เลือกตั้งสหรัฐอเมริกา 2012 ศึกษาอภิปรายรองปธน.กับผู้ท้าชิง ควรค่าสมราคา

12 ตุลาคม 2012
ชาญชัย
            การบริหารประเทศตามระบอบประชาธิปไตยแบบสหรัฐอเมริกานั้นให้ความสำคัญกับบุคคลที่เป็นประธานาธิบดีมากจริงๆ เพราะยึดว่าปธน.คือหัวหน้าฝ่ายบริหาร เป็นหัวใจของประเทศในทุกนโยบาย รัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ถือว่าเป็นเหมือนเลขาช่วยงานเท่านั้น
            ทำนองเดียวกับตำแหน่งรองประธานาธิบดีที่ยามปกติจะไม่มีบทบาทสำคัญ เพราะไม่มีอำนาจตัดสินใจตามกฎหมายอย่างเช่นปธน. ยกเว้นยามที่ประเทศอยู่ในภาวะไม่ปกติ จึงทำให้ผู้คนไม่ค่อยสนใจกับผู้ดำรงตำแหน่งนี้มากนัก
            เมื่อพูดเฉพาะเจาะจงเรื่องการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ตำแหน่งรองปธน.อยู่ในฐานะเป็นผู้ช่วยหาเสียง หรือเสริมบทบาทของตำแหน่งปธน.เป็นหลัก นโยบายที่หาเสียงย่อมขึ้นกับสิ่งที่ปธน.หรือผู้ท้าชิงตำแหน่งนี้ ทำให้หลายคนไม่เห็นความสำคัญของการอภิปรายระหว่างรองปธน.กับคู่แข่งขัน
            แต่การอภิปรายครั้งนี้แตกต่างออกไป ทั้งรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน กับนายพอล ไรอัน คู่แข่งพรรครีพับลิกัน ต่างทำหน้าที่ได้สมราคาหรือเกินว่าที่คาด แม้ทั้งคู่ต่างต้องพูดบนจุดยืนของปธน.บารัก โอบามากับนายมิตต์ รอมนีย์

