาหลายเดือน การใช้จ่ายของภาคครัวเรือนมีความสำคัญเพราะคิดเป็นร้อยละ 70 ของจีดีพี
            การปิดหน่วยงานภาครัฐบางส่วนบางหน่วยงานที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้กระทบต่อเศรษฐกิจเช่นกัน มีผู้ประเมินว่าหากหน่วยงานรัฐที่ปิดบางส่วนนั้นปิดนานถึง 1 สัปดาห์จะทำให้จีดีพีลดลงร้อยละ 0.25 ถ้านานกว่าจะอาจส่งผลถึงขั้นทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย
            สถานการณ์จึงอยู่ในภาวะล่อแหลมและอาจเกิดผลกระทบรุนแรงเพราะมีสองเรื่องรวมกันคือการปิดหน่วยงานภาครัฐกับการผิดนัดชำระหนี้
            รวมความแล้วกระทรวงการคลังพยายามชี้ว่าไม่อาจปล่อยให้เกิดการผิดนัดชำระหนี้โดยเด็ดขาด กล่าวอีกนัยหนึ่งคือจำต้องขึ้นเพดานหนี้สาธารณะ และรัฐบาลกับฝ่ายค้านจะต้องตกลงเรื่องโอบามาแคร์ให้ได้ด้วยเพราะสองเรื่องถูกฝ่ายการเมืองจับผูกโยงเข้าด้วยกัน

สองพรรคต่างกันเพียงในรายละเอียด:
            จุดยืนล่าสุดของพรรครีพับลิกันคือเสนอให้ปรับเพดานหนี้สาธารณะบนเงื่อนไขว่าต้องปรับแก้โอบามาแคร์ ซึ่งอาจจะเป็นการเลื่อนโครงการดังกล่าวออกไปหรือลดขนาดลง (ขึ้นกับการเจรจา) เนื่องจากเห็นว่าเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น นายมิช แมคคอนแนลวุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันกล่าวว่าประธานาธิบดีโอบามาจะต้อง “เอาจริงเอาจังกับการใช้จ่ายและเป็นเวลาที่ดีที่จะแก้เพดานหนี้” ส่วนนายจอห์น โบเนอร์กล่าวว่า “คนอเมริกันไม่สนับสนุนเพิ่มเพดานหนี้หากรัฐบาลไม่ลดการใช้จ่ายด้วย”
            ท่าทีของพรรครีพับลิกันกำลังชี้ว่ารัฐบาลโอบามาคือผู้ต้องรับผิดชอบต่อการก่อหนี้สาธารณะ ในขณะที่ตนเป็นผู้พยายามแก้ไขปัญหา
            ทางด้านประธานาธิบดีโอบามาเห็นด้วยกับการเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะเช่นกัน แต่บนเงื่อนไขที่แตกต่างกันคือต้องปรับขึ้นเพดานหนี้โดยไม่มีเงื่อนไข ถ้าต้องลดการขาดดุลด้วยการปรับลดงบประมาณ จะต้องขึ้นภาษีควบคู่ไปด้วยซึ่งหมายถึงเน้นการขึ้นภาษีคนรวยที่พรรครีพับลิกันไม่เห็นด้วย
            หากมองเรื่องนี้ในแง่การต่อสู้ทางการเมือง นี่คือหนึ่งในสนามต่อสู้ที่สำคัญ สองพรรคต่างกล่าวหาอีกฝ่ายว่าเป็นตัวก่อหนี้สาธารณะ ขัดขวางการพัฒนาประเทศ ที่ผ่านมาจึงไม่มีฝ่ายใดยอมรับและพยายามโยนความผิดให้อีกฝ่ายหนึ่ง แต่ทั้งสองพรรคเห็นด้วยกับการเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะให้สูงขึ้นอีก

