ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

โทนเสียงที่เปลี่ยนไปของบารัก โอบามา

15 กุมภาพันธ์ 2013
ชาญชัย
(ได้รับการเผยแพร่ที่US Watch โดย กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศ http://uswatch.mfa.go.th/uswatch/th/article/detail.php?article=1497)
            เมื่อคืนวันที่ 12 กุมภาพันธ์ (ตามเวลาอเมริกา) ประธานาธิบดีบารัก โอบามากล่าวคำแถลงนโยบาย (State of the Union) ประจำปี 2013 ครั้งนี้เป็นครั้งที่ห้าของการแถลงนโยบายที่กระทำเป็นประจำทุกปีต่อที่ประชุมรัฐสภา
            สิ่งแรกที่ชัดเจนคือประธานาธิบดีโอบามาบรรยายสภาพเศรษฐกิจประเทศที่ฟื้นตัวจากภาวะถดถอย การจ้างงานเพิ่มขึ้น ชาวอเมริกันมีเงินซื้อรถยนต์มากกว่าเมื่อห้าปีก่อน ตลาดบ้านกำลังคึกคักอย่างคาดไม่ถึง ดัชนีตลาดหุ้นเป็นบวก ตอกย้ำสุนทรพจน์เข้ารับตำแหน่งสมัยที่สองเมื่อสามสัปดาห์ก่อน ไม่ต้องอ้างเหตุผลว่าเหตุที่เศรษฐกิจอ่อนแอเพราะอดีตประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกันทิ้งไว้เป็นมรดกแก่ตน
            จุดที่น่าสนใจที่สุดคือตลอดคำแถลงนโยบายประธานาธิบดีโอบามากล่าวให้ความสำคัญต่อพรรคคู่แข่งคือพรรครีพับลิกันเป็นระยะๆ เรียกร้องความร่วมมือจากพรรคฝ่ายค้านหลายครั้งหลายหนโดยเฉพาะประเด็นภายในประเทศ ตั้งแต่เรื่องเศรษฐกิจ การตัดลดงบประมาณจนถึงเรื่องการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (ภาวะโลกร้อน) ประธานาธิบดีนำเสนอนโยบาย มาตรการใหม่ๆ ที่เชื่อว่าสองพรรคจะเห็นพ้องต้องกันผ่านนโยบายเหล่านั้น แสดงท่าทีแห่งการประนีประนอม การขอทำงานร่วมกัน ทั้งยังตระหนักว่าการเจรจาระหว่างสองพรรคนั้นไม่ง่ายและ “ไม่มีพรรคใดจะได้ทุกอย่างที่ต้องการร้อยเปอร์เซ็นต์”
            ท่าทีประนีประนอมเหล่านี้แตกต่างจากช่วงหาเสียงที่โต้แย้งต่อสู้ในข้อเสนอนโยบายต่างๆ กับพรรคคู่แข่งอย่างไม่ลดละ จากวันนั้นที่สู้ไม่ถอยมาเป็นวันนี้ที่ขอให้ต่างฝ่ายถอยออกจากจุดยืนเดิมคนละก้าว หันหน้าเจรจาหาทางออกที่สองฝ่ายเห็นร่วมกัน