การอภิปรายเปิดฉากด้วยประเด็นร้อน กรณีสถานกงสุลสหรัฐฯ เมืองเบงกาซีถูกเผาโจมตี เอกอัครราชทูตเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ นายพอล ไรอันยกความคืบหน้าล่าสุดที่เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศชี้แจงว่าเหตุไม่เกี่ยวข้องกับกรณีภาพยนตร์ลบหลู่ศาสนาที่ปธน.โอบามาอ้างว่าเป็นสาเหตุที่มา รองปธน.ไบเดนโต้กลับว่าพรรครีพับลิกันมีนโยบายตัดลดงบประมาณความมั่นคงของทูตลง 300 ล้านดอลลาร์
สังเกตว่าทั้งคู่ทำการบ้าน เตรียมคำตอบคำแก้มาก่อนแล้ว
ประเด็นถัดมาคือโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่าน นายไรอันโจมตีว่าปธน.โอบามาไม่ใช้มาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านอย่างรุนแรงที่สุด เป็นการตอกย้ำแนวทางหาเสียงว่าปธน.โอบามาเป็นผู้นำที่อ่อนแอ และยอมผ่อนผันให้บางประเทศร่วมไม่ใช้มาตรการอย่างเต็มที่ ด้านรองปธน.ไบเดนโต้กลับว่า ขณะนี้เป็นช่วงที่สหรัฐฯ คว่ำบาตรอิหร่านมากที่สุดทั้งแต่ที่เกิดเรื่อง
แต่ทั้งสองฝ่ายมีเป้าหมายสุดท้ายเหมือนกันคือ ไม่ยอมให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ ทั้งคู่ต้องการป้องกันไม่ให้เกิดสงคราม ต่างเพียงวิธีปฏิบัติกับการให้น้ำหนักเท่านั้น
จากนั้นขยับมาเรื่องเศรษฐกิจ รองปธน.ไบเดนโจมตีเรื่องที่นายมิตต์ รอมนีย์กล่าวว่าคนอเมริกันร้อยละ 47 ไม่เสียภาษีแก่รัฐบาลกลาง [ภาษีเงินได้] ว่าเป็นผู้ที่ขาดความรับผิดชอบต่อประเทศ รองปธน.ไบเดนบอกว่าคนเหล่านี้คือคนอายุรุ่นพ่อรุ่นแม่ที่เคยเสียภาษีตลอดชีวิตทำงาน นายไรอันพยายามแก้เรื่องนี้โดยพูดว่านายรอมนีย์เคยมอบรายได้ร้อยละ 30 ให้กับการกุศล “มิตต์ รอมนีย์เป็นคนดี เขาห่วงใยคนอเมริกันทุกคน” (WSJ)
นักวิเคราะห์บางคนเห็นว่าจุดที่นายไรอันพลาดคือการพูดว่า “ผมคิดว่ารองปธน.รู้ว่าบางครั้งคำพูดไม่ได้ออกจากปากของเราอย่างถูกต้อง” พูดง่ายๆ ก็คือปากกับใจไม่ตรงกัน รองปธน.ไบเดนจึงฉวยโอกาสสวนกลับว่า “แต่ผมมักจะคิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้น” (WSJ/AP)
กลายเป็นว่าฝ่ายหนึ่งปากกับใจตรงกัน ส่วนอีกฝ่ายปากกับใจไม่ตรงกัน
การอภิปรายได้ถกอีกหลายประเด็น ประเด็นที่น่าสนใจอื่นๆ เช่น ประเด็นการทำแท้ง
เหตุที่น่าสนใจคือทั้งคู่ต่างเป็นคาทอลิก แต่มีมุมมองต่อการทำแท้งต่างกัน
นายไรอันจากพรรครีพับลิกันมีนโยบายไม่สนับสนุนการทำแท้ง หรือที่เรียกว่า ‘pro-life’ ด้วยเหตุจากความเชื่อทางศาสนาว่าเป็นคาทอลิก แต่เสริมว่าเป็นเรื่องของเหตุผล (reason) กับวิทยาศาสตร์ด้วย (science) และพูดจุดยืนชัดเจนว่า ชีวิตเริ่มต้นเมื่อเกิดการปฏิสนธิ [สเปิร์มกับไข่ผสมกัน] จึงมีนโยบายต่อต้านการทำแท้ง ยกเว้นกรณีถูกข่มขืน การล่วงประเวณีกับคนที่มีเชื้อสายใกล้ชิดมาก [เช่นพ่อกับลูก] หรือเสี่ยงต่อชีวิตของหญิงตั้งครรภ์
รองปธน.ไบเดน ตอบว่าตนเคารพจุดยืนของโบสถ์คาทอลิกและมีจุดยืนว่าชีวิตเริ่มต้นเมื่อเกิดการปฏิสนธิ แต่ที่สุดแล้วเป็นการตัดสินใจระหว่างหญิงมีครรภ์กับแพทย์ นายไรอันจึงโจมตีว่าไม่ยึดมั่นในหลักศาสนา
            ผมเชื่อว่านายไรอันเดาทางคำตอบของรองปธน.ไบเดนไว้ก่อนแล้ว
ในตอนท้ายของการอภิปรายทั้งคู่พูดสรุปเหมือนคู่ชิงตำแหน่งประธานาธิบดี นายพอลไร อัน พยายามโจมตีปธน.โอบามาว่าล้มเหลวในการทำตามสัญญาที่หาเสียงเมื่อ 4 ปีก่อนหลายเรื่อง เช่นเรื่องคนว่างงาน เศรษฐกิจตกต่ำ ชาวอเมริกันต้องพึ่งพารัฐบาลกลางมากขึ้น ส่วนรองปธน.โจ ไบเดน แก้ว่าปธน.โอบามาเข้ามารับตำแหน่งในสภาพที่ประเทศกำลังแย่ เพื่อชี้ว่าปธน.โอบามาได้ทำอย่างดีที่สุดแล้ว และเท่ากลับโทษว่ารัฐบาลที่แล้วซึ่งหมายถึงคู่แข่งจากพรรครีพับลิกันเป็นผู้ทำให้ประเทศเสียหาย
โดยภาพรวมรองปธน.ไบเดนพูดรายละเอียดในแต่ละนโยบายอย่างมั่นใจ อย่างใจเย็น สลับกับการโต้กลับอย่างรุนแรง
ส่วนนายไรอัน พูดได้ชัดถ้อยชัดคำ ไม่มีอาการประหม่าแม้แต่เล็กน้อย
ต่างฝ่ายต่างหยิบยกจุดที่อีกฝ่ายจะเสียคะแนนขึ้นมาพูด และต่างฝ่ายได้เตรียมคำตอบแก้ไว้ก่อนแล้ว
เป็นยุทธศาสตร์มุ่งทำลายคะแนนของอีกฝ่าย มากกว่ามุ่งสร้างคะแนนของตน ทั้งคู่เลือกใช้ยุทธศาสตร์ดังกล่าวกับโอกาสเช่นนี้
ในแง่หนึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ชาวอเมริกันคาดเดาอยู่ก่อนแล้ว ในอีกแง่ถือว่าต่างได้พูดในเรื่องที่คนอเมริกัน พวกกองเชียร์อยากให้พูด
ข้อสำคัญคือ ทั้งสองพรรคได้แสดงนโยบายแต่ละเรื่องอย่างชัดเจน เป็นสัญญาประชาคมที่พลเมืองชาวอเมริกันรู้และเข้าใจ ตัดสินใจลงคะแนนอย่างรู้ผลดีผลเสีย ข้อดีข้อด้อยของแต่ละฝ่าย จะคาดหวังและตรวจสอบการทำงานของประธานาธิบดีคนต่อไป