รัฐบาลยังรับมือและแก้ไขได้ ขึ้นกับความกล้าหาญของฝ่ายการเมือง:
            นายจอห์นสัน (Johnson) กับควาก (Kwak) ย้ำเตือนหลักการพื้นฐานที่สำคัญว่า “เราต้องจ่ายเงินเพื่อสิ่งที่เราต้องการ ไม่ว่าจะต้องจ่ายเดี๋ยวนี้หรือในอนาคต” รัฐบาลใดก็ตามที่ขาดความรับผิดชอบด้านการคลังจะพบปัญหาใหญ่เมื่อเกิดภาวะวิกฤต อย่างไรก็ตามในระยะนี้พันธบัตรอเมริกายังแข็งแกร่งมาก อัตราดอกเบี้ยต่ำ รัฐบาลไม่มีปัญหาการขายพันธบัตร (กู้ยืม) แต่อย่างไร ดังนั้นการเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะน่าจะเป็นปัญหาน้อยกว่าการผิดนัดชำระหนี้ และเชื่อว่ารัฐบาลโอบามาได้เตรียมการรองรับไว้แล้ว เหมือนกับเรื่องการปิดหน่วยงานรัฐที่ได้เตรียมการล่วงหน้ามาก่อน
            เพียงแต่ต้องพึงระลึกเสมอว่าหนี้สาธารณะขึ้นกับภาวะเศรษฐกิจ หากเศรษฐกิจอเมริกาเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อไปเรื่อยๆ ระดับหนี้สาธารณะต่อจีดีพีจะลดลง สามารถรองรับภาระงบประมาณเพื่อใช้จ่ายด้านสวัสดิการต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น ในทางตรงข้ามหากเศรษฐกิจอ่อนแอ ดอกเบี้ยจะสูงขึ้น รัฐบาลขาดดุลมากขึ้น ภาระการคลังเพิ่มขึ้น ดัชนีตลาดเงินตลาดทุนทรุดตัว ประชาชนลดการบริโภค ธุรกิจชะลอการลงทุน ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ให้เศรษฐกิจอ่อนแอลงไปอีก
            สถานการณ์จึงเปรียบเสมือนเดิมพันที่รัฐต้องชนะอย่างเดียวคือเศรษฐกิจจะต้องเติบโตไปเรื่อยๆ
            อันที่จริงนักวิชาการบางคนเชื่อว่ารัฐบาลสามารถแก้ไขปัญหาขาดดุลงบประมาณ สามารถปฏิรูประบบภาษีและระบบการใช้จ่ายเพื่อลดช่องว่างงบประมาณ ทั้งนี้ขึ้นกับความกล้าหาญของฝ่ายการเมือง ประเด็นคือการขึ้นภาษีทำให้เสียคะแนนเสียง พรรครีพับลิกันไม่เห็นด้วยกับการขึ้นภาษีคนรวย ส่วนพรรคเดโมแครตไม่เห็นด้วยกับการขึ้นภาษีคนจนกับชนชั้นกลาง ทำนองเดียวกับการปรับลดอัตรากำลัง ลดการจ้างพนักงาน ลดสวัสดิการข้าราชการ เพราะทั้งหมดเกี่ยวข้องกับคะแนนเสียงทางการเมือง จึงยังไม่มีพรรคใดที่อยากลงมือแก้ปัญหาจริงๆ ได้แต่แก้ไขตามสถานการณ์ แก้ไขบางส่วน