            Fiscal Cliff คือประเด็นที่ถูกเอ่ยถึงอย่างชัดเจน นักวิเคราะห์บางคนเห็นว่าเป็นประเด็นสำคัญที่สุดเพราะเหลืออีกเพียงสองสัปดาห์ก็ถึงกำหนดตัดงบประมาณอัตโนมัติ ในฐานะประธานาธิบดีผู้รับผิดชอบบริหารประเทศจำต้องหาทางออกให้ได้ เพราะหากไม่มีข้อสรุปทันเวลาจะเกิดการตัดงบประมาณอัตโนมัติในปีนี้ราว 1 ล้านล้านดอลลาร์ กระทบต่อการป้องกันประเทศ การศึกษา พลังงานและการวิจัยทางการแพทย์ ทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวช้า คนอีกนับร้อยนับพันจะตกงาน สรุปสั้นๆ คือกระทบต่อแทบทุกภาคส่วนของประเทศรวมทั้งคะแนนนิยมด้วย
            ท่าทีของประธานาธิบดีโอบามาคือขอให้แก้ไขปัญหาทันเวลา โดยเสนอหลักการให้เศรษฐกิจเติบโตโดยมีความสมดุลระหว่างการขาดดุลกับการลดการขาดดุล มีการตัดลดร่ายจ่ายควบคู่กับการหารายได้เพิ่ม ประชาชนทุกคนต้องรับภาระอย่างยุติธรรม และพร้อมจะรับฟังความเห็นจากทั้งสองพรรคเพื่อปฏิรูประบบประกันสุขภาพ (Medicare) เพื่อประหยัดงบประมาณ ปรับลดภาษีที่ประชนชนจ่ายเพื่อสนับสนุนบริษัทยา (ด้านการวิจัย) ลดค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล
            ข้อเสนอปฏิรูประบบประกันสุขภาพเป็นอีกประเด็นหนึ่งแสดงถึงการประนีประนอม ถอยออกจากนโยบายเดิมอย่างชัดเจน
            ในเรื่องขอความร่วมมือจากพรรคคู่แข่งนั้นประธานาธิบดีโอบามาถึงกับหยอดคำหวานว่า “สองสามปีที่ผ่านมา ผลจากการทำงานร่วมกันของทั้งสองพรรคช่วยลดการขาดดุลได้กว่า 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ ส่วนใหญ่มาจากการตัดงบประมาณ อีกส่วนมาจากการขึ้นอัตราภาษีคนอเมริกันกลุ่มร่ำรวยที่สุด 1 เปอร์เซ็นต์แรก ดังนั้น เรามาถึงกว่าครึ่งทางของเป้าหมายลดการขาดดุลจำนวน 4 ล้านล้านดอลลาร์ ตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์พูดว่าจะช่วยรักษาเสถียรภาพทางการเงินของเรา”
            นอกจากประเด็นเรื่องการใช้งบประมาณดังกล่าว อีกประเด็นที่ให้ความสำคัญต่อเนื่องตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมาคือการแก้ปัญหาคนว่างงาน แม้ว่าอัตราคนว่างงานปัจจุบันมีแนวโน้มดีขึ้น ประธานาธิบดีโอบามายังใช้โอกาสนี้กล่าวแนวทางการสร้างงานตามที่หาเสียงไว้ ตั้งแต่เรื่องเสนอปรับลดภาษีแก่บริษัทเอกชนที่เพิ่มการจ้างงานในประเทศ และลดการลดหย่อนภาษีแก่บริษัทที่จ้างแรงงานต่างประเทศ การเพิ่มตำแหน่งงานใหม่โดยสนับสนุนเอกชนเปิดโรงงานอุตสาหกรรมใหม่ๆ ก่อตั้งศูนย์อุตสาหกรรมไฮเทค เพิ่มการลงทุนในด้านวิทยาศาสตร์และการสร้างนวัตกรรม
            เรื่องการแก้ปัญหาคนว่างงานผูกโยงกับกลุ่มชนชั้นกลางเป็นอย่างมาก เริ่มจากรัฐบาลจะสนับสนุนการศึกษาก่อนวัยเรียนที่มีคุณภาพ เพื่อให้เด็กๆ ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็กๆ สนับสนุนระบบการศึกษาต่อเนื่องแก่คนวัยทำงาน สอดคล้องกับนโยบายเน้นการผลิตสินค้าไฮเทค แนวทางทั้งหมดมุ่งเป้าให้ประเทศมีกลุ่มชนชั้นกลางมากขึ้น เป็นแรงงานมีคุณภาพผลิตสินค้ามีคุณภาพ
            ทั้งหมดนี้ประธานาธิบดีบารัก โอบามากล่าวว่าเพื่อสร้าง “ครอบครัว ชุมนุมที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น อันจะทำให้ประเทศอเมริกาแข็งแกร่งกว่าเดิม”


