ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

Fiscal Cliff การตัดสินใจครั้งสำคัญของสหรัฐฯ

10 ตุลาคม 2012
ชาญชัย
            หนึ่งในเรื่องสำคัญที่สังคมอเมริกันกำลังให้ความสนใจคือเรื่องการปรับขึ้นภาษีพร้อมกับลดรายจ่าย ที่เรียกว่า ‘Fiscal Cliff’
            Fiscal Cliff เป็นมรดกทางเศรษฐกิจทางการเมืองจากรัฐบาลอเมริกันชุดก่อนๆ ประกอบด้วยมาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ หลายอย่าง เช่น มาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้ทั่วไปสำหรับคู่สมรส มาตรการยกเลิกภาษีมรดก และมาตรการผ่อนปรนภาษีร้อยละ 2 จากรายได้ของผู้ที่มีเงินเดือนประจำ มาตรการเหล่านี้จะหมดอายุในวันที่ 2 มกราคมปีหน้า เป็นช่วงเวลาเดียวกับเริ่มมาตรการปรับลดงบประมาณจำนวน 100 พันล้านดอลลาร์ต่อปีเพื่อยับยั้งการก่อหนี้ภาครัฐที่กำลังจะเกินเพดานหนี้ที่ 16.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปลายปีนี้ (หรือต้นปีหน้า)
            การยกเลิกมาตรการลดหย่อนภาษีพร้อมกับตัดลดงบประมาณภาครัฐ เป็นการเสริมแรงกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างรุนแรง มีการคาดการณ์จากหลายแหล่ง เช่น
สำนักงบประมาณรัฐสภา (CBO) ประมาณการเมื่อปลายเดือนสิงหาคมว่า ถ้าสหรัฐฯ เผชิญกับปัญหา Fiscal Cliff จะส่งผลให้ GDP ช่วงครึ่งปีแรก 2013 หดตัวร้อยละ 2.9 และกลับมาขยายตัวในช่วงครึ่งปีหลังราว 1.9 ผลคือ GDP ทั้งปีจะหดตัวร้อยละ 0.5 ขณะที่อัตราว่างงานจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับร้อยละ 9 (Bloomberg กับ CNBC)
ด้านนายชัด สโตน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Center on Budget and Policy Priorities วิเคราะห์ว่า ในช่วงแรกผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจจะมีน้อย แต่จะค่อยๆ สะสมจนเกิดผลกระทบรุนแรงมหาศาลเมื่อคิดรวมทั้งปี สำนักงบประมาณรัฐสภาคาดว่าการขาดดุลงบประมาณปี 2012-2013 จะลดลงกว่า 5 แสนล้านดอลลาร์ จะมีสภาพเหมือนกับเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย คนอเมริกันเกือบทุกคนจะต้องจ่ายภาษีเพิ่ม
            งานวิจัยหนึ่งคาดว่าจะทำให้เกิดผู้ว่างงานเพิ่มอีก 2.14 ล้านคน
            คงไม่มีประธานาธิบดีคนใหม่ท่านใดอยากเผชิญหน้าปัญหานี้
ข่าวดีคือ มีข่าวว่า ส.ว.ทั้งพรรครีพับลิกันกับเดโมแครตกำลังหาทางออกร่วมเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา Fiscal Cliff แม้ว่าวุฒิสมาชิกทั้งสองพรรคยังมีความเห็นแตกต่างกันอย่างชัดเจนต่อรายละเอียดการแก้ปัญหา ในขณะที่ส.ส.พรรครีพับลิกันยังต่อต้านการแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มภาษี (The New York Times/CNBC)
            ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ เบน เบอร์นันเก้ ถึงกับกล่าวว่าหากรัฐสภาสามารถแก้ปัญหานี้ “จะเป็นวิธีการที่เกื้อหนุนเศรษฐกิจในขณะนี้ได้ดีที่สุด” (The New York Times)
            ในแง่หนึ่ง ประเด็นจึงอยู่ที่ผู้แทนรัฐสภาของสองพรรคใหญ่จะตัดสินแก้ปัญหาอย่างไร

เมื่อพิจารณานโยบายหาเสียงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีต่อเรื่องนี้ ประธานาธิบดีบารัก โอบามาต้องการหาข้อตกลงเพื่อเลี่ยงปัญหา โดยคุยรายละเอียดหลังเลือกตั้ง ปธน.โอบามาเสนอแนวทางเพิ่มภาษีกับคนมีฐานะ และแก้ไขอัตราภาษีที่รัฐบาลจอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชวางไว้
ส่วนนายมิตต์ รอมนีย์ ต้องการยกเลิกกฎระเบียบข้าราชการที่จุกจิก ลดจำนวนพนักงานลูกจ้างของรัฐบาลกลาง
            ในทางทฤษฏีทั้งสองทางคือแนววิธีแก้ปัญหา แต่ต่างวิธีปฏิบัติเท่านั้น คนหนึ่งเน้นการเพิ่มรายได้ อีกคนเน้นลดรายจ่าย
            การเลือกตั้งปธน.จะเป็นตัวชี้ขาด
            ผมเชื่อว่า สังคมอเมริกันจะถกเถียงกันวุ่นวายอย่างไร ที่สุดจะมีทางออกในเวลาที่เหมาะสมเอง แต่กว่าจะถึงวันนั้นคงต้องถกกันอีกหลายยกหลายเวที
            ข้อเสนอแนะที่ควรเอามาประกอบคือข้อเสนอแนะจาก IMF ในรายงาน World Economic Outlook (WEO) ฉบับล่าสุดเดือนตุลาคม ที่เสนอให้รัฐบาลสหรัฐฯ แก้ปัญหาด้วยการเพิ่มเพดานกู้ยืม [รายงาน WEO ดาวโหลดได้ที่ http://www.imf.org/external/pubs/ft/weo/2012/02/index.htm]
            ไม่ว่าใครจะชนะเลือกตั้ง วิธีการของ IMF ปรับเข้าได้กับทั้งสองฝ่าย และนำเสนออย่างทันเวลาก่อนการเลือกตั้ง ก่อนต้นปีหน้า
            ที่สุดแล้ว ปธน.คนใหม่กับรัฐสภาจะมีทางออกแน่นอน อย่างน้อยให้ปัญหาก้อนโตเลื่อนออกไปอีกสักพักใหญ่ๆ และดูเหมือนว่า IMF จะเห็นด้วยกับแนวทางนี้
            ถ้าจะพูดว่า ชี้โพรงให้กระรอก ก็อาจจะเกินไป
--------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“อุดมการณ์เสรีนิยม”
·เกริ่นนำ oเสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเ…

มายาคติ เลือกตั้งกับไม่เลือกตั้ง

เลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้งเป็นเพียงวิธีการ เป้าหมายคือสังคมอยู่เย็นเป็นสุข เริ่มต้นด้วยการได้ผู้ปกครองที่รับใช้ประชาชน


เลือกตั้งดีกว่า : มีเลือกตั้งคือเป็นประชาธิปไตย ทุกครั้งที่จะเลือกตั้งน่าจะเริ่มด้วยการทบทวนว่าทำไมจึงควรมีการเลือกตั้ง เพราะรัฐบาลที่แล้วทำหน้าที่ได้ดีหรือเพราะล้มเหลวต่อหน้าที่ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐล่าสุด หลายคนต่อต้านฮิลลารี คลินตันเพราะคิดว่าเธอจะแย่กว่าโอบามา ในการชิงชัยเพื่อเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน (Presidential primaries) ปรากฏว่านักการเมืองหน้าเก่า ผู้คร่ำหวอดการเมืองพ่ายแพ้โดนัลด์ ทรัมป์ผู้มีภาพลักษณ์เป็นนักธุรกิจ ปลอดจากการเป็นชนชั้นปกครองอเมริกา การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส มารีน เลอเปน (Marine Le Pen) แม้ไม่ชนะเลือกตั้ง แต่กวาดคะแนนได้มาก ทั้งๆ ที่ชูนโยบายสุดโต่ง ไม่ใช่ปกติวิสัยของประเทศนี้ เอมมานูแอล มาครง (Emmanuel Macron) ผู้ชนะเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ เพิ่งมีบทบาททางการเมืองเพียงไม่กี่ปี อเล็กซิส ซีปราส (Alexis Tsipras) นายกรัฐมนตรีกรีซปัจจุบันมาจากเดิมที่เป็นพรรคเล็กๆ ไม่มีใครสนใจ ที่ชนะเลือกตั้งเพราะประชาชนเบื่อหน่ายทั้งพรรคฝ่ายซ้ายกับฝ่ายขวาท…

อุดมการณ์ทางการเมือง (1) นิยาม อุดมการณ์ทางการเมือง

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553 ชาญชัย
อุดมการณ์ทางการเมือง
“นิยาม อุดมการณ์ทางการเมือง”
1.ความหมายของอุดมการณ์ทางการเมือง (Political Ideology) มีผู้นิยามหลากหลาย 1.1.หมายถึง ความคิด ความเชื่อ ที่มีแบบแผนเกี่ยวกับหลักการและคุณค่าทางการเมือง เป็นความคิดความเชื่อที่มีแนวทางแน่นอน มีเหตุผล มีจุดหมายปลายทาง และวัตถุประสงค์ที่มนุษย์พยายามจะดำเนินการให้สัมฤทธิผล 1.2.หมายถึง ความคิดความเชื่อที่ทำให้เกิดกลไกควบคุม เพื่อบรรลุเป้าหมายแห่งความคิดความเชื่อนั้น 1.2.1.เช่นอุดมการณ์มาร์กซิสม์ ก่อให้เกิดพรรคคอมมิวนิสต์เพื่อสร้างและควบคุมให้การปกครองบรรลุเป้าหมายของอุดมการณ์ 1.2.2.อุดมการณ์ประชาธิปไตย คือ การเพิ่มพูน ปกป้องเสรีภาพส่วนบุคคล ทำให้เกิดไกกลต่างๆ เช่น พรรคการเมือง กลุ่มผลประโยชน์ การลงมติ เพื่อรักษาความเป็นประชาธิปไตย 1.3.อุดมการณ์มิใช่เป็นเพียงปรัชญาการเมือง อุดมการณ์ทางการเมืองจะเรียกร้องให้มีการกระทำจากผู้ศรัทธาในอุดมการณ์ เกิดความรู้สึกว่าถูกต้องที่จะกระทำตามนั้น อุดมการณ์ทางการเมืองมักจะเชื่อมโยงกลุ่มคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นพิเศษ 1.4.สมเกียรติ วันท…