            ข้อดีอย่างหนึ่งคือความขัดแย้งการโต้เถียงที่ยืดเยื้อทำให้ประชาชนได้รับรู้ปัญหา เนื่องจากสังคมอเมริกันที่มีเสรีภาพทางสื่อค่อนข้างมาก ในแง่จิตวิทยาทำให้ประชาชนยอมรับสภาพที่เกิดขึ้น ส่วนรัฐบาลได้ตรวจสอบกระแสความคิดเห็นของประชาชนอย่างต่อเนื่อง รู้ว่าควรดำเนินการอย่างไรจึงเกิดผลดีที่สุด เพราะเรื่องราวทั้งหมดจะโทษฝ่ายการเมืองอย่างเดียวก็ไม่ได้ ประชาชนมีส่วนอย่างมากเช่นกัน ผลสำรวจชี้ว่าประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้รัฐลดการขาดดุลด้วยการลดการใช้จ่ายภาครัฐ แต่ไม่ต้องการให้ลดโครงการสวัสดิการซึ่งเป็นเรื่องที่ขัดแย้งในตัวเอง
            ที่สุดของเรื่องนี้น่าจะลงเอยด้วยการประนีประนอมสองฝ่าย ปรับลดขนาดโอบามาแคร์ลงบางส่วน ลดการใช้งบประมาณลงบ้างเพื่อให้ผ่านร่างกฎหมายงบประมาณ โอบามาแคร์เริ่มต้นดำเนินการ สองพรรคตัดสินใจเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะอีกเล็กน้อย และพยายามแสดงให้เห็นว่าต่างได้ทำหน้าที่ของตนสุดความสามารถแล้ว
ตุลาคม 2013
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 17 ฉบับที่ 6180 วันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ.2556
และได้รับการเผยแพร่ผ่าน US Watch” โดย กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศ, http://uswatch.mfa.go.th/uswatch/th/article/detail.php?article=1758)
----------------
บรรณานุกรม:
1. Gawande, Atul. State of Health. The New Yorker. 7 October 2013.
2. US shutdown: White House talks fail to end deadlock. BBC. http://www.bbc.co.uk/news/world-us-canada-24378831 3 October 2013.
3. Obama to Republicans: Reopen the government. USA Today. http://www.usatoday.com/story/news/politics/2013/10/01/obama-statement-health-care-government-shutdown/2900767/ 1 October 2013.
4. U.S. Department of The Treasury. Potential Macroeconomic Impact of Debt Ceiling Brinkmanship. http://www.scribd.com/doc/173042648/Potential-Macroeconomic-Impact-of-Debt-Ceiling-Brinkmanship accessed 3 October 2013.
5. Obama digs heels in, refuses to negotiate debt ceiling. Reuters. http://news.yahoo.com/obama-says-refusal-lift-debt-ceiling-hurt-economy-170716116--business.html 15 January 2013.
6. Johnson, Simon and Kwak, James. 2012. White House Burning: The Founding Fathers, Our National Debt, and Why It Matters to You. New York: Pantheon Books.
7. Conti-Brown, Peter and Skeel, David. (Editors). 2012.  When States Go Broke: The Origins, Context, and Solutions for the American States in Fiscal Crisis. USA: Cambridge University Press.
8. Jones, Handel. 2010. CHINAMERICA: The Uneasy Partnership that Will Change the World . USA: McGraw-Hill.
-------------------

ประกันสุขภาพ ไข้หวัดใหญ่ มือเท้าเปื่อย และ 5 โรคจากยุง

ประกันสุขภาพ ไข้หวัดใหญ่ มือเท้าเปื่อย และ 5 โรคจากยุง
เบี้ยหลักร้อย คุ้มครองหลักหมื่นครับ สนใจคลิกดูก่อนครับ

ลิงก์เดียวซื้อประกันได้ทุกชนิด สนใจคลิกครับ

ลิงก์เดียวซื้อประกันได้ทุกชนิด สนใจคลิกครับ
ซื้อประกันออนไลน์สะดวก รวดเร็ว ติดต่อ 24 ชม.

เลือกซื้อประกันชีวิตแบบที่ต้องการ

เลือกซื้อประกันชีวิตแบบที่ต้องการ
ซื้อออนไลน์ด้วยตัวเอง ไม่ยุ่งยาก ไม่ซับซ้อน สอบถาม 24 ชม. สนใจคลิกดูก่อน

ยินดีให้คำปรึกษา ซื้อหรือขายประกันรถยนต์ และอื่นๆ

ยินดีให้คำปรึกษา ซื้อหรือขายประกันรถยนต์ และอื่นๆ
ติดต่อ ไลน์ ck09105

ซื้อประกัน พ.ร.บ. รถยนต์ แล้วต่อภาษีได้เลย ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก ซื้อได้ทั่วประเทศ

ซื้อประกัน พ.ร.บ. รถยนต์ แล้วต่อภาษีได้เลย ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก ซื้อได้ทั่วประเทศ
ซื้อหรือสอบถามคลิกที่รูป หรือโทร 091-0597905

รวมทุกบริษัทประกันไวรัสโคโรนา โควิด-19

รวมทุกบริษัทประกันไวรัสโคโรนา โควิด-19
สนใจคลิกที่รูป