            ประธานาธิบดีบารัก โอบามาในวันนี้ไม่ได้รับแรงกดดันมากเท่ากับสี่ปีก่อน เพราะเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว สถานการณ์โลกแม้ยังมีความขัดแย้งบางจุดแต่โดยรวมค่อนข้างสงบ อีกทั้งขณะนี้เป็นประธานาธิบดีสมัยที่สองแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องฟาดฟันพรรคคู่แข่งโดยไม่จำเป็น คำแถลงนโยบายทำให้เห็นภาพว่าประเทศกำลังดีขึ้นและทุกอย่างจะไปด้วยดีหากสองพรรคร่วมมือผ่านร่างกฎหมายต่างๆ เพื่อสร้างอเมริกาให้เข้มแข็ง
            จุดที่ฉุกคิดคือหากถอยออกจากมุมมองตามคำแถลงนโยบายกลับสู่ข้อมูลพื้นฐาน คำถามที่ยังค้างคาคือเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่กำลังฟื้นตัวจะเป็นการฟื้นตัวอย่างยั่งยืนหรือไม่ อเมริกาไม่อาจอยู่ในภาวะขาดดุลไปเรื่อยๆ การแก้ปัญหา Fiscal Cliff นับจากปลายเดือนนี้จะแสดงร่องรอยของปัญหาที่แฝงอยู่และช่วยคาดการณ์อนาคต
            ไม่ว่าประธานาธิบดีบารัก โอบามาจะกล่าวปราศรัยด้วยโทนเสียงใด พยายามนำไปสู่ทิศทางใด ย่อมไม่อาจเปลี่ยนรากความจริงจนกว่าปัญหาจะได้รับการแก้ไข ประชาคมโลกย่อมหวังว่าสี่ปีต่อจากนี้ประธานาธิบดีโอบามากับสองพรรคการเมืองจะมีส่วนทำให้เศรษฐกิจอเมริกาเข้มแข็งอันจะมีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจโลกเข้มแข็งด้วย
--------------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง: โอบามาไม่ได้ถือไม้กายสิทธิ์

บรรณานุกรม:
1. Full text: State of the Union Address, USA TODAY, 12 February 2013, http://www.usatoday.com/story/news/politics/2013/02/12/state-of-the-union-obama-text/1914769/
2. Full text of President Barack Obama’s inauguration speech, 21 January 2013, http://news.nationalpost.com/2013/01/21/full-text-of-president-barack-obamas-inauguration-speech/
3.การเมืองในประเทศ ขวากหนามโอบามา ขวากหนามอเมริกา, ไทยโพสต์, 23 มกราคม พ.ศ.2556, http://www.chanchaivision.com/2013/01/blog-post_23.html
4. State of the Union May Well Set Tone for Budget Talks, CNBC, 12 February 2013, http://www.cnbc.com/id/100450482
-------------------------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

กำเนิด “รัฐสมัยใหม่” ตัวแสดงเอกของโลก

ในโลกปัจจุบัน ในบรรดาตัวแสดงทุกประเภท “รัฐ” เป็นตัวละครหลัก/ ตัวแสดงเอก (primary actor) ของระบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ไม่แปลกที่รัฐจะปรากฏอยู่ในหน้าข่าวต่างประเทศทุกวันและมากที่สุด
บทความนี้จะนำเสนอประวัติกำเนิด “รัฐสมัยใหม่” และข้อวิพากษ์ ประวัติที่มา :
            เมื่อจักรวรรดิโรมันเสื่อมสลาย ดินแดนในทวีปยุโรปแยกออกเป็นแว่นแคว้นต่างๆ ที่เป็นอิสระต่อกัน เช่น อิตาลีแบ่งออกเป็นรัฐลอมบาร์ดี โรมานญา ทัสคานี เนเปิล ซีซีลี รัฐสันตะปาปา ฯลฯ เยอรมนีแยกออกเป็นรัฐแซกซอน ฟรังโกเนีย บาวาเรีย ชวาเบน ไมเซน ฯลฯ ฝรั่งเศสแยกออกเป็นรัฐบูร์กอญ กาสกอญ ตูลูส โพรวองส์ ฯลฯ เช่นเดียวกับสเปนและยุโรปตะวันออก เป็นสภาพที่อำนาจการเมืองกระจัดกระจายไม่รวมศูนย์ดังสมัยจักรวรรดิโรมัน             จากนั้นการปกครองค่อยๆ พัฒนาเป็นระบบฟิลดัล (Feudal system) กับศาสนจักรโรมันคาทอลิก
            ศาสนจักรโรมันคาทอลิกเป็นองค์กรเดียวที่มีโครงสร้างทางอำนาจเข้มแข็ง บาทหลวงกระจายอยู่ทุกหนแห่ง ทุกแว่นแคว้น เป็นที่พึ่งของประชาชนท่ามกลางสภาวะสงคราม ความทุกข์ยากลำบากต่างๆ             ในปี ค.ศ.800 เกิดเหตุการณ์สำคัญคือ หลังจากพระเจ้าช…

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเป็นแง่ลบคือ หมายถึง ความหย่อนยานในทางศีลธรรมจรรยา การไม่คำนึงถึงระเบียบวินัยทางเพศและศาสนา (เช่นพวกฮิปปี้ในอเมริกา) หลักสำค…