(อ่านถ้อยคำอภิปรายฉบับเต็มและดูวีดีโอได้ที่ http://www.washingtonpost.com/politics/decision2012/2012-vice-presidential-debate-vice-president-biden-and-rep-paul-ryans-remarks-in-danville-ky-on-oct11-running-transcript/2012/10/11/a5167f1e-13cd-11e2-ba83-a7a396e6b2a7_story.html)
-------------------------------


ประกันสุขภาพ ไข้หวัดใหญ่ มือเท้าเปื่อย และ 5 โรคจากยุง

ประกันสุขภาพ ไข้หวัดใหญ่ มือเท้าเปื่อย และ 5 โรคจากยุง
เบี้ยหลักร้อย คุ้มครองหลักหมื่นครับ สนใจคลิกดูก่อนครับ

ลิงก์เดียวซื้อประกันได้ทุกชนิด สนใจคลิกครับ

ลิงก์เดียวซื้อประกันได้ทุกชนิด สนใจคลิกครับ
ซื้อประกันออนไลน์สะดวก รวดเร็ว ติดต่อ 24 ชม.

เลือกซื้อประกันชีวิตแบบที่ต้องการ

เลือกซื้อประกันชีวิตแบบที่ต้องการ
ซื้อออนไลน์ด้วยตัวเอง ไม่ยุ่งยาก ไม่ซับซ้อน สอบถาม 24 ชม. สนใจคลิกดูก่อน

ยินดีให้คำปรึกษา ซื้อหรือขายประกันรถยนต์ และอื่นๆ

ยินดีให้คำปรึกษา ซื้อหรือขายประกันรถยนต์ และอื่นๆ
ติดต่อ ไลน์ ck09105

ซื้อประกัน พ.ร.บ. รถยนต์ แล้วต่อภาษีได้เลย ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก ซื้อได้ทั่วประเทศ

ซื้อประกัน พ.ร.บ. รถยนต์ แล้วต่อภาษีได้เลย ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก ซื้อได้ทั่วประเทศ
ซื้อหรือสอบถามคลิกที่รูป หรือโทร 091-0597905

รวมทุกบริษัทประกันไวรัสโคโรนา โควิด-19

รวมทุกบริษัทประกันไวรัสโคโรนา โควิด-19
สนใจคลิกที่รูป